bangwera

แม้ห่างไกล ก็ใต้ฟ้าเดียวกัน

กะละแม

June27



นานแค่ไหนแล้ว สำหรับที่นี้ และนานแค่ไหนในความรู้สึกกับหนึ่งชีวิตที่ผูกพัน


.

          กะละแม หนึ่งชีวิตที่ว่าผูกพัน มันอาจเป็นแค่สุนัขตัวหนึ่ง ในความรู้สึกของใครก็ได้ แต่สำหรับแม่ของฉันคงไม่ใช่ และสำหรับฉันอาจยิ่งไม่ใช่มากกว่า

          กะละแม เป็นสุนัขลูกผสม ล็อตไวเรอร์กับโดเบอร์แมน เพศผู้ ตอนเล็กๆ มันคล้ายลูกหมี ตัวอ้วนกลมน่าฟัด มันเป็นสุนัขที่พี่เขยฉันเอามา แต่ด้วยตัวมัน แม้ว่ายังเด็กก็ไม่เล็กเหมือนสุนัขทั่วไป มันจึงถูกมากักบริเวณไว้ในรั้วบ้านฉัน อาจเพราะมันยังเด็กมากสำหรับการถูกแยกจากแม่มัน มันจึงดูเหงาๆเมื่อต้องมาถูกกักบริเวณไว้โดดๆเพียงตัวเดียว แม่ฉันจึงสงสารและมักนำเอานมไปให้มันกินเสมอๆ และเจ้าโอเลี้ยงสุนัขที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้เพียงตัวเดียวก็เกิดสัญชาติญาณความเป็นแม่่เฝ้าคอยดูแลและเป็นเพื่อน สำหรับแม่ฉัน ยิ่งเลี้ยงกะละแม นานวันเข้าก็ยิ่งผูกพันกัน เมื่อกะละแมโตขึ้นมันจึงติดแม่ของฉัน ติดมากจนฉันเองเรียกมันว่า องครักษ์ประจำตัวแม่ อาจด้วยเพราะ กะละแมไม่ยอมห่างแม่ของฉันอย่างไม่มีเหตุผลเลย มันจะเป็นองครักษ์ที่คอยเดินตามแม่ของฉัน เฝ้าและระวังภัยให้แม่เสมอ มันเป็นเช่นนี้มาตลอดเวลาที่มันเติบโตขึ้นมา มันรู้แม้เวลาทำงานของแม่ การต้องออกไปเพื่อค้าขาย รู้แม้กระทั้งเวลาที่แม่กลับ และทุกวันมันจะไปรอแม่ของฉันเสมอที่ประตูหน้าบ้าน เพื่อรับเข้าบ้าน และคอยเดินตามและอยู่ใกล้ๆ ยิ่งในช่วงเวลากลางคืน ก่อนแม่ออกไปตลาดเพื่องานค้าขาย มันยิ่งใกล้ชิด ยิ่งไม่ยอมห่าง และระวังภัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะคนแปลกหน้า ที่มันไม่คิดจะยอมรับความคุ้นเคย อย่างเช่น ลูกค้า หรือคนส่งของ บางครั้งแม่ของฉันไม่อยู่บ้าน หรือกลับบ้านผิดเวลา หรือไปไหนโดยที่ไม่บอกกล่าวมัน มันจะมีอาการเหมือนกระวนกระวาย เดินไปเดินมาหน้าบ้านหลังบ้าน หรือไม่ก็เดินหาไปทั่วบ้าน ซึ่งในช่วงแรกๆ ฉันแปลกใจ และไม่คิดว่าจะมีให้เห็นในสุนัขตัวหนึ่ง และนั่นคือความรู้สึกใหม่ที่ฉันมองว่า ในหนึ่งชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์แล้ว ถ้าเรื่องของความรู้สึกนั้น มันอาจจะไม่ได้ต่างกันเลย

