
หากวันดี คืนร้ายเกิดมีอาการปวดฟันจี๊ดๆๆๆขึ้นมา...อากาศเย็นซะด้วยสิ แค่คิดก็เสียวแย้ววว แต่ก็จำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์กันล่ะ ร้อยวันพันปีก็ไม่เค๊ยไม่เคยจะนึกถึง ช่างลำบากใจยิ่งนัก เมื่อต้องเข้าไปในคลินิกทันตกรรม ดินแดนสนธยา จะรู้ได้อย่างไรกันนี่ ว่าคลินิกนั้น เป็นคลินิกเถื่อน หรือไม่ (เถื่อน) ทันตแพทย์ที่ได้พบเป็นทันตแพทย์จริงหรือ แม้วปลอมตัวมา โอ้ว....ชีวิตหนอชีวิต...ทำไมต้องมีการปวดฟันด้วย !!
โถๆๆ ...พี่น้องคะ ไม่ต้องหวาดหวั่นพรั่นพรึงถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ใครๆเค้าก็ไปทำฟันกันทั้งน๊านน แหละ...แต่ก็นะ ไม่ได้ปวดฟันกันทุกวันนี่...ของแบบนี้มันก็มีเสียวๆกันบ้าง ไม่ว่ากันค่ะ
เริ่มแรกหากใครคิดจะทำฟันก็ต้องลองถามไถ่พี่น้องผองเพื่อนกันสักนิดนึงนะคะ ว่าเคยทำฟันที่ไหนกันบ้าง ไปทำฟันที่ไหนรู้สึกดี๊ดี คุณหมอน่าร๊าก..และอยากไปที่เดิมอีก โดยมากคนไข้ที่ทำฟันประจำมักจะชอบใจในอัธยาศัยของทันตแพทย์ประจำตัว ประมาณว่า อยากทำฟันกับหมอฟันที่คุยกันฉันมิตรมากกว่าที่จะไปพบหมอฟันที่ไม่คุ้นเคย เมื่อเพื่อนแนะนำก็น่าลองไปทำฟันด้วยมากกว่าไปหาหมอฟันที่ไม่มีใครรู้จักจริงไหมคะ ไหนๆก็ต้องรักษา ต้องเจ็บตัว ต้องจ่ายตังค์แล้วนี่นา ดีไม่ดี กลับมาด่าเพื่อนตัวเองทีหลังก็ยังได้ จริงป่ะ
ว่าแล้วก็พกความกล้าหาญ พร้อมปัจจัยในกระเป๋า ไปคลินิกทันตกรรมที่เพื่อนถูลู่ถูกังพามา เอาล่ะค่ะ เเวบเเรกที่มองเห็นคลินิก ก็แล้วแต่อาคารสถานที่ล่ะนะคะ ว่าจะหรูหราไฮโซ ไฮซ้อสักปานใด ขึ้นอยู่กับ life style ของแต่ละท่านด้วยค่ะ ในที่นี้จะเน้นถึงคลินิกทันตกรรมเดี่ยว ที่รักษาฟันอย่างเดียวและไม่ใช่โพลีคลินิกที่มีเเพทย์รักษาร่างกาย ประจำอยู่ด้วย คลินิกทันตกรรมประเภทนี้เราสามารถพบเจอได้ทุกๆตรอกซอกถนน แล้วก็เป็นคลินิกทันตกรรมประเภทที่มีคลินิกเถื่อนมาปลอมปนมากที่สุดด้วยค่ะ เราเริ่มต้นกันที่คลินิกในตึกแถวอาคารพาณิชย์นะคะ ตัดพวก แผงลอย ตั้งโต๊ะกันตามตลาดนัด และห้างสรรพสินค้าออกไปได้เลยนะคะ เพราะเหล่านั้น คือคลินิก(โต๊ะ)เถื่อน หมอฟันเถื่อนดำเนินการชัดๆค่ะ เรื่อง "หมอฟันเถื่อน" ต้องว่ากันอีกยาววว โปรดติดตามตอนต่อไป ...เด้อ..ค่ะ...เด้อ...
