นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

วันเวลาที่ล่วงเลย กับ สุดสายปลายทางของ blogger

November12

      ช่วงต้นปี 2551 กระแสของ blogger ได้รับความสนใจมาก หลายคนเริ่มมี blog เป็นของตัวเอง มี blogger หน้าใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย ต้นปี 2551
นายบอนไปเจอ blog หนึ่ง เขียนที่ bloggang เขาไม่ได้เขียนเยอะ แต่สิ่งที่เขียนออกมา น่าสนใจในมุมมองที่น่าคิดสะกิดใจหลายอย่าง เลยขอนัดเจอ
พอได้เจอตัวจริงก็คุยกันถูกคอ และเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่ได้เจอ blogger คนนี้



    เขาคือ คุณ “โก๊ะ” เขียนที่ bloggang แล้วมาเขียนที่ oknation จนมาถึงช่วงที่พันธมิตรชุมนุม 193 วัน
ก็เคยเข้ามาเขียนที่ mblog อยู่บ้าง แล้วก็เงียบหายไป เขียนอยู่ที่เดียวคือ bloggang ตอนนั้น นายบอนแนะนำให้เพื่อนๆให้อ่าน blog ของโก๊ะ
เพราะเรื่องที่เค้าเขียน เรื่องราวชีวิตของเค้าเป็นแนวเดียวกับพรรคพวกของนายบอน เลยได้เป็นเพื่อนกับคุณโก๊ะอีกหลายคน



      พ.ย.2552 เพื่อนคนหนึ่งโทรมาถามว่า คุณโก๊ะเลิกเขียน blog แล้วเหรอ เขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงหายไปล่ะ

.



นายบอนเลยโทรสอบถามเพื่อนคนอื่น มีคนบอกว่า ได้อ่าน blog ล่าสุดที่โก๊ะเขียนไว้ คือ ปลายปี 2551 แต่ตอนนี้
ก็ยังคงติดต่อสื่อสารกับโก๊ะเหมือนเดิม เค้าก็ยังเขียน ยังอยู่เหมือนเดิมนี่นา



…เอ๊ะ ฟังแล้วงง เขียน blog ล่าสุด เมื่อ ปลายปี 2551 แต่โก๊ะยังอยู่เหมือนเดิม ยังไงกันละเนี่ย



“โก๊ะเค้าก็อยู่ของเค้า ไม่ได้หายไปไหนหรอก ใช้คอมพิวเตอร์ตัวเดิม ท่องอินเทอร์เนตเหมือนเดิมทุกวัน แต่หลายคนคงตามเค้าไม่ทันต่างหากล่ะ



สอบถามเพื่อนจนได้เมล์ของโก๊ะ เลยเมล์ไปคุยกับเค้า…..



“คนเรามักจะมองคนอื่น ด้วยมุมมองของตัวเราเอง เราเคยเจอเค้าที่ blog ก็คิดว่าเค้าจะต้องเขียน blog
อยู่ตลอด เปิดมาตอนไหนก็ต้องเจอ แต่ความจริง โก๊ะ ท่องเนตไปเรื่อยๆ blog เป็นแค่จุดหนึ่งที่โก๊ะท่องเนต แต่ละวัน แต่ละเดือน มีเวบใหม่ๆ
ให้ดูเยอะ เค้ามีโอกาสค้นพบสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าเดิมได้ตลอด”



ตอนปี 2551 โก๊ะเขียน blog มีเพื่อนตามอ่านเรื่อยๆ พอช่วงกลางปี 51 เพื่อนๆเข้ามาอ่านมั่ง ไม่อ่านมั่ง โก๊ะเลยส่งเมล์ไปบอก
ต่อมาก็เอาเรื่องที่เขียนในblog ส่งไปทางอีเมล์ถึงเพื่อน พอปลายปี 2551 ดูใน blog ไม่มีคอมเม้นต์ ไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่าน แต่ในอีเมล์
เพื่อนได้อ่านและเขียนคอมเม้นต์มาทางอีเมล์ทุกเรื่อง โก๊ะเลยเปลี่ยนมาเขียนบันทึกส่งทางอีเมล์ ไม่ค่อยเขียนใส่ blog พอเข้าปี 2552 กระแส hi5,
twitter , facebook มีคนใช้มากขึ้น โก๊ะเลยหันมาลองใช้ แต่ยังคงส่งเมล์ถึงเพื่อนเหมือนเดิม



