preload
Excalibur's Blog!
Nov 13

เมื่อวาน…เป็นวันพุธ!

และ.. อีกสมมุติ..เป็นวันลอยกระทง ;-)

สำหรับผม ลอยกระทง นั้นเป็นเพียงสัญลักษณ์มากกว่าเนื้อหาของตัวมันเอง … ผมชอบดูงาน ดูความรื่นเริง ดูกระทง มากกว่าที่จะให้ความสำคัญว่าตัวเองจะต้องลอยกระทงหรือไม่… หากผมลอยกระทง ก็เป็นเรื่องของสัญลักษณ์ เช่นเดียวกับ การกินเหล้า.. หากซื้อมาดื่มให้เมา คงไม่ แต่ในงานรื่นเริง หรือแวดวงเพื่อนสนิท ก็ได้นิดๆ หน่อยๆ ;-) หากผมลอยกระทง ก็คงเป็นเรื่องกิจกรรม ที่นำมาเป็นสื่อให้ทำร่วมกับคนอื่นๆ มากกว่า เช่น ลอยกับเพื่อนๆ หรือลอยกับใครสักคน ;-))

.
#####

…อุโบสถสีขาวสูงเด่น ตั้งอยู่บนยอดเขาขนาดย่อม มองเห็นได้แต่ไกล แม้อยู่บนถนนที่เลาะเลี้ยวอยู่เบื้องล่าง ผมถามถึงสถานที่ดังกล่าวและเส้นทางที่จะเข้าไปถึงที่นั่น กับชาวบ้านแถวๆ นั้น …วัดป่า?? เป็นวัดป่าแห่งหนึ่ง

   หลังจากลัดเลาะผ่านหมู่บ้านตีนเขา ผมก็ขึ้นมาถึงบริเวณวัด… บริเวณวัดมีสิ่งก่อสร้างพอประมาณ มีหอระฆัง มีอุโบสถที่ยังสร้างไม่เสร็จ และป้ายเชิญชวนพุทธศาสนิกชน หรือคนใจบุญทั้งหลาย ร่วมบริจาค

   มีสุนัข และไก่ อยู่และหากินบริเวณนั้น ผมคิดว่าจะได้เจอผู้คนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพระหรือญาติโยมก็ตาม …แต่เงียบ! ผมสอดส่ายสายตาพร้อมๆ กับเดินดูรอบๆ อุโบสถที่กำลังก่อสร้าง แต่ก็ไม่พบผู้ใด ความจริงผมกำลังหาอุโบสถสีขาว ที่แลเห็นแต่เบื้องล่าง และสงสัยใคร่ถามใครสักคนที่นี่ ว่าอยู่ทีไหน? เหลือบไปเห็นเส้นทางสายหนึ่ง แทรกตัวท่ามกลางต้นไม้ ซึ่งทอดขึ้นไปสู่ยอดเขาที่สูงกว่า

   เส้นทางค่อนข้างชัน และดูเหมือนไม่มีการใช้งานมานานพอสมควร สังเกตจากสภาพดินที่กลบกลืน ด้วยน้ำฝน หรือฝุ่นลม โดยปราศจากรอยเท้า หรือยานพาหนะใดผ่าน  มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ผมตัดสินใจเดินเข้าไป..ขึ้นไป พร้อมๆ กับความหวั่นใจในสภาพบรรยากาศยามบ่าย 4 โมง …ท่ามกลางแมกไม้ ที่ปกครึ้มและดูเงียบขรึม

   มีเส้นทางที่มุดลอดซุ้มเซิง ต้นไม้ ผมพบทางเดินสั้นๆ ที่ใช้เดินจงกลมของพระรูปใดรูปหนึ่งที่จำพรรษาที่นี่ สภาพแวดล้อมที่ผมอยู่และผมเห็น นั้นบอกผมว่า ไม่น่าจะมีสิ่งปลูกสร้างใดที่จะอยู่สูงกว่านี้อีกแล้ว เพราะไม่มีเส้นทางใดที่จะใช้สัญจรได้มากกว่า เส้นทางเดินเท้า ซึ่งก็ดูเหมือนไม่มีผู้คนใช้งานเลย ผมขนลุก…นึกถามตัวเองในใจ อุโบสถสีขาวที่ผมเห็น …อยู่ที่ไหน?