จากข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขที่บังคับให้ติดป้ายต่างๆเหล่านี้ไว้ในสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนอย่างถูกกฏหมายในบริเวณที่คนไข้พบเห็นได้ง่ายๆ วิธีสังเกตเบื้องต้นง่ายๆ เพื่อให้ห่างไกลคลินิกเถื่อน เริ่มกันที่การสังเกตป้ายกายสิทธิ์ มีฤทธิ์ตามกฏหมายดังต่อไปนี้นะคะ

1) ก่อนก้าวเข้าคลินิกแหงนหน้ามองดูป้ายหน้าคลินิกทันตกรรมซึ่งมักจะอยู่ติดๆกับป้ายชื่อเฉพาะของแต่ละคลินิกทันตกรรม ป้ายนี้เป็นป้ายบังคับติดซึ่งมีพื้นสีขาว ตัวหนังสือสีม่วง แสดงชื่อเฉพาะของสถานพยาบาลและ เลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการ ป้ายนี้ไม่เล็กไม่ใหญ่ติดตั้งใกล้ๆป้ายสารพัดสีของคลินิกนั้นๆในทุกคลินิกที่ลงทะเบียนเป็นผู้ดำเนินกิจการสถานพยาบาลค่ะ หากเป็นคลินิกแพทย์ก็จะใช้ตัวอักษรสีเขียวอะไรทำนองนี้นะคะ เมื่อเห็นป้ายคล้ายๆแบบนี้แล้ว เห็นชื่อ เห็นเลขทะเบียนสถานพยาบาลชัดเจน ก็สบายใจได้นิ๊ดนึง แล้วเดินก้าวเข้าประตูคลินิกทันตกรรมได้เลยค่ะ
2) มองซ้ายแลขวาดูหน้าดูตาคลินิกสักนิดนึง เช่น คลินิกเปิด ASTVไหม (ไม่ช่าย...) ดูความสะอาดของสถานที่ค่ะ พิสูจน์กลิ่นนิดหน่อย ถ้ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์มากผิดปกติ ก็ขออนุญาตโกหกเพื่อนว่ามีธุระด่วน ต้องรีบจรลีลี้ไปก่อนก็ได้ แต่ถ้าท่าทางสะอาด สะอ้านดูดี แถมมี ASTV ด้วยล่ะก็ มองหาป้ายต่อไปได้เลยค่ะ .... NEXT....
![]()
3) ในทุกๆปีเจ้าของสถานพยาบาลจะต้องไปต่อทะเบียนสถานพยาบาลโดยนำใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล และ ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ไปติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆที่สถานพยาบาลตั้งอยู่ หรือที่กองประกอบโรคศิลป์สำหรับสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครค่ะ บางคลินิกก็อาจติดใบอนุญาต 2 ใบนี้ให้เห็นๆกันไปเลยแต่บางคลินิกก็อาจติดลึกลับหน่อย นั่นก็แหล่วแต๊ค่ะ ป้ายหน้าตาบ้านๆแบบนี้อาจมีให้เห็นบ้าง คริ..คริ...
4) แต่ป้ายที่จำเป็นต้องติดและจำเป็นต้องประกาศก้องให้โลกใบนี้รับรู้ว่า ผู้ใดคือผู้จดทะเบียนสถานประกอบการนี้คือ ป้ายที่หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ จะเห็นหน้าตาทันตแพทย์ผู้จดทะเบียนสถานพยาบาลและเลข ปีพ.ศ. ที่ต่อทะเบียนแล้วอย่างชัดเจนค่ะ ชื่อ ... และใบอนุญาตเลขที่ ท._xxxx_ เป็นข้อมูลสำคัญที่คนไข้ผู้รับการรักษาทันตกรรมควรทราบและจดๆๆเอาไว้บ้างนะคะ แม้ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาอาจไม่ใช่ทันตแพทย์เจ้าของคลินิกผู้จดทะเบียน แต่เราจดไว้ก็ไม่เสียหลาย ที่ต้องรู้แน่ๆคือทันตแพทย์ผู้ที่รักษาฟันให้เราชื่ออะไร มีเลข ท._xxxx_ อะไร (เลขที่ขึ้นทะเบียนใบประกอบโรคศิลป์ ยืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ที่ได้รับรองตัวจริง) เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองเราต้องทราบนะคะ ว่าเราฝากปากและฟันของเราไว้ให้ใครดูแล ทุกท่านสามารถขอนามบัตรทันตแพทย์ที่ผู้ให้การรักษาจากประชาสัมพันธ์คลินิกที่ทำบัตรคนไข้ หรือถามหาจากทันตแพทย์โดยตรงได้เลยค่ะ ถ้าไม่ยอมให้สิค่ะ ...น่าสงสัยแล้วล่ะ ...
