preload
Excalibur's Blog!
May 14

   เมื่อวานอ่าน Blog ก็เลยทราบว่า ผมถูกคุณ bonkalasin แย่งเรื่องที่จะบ่น Mblog ไปอีกหนึ่งเรื่องแล้ว ;-D …แหม! ช้าไม่ได้เลยช่วงนี้ ;-D ( แต่อยากให้มีคนแย่งเยอะๆ …เพราะผมไม่ใช่คนถูกบ่นนี่ครับ อ้าว!! ;-P ) ก็เรียกว่าบ่น.. ไปงั้นแหละ เรียกให้ถูกคงต้องเป็นข้อเสนอแนะ… ;-)

.
   เรื่องพี่เจ ก็เป็นเรื่องจั๊กจี๊จั๊กเรียม ;-) เพราะเหตุเป็นข่าว ข่าวเป็นเหตุ เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างพ่อกับลูก-หลาน …อ่านถึงตรงนี้หลายคนเริ่มขยะแขยง ครับ! ความจริงก็อาจจะต้องรู้สึกแบบนั้น แต่…แต่อย่าลืม ชำเรืองดูแก่นของความเป็นมนุษย์ด้วย …อันที่จริงเพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุด …สมองและจิตใจมีความซับซ้อน สามารถส่งวัตถุไปดาวอังคารได้อย่างน่ามหัศจรรย์… หมายถึง สมองและจิตใจมนุษย์นั้น สามารถคิดดดดดๆๆๆ สิ่งอันเป็นเอนกอนันต์ได้ เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงสามารถทำสิ่งที่ดีที่สุด(ก็ได้) ทำสิ่งที่ชั่วที่สุด(ก็ได้) …ความแตกต่างอยู่ที่การขัดเกลา บ่มจิตให้เกิดปัญญา ในการแสวงหาทางเลือก เลือกที่จะเลือก(อะไรๆ)… พูดอีกอย่างว่าการกระทำ(กรรม) ของแต่ละคนนั้นคือเครื่องวัดสติ ปัญญา (ไม่ได้หมายถึงระดับการศึกษานะครับ)

   การมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ / การสวิงกิ้งแลกเปลี่ยนคู่นอน / การมี sex กับบุคคลในครอบครัว หรือ สายเลือดเดียวกัน …ก็คงต้องบอกว่ามีมาคู่กับโลก เกิดขึ้นได้กับทุกชาติพันธุ์ …มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับสภาพ จิตใจ…(ของแต่ละบุคคล) มีบ้างผู้ถูกกระทำตกเป็นเหยื่ออารมณ์ ของผู้กระทำ มีบ้างที่สมยอม และยินยอมพร้อมใจ …นี่ไม่ใช่ผมพูดเอง แต่งานวิจัยของนักสังคมสงเคราะห์ของไทย มีหลักฐานปรากฏเช่นนั้น

   Sex หรือ กาม นั้น คือ สิ่งที่หยั่งรากลึกที่สุดในจิตใจ เมื่อสัญชาตญาณ และอารมณ์อยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง …ก็เอวัง(จบเห่) เมื่อทำไปแล้ว คุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ก็หล่นหาย …เกิดอาการ “หลุด” และโบยแส้ใส่ตนเอง ด้วยการทำให้มันเกิดซ้ำอย่างฟั่นเฟือน เพราะไม่อาจแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้ และไม่สามารถหาทางออกให้กับความขัดแย้ง ระหว่างสัญชาตญาณกับมโนธรรมของตน กลับถลำซ้ำเติมตน เมื่อเคยทำแล้วก็ทำอีก… เช่น เมื่อมีกับลูกแล้วทำไมจะมีกับหลานไม่ได้ …เฮ้ออ!!! (แหม! พูดเหมือนรู้จริงเลย ;-)

  ถ้าเรารู้จักกาม ตัณหา จิต โลก …เราจะเห็นที่มา ที่ไป ด้วยความเข้าใจ …ผู้รู้ย่อมเบื่อหน่ายในโลก รังเกียจเครื่องเศร้าหมอง หนีทะยาน เร่งข้าม วัฏสงสาร ที่เวียนว่ายแห่งนี้…

   ก็อย่าซีเรียสกันมากครับ สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม…(กรรมใครก็กรรมมัน) …อย่างตัวผมเอง? ก็ยังจะร่าเริงในกองกิเลสต่อไป… ยังต้องการตะลุยในโลกียรสนี้อยู่ ;-D ไม่รู้ไม่เห็นจริง อย่าหวังว่าข้าจะออกไปจากแก… กิเลสกับเรามันต้องเจอ(ซี้ย่ำปึ๊ก)กันซักตั้ง (…อันนี้ของผมคนเดียว ไม่ต้องเลียนแบบก็ได้ครับ ;-D )

