…a t h e n a z

.. . The society that loses its grip on the past is in danger, for it produces men who know nothing but the present, and who are not aware that life had been, and could be, different from what it is.

ความเป็นไท : สมเด็จพระปิยะมหาราชทรงมอบ

October23

 

 

 

 

 

 

.

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระพุทธเจ้าหลวง

ทรงเป็นรัชกาลที่ ๕ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระบรมราชสมภพเมื่อวันอังคาร เดือน ๑๐

แรม ๓ ค่ำ ปีฉลู ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๙ ในพระบาทสมเด็จ

พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นองค์แรกในสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ เสวยราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี

เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีมะโรง (พ.ศ. ๒๔๑๑) รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๔๒ ปี เสด็จสวรรคต

เมื่อวันเสาร์ เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ ปีจอ ตรงกับวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ด้วยโรค

พระวักกะ รวมพระชนมพรรษา ๕๘ พรรษา

 

 

 

 

 

 

ย้อนไปกว่าร้อยปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงมีพระวิสัยทัศน์ทอด

ยาวมายังสยามประเทศในวันนี้ พระองค์ทรงเล็งเห็นการไกล     เลือกแนวทางปฏิรูประบบราชการ

(คอฟเวอร์เมนท์รีฟอร์ม) แทนการสร้างประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่มีพรรคการเมืองเป็นสถาบันหลัก

ตามที่ปรากฏชัดเจนใน “พระบรมราชาธิบายว่าด้วยความสามัคคี” ซึ่งอาจถือว่าเป็นการโต้ตอบผู้ที่เห็น

ว่าควรนำการปกครองของยุโรปมาใช้เพราะเชื่อว่าความเจริญของชาวยุโรปเป็นเพราะปกครองด้วย

ระบบรัฐสภา มีพรรคการเมืองไว้เป็นที่โต้เถียง ออกความเห็นเกี่ยวกับการปกครองบ้านเมือง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงชี้ให้เห็นว่า ชาวยุโรปใช่ว่าจะมีความสามัคคีกัน

ส่วนมากคิดเอาเองเห็นตามคนพูด พระองค์ทรงกล่าวว่าเป็นความเข้าใจผิดว่า หากต้องการให้ประเทศ

เจริญ “จำเป็นจะต้องมีปาลิเมนต์ที่ราษฎรประชุมปรึกษาราชการ และผู้คิดการบ้านการเมืองนั้น

จะต้องเป็นสองพวกสามพวกในความคิดเห็นต่างกันเหมือนประเทศทั้งปวง เพราะเมืองไทยไม่ยอม

ให้มีความเห็นต่างๆกัน เป็นพวกเป็นเหล่าพูดได้คิดได้ตามใจ บ้านเมืองจึงไม่มีความเจริญเหมือน

ประเทศยุโรป…….”

 

 

 

 

 

 

พระองค์ทรงเห็นอีกว่าการจะให้รัฐสภาและพรรคการเมือง มีบทบาทในการสร้างความเจริญให้บ้าน

เมืองนั้น จะต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นเวลานาน ดังที่ทรงกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า

 

 

 

 

 

 “ส่วนความเห็นท่านพวกที่รู้การในประเทศยุโรปละเอียดนั้น    เห็นว่าเพราะเขามีปาลิเมนต์ที่ประชุม

ใหญ่     มีโปลิติกัลปาตี   คือพวกคิดราชการมีความเห็นต่างกันสำหรับที่จะโต้ทานกันและกัน เมื่อคนเป็น

อันมากได้พูดจาโต้ทานกันด้วยฝีปากจนสุดปัญญา การที่จะสำเร็จในปลายมือนั้นคงจะเป็นการที่ได้คิด

เหมือนหนึ่งกับกรองจนใสละเอียดแล้ว ด้วยผู้คิดดีกว่ากันคงต้องชนะกัน การอันนี้ก็เป็นการมีคุณดีจริง

แต่เป็นการมีคุณดีมากแต่ในยุโรปซึ่งเกิดขึ้นโดยความจำเป็นต้องมีขึ้น และได้ฝึกหัดต่อๆมาหลายร้อยปี…”

 

 

 

 

 

 

 

“Le petit Journal” ฉบับลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๓๖  พระบรมฉายาลักษณ์

 

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และพระบรมราชินีนารถ

 

 

 

 

 

“แต่จะเอามาใช้ในเมืองไทยคงไม่เป็นการถูกกันเลย ด้วยพื้นเพ การงานทั้งปวงไม่เหมือนกัน

เหมือนหนึ่งจะไปลอกเอาตำราทำนาปลูกข้าวสาลีในเมืองยุโรป มาปลูกข้าวจ้าวข้าวเหนียวใน

เมืองไทยจะไม่ได้ผลอันใด …….”

 

 

 

 

 

 

“ถ้าจะตั้งโปลิติกัลปาตี พวกคิดราชการก็จะมีได้ แต่พวกละเก้าคนสิบคนหรือสี่ห้าคน   แต่ยังมีพวกอื่นอีก

ที่เป็นอย่างเก่าๆอยู่นั้นตั้งร้อย พวกที่ถือว่าเป็นโปลิติกัลปาตี ทั้งสองสามพวกก็ต้องเห็นต้องดูถูกคนทั้งร้อย

นั้นว่าเป็นเลขเข้าเดือนไปหมด เพราะเหตุที่คนตั้งร้อยนั้นไม่มีความรู้ทุนรอนอันใด และไม่มีความชอบใจ

เห็นด้วยในความคิดนั้นทั้งสองอย่าง จึงตัดสินใจตัวเองว่าจะเป็นพวกไหนไม่ได้ เพราะฉะนั้นในพวก

โปลิติกัลปาตี มีข้างละเก้าคนสิบคนนั้น       แต่ชั่วจะเข้าทำการเป็นคอเวอนเมนต์ก็ไม่พอ คงจะมีพวก

ออปโปสิชั่นมากอยู่เสมอ เพราะเหตุที่ท่านพวกซึ่งเข้าพวกใดไม่ได้ ต้องเป็นเลขอยู่หลายร้อยนั้น

จะต้องเป็นออปโปสิชั่นเพิ่มพวกที่เป็นออปโปสิชั่นจริงๆ โดยความไม่เข้าใจว่าไปทางไหนอยู่เป็นนิจ

เพราะฉะนั้นการอันใดจะสำเร็จไปได้เพราะเหตุที่โปลิติกัลปาตีในเมืองไทยนั้นได้น้อย มาก หรือไม่ได้เลย

เพราะภูมิพื้นบ้านเมืองไม่พอกันกับการนั้น มักจะชักให้เกิดความแตกร้าววิวาทกันอันไม่เป็นประโยชน์”

 

 

 

 

 

 

และในอีกตอนหนึ่งของพระราชดำรัส ทรงย้ำสรุปว่า เมื่อความคิดพวกนั้นพวกนี้แตกต่างกัน ทำให้

เกิดทิฐิ    ไม่ยอมฟังคำทักท้วงใดๆ ในความคิด    หรือความคิดที่ดีกว่าของตน ต้องอาศัยผู้รู้ก็ยาก

ที่จะยอมรับ

 

 

 

 

“เพราะฉะนั้นจะป่วยการกล่าวไปถึงความคิดที่จะตั้งปาลิเมนต์ ขึ้นในหมู่คนซึ่งไม่มีความรู้พอที่จะคิด

ราชการ และไม่เป็นความต้องการของคนทั้งปวง นอกจากจะเอาอย่างประเทศยุโรปเพียงสี่ห้าคน

เท่านั้น หรือจะมีโปลิติกัลปาตี พวกคิดราชการเป็นพวกเป็นเหล่า ซึ่งจะมีผู้ที่อยากเป็นไม่เกินยี่สิบ

สามสิบคน อันจะแบ่งออกเป็นสองพวกก็คงจะอยู่ในสิบสี่สิบห้าคนลงมา จะต้องเป็นทั้งผู้คิดผู้ทำตลอด

ราชอาณาเขต ที่ไหนจะทำการตลอดไปได้ ถ้าจะจัดตั้งปาลิเมนต์หรือให้เกิดมีโปลิติกัลปาตีขึ้นในเวลา

ที่บ้านเมืองยังไม่ต้องการดังนี้ ก็จะมีแต่ข้อทุ่มเถียงกันจน การอันใดไม่สำเร็จไปได้ เป็นเครื่องถ่วง

ให้บ้านเมืองมีความเจริญช้า……”

 

 

 

 

 

พระองค์ทรงตระหนักดีว่า รัฐสภา (ปาลิเมนต์) และพรรคการเมือง (โปลิติกัลปาตี) นั้น เป็นสถาบัน

ที่มิได้มีอยู่ในประเพณีการปกครองของไทย หากจะนำเข้ามาใช้ย่อมจะมีปัญหาที่จะหาคนที่มีความรู้

ถึงบทบาทและการดำเนินงานของพรรคการเมืองจริงๆ มาก่อตั้งพรรค ซึ่งก็ทรงเห็นว่าคงเป็นการยาก

ที่จะดำเนินงานได้สำเร็จ แต่กลับจะทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก และผู้นำของไทยในสมัยต่อมา

จนกระทั่งปัจจุบัน รวมทั้งข้าพเจ้าเอง  ก็เห็นด้วยกับพระราชดำรัสนี้เป็นอย่างยิ่ง     พระองค์ทรงมี

พระวิสัยทัศน์เล็งเห็นหายนะเกิดแก่บ้านเมืองด้วยเหตุแห่งความไม่ตระหนักในบทบาทอันสำคัญและ

จริยธรรมพึงมีของนักการเมือง

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก บันทึกแทนใจทาสในเรือนเบี้ย

 

ในที่สุดก็มาถึงวาระของอิสรภาพและค่าแห่งความเป็นมนุษย์ของปวงชนชาวไทย

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระปิยะมหาราช

จากการตราพระราชบัญญัติลักษณะเลิกทาส ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ. ๒๔๔๘)

ให้คงความเป็นไทไว้ป็นสัญลักษณ์สำคัญประการหนึ่งของชาติ

พระองค์ได้ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจในเรื่องการเลิกทาสเป็นเรื่องยากยิ่ง

ด้วยเพราะประชาชนมนมีฐานะในสมัยก่อนมีทาสรับใช้เป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะขุนนางข้าราชการทั้งหาลาย

และคงได้สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากแก่หลายฝ่าย

 

 

 

แต่พระองค์ทรงดำเนินการอย่างแยบคาย ค่อยเป็นค่อยไป

 

ทำให้การเลิกทาสสำเร็จราบรื่น

 

สมเด็จพระปิยะมหาราชเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย

 

ที่ได้ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจที่สำคัญนานัปการ

 

พระองค์จึงยังคงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยแม้เวลาผ่านมากว่า ๑๐๐ ปี

 

 

 

 

บันทึกแทนนักเรียนนอก: พระราชดำรัสของสมเด็จพระปิยะมหาราช

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” (…)ฉันเห็นว่าความเห็นที่ควรจะนับว่าพึงได้ในการมายุโรปนั้น แบ่งเป็น ๔ ประการ”

 

 

คือเห็นชีวิตร์ในยุโรปเปนไปอยู่ประการใด ๑ 

 

เห็นที่เกิดทรัพย์แลสิ่งใดเป็นทรัพย์ ๑  


เห็นกำลัง คือ การที่จะทำร้ายฤๅต่อสู้ศัตรู ๑ 

 


เห็นความสนุกทั้งหลายอันมีอยู่ประการ ๑ (…)”

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณลิงค์: ยุโรปกับสมเด็จพระปิยมหาราช

http://www.arts.chula.ac.th/~complit/salon/salon10 europe.htm

 

บันทึก athenaz

by posted under Uncategorized | 115 Comments »    
115 Comments to

“ความเป็นไท : สมเด็จพระปิยะมหาราชทรงมอบ”

  1. October 23rd, 2012 at 8:47 pm       athenaz Says:

    Credit/Thanks for London Festival Orchestra :
    Jupiter, the Bringer of Jollity: The Planets: Gustav Holst


  2. October 23rd, 2012 at 11:00 pm       siwaya2517 Says:

    เยี่ยมค่ะ..


  3. October 23rd, 2012 at 11:36 pm       athenaz Says:

    ขอบคุณคำทักทายที่สั้นๆ กระชับแวะมาฝากให้
    คิดถึงนะคะ – Good Night ka Siwaya … xxx


  4. October 24th, 2012 at 12:31 am       athenaz Says:

    เวลา ๑๖.๔๕ น.(๑๘ ต.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลงจากชั้น ๑๖ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ทรงทอดพระเนตรพลับพลาประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุ้ม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรส ที่หน้าโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ สถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช สร้างขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานกำเนิดโรงพยาบาลศิริราช และพระราชทานพระนามพระราชโอรสที่สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์เป็นชื่อโรงพยาบาล


  5. October 24th, 2012 at 1:01 am       athenaz Says:

    พระเมตตาพระพุทธเจ้าหลวง กว่า ๑๐๐ ปี …
    ทรงมอบเสรี ปลดพันธนาการ 'ทาสในเรือนเบี้ย'
    ______________________________

    ๐ ปิยะ สยามินทร์ ……….กษัตริย์ถิ่น สยามเรือง
    ดำรง ดำริเรื่อง …………..พสกเรือง เฟื่องวิญญาณ

    ๐ ทรงคง ดำรงมุ่ง……….ใฝ่ผดุง ราษฎร์สราญ
    ทรงปลด พันธการ……… อิสระมี สรีคง

    ๐ ทรงปราชญ์ ประกาศพ้อง ……. ปรัชญาซ้อง แสวงจง
    ทวยราษฎร์ อาจจำนง ………….. สิ่งประสงค์ คงวิชา

    ๐ ทรงรักษ์ ปักเขตแดน ………….ภูมิแผ่น ธุลีตรา
    ดินไทย ปันปกท้า ……………… ธ แลกมา สดุดี

    ๐ เยือนถิ่น อำนาจใหญ่ ………… ยุโรปไกล สง่าศรี
    ทรงสาน ธ ไมตรี …………………สดุดี พสุธา

    ๐ ราชกิจ กษัติร์ไทย…………… มหาไท้ พระราชา
    เอกองค์ กษัตรา …………………..คุณานับ สดับยล

    ๐ เหล่าราษฎร์ ทาสพระบาท……..วโรกาส ปิยะถกล
    เป็นไท ไป่ขัดสน………………….ตระหนักล้น พระเมตตา

    อะเธนาส รัอยกรอง


  6. October 24th, 2012 at 4:26 am       septimus Says:

    ข้าเจ้าอ่านยังไม่่ทันจบคะคุณพี่

    พอเห็นแค่นี้ “ผู้ที่เห็น
    ว่าควรนำการปกครองของยุโรปมาใช้เพราะเชื่อว่าความเจริญของชาวยุโรปเป็นเพราะปกครองด้วย
    ระบบรัฐสภา มีพรรคการเมืองไว้เป็นที่โต้เถียง”

    ข้าเจ้านึกอยากนั่งไทม์แมชชีนกลับไปอัดพวกมันคะ
    “พวกหูหนวกตาบอด เลี้ยงเสียข้าวสุก ที่พวกแกรไปเห็นเค้าเจริญนั่น ไม่ใช่เพราะมีพรรคการเมืองและมีการปกครองด้วยระบบรัฐสภา แต่พวกเค้าอัดความรู้สู่ชุมชนพลเมืองเค้าขนานใหญ่ รื้อระบบไม่รู้หนังสือ ให้รู้ให้อ่านให้คิดเป็นทั้งหญิงทั้งชาย ตั่งหากฟระ”

    ขอเม้นท์แค่นี้ก่อนนะค้า เดี๋ยวข้าเจ้าเข้ามาอ่านต่อค่า
    มอร์นิ่งค่ะคุณพี่ xxxx

    ^____*


  7. October 24th, 2012 at 11:36 am       septimus Says:

    Photobucket

    พระองค์ทรงพระอัจฉริยะ ทรงเล็งเห็นเบื้องลึกแห่งจิตสันดานพสกนิกรของพระองค์ทุกกลุ่มเหล่า ทรงเข้าพระทัยความเป็นไปของต่างบ้านต่างเมืองต่างเผ่าอย่างแท้จริง…

    เมื่อผ่านการวิเคราะห์กลั่นกรองของพระองค์เองแล้ว จึงทรงพระราชทาน อิสระ ให้แก่คนสยามทั้งหมดทุกคนก่อนเป็นบันไดชั้นแรก

    ถึงวันนี้พวกเราที่ช่างโชคดีที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบารมีในแผ่นดินของพระองค์ ต้องหันหน้ามาถามกันนะคะคุณพี่ ปากท้องของตนเองดูแลกันได้แล้วรึยัง มีใครยังต้องฝากฝีฝากไข้ไว้ในมือผู้อื่นอีกมั้ย ความก้าวหน้าความผาสุกของชาติกำลังรอให้มาช่วยกันพายช่วยกันเข็นช่วยกันสะสางให้ไปถึงจุดแห่งความเจริญที่พระองค์ทรงตั้งธงไว้


  8. October 24th, 2012 at 3:03 pm       athenaz Says:

    6 ท่านทรงมีพระวิสัยทัศน์ยาวไกล ทรงรู้ได้ว่าพวกที่พูดอย่างนี้ คิดเยี่ยงนี้ ยังมีคนดีศรีชาติ มีปัญญารู้ว่าที่คนเหล่านั้นพูด เป็นเรื่องเขลา เป็นไปยังไม่ได้ในสังคมที่เราหาได้คิดสาระตะด้วยตัวของจัวเอง …

    พระองค์ท่านอาจพอรู้ว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับคนเขลาเหล่านั้น เมื่อได้มาเกิดยุคนี้ ก็อยากนั่งไทม์แมชีนกลับมาจัดการ …. แต่ถึงแม้ไม่ได้นั่งกลับไป ในปีนี้ ยุคนี้ กลับมีคนเก่าๆที่คิดเยี่ยงนั้น ผ่าเหล่ากลับมาเกิดยั้วเยี้ยไปหมดค่ะ และพวกนี้ก็มีสันดานรวใกันโกง แบ่งกันกิน รุมแทะ รุมทำลายชาติไทยที่บูรพกษัตริย์ทรงสร้างมาให้พสกนิกรของพระองค์


  9. October 24th, 2012 at 3:40 pm       athenaz Says:

    7
    พี่ได้อ่านเรื่องนี้ผ่านตามานานา นึกอยากรวบรวมส่วนที่พระองค์ทรงตรัสไว้ สิ่งนั้นได้กลายเป็นพระราชดำรัสประวัติศาสตร์ที่ทรงมอบไว้แก่ประวัติศาสตร์การเมืองไทย พระองค์ท่านเสด็จประพาสยุโรปหลายครา แต่ละครั้งมีนัยยะสัมพันธไมตรีทางการเมือง การอยู่เคียงมหาอำนาจที่นักล่าอาณานิคมยำเกรง เช่น รัสเชีย สมัยพระเจ้า ซาร์นิโคลัสที่ 2 ที่พวก colonialism ออกจะเกรงใจ ไม่เท่านั้น ยังได้เสด็จพร้อมพระราชโอรสเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิส …………..

