preload
Excalibur's Blog!
Aug 02

   วันนี้ฝนตกพรำพรั่งพรู..ยาวนาน

   เม็ดฝนเย็นเยียบ ซัดสาด ชะโลมชุดและร่างบนรถจนเปียกโชก…

   บ่ายแก่ๆ ผมขับขี่พาหนะคู่กายฝ่าสายฝน ที่พร่างพรมลงมาเพียงเล็กน้อยขณะออกจากบ้าน แต่จากนั้นได้เทกระหน่ำระหว่างทาง ผมถึงตลาดด้วยสภาพเปียกปอน ชุดรัดกุมแขนยาว-ขายาว โชกไปด้วยน้ำ ความเย็นแทรกซึมถึงผิวกาย จนรู้สึกถึงความหนาวเย็น…!

.
   ลูกจ้างร้านค้าอุปกรณ์ก่อสร้าง กำลังกุลีกุจอ เก็บเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อปิดร้านให้เถ้าแก่ ผมถามไถ่ถึงสินค้าที่ต้องการ แต่คนที่จะให้ข้อมูลผมได้คือลูกชายเถ้าแก่นั้น ไม่อยู่ ผมคงต้องมาใหม่ ในวันพรุ่ง

   ลูกจ้างกับลูกชายเถ้าแก่ คุ้นเคยกับผมในฐานะพ่อค้ากับลูกค้า เพราะผมใช้บริการจากร้านนี้บ่อยๆ

   ฝนยังไม่หยุด.. ผมถือโอกาสหลบฝนอยู่หน้าร้าน ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านสังฆภัณฑ์ เข้าใจว่าผู้ที่อยู่หน้าร้าน คอยต้อนรับขับสู้ลูกค้านั้น คงเป็นเจ้าของร้านด้วย เธอเป็นสาวใหญ่ในวัยประมาณ40 ดูจากลักษณะและผิวที่ขาว คงเพราะเชื้อจีนที่มาจากครอบครัว เสื้อยืด ผมยาว กางเกงขาสั้น โชว์เรียวขาขาว กลมกลึง พอที่จะทำให้เธอมั่นใจ ในการใส่ชุดลักษณะดังกล่าวเสมอๆ

   เมื่อผมมาซื้อของที่ร้านประจำนี้ ก็จะเห็นเธอบ่อยๆ และมองเธอบ่อยๆ … ผมชอบมองนะ!.. มีลักษณะบางประการ ที่เธอมักจะดึงดูดความสนใจของผม… เธอคล้ายจะมอง คล้ายไม่มอง คล้ายไม่ตั้งใจ แต่บางอากัปกิริยา ก็ทำให้ผมอดที่จะดูรูปร่างที่น่าสนใจของเธอไม่ได้…1

   …สัญชาตญาณบางอย่างบอกผมว่า …เธอ ไม่ธรรมดา! ;-P

   ร้านสังฆภัณฑ์ …หญิงสาว ที่ดูมีเสน่ห์ …!!… นอกจากบุคคลทั่วไปแล้ว บางครั้งพระสงฆ์เอง ก็จะแวะเวียนมาซื้อเครื่องอัฏฐบริขาร อยู่เสมอๆ ..อืมม ความขัดแย้งนี้…เธอก็นับว่าน่าสนใจมากแล้ว..

   ข้างๆ ร้านที่ผมยืนอยู่… เตาถ่านยังกรุ่นๆ กล้วยปิ้งในถุงพลาสติก วางบนโต๊ะไม้เตี้ยๆ ที่อยู่ข้างๆ  แม่ค้า … แม้ค้ายังเป็นคนเดิม

   ย้อนไปนับสิบปี หลังเลิกเรียน ผมเดินมาขึ้นรถสองแถวในตลาดเพื่อกลับบ้าน หน้าตึกแถวหลังเก่า เตาถ่านตั้งพื้นควันลอยม้วนอวลลม เก้าอื้เตี้ยๆ สูงกว่าพื้นเล็กน้อย ป้าคนหนึ่งนั่งปลอก ปิ้งกล้วย จนชินตา ภาพในวันนั้นเป็นเช่นใด ภาพในวันนี้ก็ยังคงเดิม คล้ายกับว่าป้ากับกล้วยปิ้ง ไม่ขึ้นตรงกับโลกที่หมุนเวียน เปลี่ยนแปลง ต่างกันก็เพียงในวันวานนั้น ผมไม่มีตังค์พอที่จะซื้อกล้วยปิ้งกินก่อนกลับบ้าน แต่ทว่าวันนี้ หากจะเหมากล้วยป้าทั้งหมดที่วางอยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก…!