   …หวังและปรารถนา ให้ข่าวนี้สร้างปัญญาแก่ปัญญาชน แลอย่าไปจุดประกายความคิดของคนที่ยังไม่คิด ให้คิด และอยากจะทำเรื่องอย่างในข่าว …หากคุณไม่อยาก “หลุด” จากความเป็นมนุษย์ อย่าทำ! (เราเตือนคุณแล้ว!! ;-)



%%%%%

   ช่วงนี้ฝนตก ฝนพรำ บ้างกระหน่ำหนัก คนช้ำรัก ก็ชอบทำมิวสิค คนอีโรติก เอ้ย! โรแมนติก ;-) ก็ร่ายกลอน นอนฟังฝน !@#$%^& ;-)

   คุณไมโลเล่าเรื่องขี่มอเตอร์ไซต์ฝ่าสายฝน ผมเองบางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน ที่จะต้องควบอาชาร้อยลี้ ฝ่าสายฝนบ้างในบางครั้ง …จะว่าไปก็ไม่ค่อยอยากจะหลีกเลี่ยงเท่าไหร่นะ เพราะมันก็ให้ความรู้สึกที่พิเศษอย่างยิ่ง… คล้ายกับบรรยากาศที่พอเหมาะ สายฝนที่พอเหมาะ ความฉ่ำเย็นที่พอเหมาะ การเล่นน้ำฝนเมื่อวัยเด็ก ก็เป็นสุขอย่างยิ่ง… การขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็เช่นกัน หากอยู่ในบรรยากาศที่พอเหมาะ ท่ามกลางสายฝนและความเร็ว ในความฉ่ำเย็นที่พอเหมาะ ก็เป็นสุขอย่างยิ่ง ;-)

    โดยเฉพาะ เมื่อขับขี่ด้วยเสื้อผ้าธรรมดาๆ ฝ่าสายฝนโดยเสื้อผ้าไม่เปียก ก็จะยิ่งเป็นสุข !@#$%^&* เอ๊ะ! ยังไง? คนเขียนเขียนมั่ว… ;-) …ก็ลองนึกถึงคนที่สระผมมาใหม่ๆ สิครับ บางคนก็มานั่งขยี้ผม ตากพัดลม บ้างก็ใช้เครื่องเป่าผม …มันก็ใช้ลมนะ แต่ผมว่าลมที่ผ่าน ตัวคนขับมอเตอร์ไซค์แรงกว่าพัดลมตั้งเยอะ …เริ่มมีเหตุผลแล้วใช่เปล่า? ;-P เพราะฉะนั้นน้ำ… มันก็จะพยายามวิ่งออกจากเสื้อผ้าให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะเสื้อผ้าไนล่อน หรือใยสังเคราะห์ ไม่ใช่เสื้อผ้าประเภทโอบอุ้มชุ่มน้ำนะ …ขี่แบบเสื้อผ้าไม่เปียกฝนแบบนี้ เขาเรียกว่า …ขี่พายุ ทะลุฟ้า ไงครับ ;-)

   …ผมโม้นะครับ ;-) ไม่มีหรอกไม่เปียกฝน …แต่ถ้าหมาดๆ และแห้งเร็ว แบบนี้เป็นจริง แต่ผมขับฝ่าสายฝน เสื้อข้างในไม่เปียกนะครับ คือแบบว่าเปียกน้อยยยยมาก เพราะเสื้อแจ็คเก็ตไนล่อนข้างนอกกันไว้ชั้นหนึ่ง กางเกงเป็นผ้ากันน้ำ (เปียกแต่แห้งเร็ว) …นึกแล้วอยากให้มีคนซ้อนท้าย ไม่รู้จะสนุกแบบผมด้วยหรือเปล่า ;-D

   ส่วนข่าวคราวเรื่องภัยธรรมชาติ อันหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือป้องกันได้ลำบาก ก็ต้องอาศัยการแก้ไขภายหลัง ให้ดีที่สุด ผู้ที่ได้รับความสูญเสียก็เป็นที่น่าเศร้า สลดใจ แต่น้ำใจจากทั่วโลกก็ไหลหลั่ง ก็แสดงให้เห็นประจักษ์ดั่งสุภาษิตธรรมที่ว่า เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก … ;-)