    Seated from left to right, Crown Prince Maha Vajirunhis of Siam, the Tsarevich Nicholas Aleksandrovich of Russia, King Chulalongkorn (Rama V)
    ________________

    A great friendship between the King and the Tsar, and of Siam and Russia. Later on, King Chulalongkorn made a visit to Russia and sent a son, HRH Prince Chakrabongse to study in Russia under the care of the Tsar. The friendship between the two countries consequently put Siam on the map.

    It was also King Chulalongkorn's visits to Europe, and his friendship with the powerful countries that made Siam an acceptable, as well as an exotic ally.


  10. October 24th, 2012 at 3:48 pm       athenaz Says:

    ขอบคุณข้อความหลังธนบัตรที่สงมา พี่ไม่เคยสังเกตเลยค่ะ ต้องหยิบขึ้นมาขยายดู

    ”ประเพณีทาสที่มีอยู่ในพระราชอาณาจักรสยาม ถึงเป็นวิธีทาสทำสารกรมธรรม์ ขายตัวด้วยใจสมัคร
    มิใช่ทาสเชลย ที่เป็นการกดขี่อย่างร้ายแรงก็จริง แต่เป็นเครื่องกีดขวางทางเจริญ ประโยชน์และสุขสำราญ ของมหาชนอยู่อย่างหนึ่ง
    ซึ่งจำเป็นจะต้องเลิกถอน อย่าให้มีประเพณีทาสในพระราชอาณาจักรนี้ กรุงสยามจึงจะมีความสมบูรณ์เท่าทันประเทศอื่น”

    ด้วยซาบซึ้ง ระลึกในพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น


  11. October 24th, 2012 at 8:01 pm       prypilas Says:

    พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพ
    และสายพระเนตรที่มองอนาคตด้วยความเข้าใจ
    บ้านเมืองเราที่พัฒนาอย่างทุกวันนี้
    ก็ด้วยพื้นฐานที่พระองค์ทรงวางไว้ให้ทั้งสิ้น

    เป็นบทความที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ครับพี่สาว :)


  12. October 24th, 2012 at 9:24 pm       Tanya x Says:

    ความเจริญทั้งหลายในปัจจุบัน พระองค์ทรงเป็นส่วนสำคัญทีปูพื้นฐานไว้คะ

    สวัสดีจากฤดูใบไม้ร่วงในคอทส์โวลด์คะซิส ขอบคุณความห่วงใยและเม้นท์ดีๆ
    love xxx


  13. October 24th, 2012 at 9:25 pm       Tanya Says:
  14. October 25th, 2012 at 9:14 am       nokhasee Says:

    ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น


  15. October 25th, 2012 at 11:26 am       Leelawadee2u Says:

    ดีใจอย่างสุดซึ้ง และระลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

    สยามประเทศ…ประเทศไทย ทุกคนเป็นไท เลิกทาสมานานแล้ว…แต่ก็ยังมีบางคนบางกลุ่มยอมตกเป็นทาส…ไม่รู้เพราะอะไรนะคะพี่นิด

    คิดถึงนะคะพี่ :-)


  16. October 25th, 2012 at 6:26 pm       Tweed Says:

    พี่เอที เป็นบล็อกที่ดีมากๆเลยค่ะ อยากให้คนไทยสนใจประวัติศาสตร์ชาติเรากันเยอะๆ มีอะไรๆให้น่าศึกษาเยอะเลยนะคะ อย่างข้อมูลตรงนี้ยังไม่เคยได้อ่านเลยค่ะ มาอยู่อังกฤษสิบกว่าปี ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของอังกฤษเยอะมาก เพราะเค้ามีสารคดีประวัติศาสตร์เยอะมากและทำได้อย่สงน่าติดตาม โดยนักประวัติศาสตร์เก่งๆหลายคน อยากให้บ้านเรามีสารคดีประวัติศาสตร์เยอะๆ จะได้เข้าใจคุณค่ามรดกชาติไทยทุกวันนี้มีมาอย่างไร


  17. October 25th, 2012 at 8:56 pm       normally Says:

    ได้รับของจากสมควรแล้วขอรับ กำลังหาทางส่งให้บัวธรรม

    และสำหรับเรื่องราวกำลังนี้….

    ล้วนสุดยอดทั้งสองกรณีเลย….ขอบคุณท่านอะเธนาสขอรับขอบคุณยิ่ง


  18. October 26th, 2012 at 12:17 am       athenaz Says:

    สวสัดีรอบดึกท่านรุ่งที่รักยิ่งค่ะ
    ดีใจที่ได้ของที่ฝากไว้ให้ทั้งสองท่านแล้วค่ะ ได้ทานขนมแบบแมคโครไปโอติคที่ใส่งาด้วยหรือยังคะ รสชาดอาจจืดๆ แต่อุดมด้วยงา แป้งข้าวกล้อง ไขมันต่ำ เพื่อสุขภาพก็จะไม่หวานนะคะ

    ยินดียัิิ่งที่ได้ฝากของไว้ให้กัน เตรียมมิตรไมตรีสัมพันธ์ไว้ให้เจ้าถิ่นปากช่องค่าาา xxx


  19. October 26th, 2012 at 12:40 am       athenaz Says:

    ขอบคุณคุณ Tweed ที่เข้ามาร่วมแชร์ และคำชมค่ะ

    ประวัติศาสตร์ของเราแม้เป็นช่วงปีที่ย้อนหลังไปไม่นานมาก ดูเหมือนหนึ่งว่าผู้คนจะลืมเลือน ไม่รู้ ไม่เห็น เราสนใจสิ่งดีๆที่บูรพกษัตริย์ / บรรพบุรุษร่วมกันดำรงไว้ให้คนรุ่นหลังน้อยไป ทั้งที่เราก็มีของดีไม่ด้อยกว่าชาติอื่นใดในโลกนี้ค่ะ


  20. October 26th, 2012 at 7:13 am       บัวธรรม สะแบงพง Says:

    สยามมินทร์ พระอินทร์องค์
    ธ ดำรง ประสงค์สรร
    สยามถิ่น สุขีมั่น
    และยั่งยืน ลุกัปกาล
    พระธรรมนำ และกรรมก่อ
    มิทดท้อ สิทนทาน
    สยามจึ่ง เจริญนาน
    พระทุ่มเท และโถมทำ


  21. October 26th, 2012 at 10:07 am       athenaz Says:

    สวัสดีค่ะนัท

    หากพระองค์รับรู้ได้ คงโทมนัสยิ่งที่ทรงได้ให้อิสระ ปลดพันธนาการ เลิกทาสมานาน…แต่แผ่นดินไทยก็ยังมีบางคนบางกลุ่มยอมตกเป็นทาส…ด้วยความไร้เหง้า อกตัญญูแผ่นดิน

    อีกหากพระองค์รับรู้ได้ถึงหัวใจคนรักชาติ ศาสน์กษัตริย์ ปกป้ององภูมินทร์ พระองค์คงทรงดีพระทัยที่ได้รักษาประเทศไว้ยาวนานมาถึงยุคนี้

    ด้วยพระเมตตาบารมี เราจึงได้มีวันนี้ที่ภูมิใจในความเป็นชาติค่ะ


  22. October 26th, 2012 at 10:17 am       athenaz Says:

    #14 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณค่ะ นก

    O แดนสยาม ยามนี้ ร้อยปีผ่าน
    โลกจำจาร งานพระองค์ อันทรงค่า
    เหมือน ทรง อยู่ คู่รัฐพัฒนา
    พระปรีชา ประกาศ ประวัติศาสตร์ไทย

    O น้อมถวาย ราชสดุดี ภูมีเจ้า
    “องค์จุลจอมเกล้า” เจ้าแผ่นดิน ปิ่นสมัย
    ยอพระเกียรติ เกริกก้อง ซ้องเกรียงไกร
    ราษฎร์รวมใจ รวมสำนึก….รำลึกคุณ

    อะเธนาส ร้อยกรอง


  23. October 26th, 2012 at 10:41 am       athenaz Says:

    # 12 ธัญญาคะ

    พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตีไปยังแดนไกลดังในภาพค่ะ

    ทรงเสด็จ ณ ประเทศอังกฤษพร้อมพระราชโอรส ใน พ.ศ. ๒๔๕๐

    …………..

    การเสด็จประพาสเป็นพระราชกรณียกิจที่สำคัญอันหนึ่งของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังที่กล่าวมาแล้วว่า ระหว่างที่ยังมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้นก็ได้เสด็จประพาสชวา และอินเดีย เพื่อดูแบบอย่างการปกครองที่ชาวยุโรป นำมาใช้ในเมืองขึ้น เพื่อนำมาแก้ไขดัดแปลงใช้ในประเทศของเราบ้าง และการก็เป็นไปสมดังที่พระองค์ได้ทรงคาดการณ์ไว้ เพราะได้นำเอาวิธีการปกครองในดินแดนนั้น ๆ มาใช้ปรับปรุงระเบียบการบริหารอันเก่าแก่ล้าสมัยของเรา ซึ่งใช้กันมาตั้ง ๔๐๐ ปีเศษแล้ว

    เมื่อได้เกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสแล้ว ก็ได้เสด็จประพาสยุโรป ๒ ครั้ง ในปี พ.ศ.๒๔๔๐ ครั้งหนึ่ง และในปี พ.ศ.๒๔๕๐ อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ตลอดจนประเทศฝรั่งเศสด้วย

    ในการเสด็จประพาสทวีปยุโรปครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๐ ได้มีกระแสพระราชปรารภมีข้อความตอนหนึ่งว่า พระองค์ได้เสด็จไปนอกพระราชอาณาเขตหลายครั้งคือ เสด็จประพาสอินเดีย พม่ารามัญ ชวาและแหลมมลายู หลายครั้ง ได้ทรงเลือกสรรเอาแบบแผนขนบธรรมเนียมอันดีในดินแดนเหล่านั้นมาปรับปรุงในประเทศให้เจริญขึ้นแล้วหลายอย่าง แม้เมืองเหล่านั้นเป็นเพียงแต่เมืองขึ้นของมหาประเทศในทวีปยุโรป ถ้าได้เสด็จถึงมหาประเทศเหล่านั้นเองประโยชน์ย่อมจะมีขึ้นอีกหลายเท่า ทั้งจะได้ทรงวิสาสะคุ้นเคยกับพระมหากษัตริย์ และรัฐบาลของประเทศน้อยใหญ่ใน ยุโรปด้วย เป็นทางส่งเสริมทางไมตรีให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงได้ทรงกำหนดเสด็จพระราชดำเนินในวันที่ ๗ เมษายน ร.ศ.๑๑๖ (พ.ศ.๒๔๔๐) มีกำหนดเวลาประมาณ ๙ เดือน

    การเสด็จประพาสต่างประเทศ ในขณะที่เสวยราชสมบัติระยะไกลเป็นเวลาเช่นนั้น นับเป็นครั้งแรกจึงได้ทรงออกพระราชกำหนด ตั้งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินรักษาพระนคร ซึ่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินครั้งแรกนี้ ได้แก่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระบรมราชินีนาถ (ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชเทวี) ซึ่งครั้งนั้นทรงเป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฏราชกุมาร (พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖) กับทรงตั้งที่ปรึกษาล้วนแต่เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอชั้นผู้ใหญ่ ๔ พระองค์ คือพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ ๑ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุ-รังษีสว่างวงศ์ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ ๑ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ๑ กับมีข้าราชการชาวต่างประเทศ ซึ่งจ้างมารับราชการในประเทศไทยครั้งนั้น คือ โรลังยัคมินส์ ชาวเบลเยี่ยม ซึ่งได้บรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาอภัยราชา ร่วมด้วยอีก ๑ ท่าน


  24. October 26th, 2012 at 10:51 am       athenaz Says:

    #11 ขอบคุณพรายแวะมาน้อมรำลึกในพระบารมีพระกรณียกิจ ที่มากล้นเกินพรรณา เราโชคดีที่ได้เกิดบนแผ่นดินศักสิทธิ์ที่มีบูรพกษัตริ์ทรงเมตตา สามารถ ด้วยพระปรีชาชาญล้ำลึก


  25. October 26th, 2012 at 11:16 am       athenaz Says:

    20 คารวะท่านบัวธรรมผู้ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตรริย์

    ๐ สยามมินทร์ พระอินทร์องค์
    ธ ดำรง ประสงค์สรร
    สยามถิ่น สุขีมั่น
    และยั่งยืน ลุกัปกาล

    ๐ พระธรรมนำ และกรรมก่อ
    มิทดท้อ สิทนทาน
    สยามจึ่ง เจริญนาน
    พระทุ่มเท และโถมทำ

    ๐ บูรพ มหากษัตริย์
    ทรงดำรัส จรัสล้ำ
    พสกไทย ธ ทรงนำ
    ประเสริฐยิ่ง สิ่งยินยล

    ๐ มหาราช ประกาศหล้า
    สยามฟ้า นภดล
    องค์อินทร์ ธรรมะชนม์
    ผดุงชาติ ผงาดเรือง

    ด้วยสำนึกในพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ
    บัวธรรม สะแบงพง – อะเธนาส์


  26. October 26th, 2012 at 12:13 pm       Numinnee Says:

    โชคดีจังค่ะ…
    ทีได้เกิดเป็นคนไทย….

    _/\_….


  27. October 26th, 2012 at 2:51 pm       rapeseed Says:

    My Dear P AT ka,

    วันก่อนแปะรูปใบไม้ร่วงจากเวสตันเบิร์ทไม่ได้คะ เลยมีแต่ชื่อโดดๆอยู่

    Congrats and here is your wonderful blog again ka.

    Image and video hosting by TinyPic


  28. October 26th, 2012 at 8:52 pm       11arrows Says:

    “…เพราะภูมิพื้นบ้านเมืองไม่พอกันกับการนั้น…”
    ดูเถิด…
    พระปิยะมหาราช ทรงเล็งเห็นอยู่แต่แรกแล้ว
    พวกเราต้องฉลาดกว่านี้ พวกเราต้องดีกว่านี้ จึงจะใช้การได้
    ช่วงๆ นี้ อาจจะต้องมีหายาขมที่เรียกว่าปฏิวัติมาสลับอยู่เรื่อยๆ
    ฮาฮาฮา…เศร้าจริง…เศร้าจริง…

    :)))


  29. October 26th, 2012 at 10:29 pm       ธรรมนูญ สุริยะชัย Says:

    พระผู้ทรงอยู่ในใจชาวไทย ตลอดกาล
    พระผู้ทรงเลิกทาสลูกหลานไทย แสนสุขสัน
    พระผู้ทรงพัฒนาชาติ เพื่อให้ทัน อรายะประเทศ
    พระผู้ทรงป้องชาติ ให้ผ้นภัย
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
    นาย ธรรมนูญ สุริยะชัย


  30. October 26th, 2012 at 10:50 pm       onanong Says:

    Thank you for always writing very good articles for us


  31. October 26th, 2012 at 11:14 pm       athenaz Says:

    26 อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์หายาก เมื่อทรงพระเยาว์มาไว้หน้านี้ค่ะ numinnee


  32. October 26th, 2012 at 11:46 pm       athenaz Says:

    27
    ธัญญาคะ ภาพใบไม่ร่วงจากเวสตันเบิร์ทสวยงามที่สุด สีใบไม้ร่วงอบอุ่นโรแมนติค หวังว่าจะได้เห็นนะคะ

    …….