          มันรักและหวงแม่ของฉันมาก ใครที่มันไม่ค่อยเห็นหน้า แม้ว่ามันจะรู้ว่า เกี่ยวข้องเป็นอะไรกับแม่ของฉัน มันไม่ค่อยจะยินดีให้เข้าใกล้แม่ของฉันมากนัก และแม้แต่ตัวฉันเองในบางเวลามันก็อาจจะงี่เง่าใส่ฉันได้ในบางครั้ง กับลูกชายฉันเองมันยังไม่ค่อยจะโอเคด้วยเลย จนฉันเองต้องคอยปรามอยู่เป็นเนืองๆ เหมือนดังกับมันกลัวว่าใครจะมาแบ่งเอาความรักที่มันได้รับมาลดน้อยถอยลง หลายครั้งที่มันงี่เง่าหวงแม่ กับน้องชายฉันที่กลับมาเยี่ยมแม่ และแน่นอนที่น้องชายฉันก็ไม่โอเคด้วยกับอาการงี่เง่าของมัน จนมักเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน จนบางครั้งที่แม่ต้องออกโรงปกป้องมัน จนน้องฉันเองก็มีหมั่นใส้ในบางเวลา มีบางครั้งที่มันงับห้ามปรามคนที่จะมาใกล้ชิด ซึ่งหลายครั้งที่คนก็กลัวใจกลัวความคิดมัน แต่ตลอดมามันไม่เคยงับใครถึงกับทำให้เป็นรอยช้ำ หรือฝังคมเขี้ยวเลยสักครั้ง
มันไม่เคยกัดใครให้บาดเจ็บหรือเลือดตกยางออกเลย

          ในวัยหนุ่มมันมักเป็นลูกมือคอยช่วยดักจับหนูให้เจ้าโอเลี้ยง(สุนัขแม่เลี้ยงเพื่อนเล่นของมัน) ภาพที่ฉันเห็นคือมันจับหนูได้ คาบไว้กับปาก แต่หนูที่มันกัดคาบอยู่ไม่มีบาดแผลสักนิด มันคาบไปปล่อยให้หนูวิ่งตรงหน้าเจ้าโอเลี้ยงเพื่อให้โอเลี้ยงกัดจริงๆ ครั้นพอพี่สาวของฉันไปพาสุนัขสีน้ำตาลเพศผู้เข้ามาอยู่ในบ้านอีกตัว มันกับความเป็นสุนัขตัวผู้จึงมักมีกัดกันบ้าง และครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นว่าเจ้าเปียกปูนสุนัขเพศผู้ที่มาใหม่ ยอมศิโรราบให็ ก็เพราะเจ้ากะละแม กัดคาบตรงบริเวณคอหอยแล้วเหวี่ยงสุดแรง ไปมาซ้ายขวา ภาพติดตาในความรู้สึกฉันกับน้องชายที่กำลังพยายามห้ามมันคือ เจ้าเปียกปูนคงตายทันที่ที่กะละแมปล่อยออกจากปาก แต่เปล่า เจ้าเปียกปูนไม่มีแผลสักนิด แม้รอยถลอกก็ไม่มี ครั้งนั้นจึงทำให้ฉันรู้ว่า ขอเป็นเพียง คนหรือสัตว์ที่อยู่ภายในบ้านแล้ว หรือเกี่ยวข้องผูกผันใกล้ชิดกับแม่ของฉัน มันจะไม่ทำให้ใครต้องได้รับบาดเจ็บเพราะมัน แม้ว่ามันจะโกรธสักเพียงใด แต่หากเป็นบุคลภายนอกที่ไม่มีความใกล้ชิด มันก็ไม่เคยให้ความไว้ใจเหมือนกัน ไม่ว่าคนส่งของ หรือลูกค้าที่ต้องมารับของในช่วงเวลาที่แม่ฉันต้องออกไปด้วยตัวเอง มีหลายครั้งที่มันพยายามจะกัด เพราะคนเหล่านั้นแค่เอามือเกาะประตู ซึ่งภายหลังทุกคนจะรู้กันดีว่าแค่เอามือเกาะประตูก็ไม่ได้ และทุกคนก็เลือกที่จะอยู่ห่างประตูมากๆเสมอ ซึ่งแน่นอน สิ่งที่มันกระทำเหล่านี้ไม่มีให้กับคนอื่น รวมถึงฉันด้วย แต่นั้นมันก็ทำให้ฉันเลือกที่จะไว้วางใจ เมื่อมีมันอยู่ใกล้แม่ของฉันเสมอ