%%%%%

   ความจริงวันนี้จะมาเขียนแนะนำหนังสือ ในฐานะที่เป็นเรื่องของคนบ้านเดียวกัน (คนไทยเหมือนกัน ;-) แต่เขียนอะไรก็ไม่รู้จนยาวเฟื้อยเลื่อยลาก… แล้วจะมีใครอ่านมาถึงเรื่องหลักไหมเนี่ย?? ;-D เอ้า! ไม่เป็นไร เพราะไหนๆ ก็เขียนไปแล้ว …พอดีเมื่อวานไปเดินที่ se-ed โลตัส บังเอิญไปพบหนังสือเรื่องนี้เข้า ก็ตื่นเต้นตั้งแต่แรกเห็นเลย เพราะไม่ค่อยเห็นมีใครเขียนเรื่องแบบนี้มานานแล้ว…

   ชื่อหนังสือคือ “นักรบ นักฆ่า ล่าสังหาร …นกรบดำค่ายปักธงชัย” เป็นเรื่องที่เขียนจากประสบการณ์จริง ของ อาสาสมัครทหารพรานคนหนึ่ง ของค่ายปักธงชัย ผมว่าคนที่ชอบอ่านหนังสือแนวเรื่องจริง รบจริง เจ็บจริง ตายจริง ก็อาจจะมีความสนใจในหนังสือเล่มนี้…เรื่องนี้ หรือคนที่ชอบอ่านหนังสือยุทธจักรนิยาย ก็น่าจะชอบในเรื่องนี้บ้างเหมือนกัน…

   สำหรับผมเอง ก็เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่อ่านแล้ววางไม่ลง ต้องอ่านรวดเดียวจบ และอยากอ่านเล่ม 2 โดยเร็ว (แต่ไม่รู้จะออกเมื่อไหร่) เอ่อ! คนอื่นจะอ่านแล้วชอบเหมือนผมหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่การที่ผมตื่นเต้นติดตามเนื้อเรื่องภายในเล่มนั้น นอกจากสำนวนการเขียนแบบบอกเล่าออกจากปาก เหมือนเราฟังคนเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟังแล้ว อาจจะเป็นเพราะผมเองก็มีความผูกพันธ์ กับทหารพรานค่ายปักธังชัยในระดับหนึ่ง และสมัยสมรภูมิบ้านร่มเกล่า ประมาณปี 31 ตอนที่ผมเพิ่งขึ้นมัธยม (สงครามใกล้ยุติแล้ว) ทหารพรานได้นำวิดีโอ จากสนามรบจริง ที่ถ่ายโดยทหารพรานเอง และนักข่าวที่ติดตามไปด้วย มาเปิดให้ชมและบรรยาย เห็นทหารที่ตาย เห็นสภาพศพ สาเหตุ บรรยากาศ และการลำเลียงศพ ออกมาจากสนามรบ เห็นความเศร้าโศก ของญาติในงานศพลูกหลาน ทหารพรานที่ตายแล้ว ผมรู้สึกว่า พวกเขา…เป็นนักรบราคาถูก ที่เสียสละอย่างยิ่ง

    ผมยังจำภาพที่ดูในวิดีโอนั้นได้ นายทหารชั้นประทวนที่ตายนั้น ตายเพราะระเบิดปืนใหญ่ เพราะหน่วยสอดแนมฝ่ายตรงข้ามตรวจพบ แล้วบอกพิกัดชี้เป้าให้ปืนใหญ่ (ตามคำบรรยาย) และมีทหารพรานนายหนึ่ง ถูกสะเก็ดของระเบิดแตกอากาศ ฝังลงที่หัว แต่เอาออกไม่ได้(ในสนามรบ) เพราะถ้าจะเอาออกก็ต้องทำในห้องผ่าตัด ทหารคนนั้นก็ไม่บอกลูกน้องเลยว่าโดนอะไร และเหล็กยังฝังอยู่ในหัว เพียงฉีดยากันบาดทะยักและเอาผ้าพันไว้ แล้วรบต่อครับ… ผมว่าใจเกินร้อยจริงๆ และต้องเคารพในแง่ความกล้าหาญและเสียสละของพวกเขา