   ฝนยังไม่หยุด.. ผมถือโอกาสย้ายที่หลบฝน ไปอุดหนุนกล้วยปิ้งป้าสักถุง ไหนๆ ฝนก็ยังตกหนัก กินกล้วยปิ้งร้อนๆ เล่นๆ เย็นๆ (ใจ)ไปก่อน ก็เขาที

   เสื้อผ้ายังเปียกชุ่ม ผมไม่ได้ถอดหมวกกันน็อค เพราะถือเป็นหมวกกันฝนสำหรับตอนนี้… ผมซื้อกล้วยป้า 1 ถุง ราคา 10 บาท ใช้ไม้เสี้ยมเหลายาวแหลม เสียบจิ้มกล้วยปิ้งกินใต้กันสาดของตึกแถว ที่พอกันฝนได้

   ฝนตกหนักนะครับ… ผมเอื่อนเอ่ยพูดคุยตามธรรมดา

   เอ้า นั่งก่อนสิ… ป้าพูดพลางหยิบเก้าอี้พลาสติกสีดำหัวโล้น ตัวเตี้ยๆ ผลักมาให้ผม

   …เอ่อ! ผมเปียก!?!??

   ไม่เห็นเป็นไรรรรร นั่งได้…

   !@#$%^&

   “””…..!!!

   ผมนั่งลงกินกล้วยปิ้ง คุยกับป้า เรื่องดินฟ้าอากาศ ไปเรื่อยเปื่อย …จนกระทั้งกล้วยหมด ฝนก็ยังไม่มีทีท่่าจะหยุด

   …อิ่มเลยครับป้า …ผมพูดยิ้มๆ คล้ายจะบอกว่า กินซะเกลี้ยงเลย…ก็เท่านั้น!

   …เอาน้ำไหม

   …อ๋อ ไม่เป็นไรครับ …ผมปฏิเสธกลายๆ โดยไม่ได้มองป้า

   หันมาอีกที แก้วปริ่มน้ำ ก็ยื่นมาตรงหน้า

   …ขอบคุณครับบบบ ผมรับน้ำมาดื่มอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ

   ขณะเดียวกัน ป้าก็กำลังจะตำส้มมะขาม มะขามฝักอ่อนๆ กำลังเปรี้ยว พอให้น้ำลายสอ.. ป้าแบ่งมะขามฝักอ่อนยื่นมาให้ผม…

   ตำไม่หมดหรอก กินสิ กินได้ลองดู นี่พริกเกลือก็มีนะ เอาๆๆๆๆ… ป้าเชิญชวน พร้อมกับส่งอะไรต่ออะไรที่ว่ายื่นมาให้ผม ความรู้สึกผมจะอย่างไรไม่ทราบ แต่ผมก็รับมาอย่างกันเอง นำมะขามฝักอ่อนจิ้มพริกเกลือกิน อย่างดื่มด่ำ

…ดื่มด่ำ! ส่วนหนึ่ง เพราะวัยเด็ก ผมก็ปีนเก็บมะขามข้างบ้านกินแบบนี้ เอร็ดอร่อยจนน้ำมูกน้ำตาไหลก็มี …ผมแทบจะลืมมันไปหมดแล้ว แต่ป้า นำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมาให้ผม… อย่างไม่เคยจะคิด…

   ในความจริง ผมก็สนเท่ห์กับทั้งหมด ผมนึกในใจ …ป้าจะอะไรกับผมนักเนี่ย… ซึ่งในความหมายคือ ผมรู้สึก เต็มตื้นกับความกันเอง กับน้ำใจ กับ “คนบ้านเอง” กับวิถีชีวิตเรียบง่ายที่เราเคยมี

   หากใครที่เห็นภาพระหว่างป้ากับผม อาจจะเข้าใจว่าผมเป็นลูกหลานคนสนิทของป้าก็ได้ ทั้งๆ ผมเคยซื้อกล้วยปิ้ง นับครั้งได้ และมีเพียงครั้งนี้ที่คุยกับป้านานที่สุด เพราะติดฝน แต่ผมก็คุยกับป้า เหมือนคนรู้จักสนิทสนมกันมานาน ในความรู้สึกก็ไม่ได้คิดเป็นคนแปลกหน้า หรือแปลกปลอม …ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนหนึ่งก็คงเป็นธรรมชาติของบ้านเรา