         ความรู้สึกที่ฉันเองจำได้และยังคงตรึงอยู่ในความรู้สึก คือ ในวันที่่่๋แม่ถูก สุนัขสองตัวในบ้านที่กำลังกัดกันเอง ชนแม่ของฉันล้มลงในช่วงเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ
จนแม่ฉันเองแขนซ้ายหัก เสียงเห่าขอความช่วยเหลือของมันดังมากพอที่จะเรียกให้ฉันได้ยิน และฟังสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และเสียงของแม่ที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว ฉันวิ่งตามเสียง และภาพที่ฉันเห็นคือกะละแมวิ่งวนรอบตัวแม่ของฉัน มันไม่แค่วิ่งรอบแต่มันไม่ให้สุนัขตัวอื่นๆ ได้เข้าใกล้แม่ของฉันเลยจนกระทั้งฉันมามันจึงเปิดทางและส่งเสียงเหมือนอ้อนวอนให้ทำในสิ่งที่มันไม่สามารถทำได้ ภาพในวันนั้น รวมถึงช่วงเวลาที่แม่ฉันรักษาตัวอยู่ไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำฉันเลย มันซึ่งเป็นสุนัข แต่มันก็ทำให้ฉันได้รู้สึกว่า มันไม่ได้แค่เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่ง มันเป็นเหมือนกับมีจิตวิญญาณของคนอยู่ในหัวใจมันด้วย

         สำหรับฉันตลอดเวลา แม้รับรู้ในความเป็นมัน แต่ ฉันก็บ่นมันบ่อยๆ เอ็ดเอาบ้าง ดุมันบ้าง และหลายครั้งที่ขำพฤติกรรมแปลกๆ ของมัน มันเป็นสุนัขที่ตัวใหญ่มาก และช่วงเวลาที่อ้วนมาก น้ำหนักอาจถึง ๕๐ กิโลได้ มันเป็นสุนัขที่ไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นเสียงพลุ เสีียงประทัด โดยเฉพาะเสียงพลุจะเป็นเสียงที่ทำให้มันประสาทเสียเอาง่ายๆ สติอาจเพี้ยนได้ ถ้าหากบริเวณนั้นไม่มีใคร มันสามารถที่จะหมุดหาที่หลบในที่แคบๆ หรือสามารถวิ่งวนไดยรอบบ้านอย่างรวดเร็ว เพียงเพื่อหาที่พึ่ง และมันห็ไม่เลือกหากว่าที่พึ่งนั้นจะเป็นลูกชายฉัน ด้วยเหตุผลที่ว่ามันหาใครอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้อีกแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มันแทบจะกระโดดขึ้นไปนั้งบนตักแม่ของฉันจนแม่ของฉันต้องปรามมันและอนุญาตให้มันนั้งจนติดตัวได้ วันนั้นฉันจำคำพูดของแม่ฉันได้ว่า “นี่กะละแมถ้าเสียงพลุมันทำอะไรแกได้ฉันจะช่วยอะไรแกได้มั้ยละนี่ตัวแกใหญ่โตซะขนาดนี้ อะไรไม่กลัวแต่ดันมากลัวเสียงพลุซะเอาเป็นเอาตาย” พฤติกรรมการกลัวของมันทำให้ฉันทั้งขำ และยิ่งรู้สึกรักมันมาก และอาจไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ ครั้งหนึ่งที่น้องฉัน ๒ คนมาเยี่ยมบ้าน และกำลังจะกลับ ฉันไปส่งหน้าบ้านและยังยืนคุยกันต่อ ระหว่างที่เรา ๓ คนกำลังคุยหันอยู่ เสียงพลุก็ดังขึ้นรัวๆติดๆกัน ฉันคิดถึงหะละแม แต่มันไวความความคิดฉัน มันเดินจ้ำๆ เข้ามาและแทรกเข้าไปนั้งจ๋องกลางวงที่เรา ๓ คนกำลังยืนคุยกันอยู่จนน้องสาวเอ่ยถามว่า “มันกลัวได้ขนาดนี้เลยหรือ?” ซึ่งฉันก็ตอบไปว่า “มันมากกว่านี้อีกนะ” และเมื่อรู้ว่ามันกลัว ทุกครั้งฉันก็ยินดีที่จะให้มันอยู่ใกล้ๆเสมอๆ และพูดคุยปลอบใจมันบ้างในคราวที่เสียงพลุยาวนานมากๆ