   ผมพยายามสำรวจเส้นทาง ว่ามีทางเดินต่อจากนี้อีกหรือไม่ แต่มันเหมือนเป็นป่ารกร้าง มีเพียงร่องรอยทางเดินที่ไม่ได้ถูกใช้มานาน ในใจที่ยังไม่ยอม.. บอกผมให้เดินต่อไป ขณะที่ผมอดถามตัวเองไม่ได้ว่า ผมดั้นด้นมาที่นี่ทำไม? ผมแทบจะไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ณ ที่แห่งนี้เลย… อย่างไรก็ตาม ยังคงพาตัวเองออกมาสู่เนินหญ้าเล็กๆ เพื่อที่จะมองเห็นภูมิประเทศรอบๆ ตัว ให้ได้ไกลมากที่สุด

   ยังคงไม่มีอะไรนอกจากสุมทุมพุ่มไม้ ขณะที่ผมตัดสินใจที่จะเดินกลับ สายตาก็พบกับพระพุทธรูปปางสมาธิ อยู่ริมผา ที่อยู่เหนือศีรษะเมื่อแหงนจนคอตั้ง… ผมนึกดีใจที่อย่างน้อยก็ยังพบวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นบนนี้บ้าง และยังไม่วายวาดภาพ ว่าบนนั้นอาจมีสิ่งที่ผมค้นหา (โบสถ์ทั้งหลังเนี่ยนะ! ;-) ผมยังคงบดขยี้ความหวาดหวั่น ในบรรยากาศรอบตัว …บางครั้ง บางที ยิ่งกลัวผมก็ยิ่งเดินเข้าหา นัยว่า..นึกสงสัย “เรากลัวอะไร” เดินไปดูหน้ามันหน่อยสิ ว่าความกลัวมันอยู่ที่ไหน? หน้าตาเป็นอย่างไร?

   ผมตัดสินใจเดินลัดเลาะขึ้นไปด้านบน ตามเส้นทางที่เคยมีผู้คนเดินนำล่องเอาไว้แล้ว จนขึ้นมาถึงที่ฐานพระพุทธรูปริมผาได้ จุดๆ นี้หากไม่มีพระพุทธรูปขนาด 2 เท่า ครึ่ง ก็คงจะเป็นจุดชมวิวปกติที่สวยงามจุดหนึ่ง เพราะสามารถมองลงไปเบื้องล่าง เห็นทุ่งนา บ้านเรือน และทิวเขาอื่นๆ ลมเย็นสดชื่น ผมสูดลมหายใจเต็มปอดอย่างมีความสุข ..นี่ไงล่ะความกลัว.. ;-) …แต่ผมก็ยังไม่พบกับผู้ใด…

   ด้านหลังพระพุทธรูป เป็นทีราบที่ไม่สม่ำเสมอ ประกอบได้ด้วย ต้นไม้และโขดหินอยู่โดยทั่ว มีกุฏิขนาดเล็กอยู่ 2 – 3 หลัง แต่ทุกอย่างเงียบสงบ ปราศจาก ผู้คน หรือสุ่มเสียงใดๆ นอกจากเสียงลมและเสียงสัตว์เล็กสัตว์น้อยตามธรรมชาติ ผมเดินสำรวจบริเวณโดยรอบเพียงเล็กน้อย และแน่ใจว่า หากที่นี่ไม่มีอุโบสถ ผมก็หมดปัญญาหาแล้ว คำตอบอีกอย่างที่เป็นไปได้ก็คือ อุโบสถตั้งอยู่ที่จุดอื่น หรือผมอาจจะขึ้นทางผิด ผมต้องหาผู้คนแถวนี้เพื่อถามไถ่! ผมตัดสินใจเดินกลับ…

   หลายคนอาจคิดว่าความกลัวของผมหายไปแล้ว ;-) ไม่เลย.. เถาวัลย์ที่คดเลื้อยตามแมกไม้ ความเย็น และเงียบ ดุจผม เป็นตัวประหลาดตัวหนึ่ง คนแปลกหน้าคนหนึ่งในหมู่รุกขชาติ ที่กำลังจ้องมองดูผมอย่างยิ้มเยาะ เย้ยหยัน ในความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ตัวจ้อย ด้อยปัญญาตัวนี้… จริงๆ ผมก็นึกแปลกใจ และสมเพทตัวเอง อยู่ไม่น้อย ที่ดั้นด้นมา ดุจดั่งคนอันหาที่อยู่ไม่ได้ หาที่ไปไม่มี…เช่นนี้…   แต่ทว่าในความครั่นคร้าม หวาดหวั่น ก็มีส่วนที่หยิ่งทนง ในความเป็นมนุษย์ตัวจ้อยอยู่ด้วย.. คงเป็นเพราะว่า อย่างน้อยที่สุด เราก็ไม่คิดหลบลี้ หรือหลบหนี ในการที่จะยืนอยู่ท่ามกลางความคิด ความกลัวของตนเอง … เรายังคง ดำรงอยู่ สัมผัสความรื่นรมณ์ และความเป็นมิตรแห่งธรรมชาติ …ในความหนาวเย็นยังมีความอบอุ่นที่อยู่ในพื้นจิตอันเป็นมิตรและซื่อตรงต่อธรรมชาติ… ซึ่งสุดท้าย ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ไม่มีสิ่งที่หวาดกลัว ไม่มีให้เห็นหน้าตัวตน ไม่มีอยู่หนไหน … มีอยู่เพียงในใจ ในความคิด ของจิตที่ยังไม่ได้ฝึกนั่นเอง… ;-)