(ตรวจสอบรายชื่อทันตแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว)
![]()

5) ยังมีป้ายอื่นๆ ที่ออกข้อบังคับมาให้ติดบริเวณคลินิกทันตกรรม เช่น ป้ายคำประกาศสิทธิของผู้ป่วย , ป้ายใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม , ป้ายบอกราคาเบื้องต้น , ป้ายห้ามสูบบุหรี่ ,ป้ายบอกเวลาทำการ วันเปิดปิดของคลินิกทันตกรรม ,ป้ายชื่อทันตแพทย์ประจำคลินิกทันตกรรม
![]()
ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำบัตรคนไข้ลองเมียงมองหาป้ายเหล่านี้ดูนะคะ อย่างน้อยๆก็เป็นข้อบังคับเบื้องต้นที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายๆ ทุกๆสถานพยาบาลคลินิกทันตกรรมที่ได้ลงทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขต้องมีป้ายต่างๆที่กล่าวมาแล้วแสดงไว้ให้เห็นด้านหน้าบริเวณทำบัตรคนไข้ใหม่ค่ะ
โอโฮ้... นี่แค่ก่อนทำบัตรคนไข้นะคะ คลินิกทันตกรรมที่จดทะเบียนถูกต้อง ไม่ใช่คลินิกเถื่อนยังมีข้อสังเกตมากมายขนาดนี้เลยค่ะ ยังค่ะ ยังมีอีกค่ะ อื่นๆอีกมากมายก่อนจะอ้าปากให้ทันตแพทย์ทำฟันได้
....อื่นๆอีกมากมาย ...มากมาย.......มากมาย... อื่นๆอีกมากมายที่ยังไม่รู้ ...อาจจะจริงเราเห็นอยู่...เผื่อใจไว้ที่ยังไม่เห็น........ @^_^@
![]()
ปล. เหตุผลน่าสนใจเพิ่มเติมที่ ควรห่างไกลคลินิกทันตกรรมเถื่อนคือ ช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โรคไวรัสตับอักเสบ , เอดส์ , เริม ,และวัณโรค ที่สามารถแพร่กระจายทางทันตกรรมได้ในระดับหนึ่ง
![]()
เขียนโดย atingle ที่ 2009-01-18 09:44:24 น. 8 ความคิดเห็น
ขอบคุณครับที่เขียนให้อ่าน จะได้นำไปสังเกตต่อ
ที่บางลำพูเปิดกันเยอะเลย ร้านใหม่ๆ ร้านกระจก ดูทันสมัย ไม่กล้าเข้า เห็นบอกว่าเปิดรับฝรั่งแถวข้าวสาร ยิ่งเสียวโรคโน่นนี่ ไวรัสตับ เริม เอดส์ ฯลฯ (อย่างที่คุณ atingle เขียน)
สุดท้ายเลยตัดสินใจเข้าร้านดั้งเดิมดีกว่า เก่าหน่อยแต่ชัวร์ (ตอนนี้ยังไม่กล้าโผล่หน้าไปหาหมออีก ติดถอนฟันคุดอยู่ กลัวเจ็บบบ)
เมื่อก่อนไปทำฟันบ่อยค่ะ ทำจนครบหมด ไม่เหลืออะไรให้ทำ
แค่ไปขูดหินปูน หมอยังชมเลยว่า
"คุณนี่ขยันทำฟันจังเลยนะ ไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว"
แต่คลินิคบางแห่ง ยังชวนจัดฟัน
โห... ปูนนี้แล้ว ฟันก็เรียงเป็นระเบียบดี จะจัดทำไมหว่า...