    พระปิยะมหาราชทรงฉายน่วมกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถและะรัราชโอรส


    King Chulalongkorn the Great (Rama V) of Siam, with his family. In this photo, Crown Prince Vajirunhis leans on his father's chair, while the future King Rama VI, Prince Vajiravudh, stands behind the queen's chair:

    HRH Prince Asdang
    HM King Chulalongkorn (Rama V)
    HRH Crown Prince Vajiravudh (future Rama VI)
    HM Queen Sri Bajarindra, the Regent Queen
    HRH Prince Prajadhipok (future Rama VII)
    HRH Prince Chakrabongse, and
    HRH Prince Chudadhuj


  33. October 26th, 2012 at 11:56 pm       athenaz Says:

    ขอบคุุณภาพครอป บล็อกเกอร์ผู้้จงรักพระมหากษัตริย์ค่าา ธัญญ่า xxx

    …………

    สมเด็จฯเจ้าฟ้าจักรพงษ์ และสมเด็จพระปิยะมหาราช
    ………


  34. October 27th, 2012 at 12:05 am       athenaz Says:

    พระปิยะมหาราช ทรงเล็งเห็นอยู่แต่แรกแล้ว ว่าอะไรคืออุปสรรคในการปกครองบ้านเมืองแบบตะวันตก ค่ะท่านศร ..
    “…เพราะภูมิพื้นบ้านเมืองไม่พอกันกับการนั้น…”

    ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ขาว-ดำขนาดใหญ่ของรัชกาลที่ 5 ในฉลองพระองค์เต็มยศ ฉายร่วมกับข้าราชบริพาร กะลาสี และช่างไม้ชาวนอร์เวย์ ณ บริเวณหินสลักพระปรมาภิไธย จปร.


  35. October 27th, 2012 at 12:09 am       athenaz Says:

    ธรรมนูญ สุริยะชัย คะ องค์พระปิยะมหาราชทรงเป็นนิรันดร์ในใจชาวไทย
    ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่เปี่ยมด้วยเมตตา ไม่ทิ้งพสกนิกรของพระองค์


  36. October 27th, 2012 at 12:14 am       athenaz Says:

    ยินดีอย่างยิ่งค่ะ คุณอรอนงค์ ขอบคุณในคำชื่นชมค่ะ


  37. October 27th, 2012 at 11:58 am       Lexter Says:

    พี่ Athnaz,
    เป็น blog ที่สมควรได้รับรางวัลครับ blogนี้ใช้เวลาค้นคว้านานมากและบวกกับความตั้งใจ

    ผมขอกราบคารวะความศรัทธาที่มีต่อพระมหากษัตริย์ไทย

    ชอบมากเลยครับ คำว่า Government Reform. ชอบร้อยกรองที่พี่แต่งด้วย และก็ต้องขอบคุณตัวขยายบนบัตร 100 บาท น่าประทับใจมาก


  38. October 27th, 2012 at 1:23 pm       ช่ายไหม Says:

    ความเป็นไท : สมเด็จพระปิยะมหาราชทรงมอบ

    “””อ่านแล้ว.ความเป็นไทย..ก็คือ สิ่งที่ตรงข้ามกับ..ประชาธิปไตย ..นั่นแหละ””””

    และความเป็นไท ที่ส่งมาถึง ลอหก ลอเจ็ด มันไม่เข้าท่า จนถูกยกเลิก
    “”พวกคลั่ง ลองไปอ่านประวัติศาสตร์ดูว่า ระบอบการปกครอง สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนก่อน ๒๔๗๕ มันเลวร้ายขนาดไหน (ใน ตจว มันไม่ต่างจากยุคหิน) อย่ามัวแต่จินตนาการฝันเปียก


  39. October 27th, 2012 at 2:25 pm       11arrows Says:

    #38

    ท่านช่ายไหม
    ก่อน 2475 ชาวบ้านยังมีที่ทำกินเหลือเฟือ
    ประเดี๋ยวนี้ มีมากมายนักต้องเช่านาตัวเอง…

    เป็นสมัยหินภายใต้ธรรมราชา ก็ยังดีเสียกว่ายื่นประชาธิปไตยใส่มือคนโง่เง่าบัดซบ
    แล้วคนชั่วก็กัดกร่อนถือเอาประโยชน์จากสิ่งนี้…

    ยินดีที่ท่านมาร่วมวิพากย์นะ
    เพราะหากเมื่อชาติล่มสลาย เรา-ท่านก็คงจะพินาศปานกันนั่นกระมัง


  40. October 27th, 2012 at 3:15 pm       ช่ายไหม Says:

    ความคิดเห็นที่ 39,

    “”ที่ทำกินเยอะสมัยก่อน ประชากรเบาบางน่ะซิครับ ตายเยอะจากสงคราม โรคภัย เนื่องจากการบริหารแย่ๆของราชาธิปไตย””

    เรื่อง”ธรรมราชา”ก่อน๒๔๗๕ มันเรื่องเพ้อฝัน ที่จริงแล้ว มันเป็นการปกครองที่โหดร้าย ของทรราชา ซึ่งผมไม่อยากบรรยาย ขอให้คุณไปศึกษาเอง ซึ่ง ความรู้สึกของเพื่อนบ้านที่เคยอยู่ใต้ธรรมราชาที่คุณว่า ..ลาว เขมร ไทรบุรี ย่อมซาบซึ้งถึงกระดูกดำในความโหดเหี้ยม ของระบอบการปกครองสยาม

    สิ่งที่ ธรรมราชา ก่อน๒๔๗๕ ให้ประชาชน มีเพียง ภาษี อากร ส่วย การเกณท์แรงงาน สิ่งของ และโทษทัณท์ ผมนึกไม่ออกว่า สิ่งดีๆที่ธรรมราชาก่อน ๒๔๗๕ ให้ประชาชน คืออะไร ความเป็นอยู่ของประชาชนต่างจังหวัด ไม่แตกต่างกับในยุคหิน ที่ต้องพึงพาตัวเองทุกอย่าง แต่ที่เลวกว่ายุคหิน คือ มีแอก ของธรรมราชาอยู่บนบ่า(ภาษี อากร ส่วย การเกณท์แรงงาน สิ่งของ และโทษทัณท์ )
    และในสมัยสงครามเย็น ระบอบ ราชการที่คุณว่าดีนั้น ดันไปทำตัวเป็นเบ๊มะกัน ปลุกผีคอมมิวนิส ทำร้ายเพื่อนบ้าน ลาว เขมร เวียดนาม จนมีคนตายเป็นสิบล้านคน จนเขาเกลียดไปทั่ว ขณะที่พม่า ที่อ่อนแอกว่าไทยมาก ไม่ต้องเดือดร้อนกับผีคอมมิวนิส

    ประชาธิปไตยมันไม่สมบูรณ์แบบดอกครับ แต่มันเป็นระบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แล้วครับ

    “”””””””หวังว่าต่อไปคุณคงศึกษาให้มากกว่านี้””””


  41. October 27th, 2012 at 4:42 pm       septimus Says:

    #38

    เรียนหนังสือหนังหามาบ้างรึเปล่า
    ในนี้ไม่มีใครเป็น พวกคลั่ง

    ได้เกิดมาทั้งที อย่าเป็นคนคิดอะไรสั้นๆ
    ถ้ายังมีสมองให้ตรองดูใหม่ เปิดหูเปิดตา ดู อ่าน ฟัง ความเป็นมาแห่งชาติสยามเสียใหม่ให้กว้างกว่านี้ ที่พูดมานั่นเป็นอาการของคนที่ถูกล้างสมอง รักตัวเองให้รีบหาทางแก้ไข อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร

    และความจริงของหลัง ๒๔๗๕ เป็นต้นมา คนไทยถูกกระทำทุกวิถีทางให้กลับไปเป็นข้าทาสเหมือนเดิม ซึ่งสวนทางกับความตั้งใจและความหวังดีของพระปิยมหาราชอย่างสุดขั้ว

    การนับถือตนเอง การนับถือผู้อื่น การให้เกียรติตนเอง การให้เกียรติผู้อื่นเสมอตนเอง ตลอดจนอิสระ แห่งการคิด การพูด การแสดงออก อย่างถูกกฏหมายและเป็นธรรม ที่พระองค์ต้องการให้พวกเรามีเสมอกันทุกคน —เหล่านี้คือประชาธิปไตยที่แท้จริง


  42. October 27th, 2012 at 4:47 pm       septimus Says:

    พระราชกุศโลบายอันลึกซึ้งของพระปิยมหาราชในการปูพื้นฐานการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยการกระจายพระราชอำนาจของพระองค์ไปสู่บุคคลในลักษณะต่างๆ


  43. October 27th, 2012 at 4:49 pm       septimus Says:

    ความเป็นไพร่เป็นทาสในสมัยสังคมศักดินา


  44. October 27th, 2012 at 4:59 pm       septimus Says:

    In a speech in the House of Commons on 11 November 1947, Winston Churchill said:

    “Democracy is the worst form of government except for all those others that have been tried.”


  45. October 27th, 2012 at 5:09 pm       ช่ายไหม Says:

    ความคิดเห็นที่ 41

    ผมก็เรียนมามั่งน่ะ เรียนมาพอจะรู้ว่า ระบอบก่อน ๒๔๗๕ มันเป็นอย่างไร คุณลองตอบซิว่า

    “”ระบอบ ก่อน๒๔๗๕ (รวมลอฮ่าด้วย)ให้อะไรกับประชาชน นอกจากขูดรีด และการลงทัณฑ์ ในขณะ ราชา และอำมาตร์ ต่างก็เสวยสุข ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย แม้กระโถนขี้ กระโถนเยี่ยว ก็ต้องสั่งจากยุโรป ถ้วยชามต้องสั้งพิเศษจากจีน(ไปดูที่พระที่นั่งพิมาณเมฆซะ)””””

    ส่วนความเป็นมาของสยาม มันเกิดจากการกดขี่ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ก็เอาเมือง หรือ ประชาชนที่อ่อนแอกว่าเป็นทาส เป็นเมืองขึ้น
    การที่ลอฮ่า เลิกทาส ก็เพื่อต้องการทำลายกำลังของขุนนาง(ตะกูลบุญนาคมีทาสมาก) โดยทาสที่เลิกไป ก็กลับมาเป็น ทาสของ ราชาแทน

    “”””””การพัฒนา เช่น รถไฟ ประปา ไฟฟ้า ก็ทำแถวรอบๆวัง เพื่อ ตัวเองทั้งนั้น ประชาชนใช้ฟรีซะที่ไหน”””
    โดยเฉพาะรถไฟที่ทำขึ้นก็เพื่อความมั่นคงของตัวเอง เพราะ หัวเมือง ใต้ หัวเมือง เชียงใหม่ ล้วนเอือมระอาสุดทน จะไปรวมกับพม่า เป็นเมืองขึ้นอังกฤษอยู่แล้ว เลยต้องเอา รางรถไฟ จ่อไว้ ไปเมื่อไร กรูลุย

    ขณะที่ ปีนัง ทำอนุสาวรีย์ให้ ฝรั่งนักปกครองเมืองขึ้น อย่างฟรานซิส ไลท์ ประเทศอดีตเมืองขึ้นไทย อย่าง ลาว เขมร ไทรบุรี เคยทำอนุสาวรีให้ นักปกครองไทยหรือป่าววว แถมเขารู้สึก สุดทนจนเอาไปใส่ตำราเรียน อีกตะหาก

    “””อย่ามัวแต่คลั่ง เพ้อฝัน หัดอ่าน หัดค้นคว้าข้อมูลซะมั่งครับ””””””””


  46. October 27th, 2012 at 5:17 pm       nokhasee Says:

    คห.38/40
    ประชาธิปไตยจะใช้ได้ดีหากประชาชนมีการศึกษาที่ดี รู้จักคิดพินิจพิจารณาตรึกตรอง แต่หากใช้ในกลุ่มคนที่ไร้ความคิดโง่เง่า เอาแต่ผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้องคิดตื้นๆคิดสั้นๆ ไม่รู้จักรักชาติแผ่นดินตนเอง ได้ประชาธิปไตยไปก็ไร้ประโยชน์ ประชาธิปไตยมันไม่สมบูรณ์ก็เพราะพวกคนอย่างคุณนั่นแหละ ลองกลับไปเอาสมองที่ยังพอหลงเหลืออยู่คิดบ้างนะว่าที่ประเทศไทยเราเป็นไทมาจนถึงปัจจุบันนี้เพราะอะไร หากมิใช่พระปรีชาของบูรพมหากษัตริย์ตราธิราชเจ้าหลายพระองค์ คนเราน่ะโตได้แต่ตัวแท้ๆ


  47. October 27th, 2012 at 5:34 pm       ช่ายไหม Says:

    ความคิดเห็นที่ 46,

    “”โห..คิดได้ไงเนี่ย “”

    ถ้าเป็นแบบคุณว่า พวก มหาลัยทั้งหลายทั้งนิสิต ทั้งอาจารย์ รวมทั้งหน่วยราชการ คงเป็นประชาธิปไตยหมดแล้ว เพราะมีความรู้ไม่ใช่น้อย กลับกัน ไอ้พวกนี้ เป็นเผด็จการซะส่วนใหญ่

    ถ้าเป็นอย่างคุณว่า…ก็ให้ผู้นำหน่วย มาจากการเลือกตั้งของคนในหน่วยงานไหมละ ทั้ง คณะบ่ดีมหาลัย
    ผบ.หน่วย ทาเฮี่ย

    “””””””เรื่มต้นที่ ผบ.ทบ ก่อนเป็นไง ให้ ทหารชั้นประทวนขึ้นไป มีสิทธิเลือก เอาไหมล่ะ มีความรู้ แสนรู้กว่าชาวบ้าน กันทั้งนั้น นี่ ประชาธิปไตยจะได้บานฉ่ำ
    “””ประชาธิปไตย มันเป็นค่านิยม ไม่เกี่ยวกับ ความรู้

    คนเมกา สองร้อยกว่าปีก่อน เป็นประชาธิปไตยแล้ววว
    คุณไม่รู้เลยหรือไง หรือ คุณคิดว่า คนเมกาสองร้อยกว่าปีก่อน มีความรู้มากกว่าคนไทยปจุบัน จึงได้เป็นประชาธิปไตยได้

    “”””””คิดแบบคุณ คิดแบบไพร่ ทาส จริงๆ ไม่คิดพึ่งพาตัวเอง คิดแต่พึ่ง พาอำมาตร์ให้ปกครองอยูบนกบาล”””””””


  48. October 27th, 2012 at 6:25 pm       septimus Says:

    #45

    เท่าที่ตอบมา แสดงให้เห็นว่ายังไม่รู้อะไรจริงสักอย่าง เป็นเรื่องของสมองถูกฝังข้อมูลผิดๆเท่านั้น

    และบอกแล้ว ที่นี่ไม่มี พวกคลั่ง
    จงใช้ความเป็นประชาธิปไตย ยอมรับและให้เกียรติผู้อื่น มิเช่นนั้นแม้แต่ฝรั่งเศสก็ไม่ยอมรับ


  49. October 27th, 2012 at 6:50 pm       septimus Says:

    Photobucket

    ซองจดหมายพร้อมแสตมป์ของสวิส จัดพิมพ์เป็นพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งการเสด็จเยือนสวิสของพระพุทธเจ้าหลวง

    Photobucket

    เป็นการแสดงความยินดี ชื่นชม ในพระราชไมตรีที่พระองค์ทรงพระราชทานให้แก่พลเมืองประเทศของเขา


  50. October 27th, 2012 at 7:08 pm       11arrows Says:

    ถ้าความจงรักภักดี,
    ถ้าความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ,
    ถ้าเข้าใจไปว่ามีชีวิตอยู่เป็นปรกติสุขมาหลายชั่วโคตรแล้วนี่ เพราะพระบารมี

    ถ้าแบบนี้แปลว่า “คลั่ง”…
    ข้าพเจ้า “คลั่ง” ก็ได้นะ
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    อนึ่งหนึ่ง, ที่ #40
    ท่านกล่าวถึงการปกครองประเทศราช ว่า “มันเป็นการปกครองที่โหดร้าย”
    ข้าพเจ้าที่เรียนมาน้อยก็นึกไม่ออก
    แต่ไหนแต่ไร เราให้ “เจ้า” ผู้ซึ่งเป็นหน่อเนื้อเชื้อสายของประเทศราชนั้นๆ ปกครองพวกเขากันเอง
    อย่างนี้โหดร้าย แล้วจะต้องอย่างไรหรือขอรับ ท่านที่เรียนมามาก
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    :)))


  51. October 27th, 2012 at 7:16 pm       ช่ายไหม Says:

    ความคิดเห็นที่ 48, เว็บไซต์ :

    #45

    เท่าที่ตอบมา แสดงให้เห็นว่ายังไม่รู้อะไรจริงสักอย่าง เป็นเรื่องของสมองถูกฝังข้อมูลผิดๆเท่านั้น

    “”ก็บอกมาซิ..มันผิดตรงไหน”””

    ผมว่า คุณแปลกน่ะ มาเดือดร้อนอะไรกับคลั่ง หรือไม่คลั่ง แต่ไม่ยักกะเดือดร้อนกับ คห.ที่ดูถูกประชาชน ว่าไร้การศึกษาไม่เหมาะกับประชาธิปไตย ทั้งที่คนไทยร้อยละเก้าสิบกว่า อ่านออกเขียนได้ ซึ่งดีกว่าเมกาสมัยสองร้อยกว่าปีก่อนเยอะเลย ทั้งยังไม่เดือนร้อนกับ คห.ที่ไม่ให้เกียรติผม
    เอาหละคุณจะเรียก คนที่พร่ำเพ้อในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ว่ามีอยู่จริง ว่าคลั่ง หรือไม่คลั่ง ก็ไม่เป็นปัญหาครับ เอาข้อมูลเนื้อๆดีกว่า คุณลองตอบโดยไม่ต้องดราม่าซิว่า

    “””””””””ธรรมราชาก่อน๒๔๗๕ ของคุณ เคยให้อะไร ลาว เขมร ไทรบุรี กลันตัน ตรังกนู ปริส ที่อยู่ใต้บรมโพธิสมภารมั่ง นอกจาก การกดขี่ ข่มเหง ขูดรีด การลงทัณฑ?”””””