“สำหรับ blog นั้น จะต้องเข้าไปเปิดดู เปิดอ่าน ถ้าไม่เปิดก็ไม่รู้ ไม่ได้อ่าน วันคืน ผ่านไปเป็นเดือน
เป็นปี มีเวบที่น่าอ่าน น่าติดตามมากมาย อ่าน-เปิดดูแทบไม่ทัน คนเราต้องเลือกดูข้อมูลที่สำคัญๆก่อน มีเวลาพอก็ถึงจะไปเปิดดู blog แต่สำหรับ
hi5, facebook สิ่งเหล่านี้ทำให้สะดวกมากขึ้น ถ้ามีข้อมูลใหม่ ก็จะมีเมล์มาแจ้งเตือน มีซอฟต์แวร์บางตัว
ที่ช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น สะดวกขึ้น ดีกว่าที่จะเข้าไปในแต่ละเวบ เปิดดูทีละหน้า ทีละ blog เหมือนเดิม
เมื่อมีเนื้อหามากขึ้น มี blog มากขึ้น hi5, facebook มากขึ้น มีตัวเลือกมากขึ้น คนเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด สะดวกที่สุด
และทำให้ชีวิตที่ซับซ้อนง่ายขึ้น มี blogger หลายคนบ่นว่า เดี๋ยวนี้มีคนเข้ามาคอมเม้นต์ลดลงจากแต่ก่อน
เพราะหลายคนมีเวบที่จะเปิดดูมากขึ้น”



“เมื่อมีความเปลี่ยนแปลง มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นตามวัน เวลาที่ผ่านไป
การปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างลงตัวเหมาะสม เป็นสิ่งที่ควรทำ ซึ่งในมุมมองของโก๊ะนั้น หลายเรื่องที่เราเขียนออกมา
เพื่อนๆอาจจะไม่ได้สนใจ อยากอ่านทุกเรื่อง เพราะมีเรื่องอื่นๆทั้งข่าว บทความใหม่ๆที่น่าอ่านอีกตั้งเยอะ บางวันไปเจอ blog ใหม่
โดนใจก็ตามอ่าน blog ใหม่ จนลืม blog ของโก๊ะไป โก๊ะจึงเลือกเขียนและส่งทางอีเมล์ถึงเพื่อนโดยตรง พอใช้ hi5, facebook ซึ่งสะดวกมากขึ้น
เลยไม่ใช้ blog อีกเลย”



…เพราะถ้าใช้เวลาเท่าๆกัน hi5, facebook ทำให้เพื่อนๆเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ใช้เวลาน้อยกว่า



ถ้าพูดถึง blogger หลายคนจะมีความเป็นส่วนตัวสูง หลายคนใช้นามแฝง และไม่ค่อยอยากเปิดเผยตัวมากนัก เรื่องแบบนี้
เป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ในมุมมองของโก๊ะ นอกจากการได้เห็นตัวหนังสือในหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้ว เขาอยากได้สัมผัสมือ ได้เจอหน้าตา เจอตัวจริง
มีโอกาสได้ทานข้าว กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ชนแก้ว ร้องเพลงกันได้ ทำกิจกรรมหลายอย่างได้มากกว่าการมองเห็นแต่ตัวหนังสือ แล้วจินตนาการ
คิดตามไปเท่านั้น เพราะเมื่อมีโอกาสได้เจอกันแล้ว เป็นโอกาสที่ได้ไขว่คว้า “กำไรชีวิต” จากการได้พบเจอกันด้วย



blog ในมุมของของโก๊ะ เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารตัวหนึ่ง ไม่ต่างจากโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถเปลี่ยนรุ่นใหม่ เครื่องใหม่ได้ตามต้องการ
มีหลายคนยึดติดอยู่กับเครื่องมือสื่อสาร ราวกับว่า เป็นชีวิต จิตใจของตัวเอง ถ้าใครมาทำอะไร หรือเขียนอะไรในเครื่องมือนี้ เจ้าของ blog
หลายคนถึงกับเป็นเดือดเป็นแค้น อาจเพราะยึดมั่นกับตัวกูของกูมากจนเกินไป



“สิ่งที่สำคัญก็คือ ตัวเรากับคนที่เราสื่อสารด้วยต่างหาก ที่มีชีวิต จิตใจ
เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกเครื่องมือสื่อสารที่เหมาะสมกับตัวเราในแต่ละช่วงเวลาได้ การที่คุณโก๊ะไม่เขียน blog แล้วถูกมองว่า เขาหายไป
หรือมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เหมือนคุณใส่ใจกับโทรศัพท์ที่ใช้โทร พอเขาไม่ใช้โทรศัพท์เครื่องเดิม หรือเลิกใช้เบอร์เดิม ก็มาคิดว่า
เขาเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหายไป ทั้งๆที่เขาใช้เบอร์ใหม่ เครื่องใหม่ ที่มีโปรโมชั่นใหม่ที่ดีกว่า มาตั้งนานแล้ว ก็แค่เค้าลืมบอก
ไม่ได้บอกให้เรารู้เท่านั้นเอง”


 



ฟังมุมมองของคุณโก๊ะแล้ว ได้เห็นมุมมองที่น่าคิดอีกแล้ว ถือว่า นายบอนโชคดีที่ได้มีโอกาสรู้จักคุณโก๊ะ
ได้เห็นมุมมองที่แตกต่างไปจากที่เคยรู้มาก่อน ที่ไม่ได้มองว่า blog เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา แต่ตัวของโก๊ะเองต่างหากที่มีเลือดเนื้อ ความคิด
จิตใจที่สัมผัสได้จริงๆ และเปิดโอกาสให้เพื่อนๆได้รู้จักมุมมองของเขาจากตัวจริง มากกว่าสัมผัสจาก blog ที่จะมีโอกาสได้รู้จักเพียงบางเสี้ยว
บางมุมที่เจ้าของ blog อยากให้รู้จัก เพียงเท่านั้น