มานนน ต้องอยากล้วงเงินในกระเป๋าเราแน่
ว่าแล้วก็ไม่ไปอีกเลย...
เรื่องจัดฟัน ดัดฟันตามห้างน่ะ มันเป็นแฟชั่นบ้าๆ
อย่าไปทำเด็ดขาดนะคะ
คิดได้งัย ผิดกฎหมายด้วยนะ
ทู่เรศมากๆ ค่ะ
พี่ pijika เหลือแต่ทำฟันปลอมครับ คิคิ...
ขอบคุณครับที่เอาวิธีสังเกตมาแบ่งปันกัน แล้วคุณ atingle ล่ะครับ เปิดclinic กะเขาด้วยหรือปล่าว ... เอ้อ ผมว่าจะถามหลายทีแล้ว(จริงๆก็ถามไปหลายทีแล้วแต่มันอยู่หลายที่ไปหน่อย) ว่าจบฑันตะฯจุฬาฯมาใช่มั๊ยครับ (น่าจะใช่นะ) รหัสเข้าปีไหนบอกได้ป่าวครับ (อยากรู้ว่าใกล้ๆกันหรือปล่าวน่ะ)
pijika พึ่งไปเสริม นมมาจ๊ะ
ทำไมเทอไม่รู้ล่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณvaritlim ตอนแรกก็เกรงๆว่าจะไม่มีใครแว๊บๆเข้ามาอ่านนะคะเนี่ย เพราะมีแต่คนกลัวหมอฟันกันทั้งนั้น ดีใจจังเลย ยังมีเรื่องที่อยากเล่าอีกมากมาย ที่น่าจะเป็นประโยชน์ค่ะ คลินิกทันตกรรมที่ดูใหม่ๆนั้น ก็ต้องสังเกตป้ายกายสิทธิ์บังคับติดที่เล่าให้ฟังล่ะค่ะ แต่ยังมีเรื่องมโนสำนึกที่เราไปหาป้ายที่ไหนมาบังคับติดไม่ได้ซะด้วยสิคะ จึงเป็นความตั้งใจอยากแบ่งปันความรู้ให้ประชาชน รับรู้ เรียกร้อง คุ้มครองตนเองได้บ้างค่ะ เดี๋ยวเตรียมภาพ เตรียมรูปเสร็จแล้วจะเล่าต่อค่ะ มีอีกมากมายจริงๆ ที่ประชาชนควรทราบค่ะ ขอบคุณมากค่ะ @^_^@
เรื่องจัดฟันแฟชั่นก็เป็นปัญหามากค่ะ เพราะที่เห็นๆกันตามตลาดนัด หรือตามห้างสรรพสินค้านั้น เป็นคลินิกเถือนล้วนๆ ถุงมือก็ไม่ใส่ อุปกรณ์ที่ใช้ก็ใช้ต่อๆกันไม่ต้องอบฆ่าเชื้อ น่ากลัวมากค่ะ อันที่จริงก็ไม่ใช่ทุกคนนะคะที่จำเป็นต้องจัดฟัน แต่เป็นแฟชั่นตามที่เค้าเรียกล่ะค่ะ จัดฟันแฟชั่น ปัญหากับฟันที่จะเกิดตามมาคือฟันผุ เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปากอีกต่างหาก คุณ pijika
สวยอยู่แล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องจัดฟันก็สวย @^_^@
สวัสดีค่ะคุณ hanzen เคยไปถามๆไว้ที่ไหนบ้างล่ะคะ ก็ตอบไปบ้างแล้วล่ะค่ะ ตามไปอ่านหรือเปล่าเท่าน๊านล่ะ 555
ขอบคุณค่ะ @^_^@
จริงเหรอค๊า คุณศศิ อึ๋มม..ป่ะค่ะ คุณpijika
ขอบคุณค่ะ @^_^@