    ซึ่ง ชตากรรมของคน ล้านนา อีสาน ปัตตานี ตจว ไพร่ฟ้า ก็เหมือพวกอดีตเมืองขึ้นเหล่านั้นนั่นแหละ


  52. October 27th, 2012 at 7:27 pm       ช่ายไหม Says:

    แต่ไหนแต่ไร เราให้ “เจ้า” ผู้ซึ่งเป็นหน่อเนื้อเชื้อสายของประเทศราชนั้นๆ ปกครองพวกเขากันเอง
    อย่างนี้โหดร้าย แล้วจะต้องอย่างไรหรือขอรับ ท่านที่เรียนมามาก
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    “”””…ความจริงแล้ว จ้าวประเทศราชเหล่านั้น ก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย และขูดรีดประชาชนของตัวเองอยู่แล้ว แต่ระบอบ ราชาธิปไตย ก่อน๒๔๗๕ สยามของคุณ ได้ขูดรีดซ้ำ ให้มันหนักหน่วงเลวร้ายยิ่งขึ้น….. ผมถึงบอกไงว่า ต้องประชาธิปไตย จึงเลวน้อยที่สุด””

    กรณีศึกษาน่ะ….จ้าวอนุวงศ์ ได้ขูดรีดประชาชนอยู่แล้ว แต่ ราชสำนักสยามสมัยนั้น ได้ ส่งแม่กองไปทำบัญชีเลข เพื่อเกณท์ ไพร่พล ที่ลาว แถมยัง เอา คนเฝ้าพระธาติพนม ซึ่ง คนลาวถือว่าเป็นจุดศูนย์กลางประเทศลาว ไปด้วย จ้าวอนุวง เหลืออด จึงแข็งข้อต่อ ..ธรรมราชาของคุณ…

    WWWWWWW ขึ้นชื่อว่าเผด็จการ มันก็เลวทั้งนั้นครับ””

    ไม่งั้น สยามก่อน๒๔๗๕ซึ่ง มีธรรมราชาตลอด คงพัฒนาจนไม่ต้องศิโรราบจนเกือบเป็นเมืองขึ้นฝรั่งซิครับ


  53. October 27th, 2012 at 7:29 pm       septimus Says:

    #51

    ผิดหมด


  54. October 27th, 2012 at 7:36 pm       nokhasee Says:

    เฮ้อออ พูดไปหรืออธิบายคนอย่างพวกคุณก็คงไม่เข้าใจ แถกไปได้เหมือนปลาหมอหลงหาบ่อน้ำใหญ่แต่ต้องขึ้นมาตากแห้งตายข้างถนน ไฝ่คว้าหาความฝันแบบฝันกลางวัน ต่อให้ขนตำราความรู้มาทั้งคลังสมุดอ่านไปก็ไม่ได้เข้าไปสร้างรอยหยักในสมองหรอก คำว่าอยู่อย่างทาสกับอยู่อย่างจงรักภักดีก็แยกไม่ออก โถก็คงแค่พวกทาสน้ำเงินเลยแยกแยะดีชั่วไม่ได้ อ้ออีกอย่างคนที่อ่านออกเขียนได้แต่คิดไม่เป็นมองผิดเป็นถูกละลาบละล้วงจ้วงหมิ่นกษัตริย์น่ะเขาไม่ได้จัดอยู่ในพวกมีความรู้หรอกค่ะ… พวกบัวเหล่าที่ห้าชัดๆ


  55. October 27th, 2012 at 8:11 pm       septimus Says:

    Photobucket

    ถนนเส้นนี้อยู่ที่เมืองรากูนดา เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อเป็นการรำลึกถึงการเสด็จเยือนสวีเดนของพระพุทธเจ้าหลวง อันแสดงให้เห็นถึงความยกย่องจากฝรั่งเจ้าของประเทศที่ถวายให้แก่พระองค์ด้วยความประทับใจ


  56. October 27th, 2012 at 8:17 pm       septimus Says:

    Photobucket

    พระบรมรูปทรงม้าจำลอง ประดิษฐานอยู่ที่หน้าอาคารหมายเลข ๙ ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เมืองสเกน เดนมาร์ก ซึ่งจัดทำเป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระหว่างการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ จนถึงสิ้นปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบ ๑๐๐ ปี การเสด็จประพาสเมืองสเกน ประเทศเดนมาร์ก


  57. October 28th, 2012 at 11:02 am       ลายภาดกร Says:

    ไม่น่าเชื่อว่าบางความคิดเห็นไม่ได้อิงกับความจริง ไปเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยบ้านเมืองยังไม่มีผู้เรียนเหมือนปัจจุบันแต่ก็ตะแบงไปจนได้ การสะสมความเข้าใจประชาธิปไตยมันเกิดจากการสะสมประสบการณ์เป็นร้อยๆปีกว่าประชาชนจะรับรู้และเข้าใจจริงๆ พวกคุณคิดหรือว่าประเทศที่มันเป็นประชาธิปไตยทุกวันนี้ประชาชนในประเทศเค้าเข้าใจการปกครองระบบนี้มากแค่ไหน
    ผู้เป็นรัฐบาลทุกประเทศมันต้องมีชนชั้นทั้งนั้นไม่พ้นแม้แต่ระบบคอมมิวนิสต์ เพียงแต่ประชาชนจะรับกับวิธีการปกครองของรัฐบาลนั้นได้นานแค่ไหน การบริหารประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่ใช่เรียนได้ที่หนึ่งถึงจะปกครองประเทศให้สงบสุขได้ คนบางคนยิ่งรู้จักประชาธิปไตยมากยิ่งอาศัยคำว่าประชาธิปไตยอ้างตลอดเวลาทั้งที่การปกครองของรัฐบาลนั้นมีจิตใจเป็นเผด็จการ
    ป่วยการที่จะอธิบายให้คนที่อ้างว่าเรียนมากรู้มากไม่เข้าใจความคิดของบรรพบุรุษที่เข้าใจสถานการณประเทศในสมัยนั้น พวกคุรต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าทำไมถึงได้มีความคิดที่ล้าหลังดดยไม่สนใจอดีตที่ผ่านไปแล้วคิดให้ถ้วนถี่พวกคุรจะเข้าใจประเทศไทยและราชวงษ์บางท่านมากกว่านี้ แต่ก็ต้องเข้าใจในปัจจุบันว่ามันก็ต้องมีคนที่อยู่ในฐานันดรนั้นๆประพฤติตัวไม่เหมาะสมก็ต้องดูๆไปอย่าเหมาทั้งระบบมันจะเป็นการดูถูกรากของเรามากไป


  58. October 28th, 2012 at 2:39 pm       กขคง Says:

    คุณ ลายภาดกร ……..

    ชนชั้นวรรณะเป็นสิ่งที่ดีหรือ??? แม้เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมี…แต่ฝ่ายก้าวหน้าได้พยายามทำลายชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าที่ใดในโลก ขณะฝ่ายปกครองที่ได้ประโยชน์ กับประชาชนที่มีจิตสำนึกทาส ก็พยายามรักษามันไว้
    “”เราควรรักษาชนชั้นวรรณะเอาไว้หรือไม่??อย่างไร??เพราะอะไร???””””””””

    ก็จริงแบบคุณว่า…ไม่ว่าที่ใดก็มีคนดีและไม่ดี..ซึ่งในระบบประชาธิปไตย ประชาชนสามารถกำจัดคนไม่ดี
    สามารถด่าได้ ไม่ว่าการ ตามด่านักการเมืองจากการเลือกตั้ง เช่น อภิสิทธิ ทักษิน แต่ทั้งสองฝ่าย ไม่กล้าตามด่า ทหาร คนชั้นสูงบางคนที่ทำตัวไม่เหมาะสม เช่นองค์มนตรี..เพราะอะไร???
    “””ในระบบประชาธิปไตย เราไม่ต้องกลัวอำนาจเถื่อน ไม่ต้องกลัวกฏหมายทรราชเช่น กฏหมายตราสามดวงจากธรรมราชา ที่ ให้ธรรมราชาสามารถสั่งตัดหัวเจ็ดชั่วโครตก็ได้(คนไม่รู้เรื่องก็ตายด้วย) ดังทองด้วง(ลอหนึ่ง) ได้สั่งตัดหัว ฝ่ายพระเจ้าตากสินทั้งหมดไม่ว่า ครอบครัวที่เป็นผู้ชาย กับ ข้าราชการฝ่ายพระเจ้าตาก”””””””””””

    ส่วนประเด็นในบล็อกนี้ มันเป็นประเด็นเล็กๆเท่านั้นคือ
    …ธรรมราชา สมัยก่อน๒๔๗๕ มันมีอยู่จริงหรือไม่… ซึ่งผมก็พิสูจน์แล้วว่า ก่อน ๒๔๗๕ ธรรมราชา ไม่มีอยู่จริง มีแต่การปกครองที่เหี้ยมโหด ซึ่ง ไม่ใช่เกิดจาก ตัวเล็กตัวน้อยในระบบ แต่ในสมัยนั้นความเหียมโหดมันเกิดจาก…ตัวธรรมราชาเองเลยนั่นแหละ…
    ฉนั้น การที่บางคน เอา รูปถ่ายในประวัติศาสตร์มาแสดง มันก็ไม่ได้ตอบคำถามผมว่า

    “””ธรรมราชา ก่อน๒๔๗๕ เคยให้อะไรแก่ เขมร ลาว หัวเมืองใต้อย่างไทรบุรี ที่อยู่ใต้โพธิสมภารบ้างนอกจาก การกดขี่ ขูดรีด การลงทัณท์ แบบเหี้ยมโหดตามอำเภอใจ””””

    ถ้าคุณตอบคำถามไม่ได้ ก็หมายความว่า ก่อน๒๔๗๕ ธรรมราชา ไม่เคยมีอยู่จริง มีแต่ ทรราชา

    “””ผมมีข้อมูลเยอะแยะที่จะถกกับพวกคุณ แต่พวกคุณ แทบไม่มีความรู้ประวัติศาสตร์เสียเลย ถกกับพวกคุณ จึงต้อง เอาแบบพื้นฐาน กอไก่ ขอไข่ ถ้าเลยจากนี้ พวกคุณคงไม่เข้าใจ””””””””””


  59. October 28th, 2012 at 2:59 pm       ฟหกด Says:

    ประชาธิปไตย…มันก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่ต้องอาศัยเวลา…ถ้าเราไม่เริ่มต้นวันนี้ เราจะมีประชาธิปไตยเมื่อไรกัน ซึ่ง ในเมกาสมัยแรกๆ เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน ประชาชนเขาไร้การศึกษามากกว่าคนไทยสมัยนี้ แต่เขาก็อดทน อดกลั้น มาโดยไม่มักง่าย กลับไปเป็นทาส กษัตร์อังกฤษ และผล มันก็คุ้มค่า สามารถทำลายวรรณ แทบหมดสิ้น(คนผิวดำพึ่งมีสิ่ทธิเสมอคนผิวขาวเมื่อไม่นานมานี้เอง)

    “””””””ถ้าเราไม่เอาประชาธิปไตย..เราจะเอาผู้บริหารบ้านเมืองจากไหนกัน???? จากรัฐประหารที่ นายก มาจากนายพลที่มีกำลังมากที่สุดหรือ????”””

    หรือจะเอาผู้บริหารประเทศจากการพระราชทาน…ซึ่ง พระมหากษัตร์เป็นที่เคารพสักการะ …เดอคิงแคนดูโนรอง เดอคิงแคนดูน๊อตทิง นะครับ..โบราณวาไว้ว่า แม้พระปฏิมา(ซึ่งอยู่เฉยๆแท้ๆ) ยังราคิน ผู้บริหารจากพระราชทานย่อมต้องมีคนถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แล้วคุณจะต้องให้พระมหากษัตริย์ มารับผิดชอบครงนี้ มันจะดีหรือครับ???

    “””””สำหรับคนที่ไม่เอาระบอบประชาธิปไตย ผมก็ขอถามว่า คุณจะเอา ผู้บริหารบ้านเมือง มาจากไหนกัน และ เราจะตรวจสอบผู้บริหารนั้นได้อย่างไรกัน”””


  60. October 28th, 2012 at 5:08 pm       11arrows Says:

    #58-59

    อุปมาดั่งบิดากับบุตร…
    เมื่อบุตรได้รับการเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เข้าใจว่าตนเองมีปัญญามาก
    นึกไปนึกมา ก็คิดว่าที่ผ่านมานั้น บิดาเป็น “เผด็จการ” ที่เหี้ยมโหด
    บัดนี้ไม่เคารพนับถืออีกแล้ว…และว่านี่เป็นฝ่ายความคิดก้าวหน้า

    ข้าพเจ้าก็เป็นบุตรอีกคนหนึ่ง ที่ยังคงนับถือ ท่านก็ประณามเอาว่ามีสำนึกเป็นทาส
    ซึ่งความจริง ท่านอาจจะว่ามากกว่านั้นก็หาเป็นไรไม่
    เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นบิดา ท่านจะใช้ข้าพเจ้าอย่างไรก็ได้
    จะริบเอาศีรษะแขนขาข้าพเจ้าไปเสียเมื่อใดก็ยินดี
    ตราบเท่าที่ข้าพเจ้าสำนึกว่า
    บิดาเป็นผู้ทรงธรรม และบิดารักข้าพเจ้า…

    มาบัดนี้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปจนไม่อาจหวนกลับ ป่วยการที่จะนึกถึงวันเวลาเหล่านั้น
    กับสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตย ที่ท่านว่าประเสริฐนักหนา ถ้าในอุดมคติ ข้าพเจ้าก็เห็นคล้อยตามท่านอยู่
    ยิ่งเมื่อย้อนไปเห็นปัญหาของราชาธิปไตยในครั้งกระโน้น
    เพียงแต่ในบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัว, คนอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด
    กับพร้อมที่จะขายอำนาจปกครองประเทศให้แก่เศรษฐีนายทุน
    เพื่อที่จะปกครองบ้านเมืองไปตามอำเภอใจ
    ท่านว่ามันมีปัญหาอยู่หรือไม่?
    หากว่ามีปัญหา ท่านว่ามีปัญหาอยู่ในที่ใด? และจะแก้ไขกันได้อย่างไร?
    เรื่องนี้ข้าพเจ้าก็นึกว่าต้องไม่เกินกำลังปัญญาท่านแน่

    ขอบคุณท่าน

    :)


  61. October 28th, 2012 at 8:05 pm       Leelawadee2u Says:

    วันนี้ทำให้ได้เห็นพวกลืมราก…ลืมเหง้า
    พวกที่อ่านตำรามากมายจนแตกฉาน…แต่ไม่อาจตกผลึก แยกแยะ สิ่งดี-เลวได้
    สมัยก่อน ไม่ว่าประเทศใดๆ ก็มีรากเหง้าที่มีฐานันดรทั้งสิ้น
    ความโหดร้ายอันเกิดจากความเชื่อและประเพณี มีให้เห็นทุกชาตินั่นแหละ
    แต่ทว่า…การพัฒนาอันมาจากอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยนั้น…ทำให้ประเทศไทยหลุดจากความเชื่อ และประเพณีที่ไม่เหมาะสมมามากมายแล้ว
    เราอาจไม่ได้อ่าน หรือรู้ข้อมูลด้านที่คุณมี…แต่เราเติบโตมาพร้อมกับความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของราชวงศ์…จะว่าเราโง่ เราคลั่ง…ก็สุดแล้วแต่คุณ เพราะอย่างน้อย เราก็มีความสง่างามมากกว่าคุณ”กขคง” หรือคุณช่ายไหม ที่คงอยู่บนแผ่นดินนี้อย่างอีแอบ…

    ขอโทษพี่นิดนะคะ ที่ทนไม่ได้น่ะค่ะ ^^


  62. October 29th, 2012 at 1:52 am       athenaz Says:

    37 คุณ Lexter คะ

    ต้องขอบคุณแทนคนไทยสมัยนี้หลายคน ที่แม้ว่าคุณหรือคนไทยอีกหลายคนเช่นคุณ จะอยู่ไกลนอกแผ่นดินไทยเพียงใด แต่หัวใจกตัญญูและรู้คุณบูรพกษัตริย์ไทยไม่เคยหายไปจากใจ ทุกสมัยมาโดยเฉพาะยุคสมัยแห่งจักรีวงศ์ที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ได้ดำรงความเป็นไทย สืบทอดเจตนารมย์สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่อเนื่องและเปี่ยมล้นด้วยพระวิสัยทัศน์ พระเมตตาบารมี โดยเฉพาะอย่่างยิ่งตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา ที่ในภายหลังได้เป็นที่รับรู้ของชาวโลกถึงพระอัจฉยภาพด้านดาราศาสตร์ ที่เปรียบเสมือนยุคแห่งการตื่นตัวทางศิลปวิทยาการของโลกที่สยามนั้นไม่น้อยหน้าใครทั้งในเรื่องภูมิปัญญาและวิทยาการ .. คุณ Lexter เห็นด้วยไหม ?