…กลัวก็กลัว เพียงอยู่กับความกลัวให้ได้ ให้เป็น เช่นเดียวกับ

…ทุกข์ก็ทุกข์ได้ เพียงแต่อยู่กับความทุกข์ให้ได้ อยู่ให้เป็น เช่นเดียวกัน

…ฯลฯ ;-)

   ขณะที่เดินลงมาจากเขา ชื่มชมบรรยากาศ ชื่นชมความหวาดกลัว(ไม่รู้) ของตน สายตาก็เหลือบไปเห็นบนทางเดิน ที่พื้นดินแห้งแข็ง ยังมีไส้เดือนตัวหนึ่งกำลังแหวกว่าย ห้วงมหรรณพแห่งชีวิต ;-P ซึ่งรายรอบไปด้วย มดน้อยใหญ่ มันยังไม่ถูกรุมทึ้ง มดหลายตัวพยายามเข้ามา สัมผัสใกล้ชิด ผมหยุดมองดูไส้เดือนตัวนี้ ดุจดั่งผู้พิพากษานักโทษ…    ขณะที่ผมเข้ามาบริเวณแรกของวัด พบป้าย “เขตอภัยทาน” … ขณะเดียวกัน ผมก็เข้าใจวัฏจักรชีวิตของสรรพสัตว์ หนึ่งตายเพื่อสิบรอด

   ผมไม่เข้าใจว่าไส้เดือนตัวนี้โผล่ออกมาจากที่ไหน บนพื้นดินที่เป็นหินและทรายที่แห้งแข็ง ผมพยายามมองหาดินที่ชื้น หรือพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณนั้นก็หาไม่พบ ผมขอทำลายวัฏจักรธรรมชาติ และเลือกที่จะช่วยชีวิตไส้เดือนตัวหนึ่ง ตัวนี้ โดยที่ไม่รู้จะเอามันไปไว้ที่ไหน แต่…คงไม่ใช่ที่ที่มันอยู่รอเป็น มื้อโอชะของมดตอนนี้ จึงใช้กาบไผ่ ใส่ไส้เดือนถือลงมาข้างล่าง แม้ระหว่างทางจะพยายามหาที่ที่เหมาะ ก็ไม่เจอที่ใดที่แม้จอบ จะสามารถเจาะพื้นดินเข้าไปได้

   เมื่อผมเดินลงมาถึงพื้นราบ ก็พบแอ่งน้ำขังเล็กๆ ข้างอุโบสถซึ่งเกิดจากล้อรถที่ใช้ไถปรับพื้น ผมจึงปล่อยมันไว้ที่นั่น นี่อาจไม่ใช่สถานที่ที่มันจะมีชีวิตอยู่ได้ แต่ผมคิดว่า … อย่างน้อย ผมก็ได้ช่วยยืดอายุของมัน และหากมันตาย ก็หวังให้เกิดทุกขเวทนาน้อยที่สุด … อืมม! เข้าใจว่าการถูกมดรุมกัด ย่อมเป็นรสชาติที่ไม่น่าอภิรมย์นัก…

   แม้เป็นเพียงไส้เดือนดินตัวหนึ่ง แต่ผมกับรู้สึกว่าตัวเองมีค่า ;-) เพราะถือว่าการดั้นด้นขึ้นมาที่นี่ แม้ไม่ได้เจออะไร ก็ไม่เป็นสิ่งสูญเปล่าเสียทีเดียวนัก เพราะอย่างน้อยยยยย ผมก็ได้ช่วยชีวิตไส้เดือนตัวหนึ่ง หากผมไม่ขึ้นมาสิ …มันอาจเป็นความหมายที่ยิ่งใหญ่ สำหรับชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่งก็ได้ …

   คุ้มแล้ว… ผมรู้สึกเช่นนี้ ก็พร้อมที่จะเดินทางกลับ แม้จะค้างคาใจ ว่าโบสถ์อยู่ไหน? ;-)

   ยังไม่พบผู้คน ยังไม่พบผู้คนที่วัดเช่นเดิม เมื่อลงมาจากวัด ผมพบชาวบ้านเก็บพริกอยู่บริเวณทางขึ้น จึงอดถามหาอุโบสถไม่ได้ และทราบว่าที่วัดนี้ มีพระจำพรรษาอยู่เพียง 2 รูป หลังออกพรรษาแล้วสึกไป 1 รูป จึงหลืออยู่เพียง 1 รูป ผมเล่าว่าไม่พบใครอยู่เลย พี่สาวสองท่านนั้นจึงสันนิษฐานให้กับผมว่า ท่านคงอยู่บนเขา ข้างบนที่มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ผมจึงบอกว่าได้ขึ้นไปแล้ว แต่ก็ไม่พบใคร … “บนยอดที่มีพระใหญ่นั่งนะ?” พี่สาวคนหนึ่ง ถามอย่างไม่มั่นใจ … ผมตอบรับว่าใช่ ขณะที่เริ่มไม่มั่นใจ!? พี่สาวจึงสันนิษฐานต่อว่า คงจะถูกนิมนต์ไปที่อื่นมั้ง….