   ถามว่าปัจจุบันยังมีทหารพรานอยู่ไหม ค่ายปักฯ แม้จะถูกยุบไป แต่ทหารพรานก็ยังมีอยู่ แม้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังมีทหารพรานปฏิบัติงานอยู่ และหลายๆ คน …เกิดจากที่นี่…ค่ายปักธงชัย …อย่างที่ว่าในฐานะคนบ้านเดียวกัน ;-) ก็ขอแนะนำ หนังสือที่เขียนโดยทหารพรานธรรมดาๆ ที่ตอนนี้ยังเป็นคนหาเช้ากินค่ำคนหนึ่ง ให้มิตรรักนักอ่าน ได้ลองซื้อหา อุดหนุนกันดู ผมไม่ได้ค่านายหน้าหรอกครับ… แต่ผมอยากให้หนังสือเล่มนี้ เป็นอีกเล่มหนึ่งที่ท่านชอบ… ;-)


     

เนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ (คลิกเพื่ออ่าน)

(ขออนุญาตเจ้าของผลงาน มา ณ โอกาสนี้เลยก็แล้วกันนะครับ ;-)

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

Version: สัพเพเหระ…

10 Responses to “นักรบ นักฆ่า ล่าสังหาร…”

  1. winhid Says:

    น่าอ่านนะครับ

  2. gibsii Says:

    ค่ายปักธงชัย ถูกยุบแล้วเหรอคะ

  3. Excalibur Says:

    …ไม่น่าเชื่อว่าคุณ winhid จะสนใจนะเนี่ย ;-P
    …คุณ winhid แนะนำหนัง…
    …ผมก็แนะนำ หนัง(สือ) ด้วยคน ;-)

  4. Excalibur Says:

    …ครับบบ คุณ gibsii
    ประมาณปี 2544 นะครับ
    กำลังพลที่เหลือ แยกย้ายกันไปสังกัดกองทัพภาคต่างๆ ทำงานในแถบชายแดนแต่ละภาคครับ ;-)

  5. iamskw Says:

    ขอบอกตามตรงว่า ไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องล่า ฆ่า อะไรที่โหดๆเนี้ย ไม่อ่านเลย (เราผิดปกติเปล่าเนี้ย) ที่บ้านมีห้องหนังสือ มีทุกประเภทแต่ไม่มีประเภทนี้ ดิฉันจะอ่านแต่พวก โดราเอมอน ชินจัง สามก๊ก จิตวิทยา อาหาร และพลาดไม่ได้คือ นิตยสาร ผู้จัดการ กับ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ค่ะ (อ้อ อย่าลืมสนับสนุน และอย่าลืมโอนเงินช่วย astv (มูลนิธิ) ด้วยนะคะ)

    ป.ล.แนะนำหนังสือเล่มนึงค่ะดีมาก “คนนิสัยดี” ของคุณหมอ วิทยา แต่ดิฉันก็จะลองอ่านเล่มนี้ดูนะคะ

    ขอบคุณค่ะ มีความสุขมากๆนะคะน้องเอ๊กซ์ฯ

  6. kooyik Says:

    เล่นซะยาวเชียว ;)

  7. tomorrow02 Says:

    …การศึกษาไม่ได้ช่วยให้คนคิดและทำดีได้เสมอไปค่ะ …เล่มน่าอ่านค่ะ มีให้ยืมเปล่าค่ะ ;-))

  8. Excalibur Says:

    …ผมเองก็ไม่อ่านหนังสือนิยาย รักๆ น้ำเน่าๆ เหมือนกันครับ ;-P …คงไม่ผิดปกติหรอก แต่ละคนก็ชอบอ่านไม่เหมือนกัน ผมเองก็ชอบอ่านหลายๆ แนว

    โดเรมอน ชอบอ่านตอนเด็กๆ ;-)ตอนนี้ก็ชอบอ่านแนวเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ ไสยศาสตร์ ฯลฯ ;-)

    ก็อยากจะโอนให้ astv เหมือนกันนะครับ แต่ว่าตอนนี้ต้องโอนให้เจ้าหนี้ก่อน (ยังไม่พอเลย ;-)

    ขอบคุณนะครับที่แนะนำหนังสือ ถ้าไปร้านอีกจะลองหาดู …แม้ว่าผมจะนิสัยดีอยู่แล้วก็ตาม 5 5 5 ;-P

  9. Excalibur Says:

    …เผลอบ่นซะยาวเลยครับคุณ kooyik
    …ชอบออกนอกเรื่อง ;-D

  10. Excalibur Says:

    …การศึกษา เป็นสิ่งที่เปิดโอกาส ให้คนพัฒนาตนให้ดีขึ้น …แต่คนอาจไม่ได้ใช้โอกาสนั้น พัฒนาตนเสมอไป… ก็เลยเป็นอย่างที่มัทว่า ;-)

    …ให้ยืมอ่านได้นะ (แต่ต้องมายืมเอง !@#$%^& ;-D )