  63. October 29th, 2012 at 9:22 am       Lexter Says:

    คุณ ชายไหม กขคง ฟหกด อะไรทั้งหลายแหล่

    จะล้มเจ้า จะขุดเจ้าที่สิ้นพระชนม์ไปแล้วมาประจาน จะเอาประวัติศาสตร์ที่โสโครกไม่มีมูลมาอ้าง นอกจากพวกคุณเองที่จะประเมิณตนว่าอ่านมาก ก็ไม่แน่ใจว่าไปอ่านพจนานุกรมฉบับที่เท่าไหร่มา อ้างอิงกันอย่างไร
    จิตใจพวกคุณมาทรามยิ่งกว่าหมาขึ้เรี้อน ซึ่งน่าจะถูกส่งไปที่เวียดนามหรือเกาหลี ให้เค้าทำเป็นอาหารยังจะมีประโยชน์กว่า เกิดบนแผ่นดินของเขาแล้วจะทำเป็นเทียบตนเยี่ยงท่าน มันก็ไม่ต่างอะไรกับบุคคลเนรคุณเจ้าบ้านผู้ให้อาศัย และให้ที่ทำมาหากิน ให้ที่ดินได้มีบ้านมุงหลังคาจากแดดจากฝน

    ชีวิตนี้เคยทำความดีบ้างไหม? ไม่ว่าคุณจะอยู่ประเทศอะไรก็ตาม ไทย อเมริกา หรือป่าช้า ถ้าหากขาดความสำนึกในความกตุญญูกตเวทิตา ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลกก็ไม่มีวันเจริญและประสบความสุขความเจริญในชีวิตได้

    อย่างคุณมันยิ่งกว่าบัวใต้น้ำ สงสัยอย่างเดียวว่าบัวของคุณมันสีอะไร? คงจะสีแดง

    เอาความเห็นของคุณไปไว้ที่อื่นจะดีซะกว่า Blog แบบนี้ไม่เหมาะที่จะถูกแปดเปื้อนความเห็นผิดๆของคุณ มันเป็นเพียงแค่ fallacy & propaganda จากทางฝ่ายของคุณเองซึ่งเงินเท่านั้นคือสิ่งที่พวกคุณทั้งหลายบูชา

    น่าสมเพชคนที่ไม่รู้จักยืนหยัดในชีวิตโดยไม่รู้จักแยกแยะระหว่างสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ควรกระทำ

    ถ้าอยู่ประเทศไทยไม่ได้และไม่รักประเทศไทยแล้ว ผมก็ขอแนะนำให้คุณคืนสัญชาตินี้ให้กับประเทศไทยที่คนจำนวนมากยังรัก เทิดทูญและจงรักภักดี ผมอยู่ต่างประเทศมา 25 ปี มันไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีหนึ่งในชีวิตที่ผมไม่รู้สึกภูมิใจในความเป็นคนไทย ภูมิใจที่เกิดภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ภูมิใจที่พ่อเดินทางจากประเทศจีนมาอาศัยประเทศนี้อยู่จนได้เกิดมาเป็นเรา

    คนจำนวนมากในเขมร พม่า และชาวเขา ภาวนาทุกวันคืนว่า เมื่อไรหนาที่รัฐบาลไทยจะเปิดโอกาสให้คนอย่างพวกเราได้ถือบัตรประชาชนไทย

    คนอย่างคุณมันเสียเวลาคุยด้วยนะ เสียชาติเกิด

    ต้องขอโทษนะครับพี่ Athenaz. ภาษาผมอาจจะหยาบไปนิด


  64. October 29th, 2012 at 12:19 pm       athenaz Says:

    38 คุณช่ายไหม กขคง ฟหกด ทั้งหลายแหล่

    ขอบคุณที่มีความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาอ่านประวัติศาสตร์การปกครองในมุมมองและวิสัยทัศน์ส่วนเล็กๆ แต่เป็นหลักคิดที่ยิ่งใหญ่ของบูรพกษัตริย์ผู้ปกครองแผ่นดินไทยด้วยพระเมตตา พระปรีชาชาญ และพระวิสัยทัศน์ พระองค์ทรงคุณูปการแก่แผ่นดิน ทั้งทรงเข้าถึงซึ่งความคิดอันหลากหลายในสังคมต้นและกลางสมัยรัตนโกสินทร์ที่เพิ่งผ่านพ้นการเปลี่ยนผ่านแผ่นดินหลังกรุงธนบุรีได้ไม่เกินสองสามชั่วอายุคน วิสัยทัศน์บารมีแก่แผ่นดินไทยนั้น มีทั้งก่อนหน้าและทั้งในอนาคต

    นอกจากนั้น พวกคุณยังเป็นคนหนึ่งที่บังอาจเข้ามแสดงความเห็นทอันเป็นเท็จ หยาบช้า แล้วยังใช้พื้นที่สื่อสาธารณะแห่งนี้จาบจ้วง ล่วงละเมิอคนที่คิดต่าง พวกคุณละเมิดประวัติศาสตร์ของประเทศด้วยความคิดเห็นสุดโต่ง ความเห็นต่างๆของคุณที่มีท่านผู้ทีความเห็นไม่ตรงกับคุณเข้ามาแสงไว้ ฉันจะยังคงไว้ ด้วยความเคารพความเห็นของท่านนั้นที่นอกจากเข้ามาปกป้องสถาบันแล้ว ก็ยังเข้ามาบอกกล่าวว่าเห็นต่างกับสิ่งที่พวกคุณทิ้งข่ความแบบเหวี่ยงแหอันคับแคบ เพราะพวกคุณก็ยังสับสนในบทบาทของตนว่าจะเป็นทาสหรือเป็นไท ดี ?

    เรื่องในบล็อกนี้ไม่ได้แตะต้องเรื่องการเมืองที่พวกคุณจะพยายามยัดเยียด กรูณาไปใช้สื่อพื้นที่อื่นฝากความคิดอันเหนือเส้นของความคิดเห็นเพื่อถกเถียง แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสุภาพ

    และขอท่านที่ใช้ชื่อดังกล่าวทั้งหลาย หรือชือ่อื่นที่แตกต่าง โปรดอย่าใช้พื้นที่นี้เป็นการแสดงความเห็นทางการเมืองที่นำมาแปดเปื้นประวัติศาสตร์ที่ได้บันทึกจากพระราชกรณียกิจและพระราชดำรัสโดยขาด และหน้านี้ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้ามาโพสข้อความเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือวัตถุประสงค์แอบแฝงอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงคฺของเจ้าของบล็อกโดยสิ้นเชิง

    athenaz


  65. October 29th, 2012 at 1:34 pm       athenaz Says:

    39

    ท่านศรที่รักยิ่ง คนเยี่ยงนี้ แม้มีและได้สำแดงตนเด่นชัดก็ย่อมแสดงถึงความเป็นทาสในหัวใจ ท่านไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ พวกเขาคงอยากมากล่าวหาคนรักชาติเช่นเราท่านที่คอบปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หรือทำให้แปดเปื้อนสิ่งที่เราเทิดทูน

    หากพวกเขามีความเป็นไทแล้วไซร้ เหตุใดจึงไม่มองให้ข้ามพ้นปัญหาอุแสรรคในอดีต และธำรงสืบต่อพระปณิธาน ที่ไม่ว่ารัชกาลใด ก็ทรงทนุไทยมาทุกรัชกาล

    ในยุคเริ่มล่าอาณานิคม รัชกาลที่๔ ทรงปรับปรุงการแต่งกาย ใส่เสื้อเชิ๊ต เพื่อคงความเป็นมิตรประเทศในสายตาประเทศตะวันตก ยกระดับความเป็นอยู่และพัฒนาการทางวัฒนธรรมและแต่งกายโดยยังคมความเป็นไทยและพระพุทธศาสนาไว้ : After his twenty-seven years of pilgrimage, King Mongkut ascended the throne in 1851. He took the name Phra Chom Klao, although foreigners continued to call him King Mongkut. His awareness of the threat from the British and French imperial powers, led him to many innovative activities. He ordered the nobility to wear shirts while attending his court; this was to show that Siam was no longer barbaric from the Western point of view.

    ทรงพระปรีชาชาญเป็นที่ยอมรับในโลกตะวันตกด้านดาราศาสตร์ : In his reign, the pressure of Western expansionism was felt for the first time in Siam. Mongkut embraced Western innovations and initiated the modernization of Siam, both in technology and culture—earning him the epithet “The Father of Science and Technology” in Siam.

    ร.๔ ทรงดำริริเริมทำสนธิสัญญากับฮ่องกงภายใต้การปกครองของอังกฤษ อันเป็นสนธิสัญญการค้าต้นแบบที่ในรัชกาลที่ ๕ และ รัชกาลที่ ๖ ได้ดำเนินรอยตามในรัชกาลจ่อมา : Treaty relationships
    It was during his reign and under his guidance that Siam entered a treaty relationship with the United Kingdom. Sir John Bowring, Governor of Hong Kong, as representative, concluded the trade treaty (later commonly referred to as “the Bowring Treaty”) with the Siamese Government in 1855. The Bowring Treaty later served as a model for a series of trade treaties with many other western countries, and historians often give credit to King Mongkut (and Sir John Bowring) for opening the new era of Siam's international commerce. These treaties, however, were also later considered unequal treaties, and after Siam had been modernized, the Siamese government began negotiations to renounce the Bowring Treaty and other similar treaties in the reign of King Vajiravudh, Rama VI, grandson of King Mongkut, a task that would not succeed until well into the reign of Rama VII, another grandson of his.

    พวกความคิดเห็นข้างต้น คงปิดใจไม่รับรู้พระราชกรณียกิจในการปกครองบ้านเมืองอย่างยากลำบากในยุคนั้นที่มีทั้งการทะนุบำรุงบ้านเมืองและศัตรูจากนอกราชอาณาจักร จากผู้ที่พวกเขาคิดว่าศิวิไลส์นักหนา แต่แสวงหาความเป็นทาสจากพสกนิกรของเราที่พระมหากษัตริย์เพิ่งจักประทานความเป็นไท : Treaty relationships
    It was during his reign and under his guidance that Siam entered a treaty relationship with the United Kingdom. Sir John Bowring, Governor of Hong Kong, as representative, concluded the trade treaty (later commonly referred to as “the Bowring Treaty”) with the Siamese Government in 1855. The Bowring Treaty later served as a model for a series of trade treaties with many other western countries, and historians often give credit to King Mongkut (and Sir John Bowring) for opening the new era of Siam's international commerce. These treaties, however, were also later considered unequal treaties, and after Siam had been modernized, the Siamese government began negotiations to renounce the Bowring Treaty and other similar treaties in the reign of King Vajiravudh, Rama VI, grandson of King Mongkut, a task that would not succeed until well into the reign of Rama VII, another grandson of his.

    ร.๕ ทรงเลิกทาส
    และเพราะการเลิกทาสใด้ประทานความเป็นไท แก่ทาสในเรือนเบี้ย ยังทรงดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปราศการสูญเสียเลือดเนื้อ ล้มตาย ทุกขเวทนาเช่นหลายประเทศ เรื่องนี้ต่างชาติได้บันทึกไว้มากมายถึงพระอัจฉริยภาพ ดังเช่น ;One of the most far-reaching of the later reforms was the abolition of slavery and the phrai corvee. Slavery was eliminated gradually, allowing considerable time for social and economic adaptation, and only disappeared in 1905. As a result of the introduction of a head tax paid in currency and a regular army manned by conscription, the corvee lost most of its function, and wage labor, often provided by Chinese immigrants, proved more efficient for public works projects. Likewise, the introduction of salaries for public officials eliminated the need for the sakdi na. These reforms wrought profound changes in Thai society.
    ………….

    ขอบคุณท่านศรจากหัวเมืองอีสานตอนบน พันธมิตรผู้รักชาติ

    xxx


  66. October 29th, 2012 at 1:54 pm       athenaz Says:

    41 สวัสดีค่ะ septimus

    ขอบคุณที่ได้ใช้ความเพียร สนทนากับบุคคลที่ไม่รู้ว่าอีกกี่รัชกาล เราจะคุยกับเขาเข้าใจ พี่ว่าหากชาติหน้ามีจริงคนพวกนี้ก็อาจยังเวียนว่ายอยู่ในความหลงผิด คิดไม่ดีต่อแผ่นดิน

    ป่วยการที่พี่จะไปคุยกับคนที่กล่าวมาในความเห็นที่ ๔๐ ที่ทำตัวเป็นนักชำระประวัติศาสตร์

    แต่น่าเสียดาย เงื่อไขความจำพวกเขาอาจมีจำกัด หรือถูกครอบงำด้วยบ่วงอวิชชา ดวงตามืดบอด แม้หลานพี่เรียน ป ๕ แค่ติวตอนสอบว่า พระราชกรณียกิจในการทนุบำรุงสสยามสู่ยุคใหม่ และการปกครองอาณาประชาราษฏร์แห่งกรุงสยามจากรัชกาลที่ ๓ ถึง ๗ นั้น ล้วนป็นรากฐานปัจจุบันทั้งสิ้นสุดคณานับค่ะ หลานบ่นว่าติวกันค่อนวันยังไม่หมดค่ะ พระราชกรณียกิจที่ทรงจับต้องได้

    ขอบคุณมากๆค่ะ


  67. October 29th, 2012 at 2:49 pm       athenaz Says:

    42 sept คะ

    คลิปนี้พี่ได้เห็นก่อนหน้านี้แล้ว ประทับใจมาก ที่ทรงพระมีพระราชวิสสัยทัศน์ที่ชาญฉลาด

    ทรงเริ่มตั้งแต่การรีฟอร์ม'ข้า' ของพระราชา ที่ทำงานให้พระารา งานนั้นคืองานที่พระองค์ทรงดำริเพื่อประเทศชาติและพสกนิกร

    แต่การที่ได้เลือกเพลงมาเปิด เป็นเพลง Planet ของนักดนตรีที่มีท่วงทำนองสง่างาม สมพระเกียรติ แถมมีบทเร็วที่เปรียบเหนือนอุปสรรคที่เกิดจากพวกฝรั่งตาน้ำข้าว …พี่จึงไม่ได้เปิดคลิปนี้

    มาตอนนี้ มีพวกคนใจแคบมุ่งร้ายต่อสถาบัน คลิปนี้คงได้เปิดกะลาให้พวกนั้นออกมาหาความจริงได้ค่ะ ขอบคุณมากนะที่ช่วยส่งต่อความเห็นที่ถูกต้องให้พวกมืดบอด .. ปราศจากรากเหง้าทุนทางวัฒนธรรมเหล่านั้น

    ….