   ผมไม่มั่นใจ… ถ้าหากผมรู้ว่าข้างบนไม่มีใครอยู่เลย ผมจะกล้าเดินขึ้นไปบนเขาหรือเปล่า? เหตุเพราะผมทราบว่า ตนเองคิดอยู่ในใจเสมอ ว่าจะพบพระหรือญาติโยมบนนั้น จึงมิได้รู้สึกเปล่าเปลี่ยว เว้งว้างนัก … ผมไม่เข้าข้างตนเอง ผมตอบตัวเองได้ว่า ผมคงไม่มีขวัญกล้าพอ หรือคิดจะต่อกรกับความกลัวของตัวเองขนาดนั้น หากรู้ว่าข้างบนไม่มีใครอยู่เลย !!!? ;-D

   บริเวณนี้มีโบสถ์ อยู่หลังเดียว คือ หลังที่กำลังก่อสร้าง พี่สาวยังกระเซ้าผมว่า ถามทำไม จะมาช่วยสร้างหรือ? … ผมพินิจพิเคราะห์แล้ว ก็ให้นึกสงสารตัวเอง ผมมองเห็นอุโบสถเบื้องล่างดูสวยงามประหนึ่งเป็น อุโบสถที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว … เมื่อขึ้นมาถึงกลับเป็นอีกแบบ จึงดั้นด้นค้นหาไปทั่วบริเวณ…โอ้!

   สิ่งที่ผมพบเป็นไส้เดือนตัวหนึ่ง … ชีวิตของไส้เดือนตัวหนึ่ง … แต่ผมก็อิ่มใจที่ได้ช่วยชีวิตเล็กกกๆๆ นั้น ;-)

%%%%%

   กลับถึงบ้านก็เย็นย่ำ หลายคนเตรียม ทำกระทง รื่นเริงบันเทิงส่ง ลอยกระทงลงสาคร … พระจันทร์ ในวันเพ็ญ ลอยสวยเด่น เช่นสมร

เต็มพักตร์ ปักษ์โคจร แสงนวลอ่อน ย้อนเย็นใจ…!

   ขึ้นต้นมา หลายคนอาจคิดว่าผมจะเขียนเกี่ยวกับงานลอยกระทง หรือการลอยกระทงของตัวเอง ไปๆ มาๆ กลายเป็นเรื่องป่า เขา พงไพร และไส้เดือนไปซะนี่ …ก็อาจจะผิดหวังหน่อยนะครับ ;-) แต่ปีนี้ก็เป็นปีแรก ที่ได้ออกไปดูบรรยากาศงานลอยกระทงที่ตัวอำเภอ … ผู้คนเยอะแยะมากมาย ดูสนุกสนานดี มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อความบันเทิงพอสมควร อบอวลด้วยบรรยากาศ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยกระทงใบตอง … ก็แค่นี้แหละ ;-)

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

Version: เป็นเรื่องของ…เมื่อวาน ;-)

8 Responses to “เมื่อวาน…”

  1. 11arrows Says:

    แหม!…
    ซื้อต๋วหนัง แล้วให้เข้ามานั่ง ดูจอขาวๆ นี่นะ
    ฮาฮาฮาฮาฮา…โอย…

  2. pijika Says:

    คนคอมเม้นท์ ยาวกว่าอีก ฮ่าๆๆ

  3. J Says:

    รออยู่นะ

  4. chaba2550 Says:

    เมื่อวานซืน..คิคิ..

  5. Excalibur Says:

    …555 แบบว่าเครื่องแฮงค์บ่อยครับ สงสัยเรื่องนี้กว่าจะเสร็จ คงอีกหลายวัน !! ;-(

    (กว่าจะเขียนได้ ;-)

  6. singlemom Says:

    ออกจะงงๆ นึกว่าเป็นมุขเสียอีก
    แต่ก็ดีนะคะ--ให้ความรู้สึกน่าติดตามดี
    เครื่องดีเมื่อไหร่กลับมาร่ายต่อนะคะ

  7. อีนแซม/มาดูกระทง Says:

    กระทงสวยมากค่ะ ;-)

  8. xanax71 Says:

    จินตนาการตามสิ่งที่เล่า

    :)