preload
Excalibur's Blog!
Dec 22

   เมื่อวาน…มีสายเข้ามา จากเบอร์ที่จำไม่ได้..!! (แต่ปกติก็จำเบอร์ใครไม่ได้อยู่แล้ว..!!)

   สายดังกล่าวชิงวางไปก่อน… ปกติ ผมก็ไม่ชอบวิธีนี้ และไม่คิดจะโทรกลับ..!?

   แต่ก็เพราะหลังจากมือถือหาย และจำเบอร์ใครไม่ได้ ก็เลยจำเป็นต้องโทรกลับ เพราะไม่รู้ว่าเป็นเบอร์ใคร…ที่เรารู้จักหรือเปล่า…

   เมื่อโทรกลับ…จึงทราบว่าเป็นน้องสาวคนหนึ่ง ที่เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นโทรมาหา ก็รู้สึกดีใจที่เธอยังอุตส่าห์จำได้ และมีกะใจโทรมาทักทาย

.
   น้องสาวคนนี้เอง ที่ผมก็เลยเล่าถึง…ลงใน Mblog เก่า เพราะว่าเมื่อ 7 – 8 ปีก่อน เราก็เคยนัดกันไปจ่ายกับข้าว พอตกบ่าย ก็ไปทำอาหารกินกันที่บ้านของเธอ ก็ตามประสาผู้หญิงล่ะครับ เธอเป็นคนคล่องแคล่วในงานครัว ส่วนผมก็เป็นฝ่ายชิมตามระเบียบ …ผมก็ถามตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่ามาทำไม…เราเป็นอะไรกัน?!! หลังจากหนุงหนิงทำกับข้าวและอิ่มแบบสนุกสนานแล้ว พอตกค่ำแฟนเธอก็มาหาที่บ้าน…แบบมิได้นัดหมาย!!! ผมก็เลยรีบเผ่นกลับแทบไม่ทัน …เธอเดินมาส่งผมที่ป้ายรถเมล์ ผมยังนึกขำๆ แบบหวั่นๆ ว่า …นี่มันละครหรือหนังหรือไงหว่า! ;-)

   ที่อยู่จนค่ำ ไม่ใช่อะไรเพราะว่าหัวใจหาทางกลับ ไม่เจอ ;-P !@#$%^& แหม! นึกแล้วหวาดเสียวจริงๆ เลย ;-DDD แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้แต่งกับผม…เอ้ย!! ไม่ได้แต่งกับแฟนที่เป็นคนไทย แต่ไปแต่งงานมีครอบครัวกับคนญี่ปุ่น และไปใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นัน นานๆ จะกลับมา ตอนนี้ก็เป็นคุณแม่ลูก 3 ที่กำลังอยู่ในวัยน่ารัก หลายปีก่อนผมก็เคยไปรับเธอที่ดอนเมือง …เรียกว่ารับคงไม่ถูกซะทีเดียว เรียกว่าไปพบปะพูดคุยตามประสาคนรู้จักคุ้นเคยมากกว่า เมื่อคุยกันเสร็จก็แยกย้ายกัน …นับจากนั้นผมก็ยังไม่ได้เจอเธออีกเลย…

   บางทีความสนิทสนม ก็เป็นเรื่องแปลก … บางครั้ง ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด หรือแม้เราเองก็ยังลืมไปแล้ว … แต่เมื่อมีโอกาสพบหน้าความคุ้นเคย … ความสนิทสนมก็มักจะโผล่มาทักทายด้วยเสมอ ;-)

####

   หลังจากเริ่มทดลองใช้โปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ก็ปรากฏว่ายอดขายดีขึ้น … ขึ้นมาจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยัน พฤติกรรมผู้บริโภคและเทคนิคทางการตลาดแบบง่ายๆ ว่ายังสามารถใช้ได้อยู่เสมอ … เปล่า! ผมไม่ได้เรียนหรือมีความรู้ด้านการตลาด เพียงแต่ผมกำลังจะบอกว่าการ ลด แลก แจก แถม สมนาคุณ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ(จ่าย) ของผู้บริโภคแทบทั้งสิ้น ;-)

   บางครั้ง เราก็ไม่รู้ว่าเราเป็นเหยื่อ บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าระหว่างคนขายกับคนซื้อ ใครฉลาดกว่าใคร… ;-)

   เปล่าหรอก! เราก็แค่เพียงแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน… ;-)

####

   พูดเรื่องการขับรถ…(มอเตอร์ไซค์) ขับขึ้นเขา กับขับลงเขา … ก็เหนื่อยพอๆ กัน แต่ผมว่าขับขึ้นเขาเหนื่อยกว่า …เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของผมมันจะหมดแรงเอาดื้อๆ ได้ และการฝืนแรงโน้มถ่วงของโลก ก็เป็นอะไรที่…เหนื่อย…!! แต่ขับลงเขา…เบรคเหนื่อย…เกียร์เหนื่อย หวาดเสียวเหนื่อย ;-)

   ฟังดู…ลงเขาน่าจะเหนื่อยกว่า เพียงแต่ถ้าให้ผมเลือกผมเลือกลงเขาเหนื่อยน้อยกว่าก็แล้วกันนะครับ (มอเตอร์ไซค์ ;-)