    Chulalongkorn's Reforms

    When Mongkut died, his eldest son, Chulalongkorn (Rama V, 1868-1910), a minor at the time, succeeded him. Under his father's direction, Chulalongkorn had received a thorough education by European tutors. During the regency that preceded his coming of age, the young king visited Java and India in order to witness European colonial administration. Thus he was the first Chakkri monarch to leave the country. At his coronation in 1873, he announced the abolition of the ancient practice of prostrating before the monarch, which he regarded as unsuitable for a modern nation. A number of reform decrees followed, designed to modernize the judiciary, state finances, and political structure. The reforms, however, provoked a revolt by conservatives under Prince Wichaichan in December 1874. Although the revolt was suppressed, it obliged Chulalongkorn to abandon “radicalism” and proceed more carefully with reforms. It was more than a decade before the king and his associates were in a position to enact more significant changes.

    …………….


    ‘King Chulalongkorn’s Memorial Building’ in Ragunda to commemorate the 100th anniversary of HM’s visit to Ragunda in 1897. It is the only pavilion of its kind outside Thailand.

    http://www.gotoknow.org/blogs/posts/403769


  68. October 29th, 2012 at 2:54 pm       athenaz Says:

    43 ขอบคุณคลิปที่นำมาแบ่งปันค่ะ

    ช่างดีจริงๆที่ช่วยเผื่อแผ่ คลิปนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนค่ะ
    …..

    ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

    โดยทาสในประเทศไทยนั้น สามารถแบ่งได้ 7 ประเภท ดังนี้

    ทาสสินไถ่- เป็นทาสที่มีมากที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด โดยเงื่อนไขของการเป็นทาสชนิดนี้ คือ การขายตัวเป็นทาส เช่น พ่อแม่ขายบุตร สามีขายภรรยา ดังนั้น ทาสชนิดนี้จึงเป็นคนยากจน ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวหรือตนเองได้ จึงได้เกิดการขายทาสขึ้น โดยสามารถเปลี่ยนสถานะกลับไปเมื่อมีผู้มาไถ่ถอน
    ทาสในเรือนเบี้ย-เด็กที่เกิดขึ้นระหว่างที่แม่เป็นทาสของนายทาส ทาสชนิดนี้ไม่สามารถไถ่ถอนตนเองได้
    ทาสที่ได้รับมาด้วยมรดก – ทาสที่ตกเป็นมรดกของนายทาส เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนายทาสคนเดิมเสียชีวิตลง และได้มอบมรดกให้แก่นายทาสคนต่อไป
    ทาสท่านให้ – ทาสที่ได้รับมาจากผู้อื่น
    ทาสที่ช่วยไว้จากทัณฑ์โทษ – ในกรณีที่บุคคลนั้น เกิดกระทำความผิดและถูกลงโทษเป็นเงินค่าปรับ แต่บุคคลนั้น ไม่มีความสามารถในการชำระค่าปรับ หากว่ามีผู้ช่วยเหลือให้สามารถชำระค่าปรับได้แล้ว ถือว่าบุคคลนั้น เป็นทาสของผู้ให้ความช่วยเหลือในการชำระค่าปรับ
    ทาสที่ช่วยไว้ให้พ้นจากความอดอยาก – ในภาวะที่ไพร่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองให้ประกอบอาชีพได้แล้ว ไพร่อาจขายตนเองเป็นทาสเพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือจากนายทาส
    ทาสเชลย – ภายหลังจากได้รับการชนะสงคราม ผู้ชนะสงครามจะกวาดต้อนผู้คนของผู้แพ้สงครามไปยังเมืองของตน เพื่อนำผู้คนเหล่านั้นไปเป็นทาสรับใช้
    โดยการที่จะหลุดพ้นจากการเป็นทาสได้นั้น สามารถเกิดขึ้นได้หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ คือ

    – การหาเงินมาไถ่ถอน
    – การบวชเป็นสงฆ์โดยได้รับความยินยอมจากนายทาส
    – การไปสงครามและถูกจับเป็นเชลย หลังจากนั้น สามารถหลบหนีออกมาได้
    – การแต่งงานกับนายทาสหรือลูกหลานของนายทาส
    – ไปแจ้งทางการว่านายทาสเป็นกบฏ และผลสืบสวนออกมาว่าเป็นจริง
    – การประกาศไถ่ถอนจากพระมหากษัตริย์ ในช่วงของการเลิกทาส


  69. October 29th, 2012 at 3:24 pm       athenaz Says:

    44 Thanks ka sept… how nice of you to get this quote, true one:

    Here is another good one of Winston Churchill:
    “…you may have to fight when there is no hope of victory, because it is better to perish than to live as slaves.”


    xxx


  70. October 29th, 2012 at 3:34 pm       athenaz Says:

    46 Nakhasee ka
    พระท่านเคยกล่าว่า ไม่ว่าใครเขาจะคิอ่านทำสิ่งใด แม้เราไม่เห็นด้วย เราย่อมต้องปล่อยเขาไป ให้คิดให้ทำเช่นนั้น แม้ส้วงจิงแล้วยังไม่ได้ผลก็ต้องวางอุเบกขา ฮา ฮา โดยเแพาะพวกเหง้าบัวที่จมโคลน ดอกมุดน้ำ สำลักดิน อย่าได้คิดอ่านไปสาวมาปลูกให้ชูคออยู่เหนือน้ำก็หาได้ไม่ คุณน้องเห็นด้วยไหมคะ ?


    xxx

    ท่านว่าปล่อยเขาไป มามุ่งทำความดีในหมู่เฮาที่คุยกันฮู้เรื่องดีไหมก่เจ้า


  71. October 29th, 2012 at 3:48 pm       athenaz Says:

    48/ 49 / 50 พี่ว่าน้องต้องเข้าใจว่า มนุษย์บางฝูง บางเหล่า ย่อมสนทนาด้วยยาก เนื่องเพราะจิตใจแคบ ไม่ว่าจะเพียรเพียงใด้ ย่อมสูญเปล่าในความเพียร

    ท่านจึงให้วางอุเบกขาและสงวนวาจา เพราะแถวนี้ไม่มีพวกตลั่งอย่างที่ว่าจริงๆด้วย ขอบคุณน้องมาช่วยเป็นยามเฝ้าแผ่นดินสยามยามที่ยามผู้พี่ไม่อยู่ … LoL xxx

    ว่าแต่ภาพไปรษณีย์บัตร ที่ 49 – 50 นั้นงามมากค่ะ สีสดใส ได้ยลเป็นบุญตาจริงค่ะ

    ขอบคุณความเห็นต่างๆและภาพที่โพสมาแบ่งปันเป็นปลื้มกันนี่่ค่ะ

    xxx


  72. October 29th, 2012 at 4:24 pm       athenaz Says:

    50

    โอย .. ท่านศรทำให้ข้าพเจ้าต้องเปลี่ยนเป็นพวกคลั่งชาติด้วยคน หากเป็นตามนัยนั้น

    ทว่าแม้นไม่ใช่นัยนั้น ก็ยังอาจมีคนอื่นคลั่งอยู้คนเดียว ส่วนการปกครองหัวเมืองที่ว่าโหดร้าย ตั้งแต่ร้ำเรียนมาก็ยังไม่เห็นไนประวัติศาสตร์ไทย การปกครองประชาชนหมู่มากโดคยสร้างความเสมอภาคก็เป็นสิ่งที่ทุกพระองค์ได้มีกุสโลบายนานัปการเพื่อแก้ป้ญหาอุปสรรคต่างไมาโดยตลอด แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

    ขอบคุณท่านศรมากค่ะ


  73. October 29th, 2012 at 4:24 pm       athenaz Says:

    53

    555 :)) xxx


  74. October 29th, 2012 at 4:42 pm       athenaz Says:

    54 สวัสดีอีกรอบค่ะ nokhasee… ช่างมีวิสัยทัศเห็นได้ถึงบัวเหล่าที่ห้านะ

    พี่เองเห็นคนพวกนี้เข้ามาแสดงความเห็นที่ไม่กตัญญูแผ่นดินแล้ว จริงๆคงยากที่จะวางอุเบกขา แต่มองดูคนเหล่านี้คงเป็นพวกกลุ่มคนที่เรามิอาจเปลี่ยนความคิดให้คล้อยตามได้ แม้เพียงเล็กน้อย ไม่ว่าข้อเท็จจรองหรือความเหมาสมจะเป็นเช่นไรก็ตาม ว่าไหมคะ

    ขอบคุณที่มาเป็นยามสาวเฝ้าบ้านพี่นะ Nokhasee xxx


  75. October 29th, 2012 at 4:50 pm       athenaz Says:

    55 – 56

    ขอบคุณภาพและเรื่งอราวที่แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ชาวต่าางชาติก็ยังชื่นชม ถวายพระเกียรติและความภักดีระลึกถึงพระองค์ แม้เพียงเสด็จเยือนเพียงครั้งเดียวก็ตามที

    …..

    The Royal Visit to Ragunda

    Due to the King’s interests in the modern Swedish transportation and sawmill industry, he also visited the middle parts of northern Sweden. On 16 July 1897, The Royal Yacht proceeded on its voyage to Harnösand. After that, the King travelled between the islands of Lungön, Hemsö to reached Carnandö Island and then to Hagvigen, and Nyland respectively on 17 July 1897. On 18 July 1897, he visited Sånga and Sollefteå. After that, on 19 July 1897, he paid a royal visit to Bispgården, Utanede, Liden Village, Bergeforsen, Alnö Island and Sundsvall respectively before departing from Sweden on 20 July 1897.


  76. October 29th, 2012 at 4:59 pm       athenaz Says:

    57 สวัสดี คุณลายภาดกรคะ

    ไม่น่าเชื่อจริงๆค่ะ เมืองไทยเรายังมีความคิดเห็นไม่ได้อิงกับความจริงมากมาย และไม่น่าเชื่อว่า พระมหากษัตรย์ทรงงานหนักเยี่ยงนี้ยังมีคนหลงเชื่อ ตะแบงดังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยบ้านเมืองยังไม่มีผู้เรียนเหมือนปัจจุบั

    ขอัญเชิญพระดำรัสของพระองค์มาดังนี้อีกทีค่ะ

    “เพราะฉะนั้นจะป่วยการกล่าวไปถึงความคิดที่จะตั้งปาลิเมนต์ ขึ้นในหมู่คนซึ่งไม่มีความรู้พอที่จะคิด
    ราชการ และไม่เป็นความต้องการของคนทั้งปวง นอกจากจะเอาอย่างประเทศยุโรปเพียงสี่ห้าคน
    เท่านั้น หรือจะมีโปลิติกัลปาตี พวกคิดราชการเป็นพวกเป็นเหล่า ซึ่งจะมีผู้ที่อยากเป็นไม่เกินยี่สิบ
    สามสิบคน อันจะแบ่งออกเป็นสองพวกก็คงจะอยู่ในสิบสี่สิบห้าคนลงมา จะต้องเป็นทั้งผู้คิดผู้ทำตลอด
    ราชอาณาเขต ที่ไหนจะทำการตลอดไปได้ ถ้าจะจัดตั้งปาลิเมนต์หรือให้เกิดมีโปลิติกัลปาตีขึ้นในเวลา
    ที่บ้านเมืองยังไม่ต้องการดังนี้ ก็จะมีแต่ข้อทุ่มเถียงกันจน การอันใดไม่สำเร็จไปได้ เป็นเครื่องถ่วง
    ให้บ้านเมืองมีความเจริญช้า……”

    ขอบพระคุณความเห็นที่นำมาแสดงไว้หน้านี้ เพื่อแบ่งปันความจงรักภักดีอย่างยิ่งค่ะ


  77. October 29th, 2012 at 5:19 pm       athenaz Says:

    60

    ข้าพเจ้าจึงรู้ว่า ท่านศรไม่ต่างกับนายทหารคู่บัลลังก์พระมหากษัตริย์ในสมัยก่อนนั่นเอง

    ขอคุณธรรมความดี ที่มีจิตใจรักชาติศาสน์กษัตริย์ โปรดคุ้มครองท่านด้วยค่ะ


    ป้อมพระจุลจอมเกล้า


  78. October 29th, 2012 at 10:49 pm       11arrows Says:

    #78-79

    โอ่!…ท่านผู้นี้นี่ ท่านก็พยายามอยู่ในขอบเขตบ้างนะขอรับ
    รู้สึกเลยเถิด
    ฮาฮาฮา…

    คำว่า “ธรรมราชาก่อน๒๔๗๕” เป็นคำของท่านเอง ความจริงข้าพเจ้าไม่ต้องรับผิดชอบแก้ต่าง
    ข้าพเจ้าเพียงกล่าวว่า

    “เป็นสมัยหินภายใต้ธรรมราชา ก็ยังดีเสียกว่ายื่นประชาธิปไตยใส่มือคนโง่เง่าบัดซบ
    แล้วคนชั่วก็กัดกร่อนถือเอาประโยชน์จากสิ่งนี้…”

    ความหมายของข้าพเจ้าคือ
    อยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม (คือทศพิธราชธรรม)ดีกว่าประชาธิปไตยของพวกซื้อสิทธิ์ขายเสียง

    ข้าพเจ้ากล่าวไม่ถูกต้องที่ใดก็บอกมา


  79. October 29th, 2012 at 11:12 pm       11arrows Says:

    เพื่อส่วนรวม…
    เพื่อความเป็นชาติ เป็นบ้านเป็นเมืองที่เหนียวแน่นเข้มแข็ง
    ไม่แยกแยกเป็นกันออกก๊กเป็นเหล่าจนอ่อนแอเปราะบาง…อริหยิบมือหนึ่งก็เข้ามาเผาทำลายจนพินาศฉิบหาย
    “คติ” เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์มีความสำคัญมาก
    และก็มีบทบาทยึดโยงน้ำใจรักชาติรักแผ่นดินของคนทุกหมู่เหล่าเรื่อยมา
    มิพักต้องกล่าวถึงฐานะประมุข ผู้ซึ่งพาบรรพชนไทย อันหมายรวมถึงทุกเชื้อชาติศาสนาภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร
    ผ่านพ้นทั้งวันดี และวันร้าย
    จนเรายังมีแผ่นดินให้พอได้อยู่อาศัยอย่างสง่าผ่าเผยมาได้จนบ้ดนี้

    “คติ” ที่ข้าพเจ้ากล่าวถึงนี้
    หัวใจขบถของท่านไม่มีทางเข้าใจได้ดอก

    :)


  80. October 29th, 2012 at 11:33 pm       11arrows Says:

    “แผ่นดินนี้เป็นของกษัตริย์” อยู่แต่เดิม
    (ผู้ใดรวบรวมขอบเขตดินแดนขึ้นมาเองได้ก็บอกมา?)
    คติเช่นนี้ ท่านไม่ได้ยอมรับแต่แรกแล้วใช่ไหม?


  81. October 29th, 2012 at 11:43 pm       11arrows Says:

    พระมหากษัตริย์ (สถาบัน)
    เรียกว่า “พระเจ้าแผ่นดิน”…พระราชฐานะ (สถานภาพ) ก็คือพระเจ้าแผ่นดิน
    บทบาท ก็เป็นเจ้าของแผ่นดิน
    ในยามมีเภทภัยคุกคามชาติแผ่นดิน ท่านว่าเป็นภาระของผู้ใดต้องออกหน้าต้านทานเล่า?

    ประเทศไทยนี้ จะเรียกอีกนามหนึ่งก็ได้…
    “ราชอาณาจักรไทย”
    คำแบบนี้ ท่านก็ไม่ได้คิดว่ามันมีความหมายอะไรเลยหรือ?

    คติเช่นนี้ หัวใจเณรคุณของท่านไม่ได้ยอมรับแต่แรกแล้วใช่ไหม?


  82. October 29th, 2012 at 11:55 pm       11arrows Says:

    ต้นไม้ใหญ่มีเทพารักษ์
    ต่อให้ไม่เชื่อก็อย่าได้ลบหลู่…ข้อความนี้คงตลกมากสำหรับท่าน
    แต่ก็เป็นคติความเชื่อ…และเราก็ไม่ได้จริงจังมากมาย
    ท่านจะตลกนึกบ้างก็ได้

    “พระสมเด็จวัดระฆัง” จักรพรรดิพระเครื่อง…
    หนึ่งในเบญจภาคี เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงค่า ไม่บังควรลบหลู่อย่างยิ่ง…

    คติอย่างนี้ท่านกล้านึกขบขันบ้างไหม?