         กะละแม สุนัขที่ฉันรู้สึกผูกพันไม่ใช่แค่เลี้ยง หรือแค่ว่ามันคือสุนัข หรือแค่เพราะมันฉลาด สำหรับฉันมันกลายป็นความรู้สึกที่ว่า มันคล้ายคน คล้ายเด็กเล็ก และคล้ายคนที่โตแล้วในบ้างสถานการณ์ มันต่างจากสุนัขอีก ๔-๕ ตัวที่มี มันไม่ทำร้ายใครอย่างไม่มีเหตุผล ไม่รังแกใคร มันรู้จักว่าอะไรควรไม่ควร มันยอมหิวและลือกที่จะไม่ขโมยของกิน มันรู้ว่าให้หรือไม่ มันรู้ว่าห้ามหรือไม่ห้าม มันรู้ว่ามันผิดหรือถูก มันรู้ในอะไรอะไรอีกหลายๆ อย่าง มันทำให้ฉันรู้ว่า ความผูกพันที่เหมือนดั่งเป็นครอบครัวระหว่างสัตว์เลี้ยงและคนนั้นมีจริง มันซื่อสัตว์และรักคนที่มันรักแค่ไหน ฉันวันนี้รู้สึกผิดต่อมัน ฉันไม่อาจที่จะพูดได้ว่าฉันทำดีที่สุดแล้ว ในเวลาอย่างนี้ เมื่อมันป่วยแม้ฉันจะยอมแลกเงินเพื่อรักษามัน เพื่อนำมันไปโรงพยาบาล แต่ฉันก็ไปเยี่ยมมันน้อยเกินไป ถ้ามันเปรียบมันเหมือนเด็กวัยเล็ก ๓-๔ ขวบอย่างที่เคยอ่านพบในหนังสือ ฉันวันนี้ก็เหมือนกับทอดทิ้งมันในยามที่มันกลัวการจากบ้านในยามที่สภาวะทางความรู้สึกที่ต้องการคนอยู่ใกล้ในยามเจ็บป่วย ฉันพาแม่ไปเยี่ยมมันเพียงครั้งเดียว อาจเป็นเหตุผลที่การไปมาของแม่ฉันไม่สะดวก แต่ฉันควรไปมากกว่านั้น ฉันละเลย และเวลานี้ฉันก็เสียใจ แม่ยังไม่รู้ ฉันยังไม่กล้าที่จะบอกเขา กลัวความรู้สึกที่ผูกพันทีี่ผ่านมามันจะเห็นจนเป็นภาพที่ยังกระจ่างชัด
ในยามที่เราคิดถึง เมื่อพิมพ์เรื่องราว บางช่วงตอนฉันน้ำตาไหล มันไหลออกมาเป็นระยะ ๆเมื่อนึกภาพต่างๆ ก่อนหน้านี้ ๒-๓ วัน ฉันหวังจะได้รับมันกลับมาและอยู่กับฉันและแม่ไปอีกนานๆ แต่ ๓ ชั่วโมงก่อนนี้คือเรื่องราวและภาพความทรงจำที่พุดออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน หลังจากที่ได้คุยกับหมอที่รักษามัน หลายครั้งกับความรู้สึกนี้ มันทรมานมากหมือนกันเมื่อเรารู้สึกว่านี่มันคือความผูกพันที่มีกันมา สำหรับแม่คือความรักและสงสาร แต่สำหรับมันมีเพิ่มตรงที่ว่า กะละแมคือสุนัขตัวเดียวที่ฉันไว้ใจและอุ่นใจเสมอเมื่อมีมันอยู่ข้างกายแม่ของฉันเอง

          สุดท้ายสิ่งที่ฉันทำได้คือขออธิฐาน ให้วิญญาณของมันได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ขอให้สิ่งที่ดี รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองการเดินทางในอีกภพภูมิของมัน ให้มันมีความสุขและรับรู้ว่า ฉันคิดถึงมันเสมอและแค่ไหน

          ขอไว้อาลัยให้กับกะละแม สุนัขที่ซื่อสัตย์และมีความเป็นอะไรๆที่มากกว่าแค่เป็นสุนัขตัวหนึ่ง

                                                                                                                        …………..

ขออภัยหากมีตัวอักษรและสระผิดพลาด…

by posted under Uncategorized | 10 Comments »    
10 Comments to

“กะละแม”

  1. June 30th, 2010 at 6:21 am       a Says:

    I am very happy to know that Thai people also have the same feeling like American loving and caring for their animal’s feeling.
    My family in US also has so many memories about our loving pets.