   การขับรถ…ยนต์ ก็นับเป็นศาสตร์ได้อย่างหนึ่ง ผมขับรถยนต์ก็ยังไม่เป็น แต่ผมว่าขับรถลงเขาเหนื่อย(อันตราย)กว่า ขับขึ้นเขา เท่าๆ ที่อ่านมา การขับรถยนต์ขึ้นเขา กับขับลงเขาก็ยากพอๆ กัน ยากคนละแบบ แต่การขับรถยนต์ลงเขานั้นอันตรายจริงๆ …ทำไมผมรู้? เพราะผมขับมอเตอร์ไซค์ก็…อะยึ๋ยยึ๋ยยย เช่นเดียวกัน แล้วคิดดู รถยนต์จะขนาดไหน? ;-) (เขาในที่นี้หมายถึงทางชันๆ โค้งๆ อย่างเช่น ขึ้นเขาใหญ่ ไต่ดอยอินทนนท์ วกวนสู่เมืองสามหมอก … อะไรเทือกนี้นะครับ ไม่ใช่ขึ้นและลงสะพานปิ่นฯ อะไรแบบนั้น… ;-)

   รถยนต์ ก็มีมีทั้งเกียร์แม่นวล กับเกียร์อาโต … คนที่ขับแม่นวล กับคนที่ขับอาโต ก็ต้องใช้ทักษะต่างกันในแต่ละแบบ บางคนบอกว่า ไม่เห็นยากอะไรเลย… ก็ขับๆๆๆ ลงมาๆๆๆ ไม่เห็นเป็นไรเลย แต่หารู้ไม่ว่า …การใช้เกียร์ การใช้เบรค ในการขึ้นเขา-ลงเขานั้น มีผลต่อ …ความถูกต้อง ความปลอดภัย และสิ่งที่บางคนลืมไปก็คือ…อายุการใช้งานของเครื่อง หรือของรถ ลงเขามาอาจลงมาถึงเหมือนๆ กัน แต่ถ้ารถมันเลือกได้ มันคงจะเลือกคนขับที่ใช้งานมันเป็น(ถูกต้อง)มากที่สุด ;-) …และนั่นหมายถึง…ทักษะการขับรถยนต์ ที่ต้องอาศัยทั้งความรู้(ทฤษฎี)และประสบการณ์(ปฏิบัติ) ผมจึงกล่าวว่า การขับรถยนต์นับว่าเป็นประสาท…เอ้ย! เป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง

   ที่พูดมาทั้งหมด ผมจะสอนเรื่องการขับรถหรือ? เปล่าหรอกครับเพราะขับไม่เป็น ;-D แต่หลายๆ คน คงจะเคยได้ยินนิทานเรื่อง รถเกียร์อาโต กลิ้งอยู่ข้างทางขึ้นเขาบ่อยๆ ทำไม??? แล้วเกียร์แม่นวลกลิ้งบ้างไม่ได้หรือ??

   เปล่าหรอก! เพียงแต่ช่วงนี้ หน้านี้ เป็นฤดูที่เรียกว่าการท่องเที่ยว หลายๆ คน ก็ชอบขับรถขับเรือ ไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ หรือแม้แต่เป็นผู้โดยสาร เพราะฉะนั้นเรื่องทักษะการขับรถยนต์+กับขับขี่อย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกก จึงอารัมภบทเรื่องนี้ไว้ ;-) …ผมว่าขับรถยนต์ได้ กับขับรถยนต์เป็นนั้น…ไม่เหมือนกัน…!!

    คนขับรถเกียร์ออโต้ บอกผมหน่อยสิว่า D… L R P N พวกนี้มันมีความหมาย และใช้งานยังไง? ;-)

###

    นี่ว่าจะพูดเรื่อง มุมมองการเติบโตทางธุรกิจ ต่ออีก แต่คิดดูแล้ว ยกไปไว้โอกาสหน้าก็เลี่ยวกังครับบบ ;-DP

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

Version: มั่วๆ…โม้ๆ ;-)

5 Responses to “เพื่อนเก่า…”

  1. D-2-L-R-P-N Says:

    D = เกียร์เดินหน้าปกติ
    2 = ทดกำลังเพิ่มเป็น 2 เท่า (ขึ้นสะพานที่มีความลาดชันพอสมควร)
    L = ใช้กับทางลาดชันมาก ๆ (ขึ้นเขา,ลงห้วย ไม่ชันมากก็ไม่ควรใช้)
    R = เกียร์ถอยหลัง
    P = จอด
    N = เกียร์ว่าง

  2. aprilmyhomes Says:

    พูดเรื่องเพ่อนเก่า อยู่ดี ๆ สุดท้ายจบลงตรงเกียร์ออโต้ ^^ ดีจัง ขอบคุณความเห็นที่ 1 นะคะ สำหรับข้อมูล

  3. supanika Says:

    ความสนิทสนม….ที่บางครั้งเราทำมันหายไป
    หรือเราทำใครตกหล่นไปกับกาลเวลา

    ขับมอไซไม่เป็นค่ะ ขับเป็นแต่รถเกียร์ออโต้ นอกนั้น น่ากลัวหมด
    ไม่คิดจะขับรถขึ้นลงเขาค่ะ เพราะแค่ถนนในเมืองดิฉันก็แทบจะบ้าแล้ว

    สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้ไป “ทำหล่น” ไว้กับใคร

  4. J Says:

    ดอกนี้ ใช่มั๊ย ถ้าใช่ คือเอื้องกุหลาบกระเป๋าปิด เป็นกล้วยไม้แท้(ป่า)ออกดอกปีละครั้ง มีกลิ่นหอม สีตามในภาพค่ะ ขาว-ม่วงอมชมพู

  5. J Says:

    ภาพไม่ขึ้นอะ ลองอีกทีนะ ถ้าไม่ผ่านรอดูที่เมล์ค่ะ