  83. October 30th, 2012 at 12:40 am       11arrows Says:

    ข้าพเจ้าฟังมาว่า…
    ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง กับชาวสุโขทัย
    เป็นเช่นบิดากับบุตร…
    ข้าพเจ้าก็เคารพนับถือบรรดา “พ่อขุน” เช่นนั้น

    ในสมัยอโยธยาศรีรามเทพนคร…
    พระมหากษัตริย์คือสมมุติเทพ…คือ “เทวราชา” คือเทพเจ้า…
    ข้าพเจ้าก็เคารพสักการะต่อ “เทวราชา” เช่นนั้น

    คติความเชื่อ อันบันดาลข้าพเจ้าเคารพต่อสิ่งทั้งหลาย
    อาจจะโดยความเขลาก็ตาม
    อาจเพราะมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ อันจะละเว้น หรือทำลายชิวิตอับเฉาของข้าพเจ้าได้ก็ตาม…

    คติความเชื่อเช่นนี้ เผอิญเป็นคุณแก่ชาติบ้านเมือง
    ในอันที่จะก่อสานผูกรัดน้ำใจไพร่ฟ้า เป็นหนึ่งเดียว…
    รักชาติแผ่นดิน…ของเทวราช
    และอาจสามารถเสียสละทุกอย่าง เพื่อปกป้อง

    ลุเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์…
    พระราชฐานะเทวราชคงดำรงอยู่เพียง 3 รัชกาล
    จากนั้นก็เป็นพระมหากษัตริย์เอง ที่ไม่พึงให้พระองค์มีพระราชฐานะเช่นนั้น
    อาทิยกเลิกการหมอบกราบเมื่อเข้าเฝ้า…
    (แต่ข้าพเจ้าก็เห็นผู้อื่นกระทำดังนั้นอยู่จนบัดนี้…และข้าพเจ้าก็ว่างาม)
    พระมหากษัตริย์ ที่เป็นเทวราชาลดพระองค์ลงมาเอง
    แม้นจะยังคงพระราชอำนาจเป็นสิทธิ์ขาดประดุจเทพเจ้าดังเดิม
    พระบรมราชโองการ คือกฏหมาย
    ความจริง คือ จะกระทำ หรือไม่กระทำการใดๆ ก็ได้
    จะให้ศีรษะผู้หยามหมิ่นจาบจ้วงให้ร้าย หลุดออกเสียจากบ่าเมื่อใดก็ได้

    ทำการใดก็ได้ แต่…
    แต่การนั้นย่อมอยู่ภายใต้ “ทศพิธราชธรรม” ธรรมะที่พระมหากษัตริย์ ปกติทรงยึดถือ
    นี่เป็นที่มาของคำว่า “ธรรมราชา”
    คือพระราชาที่ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ทรงอยู่ในธรรม

    ท่านว่าข้าพเจ้าสมควรชมชอบอยู่ภายใต้ธรรมราชา ผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน
    หรือพึงพอใจอยู่ในประชาธิปไตยภายใต้รัฐบาลนอมินีของนักโทษหลายคดีที่ยังไม่ได้สะสางเล่า?

    ข้าพเจ้ากล่าวอย่างยืดเยื้อเรื้อรัง
    ก็ไม่ใช่ดราม่าอะไร
    คติเรามันคนละอย่างกัน
    ความดีความชั่ว เราก็ไม่ได้คิดเห็นเหมือนกัน

    ท่านขบขัน ข้าพเจ้านับถือกษัตริย์ประดุจดังบิดาบังเกิดเกล้า

    เรียนท่าน…
    ข้าพเจ้าความจริงนับถือประดุจเทพเจ้าต่างหาก
    ท่านจงขบขันเสียยิ่งกว่าเดิมเถิด


  84. October 30th, 2012 at 1:11 am       11arrows Says:

    #77

    ท่าน athenaz ที่รัก
    ข้าพเจ้าละอาย ความหมายของท่านข้าพเจ้ารับไว้ไม่ไหวหรอกท่าน
    ก็หากพระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช ไม่เอ็นดูเลิกทาสไปเสียแต่เนิ่นๆ
    จนบัดนี้ ชนชั้นข้าพเจ้าก็คงยังเป็นทาสอยู่

    แต่ก็จะไม่อนาทรร้อนใจนักหรอกขอรับ
    เพราะข้าพเจ้าไม่ใช่ทาสนิโกรในอเมริกา ที่แม้เป็นไทแล้วก็ยังถูก the Klan ไล่ล่าย่ำยี

    ข้าพเจ้าเป็นทาสในสยาม ซึ่งปกติคนถือธรรมะ

    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    :)))


  85. October 30th, 2012 at 6:33 am       athenaz Says:

    ท่านศรที่รักคะ

    ขอบคุณท่านอย่างยิ่ง คราวนี้ต้องขออนุญาติเฉพาะเพื่อนรักนักเพลงแล้วค่ะ ไม่ใช่สมาชิก คงเชิญออกไปยืนคอบก่อนในช่วงนี้

    แล้วจะมาคุยโอกาสแรกที่มี ความเห็นสุดท้ายสองความเห็นก่อนหน้านี้ 78-79 ขออนุญาติลบออกค่ะ คำตอบของท่านศรผู้อ่านจะทราบได้คร่าวๆว่าคำพูดที่จาบจ้สงเป็นเช่นไร

    Have a good day ka… Great heart of Siam fiend xxx


  86. October 30th, 2012 at 7:25 am       11arrows Says:

    ที่ใดท่าน athenaz เห็นไม่บังควร จะไม่อนุญาต หรือลบความเห็นเหล่านั้นได้เลยขอรับ
    ทั้งนี้ย่อมรวมทั้งความเห็นของข้าพเจ้าเองด้วย

    เสียดายก็แต่ยังมีอีกหลายข้อที่ยังค้างคา และน่าสนใจ
    ในเมื่อท่านนั้นว่าเป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ จาก google!!?

    ฮาฮาฮาฮาฮา…ฮาฮาฮา…

    :)))


  87. October 30th, 2012 at 5:09 pm       septimus Says:

    LOL…
    summer วันนี้เลยค่าคุณพี่คะ แล้วพรุ่งนี้ก็ยังจะ supersummer ด้วยค่ะ xxxxxxxxxxxxx

    :)))
    :))))

    ..ขี้ข้าแบบนั้นเหรอคะคุณพี่ ข้าเจ้าว่าเป็นพวกหน้าด้านลอบเข้ามาอาศัยในพระราชอาณาจักรให้เป็นภาระของพวกเรามากกว่าคะ สังเกตได้ง่ายตรงที่มันไม่สนใจเรื่องราวภายในพระราชอาณาจักรเลยแม้แต่น้อยค่ะ วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาเก็บกวาดบ้าน ขยะพวกนี้คงต้องตัดใจโยนออกไปไกลๆคะ เสียงบสอนสั่งและพาลทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษไปด้วยค่ะ


  88. October 30th, 2012 at 5:15 pm       septimus Says:

    Photobucket

    Thank you very much ka khun P' xxxx

    ^___*


  89. October 30th, 2012 at 5:47 pm       septimus Says:

    Photobucket[สะพานหันในพระราชดำริของพระปิยะมหาราช บนแม่น้ำอาร์โนที่ FIRENZE ]

    Photobucket

    LOL..บล็อกคุณพี่มีใส่รปภ.ซะแล้ว หมดสนุกกันคะ พวกเราน่าจะอ่านประวัติศาสตร์ยังไม่ทั่วถึงนะคะ ฮาฮาฮา….โอย โดยเฉพาะเรื่องราวเพ้อเจ้อนอกคอกพวกนั้น แอบๆอยู่ทำมั้ย เอาออกมาประจานเล้ยไอ้พวกสักแต่เกิดมาเป็นตัว


  90. November 2nd, 2012 at 9:22 am       loongchat Says:

    สวัสดีครับ at
    ลุงชาติมาช้าอีกตามเคย
    สบายดีนะ


  91. November 3rd, 2012 at 8:52 am       11arrows Says:

    โอ่!…ดูเหมือนท่าน athenaz จะยังมีภาระอื่นๆ
    ข้าพเจ้านึกว่าจะได้สนทนาเรื่องนั้นเพิ่มเติมบ้าง ในส่วนที่พึงจะกระทำได้
    เผื่อว่าพวกเนรคุณ ที่กำลัง “ก้าวหน้า” ไปเป็นทรพี
    จะบังเกิดสำนึกอะไรขึ้นมาบ้าง
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    :)))


  92. November 6th, 2012 at 7:02 pm       ana123 Says:

    ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในองค์บุรพกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาชาญเป็นล้นพ้น

    ทรงปกปักรักษาอธิปไตยและดูแลทุกข์สุขของราษฎรไทย ด้วยพระเมตตายิ่ง

    _/\_


  93. November 6th, 2012 at 7:08 pm       ana123 Says:

    Wish your days are brighten & cheerful ka, lovely sis

    :)))


  94. November 20th, 2012 at 9:49 pm       athenaz Says:

    93

    Dearest Ana ka… Long time no see..you and me ..LoL

    I do wish your days are favorable ones with happiness as always and as you would wish ka sis..xxx


  95. November 20th, 2012 at 9:56 pm       athenaz Says:

    92 Ana คะ

    ขอร่วมกราบน้อมรำลีกองค์ภูมิทร์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งและทรงเป็นพระมหากษัตริย์ทรงพระทรงเมตตาพสกนิกร อีกทรงวางพื้นฐานที่มั่นคงแก่ประเทศสยามด้วยพระวิสัยทัทศน์ที่ทรงเล็งเห็นการไกล

    ขอบคุณทัอัญญเชิญพระบรมฉายาสาทิศลักษร์มาแบ่งปันผู้จงรักภักดีในบล็อกนี้ค่ะ Ana
    xxx


  96. November 21st, 2012 at 4:01 pm       athenaz Says:

    91 ท่านศรที่รักยิ่ง กลับมาแล้วค่ะ ๆ

    อย่างไรเสียก็ขอยึดราชอาณาจักรไทยเป็นฐานที่มั่นค่ะ ส่วนพวกใดจะว่ากระไร อาจต้องถามเสอ้ายว่า ท่านให้ความสนใจประการใด 555 …

    ….
    ขอขอบคุณที่ท่านและ septimus น้องส่าวคนงามแห่งเมลเบอร์น ได้ไปช่วยกวาดล้างพวกเนรคุณแผ่นดิน พวกสายพันธ์เหล่านั้นจึงได้รับเมตตาต่อปากต่อคำด้จากผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ด้วยเป็นอย่างดี 555 ! xxx

    ท่านสบายดีทุกทิวา ราตรีกระมังคะ ด้วยรักและคิดถึงค่าาา xxx


  97. November 21st, 2012 at 4:11 pm       athenaz Says:

    90

    ไม่มีคำว่าช้าค่า ลุงชาติ
    ชีวิตอีกยาวไกล หัวใจเปี่ยมมิตรใกล้ชิดกันเสมอนะคะ
    ขอบคุณที่แวะมา บล็อกและรูปของลุงชาติกินใจกรรมการ ไชโย ค่ะ … !


  98. November 21st, 2012 at 4:21 pm       athenaz Says:

    89

    555

    เขาว่าผู้เพ้อเจ้อ หากเราหลงฟัง รังแต่จะเสียและเสีย … พวกสรรพสัตว์เหล่านี้คิดประการเดียวจะทำอย่างไรที่จะแยกพระราชากับปวงประชา เซปว่าไหม ว่ามันเกิดกี่ชาติก็ไม่มีบารมีที่จะทำได้ เพราะเพียงแค่คิดจะทำ ก็ไม่ได้ผุดเกิดแล้วค่า

    ขอบคุณเซปมากที่เข้ามาลงแถวฮับแยก รปภ. อาสาเข้ามา ทหารเสื่อพระราชาค่ะ … ช่วงนั้นพี่ยุ่งขะหนาด ออกเดินทางวันที่ ๑ พย.ค่ะ เดือนนี้อยู่บ้านน้อยมาก เอกรือจะไปตั้งรกรากแถวลานพระรูปดีคะน้องพี่

    Good evening and Good Night ka…!
    xxx

    xxx


  99. November 21st, 2012 at 4:23 pm       athenaz Says:

    87 88

    ภาพและดอกไม้งดงามยิ่งค่ะ … real summertime revisits …
    best of love from me to you/


  100. November 21st, 2012 at 4:27 pm       athenaz Says:

    83

    ท่านศรที่รักยิ่งคะ : this is the Post of the loyal love for the century:

    Quote

    ความคิดเห็นที่ 83, เว็บไซต์ :

    ข้าพเจ้าฟังมาว่า…
    ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง กับชาวสุโขทัย
    เป็นเช่นบิดากับบุตร…
    ข้าพเจ้าก็เคารพนับถือบรรดา “พ่อขุน” เช่นนั้น

    ในสมัยอโยธยาศรีรามเทพนคร…
    พระมหากษัตริย์คือสมมุติเทพ…คือ “เทวราชา” คือเทพเจ้า…
    ข้าพเจ้าก็เคารพสักการะต่อ “เทวราชา” เช่นนั้น

    คติความเชื่อ อันบันดาลข้าพเจ้าเคารพต่อสิ่งทั้งหลาย
    อาจจะโดยความเขลาก็ตาม
    อาจเพราะมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ อันจะละเว้น หรือทำลายชิวิตอับเฉาของข้าพเจ้าได้ก็ตาม…

    คติความเชื่อเช่นนี้ เผอิญเป็นคุณแก่ชาติบ้านเมือง
    ในอันที่จะก่อสานผูกรัดน้ำใจไพร่ฟ้า เป็นหนึ่งเดียว…
    รักชาติแผ่นดิน…ของเทวราช
    และอาจสามารถเสียสละทุกอย่าง เพื่อปกป้อง

    ลุเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์…
    พระราชฐานะเทวราชคงดำรงอยู่เพียง 3 รัชกาล
    จากนั้นก็เป็นพระมหากษัตริย์เอง ที่ไม่พึงให้พระองค์มีพระราชฐานะเช่นนั้น
    อาทิยกเลิกการหมอบกราบเมื่อเข้าเฝ้า…
    (แต่ข้าพเจ้าก็เห็นผู้อื่นกระทำดังนั้นอยู่จนบัดนี้…และข้าพเจ้าก็ว่างาม)
    พระมหากษัตริย์ ที่เป็นเทวราชาลดพระองค์ลงมาเอง
    แม้นจะยังคงพระราชอำนาจเป็นสิทธิ์ขาดประดุจเทพเจ้าดังเดิม
    พระบรมราชโองการ คือกฏหมาย
    ความจริง คือ จะกระทำ หรือไม่กระทำการใดๆ ก็ได้
    จะให้ศีรษะผู้หยามหมิ่นจาบจ้วงให้ร้าย หลุดออกเสียจากบ่าเมื่อใดก็ได้

    ทำการใดก็ได้ แต่…
    แต่การนั้นย่อมอยู่ภายใต้ “ทศพิธราชธรรม” ธรรมะที่พระมหากษัตริย์ ปกติทรงยึดถือ
    นี่เป็นที่มาของคำว่า “ธรรมราชา”
    คือพระราชาที่ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ทรงอยู่ในธรรม

    ท่านว่าข้าพเจ้าสมควรชมชอบอยู่ภายใต้ธรรมราชา ผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน
    หรือพึงพอใจอยู่ในประชาธิปไตยภายใต้รัฐบาลนอมินีของนักโทษหลายคดีที่ยังไม่ได้สะสางเล่า?

    ข้าพเจ้ากล่าวอย่างยืดเยื้อเรื้อรัง
    ก็ไม่ใช่ดราม่าอะไร
    คติเรามันคนละอย่างกัน
    ความดีความชั่ว เราก็ไม่ได้คิดเห็นเหมือนกัน

    ท่านขบขัน ข้าพเจ้านับถือกษัตริย์ประดุจดังบิดาบังเกิดเกล้า

    เรียนท่าน…
    ข้าพเจ้าความจริงนับถือประดุจเทพเจ้าต่างหาก
    ท่านจงขบขันเสียยิ่งกว่าเดิมเถิด

    | 11arrows | 30 ตุลาคม 2555 | 00:40:38

    Unquote

    athenaz


  101. November 24th, 2012 at 7:37 pm       septimus Says:

    Photobucket

    สวัสดียามดึกคะคุณพี่

    ข้าเจ้าเพิ่งเห็นเม้นท์พร้อมภาพงามของคุณพี่ที่บล็อกคะ ต้องขอโทษนะค้าที่ข้าเจ้าช้าาาา 5555 เพราะพักหลังข้าเจ้าไม่ได้เข้าไปดูเลย แต่ก็ได้เจอคุณพี่ที่เฟสฯเนาะๆ

    แต่นับแต่วันนี้ พวกเราคงต้องกลับมาเม้าท์ทางนี้กันต่อคะ 55555 เพราะเฟสฯข้าเจ้าโดนกีดกันไปเรียบร้อยและขี้เกียจแก้ไขคะ(ถือโอกาสตัดหางปล่อยวัดซะเลยค่ะ)

    คืนนี้ก็ชักง่วงแล้วคะ และ คุณพี่ก็คงเหนื่อยมากๆใช่ป่ะคะ เอาไว้เราค่อยคุยกันนะคะ

    ขอขอบคุณคุณพี่สำหรับภาพกุหลาบแสนหวานบอบบางอีกครั้งค่ะ xxxx

    ^__^


  102. November 25th, 2012 at 1:13 pm       septimus Says:

    “มนุษย์จะมีชีวิตอยู่อย่างไรในโลกอันสับสนวุ่นวายวุ่นวาย ไร้สาระ และชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์”

    –จวงจื่อเสนอแนวคิดที่แตกต่างออกไป คือการปลดปล่อยตัวเองสู่อิสรภาพ หล่อเลี้ยงภายในโดยไม่วิตกกังวลกับเรื่องภายนอก อย่างเช่น ผลประโยชน์ ชื่อเสียง และดำเนินไปตามครรลองของธรรมชาติ

    ในการปลดปล่อยตัวเองสู่อิสระเสรีนั้น จวงจื่อมองว่าชีวิตมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยพันธนาการจากแนวความคิดเก่า กฎเกณฑ์แบบแผน และ มนุษย์นั่นเองเป็นผู้กำหนดสุข-ทุกข์ของตัวเอง

    จวงจื่อเสนอแนวคิดให้มนุษย์แสวงหาและกลับสู่ธรรมชาติดั้งเดิมของตน พ้นไปจากสองสภาวะที่เป็นคู่ตรงข้าม ทั้ง ดี-เลว สวยงาม-อัปลักษณ์ ชีวิต-ความตาย เป็นต้น รู้ในการแปรเปลี่ยนของธรรมชาติ แม้ชีวิตและความตายอันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์ ก็เป็นการแปรเปลี่ยนเฉกเช่นเดียวกับฤดูกาลทั้งสี่–

    LOL…..