   คนบ้านผม จะว่าแปลกก็แปลกนะ บางทีนั่งรถโดยสารมาด้วยกัน คุยกันโขมงโฉงเฉง ตั้งแต่ขึ้นรถยันลงรถ เหมือนรู้จักกัน พอแยกจากกันถามว่ารู้จักกันหรือ!? ก็เปล่าครับ ชื่อกันยังไม่รู้เลย …แต่คุยกันเหมือนเพื่อน เหมือนญาติกันได้

   …ก่อนที่ตำส้มมะขามจะเสร็จ และผมอาจจะต้องชิมอีกเมนูโอชะนี้ ฝนก็เริ่มเบา ด้วยความรู้สึกขอบคุณ และเกรงใจก็เลยขอตัว ลาป้ากลับ แม้จะลุยฝนแบบมะลอกมะแล่ก ก็ตาม

   …ขอบคุณครับป้า…นั่นเป็นคำพูดที่ผมนึกได้ เท่าที่จะบอกป้าออกไป ผมวิ่งลุยฝนมาที่หน้าร้านสังฆภัณฑ์ ที่ๆ รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ …อดมองหาเจ๊คนนั้นไมได้ ;-P เพียงทรวดทรงลางๆ ที่กำลังเดินตรงมา ผมก็รีบก้มหน้าสตาร์ทเครื่อง …เพราะกลัวว่าหากเธอมองตาผม จะรู้ว่าผู้ชาย!…อย่างผม…คิดอะไร!? ;-DP

   ขากลับ ความหนาวเย็นมากขึ้นทวีคูณ …แต่ผมก็รู้สึกคุ้มค่า และตั้งใจจะบันทึกไว้ ว่าวันนี้ผมมีความสุขกับน้ำใจ มิตรภาพ ฯลฯ …ของคนบ้านเอง… ของพวกเราชาวบ้านๆ ยิ่งนัก



*1
นั่นเป็นธรรมชาติของเธอ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวว่าผมจะอยู่ตรงนั้นหรือไม่ ;-)

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

Version: ขอบคุณมะขาม ขอบคุณครับป้า ;-)

9 Responses to “ไม่ต้องคิด…ด้วยมิตรภาพ..”

  1. J Says:

    หวัดรับประทานหรือเปล่า ระวังสุขภาพด้วย :)

  2. xanax71 Says:

    คุณนิคน่าจะไปเขียนเรื่องสั้นนะ

    อ่านสนุกดี :)

  3. Excalibur Says:

    …หวัดไม่รับประทานครับ รับประทานแต่บัต..ครับ (บัตไวเซอร์ ;-P )

    (มุขนี้สงสัยต้องขำเอง ;-)

  4. Excalibur Says:

    …เขียนอ่านเองคงพอได้ครับคุณเมย์ เขียนให้คนอื่นอ่าน เดี๋ยวครูภาษาด่า ;-P

    (ผิดก็ไม่แก้ …พอใจ ;-D )

  5. natayaa Says:

    เห็นด้วยกับน้องเมย์ค่ะ แต่จะโดนครูภาษาด่าจริงหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน เพราะที่เขียนอยู่ ก็กลัวครูด่าเหมือนกัน เลยไม่กล้ายืนยัน

    (ไม่ชำนาญการ …พอที่จะวิเคราะห์ค่ะท่าน รู้แต่ว่าชอบอ่านแบบเนี้ย สบายสมองดีอ่ะ)

  6. J Says:

    อะนะ ..

  7. Excalibur Says:

    …โห! ขนาดคุณเมย์ ยังเป็นน้องอีกเหรอครับ !@#$%^& …เอ้า! ล้อเล่นนนน ;-P

    …แสดงว่าคุณ natayaa เป็นคนเรียบๆ ง่ายๆ สบายๆ ไม่จู้จี้จุกจิก (ถ้าไม่จำเป็น ;-)

    ก็เลยชอบอะไรที่ออกแนว positive นะครับ ;-)

  8. Excalibur Says:

    …ผมล่ะอิจฉาคุณ natayaa จังเลย ที่คุ้นเคย ซึมซับ รับกับ 2 วัฒนธรรม ถ้าเขียนเรื่องอะไรออกมา ก็จะมีเสน่ห์เฉพาะตัวนะครับ…

    (ตอบเบิ้ลเลย ;-D )

  9. Excalibur Says:

    …เพราะฉะนั้นของพี่เจ ไม่ต้องตอบ ;-D

    (เอ๊า!@#$%^& อาโน.. ;-D )