  2. June 28th, 2010 at 10:44 am       Excalibur Says:

    …ผมว่า.. หาเผือกกวนมาเลี้ยงแทนซักตัวก็ได้ครับ!! ;-|

    (ชื่อซะน่ากินเลย ..เผือกกวน! 😉


  3. June 27th, 2010 at 7:33 pm       J Says:

    พี่ยุ่งเพราะงานประจำที่ทำอยู่มากกว่าการเล่นหุ้นค่ะ อัทธ์ และพี่คิดว่าเขาคนนั้นคงสบายดี พี่คิดถึงเพื่อนทุกคน แต่เวลาก็เป็นเรื่องสำคัญกับหลายสิ่งอย่างที่ได้ทำอยู่ ขอบคุณนะคะเรื่องกะละแม และพี่ขอให้คุณมีความสุขเสมอทั้งกายใจค่ะ เรื่องงานก็อย่าหักโหมจนเกินไปนะคะ


  4. June 27th, 2010 at 7:26 pm       J Says:

    ขอบคุณค่ะและคิดถึงเช่นกันนะรีย์ อย่าหักโหมต่อการงานจนลืมตัวเราเองด้วยนะคะ


  5. June 27th, 2010 at 4:19 pm       siwaya2517 Says:

    เสียใจด้วยค่ะ…กับการจากไปขอกาละแม…ความผูกพันธ์..ไม่ว่าเกิดขึ้นกับใคร…จะเป็นสิ่งมีชีวิต…หริอไม่มีชีวิต…ล้วนมีคุณค่าเสมอ…พี่เจหายไปนาน คนใกล้ตัวคนหนึ่งของอัทธ์…พูดถึงพี่เจ บ่อย ๆ ค่ะ “พี่เจเขาจะยุ่ง ๆ กับธุรกิจ สงสัยกำลังเล่นหุ้น ”


  6. June 27th, 2010 at 2:09 pm       aprilmyhomes Says:

    สวัสดีคะพี่เจ คิดถึงพี่เจจังเลยคะ ร่วมไว้อาลัยต่อกาละแมด้วยคนคะ


  7. June 27th, 2010 at 12:37 pm       J Says:

    ขอบคุณค่ะท่านศร เวลานี้ฉันกล้าพูดได้ว่า ให้หาสุนัขเช่นกะละแมอีก ข้าพเจ้าคิดว่าคงไม่เจอ หรือไม่ง่ายที่จะเจออีก สำหรับฉันมันอาจเป็นเพียงหนึ่งเดียวจริงๆ


  8. June 27th, 2010 at 12:32 pm       J Says:

    พี่มีเวลามานั้งหน้าคอมน้อยลงมาก บางครั้งระหว่างทำงานหรือระหว่างที่ต้องขับรถหรือขับมอเตอร์ไซต์ พบเห็นเรื่องราว คิดเรื่องราวต่างๆ ได้ อยากเขียนแต่เวลาที่มีน้อยลงและรู้ว่าจะเขียนไม่จบ จึงละวางลงเสีย เรื่องราวกะละแมเป็นเพราะพี่หลับไปแล้ว และตื่นขึ้นมาเพราะเสียงมือถือเข้า พอรับรู้ก็หลับไม่ได้เลย พี่เขียนเพราะระลึกถึง และแก้ปัญหาทางความคิดที่กำลังยึดติดอยู่ เรื่องเขียนวันนี้ จึงช่วยให้พี่ผ่อนคลายลงได้มากมาย ขอบคุณนะคะ เมย์ คิดถึงเสมอ และขอความสุขและรุ่งเรืองเป็นของเมย์ตลอดกาลนะคะ


  9. June 27th, 2010 at 10:24 am       11 Says:

    -เพราะว่ากะละแม มีอยู่ตัวเดียวในโลก
    เพราะว่ากะละแมรู้ดี-ชั่ว ควร-ไม่ควร
    ข้าพเจ้าจึงเสียใจด้วยนะขอรับ ท่าน j


  10. June 27th, 2010 at 10:08 am       xanax Says:

    เลี้ยงเขาก็ผูกพันกับเขานะคะ
    ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของกาละแมค่ะ

    พี่เจก็หายไปนาน พี่สบายดีนะคะ คิดถึงค่ะ


You must be logged in to post a comment.