    คุณพี่หมายถึงrosesธรรมของท่านจวงจื่อดังเช่นข้างบนนี้เหรอคะ
    ^^ ข้าเจ้าล้อเล่นค่า เพียงแต่ตามลิงค์ที่คุณพี่ฝากไว้ก็ไปพบกับธรรมที่เราสามารถเดินตามรอยได้ไม่ยาก ขอบคุณคุณพี่มากๆค่ะ

    ..ข้าเจ้าว่าคุณพี่มีสัญญาจากอดีตคะ ไม่งั้นไม่เขียนครบรอบปีได้โดยบังเอิญอย่างนี้ค่ะ
    พระองค์คงจะยังทรงห่วงพวกเรานะคะ

    ขอขอบคุณกุหลาบงามมากๆค่ะ ช่างแบบบางอ่อนโยนอะไรอย่างนี้คะคุณพี่ xxxxxxxxxxx

    *__________^


  103. November 27th, 2012 at 12:21 am       athenaz Says:

    555 ยังดีที่ไม่ได้เขียนเรื่องละปีนะคะ อุ อุ หรือปีละเรื่อง LoL xxx

    ร ๕ อยู่ในใจพี่เสมอมา เพราะในหลวงเราทรงดำเนินรอยตามที่พระองค์ทรงวางพื้นฐานสำคัญไว้ เพราะ ร ๖ ก็พระชนม์ไม่ยืนยาวนัก ร ๗ ก็ทรงดำริประชาธิปไตยให้ปวงชนจากพื้นฐาน ที่ร ๕ทรงวางไว้เช่นกัน … ส่วน ร ๘ ทรงพระชนม์สั้น ดังนั้นการทรงงานอันยาวนานอยู่ในรัชสมัยของพระพุทธเจ้าหลวงและในหลวงองค์ปัจจุบันค่ะ

    …..

    แนวคิดจวงจื่อที่แตกต่างออกไปอาจยากที่จะปรับใช้ในแวดล้อมแบบที่เราเกิด อยู่มานาน หากประยุกต์ ปรับสักเล็กน้อยกฌอาจพอปรับใช้ได้ เช่นผันตัวออกไปอยู่กับธรรมชาติแบบไม่เอ็กซตรีมมาก พี่หมายถึงหากเราทำได้ก็ไม่เลวนัก ไม่ต้องพันธนาการความคิด วิถึชีวิตกับวัตถุ สัญญา สมมุติต่างๆ ทำเช่นนั้นได้ คือธรรมะขั้นสูงเทียวค่ะ
    หากทำแล้วทุกข์ ก็รู้เองว่าไม่เหมาะ หากทำแล้วสุข ก็คือทางเลือก

    ชีวิตก็คือทางเลือกของแต่ละคน ใช่ไหมคะ

    Good night ka dearest sis…
    xxx

    *____________________*


  104. November 27th, 2012 at 4:58 pm       rapeseed Says:

    Lovely P AT kaaaa xxxxx,

    รูปของพี่เอทีรูปนี้สวยจริงๆค้า ฮาฮา งั้นคราวหน้าเรานัดกับผองเพื่อนเอ็มบล็อก ท่านรุ่ง ท่านศร ท่านบัว คุณนก คุณโก้ พี่เอที พี่ลัฟเซ็ป นู่มินนี่ปุ๊กกี้ ที่เมืองไทย ที่ กทม นะค้า ท่าจะสนุก

    น้านซิคะ จะเพลิดเพลินเกินไป รอบล็อกพี่เอที จากเชียงใหม่ ถึงเดอร์สลีย์ เวสตันเบิร์ท และ บล็อกล่าสุดไล่รัฐบาลด้วยนะคะพี่เอทีคนดี อยากอ่านจากมุมมองของพี่ค่ะ

    Dearest Sis ka xxxxx

    ขอบคุณพี่เอทีสำหรับภาพอดีตของเดอร์สลีย์ สวยอีกแบบนะคะ ระฆังเก่าใบนั้นก็ยังแขวนอยู่จนกระทั้งวันนี้

    ดีใจที่มีความทรงจำดีๆกับพี่เอที พี่อ้วนและน้องแอม หวังว่าเราจะมีเวลาดีๆเช่นนี้ด้วยกันอีกในอนาคตนะคะ

    ไม่เป็นไรค้า สะดวกเรื่องอะไร เวลาไหน เขียนได้ตามสะดวกค้า จะรอนะคะ

    วันนี้นธันย่า หลงเสน่ห์ใบไม้ร่วงจนขับรถเลยทางเลี้ยวไปเวสตันเบิร์ท ขับทะลุไปหมู่บ้านปรินซ์ชาร์ลส ค้า แต่ก็วกกลับมาหาพี่เอทีได้ทันเวลา ฮาฮา

    ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ดีๆ กำลังใจในการประกวดค้า แม้ว่าจะกินแห้ว แต่ก็อร่อยดี อิอิ ปีหน้าพยายามใหม่ค้า ต้องมีวันของเราสักวันหนึ่ง คิดถึงและเทคแคร์นะค้าซิส

    I m so glad you like this song ka,it s one of my fav song ka sis. x

    My Love Sis ka xxxx
    You are very kind to me. I ve been preparing myself for my big day tomorrow ka. Just returned from work. In our area and surroundings we have a big problem with floods ka due to a nasty rain.

    Last night A38 was closed and today news it was a big headline about floods.

    Please send my love to P Owon. I have tried my best and tomorrow just relax and drink ka to celebrate the hard work.

    I will let you know what the result is. I also working tomorrow til noon and then off to London by our van ka. I will be in London by 4 p.m. The party starts at 6 til midnight. Then we will return home and will be here about 2 a.m.

    I will think of you and wish me luck kaaaa

    Many thanks and take care na ka sis.


  105. November 27th, 2012 at 8:10 pm       normally Says:

    โอ…ข้าพเจ้าเพิ่งได้มาอ่านความคิดเห็นของเหล่าท่าน ๆ ที่โต้ตอบกันไปมา….

    ต้องขออภัยท่านเจ้าของบ้านด้วยที่มาช้ากว่าท่านลุงซะอีก….

    เอา ๆ ๆ ท่านใดไม่รักและเทิดทูนที่เป็นชาติไทย ก็ คืนสัญชาติไทยแล้วก็ไปขออาศัยอยู่ประเทศอื่นใดได้เลยตามใจท่านเถิด ที่นี่เรารักที่เป็นชาติไทย ชาติเรามาช้านาน…และจะตลอดไป

    หากชาตินี้หรือชาติหน้าท่านไม่รักที่เป็นชาติไทยนี้แล้ว ก็อย่ามาเกิดในประเทศชาตินี้อีกเลยขอรับ…


  106. November 28th, 2012 at 3:57 am       septimus Says:

    hahahahaha…

    น่าจะเป็นอย่างนั้นคะคุณพี่ น้องธัญญาคงต้องเป็นเราที่จะพาไปเที่ยวกันแถบนั้น

    ข้าเจ้าว่าอังกฤษทั้งเกาะสวยงาม เลือกไม่ได้เลยว่าที่ไหนสวยกว่ากัน ชอบหมดคะ น่าหลงใหล ^^

    Photobucket

    คุณพี่เช็คเมลล์หน่อยนะคะไม่แน่ใจถึงคุณพี่รึเปล่าค่ะ

    Good morning ka khun P' xxxxxxx

    :))))


  107. November 30th, 2012 at 12:08 am       athenaz Says:

    104 แน่นอนค่ะ ธันย่า ต้องมีวะนของเราบ้างในเรื่องรางวัลแห่งความเป็นมืออาชีพ…

    แค่อย่าลืมนะคะ ว่าวันของเราคือทุกวันทุกวัน … พี่ว่าเราสนใจบ้างพอประมาณแต่เราทำดีทุกวันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

    ส่วนที่ธันย่าเคยเล่าให้ฟังเมื่อตอนเจอกัน .. พูดถึงสนใจไปทำงานทางอื่นนั้น พี่ไม่มีความรู้เอาเสียเลย พี่กลัวแต่ึผู้คนจะไม่ไนส์เท่าทางนี้ ไหนจะความคุ้นเคยในสถาพแวดล้อมประเพนี เดฟว่าอย่างไรคะ ส่วนพีต้องรอให้วิเคราะห์ให้พี่ฟัง ถือว่าเป็นแผนระยะกลาง หากเมืองผู้ดเรื่งมากกะเราเดี๋ยวก็ทิ้งเสียเลย… เฮ้อ …เล่าให้พี่ฟังนะคะ วิเคราะรอบด้านให้ดี ชีวิตเรื่องใหญ่ เรื่องเงินก็ใหญ่เหมือนกัน แต่เป็นรอง

    Oh oh… just back and plan our next meeting ! who knows, P Owon happy travelling with P, we having been doing this much lately since we have our own family ka.. now the kids grown up, we seem to have more time and found that we enjoy doing so. Amm will be here with her 2 degrees of M.Sc. we probably can plan next one next yr ka luv.

    What's the weather like ka? who are our cute friends at Slimbridge, I wonder?


  108. November 30th, 2012 at 12:11 am       athenaz Says:

    105

    ท่านรุงค้าาา มาโปรดสัตว์ เลยได้อานิสงส์กันทั่ว ท่านแช่งไว้ ตอนนี้่กำลังไปแย่งกันเกิดในอเวจีค่าา xxxxxxx


  109. November 30th, 2012 at 12:27 am       athenaz Says:

    จริงค่ะเซป
    เราก็เจอกันในนี้ก็แล้วกัน จะได้รู่ว่าของแท้ แฟนบล็อกที่ไม่ยอมปล่อย ฮา ๆๆ

    โอ สก็อตติชบอร์เดอร์ที่เย็นสบาย อุ๊บส์ หน้านี้คงเย็นเจี๊ยบ .. นิ่งสงบจริงๆค่ะ .. LoL

    xxx


  110. November 30th, 2012 at 3:12 am       septimus Says:

    Photobucket

    ฮาฮาฮา……..
    ความสำคัญ สิ่งใดที่เรียกสำคัญ… ที่มา ที่ไป หรือ.. ที่กำลังแหวกว่ายไขว่คว้า

    กู๊ดมอร์นิ่งค่ะคุณพี่
    ขอบคุณคุณพี่มากๆอีกคร้ังค่ะ xxxxxxxxxx

    have a Lovely day na ka ^^

    :))))


  111. November 30th, 2012 at 4:11 am       septimus Says:

    ไม้งามจากดินแดนชาวสกอตคะคุณพี่ สวยยยยมากกก กลิ่นหอมเย็นๆจางๆ เห็นแล้วอยากให้ปลูกได้บ้างทางแถบนี้ค่ะ คุณพี่ดูเค้าบรรจงวางลายลงบนกลีบดอกแต่ละกลีบคะ… สงบเย็นเลยนะคะ ฮา….

    #103

    คุณพี่คงไม่ใจร้ายเขียนปีละเรื่องจริงๆนะค้า แต่เรื่องละปี น่าสนใจมากค่ะ จะออกแนวไหนน้ออออ ฮาฮาฮา… คงป่นกันไปข้างนะคะ กับพวกมารรรรร

    enjoy your day ka khun P' xxxxxxx

    :)))
    :)))))


  112. November 30th, 2012 at 11:22 am       athenaz Says:

    111 แค่ขอสยบมาน ที่ว่าก็อย่าทุกปีนะคะ 555 … xxx
    ขออยู่กับปัจจุขบันบ้างนุคะ

    ที่มา ที่ไป ช่างมาร…
    โอแล้วเมื่อไรมารมานจะหมดคะน้องพี่
    Happy Friday afternoon kaaa xxx


  113. November 30th, 2012 at 11:23 am       athenaz Says:

    ดอกไม้งามที่สุดเลยค่ะ highland flowers !!

    …………

    110
    เรามาสนทนาแบบสภาโรม่า หรือ สภาเอเธนส์ดีคะ P athenaz อาจจะระลึกชาติได้ในครานี้ 555 xxx

    Slimbridge Gloucestershire, UK : 11-11-12 noontime

    ที่มา ที่ไป ย่อมกำเนิดจากปัจจุบันแห่งใจในสัญญา ผวามุ่งไล่ไขว่ขว้า ฤาจะหนีพ้นสัญญามาก่อนกาล ?

    แม้ไม่เห็นสำคัญ หากทันจิต
    มุ่งจะคิดไขว่คว้าหาแก่นสาร
    หรือบอกว่ามุ่งแต่ธรรมเป็นสำคัญ
    พระพุทธวัจน์ตรัสเตือนไว้ใช่ถูกทาง

    อันนี้ยังเป็นชาติปัจจุบันค่า dearest sept !
    Afternoon ka sis… weekend is coming to town :))
    xxx


  114. November 30th, 2012 at 12:15 pm       septimus Says:

    5555… คุณพี่ตลกแต่เช้า ข้าเจ้าเกือบไม่เป็น…

    สัญญามาก่อนกาล! หุหุ..

    Photobucket
    ภาพเครื่องกักหิมะ-ภูมิปัญญาชาวสกอต

    “แม้ไม่เห็นสำคัญ หากทันจิต
    มุ่งจะคิดไขว่คว้าหาแก่นสาร
    หรือบอกว่ามุ่งแต่ธรรมเป็นสำคัญ
    พระพุทธวัจน์ตรัสเตือนไว้ใช่ถูกทาง”

    ..คุณพี่ขา ถ้าเราได้อ่านวรรณกรรมใหม่เรื่องนี้กันจบ ไม่แน่ว่าเราจะคุยกันไปถึงไหนๆนะคะ xxxxxxxx

    ขอบคุณคุณพี่มากค่ะ เที่ยงนี้หม่ำไรดีคะ

    ^____________*


  115. November 30th, 2012 at 1:28 pm       athenaz Says:

    Happy Friday Afternoon … soon to be our most happiest day of sharing our loyal hearts to our Great King ka, dearest friends and sis :

    ….

    ๑ ธค. ๒๕๕๕ หลังข้าวเที่ยง

    ๑ ธค. ๒๕๕๕ บ่ายคล้อย:
    งาน ‘รวมพลคนไทยในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙’
    โปรดเตรียมตัวแสดงความภักดี หากท่านไม่ว่างในวันที่ ๕ โปรดมาวันนี้ค่ะ
    เสาร์ที่ ๑ ธันวาคม ๑๖.๐๐ – ๒๐.๐๐ สวนอัมพร
    ชวนคนไทยทุกคน ในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙
    มาแสดงพลัง .. รักพ่อภาคปฏิบัติ

    ๕ ธค. ๒๕๕๕
    ข่าวแห่งความปิติและตื้นตันใจในพระมหากรุณาธิคุณ:
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๓๐ น.

    ด้วยความปลื้มปิติในพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนชั่วกลานานเทอญ


Trackbacks/Pingbacks

  1. Blue Coaster33
  2. tv online, online tv
  3. watch movies online
  4. best DIRECTV deals
  5. Cable for business owners
  6. mobile porn movies
  7. stop parking
  8. penge laan nu
  9. stop parking
  10. water ionizer
  11. water ionizer machines
  12. Instagram volgers kopen
  13. water ionizer pay plan loans
  14. alkaline water brands
  15. grade 8 electrical
  16. why not try this out
  17. u a plumbers
  18. house blue
  19. mortgage payment calculator
  20. Melanie Bowen

You must be logged in to post a comment.