สำหรับ โก๊ะ และเพื่อนหลายคนแล้ว blog
เป็นเหมือนกับบานประตูที่ทำให้พวกเขาได้เปิดเข้าไปพบกับผู้คนและสิ่งดีๆหลายอย่างในชีวิต เป็นบานประตูที่เดินผ่านเข้าไปได้จริงๆ
ไม่ใช่แค่ความคิดและจินตนาการเท่านั้น


 



….แม้โก๊ะจะเดินผ่านประตูบานนั้นมาเกือบปีแล้วก็ตาม…..

by posted under Uncategorized | 12 Comments »    
12 Comments to

“วันเวลาที่ล่วงเลย กับ สุดสายปลายทางของ blogger”

  1. November 14th, 2009 at 6:34 pm       bonkalasin Says:

    ถ้ามีใครทำแบบคุณ kenjionline
    ว่า

    เค้าคงเขียน blog มาจากสวรรค์แน่ๆเลย


  2. November 14th, 2009 at 6:33 pm       bonkalasin Says:

    เป็นอีกมุมที่คุณ sidabhai ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นนะครับ :)


  3. November 14th, 2009 at 6:33 pm       bonkalasin Says:

    จริงครับคุณกอไผ่
    ไม่ว่าจะยังไง เราก็ได้รู้จักเพื่อนที่รักชาติมากขึ้น เช่นคุณกอไผ่คนนึงล่ะ


  4. November 12th, 2009 at 10:12 pm       kenjionline Says:

    ใช้ระบบ push นั่นเองครับ อิอิ

    ดีที่ไม่เจอแบบว่า blog ยัง update ทุกวัน
    แต่เจ้าตัวไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว
    บรึ๋ยยยยย……..


  5. November 12th, 2009 at 2:43 pm       sidabhai Says:

    เป็นการลำดับมุมมองเรื่องราวที่เป็นจริง มีอยู่
    ขอบคุณ


  6. November 12th, 2009 at 2:16 pm       korpai Says:

    ขอโทษนะคลิ๊กแล้วไม่ไป
    เลยคลฺกใหม่เลยไปซ้ำเลย
    ขอบอกว่าบ้านนายดูหวานขึ้นนะนายบอน
    อาจ้ามีสาวๆคนใหม่เหรอ
    เหอ..เหอ


  7. November 12th, 2009 at 2:10 pm       korpai Says:

    สำหรับเราคิดว่า
    เราได้พบเพื่อนที่มีความคิดคล้ายกันมากขึ้น
    การเขียนนอกจากที่ได้อ่านเองแล้วถ้ามันจะได้ช่วยสร้างความสุขให้คนอื่นบ้าง(ในบางเรื่อง)
    มันก้ไม่เลวไม่ใช่หรือ
    อย่างน้อยการมีเพื่อนเยอะๆก็ดีนะ

    เรามีเพื่อนที่ไม่ชอบพวกขายชาติเพิ่มขึ้นค่า
    และที่นี่ก้อบอุ่นมากเลย
    นายว่ามั้ยล่ะ


  8. November 12th, 2009 at 2:08 pm       korpai Says:

    สำหรับเราคิดว่า
    เราได้พบเพื่อนที่มีความคิดคล้ายกันมากขึ้น
    การเขียนนอกจากที่ได้อ่านเองแล้วถ้ามันจะได้ช่วยสร้างความสุขให้คนอื่นบ้าง(ในบางเรื่อง)
    มันก้ไม่เลวไม่ใช่หรือ
    อย่างน้อยการมีเพื่อนเยอะๆก็ดีนะ

    เรามีเพื่อนที่ไม่ชอบพวกขายชาติเพิ่มขึ้นค่า
    และที่นี่ก้อบอุ่นมากเลย
    นายว่ามั้ยล่ะ


  9. November 12th, 2009 at 1:19 pm       bonkalasin Says:

    ไม่ค่อยได้เล่นเกมใน facebook ซักที ขนาดมีคนาชวนแล้วชวนอีก 😛


  10. November 12th, 2009 at 12:28 pm       chairojt Says:

    facebook ตอนนี้หลายคน เอาไว้เล่นเกมส์กันซะเยอะ

    จนไม่ได้เขียน blog ไม่รู้ว่า “สุดสาย” กันหรือเปล่า

    5555


  11. November 12th, 2009 at 11:52 am       bonkalasin Says:

    เป็๋นเรื่องที่น่าคิดมากๆครับ ในมุมมองของเพื่อน เลยต้องรีบเอามาบันทึกไว้ทันที

    ให้ข้อคิด เตือนสติของตัวเราเองได้เยอะเหมือนกัน


  12. November 12th, 2009 at 11:42 am       kingkoon Says:

    อื่ม…เรื่องนี้คุณบอนเขียนได้ดีมาก และกล่าวถึงความคิดเชิงปรัญญาที่เกิดจากการใช้ อินเทอร์เน็ต ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านส่วนตัวและสังคมออนไลน์ได้ดีมาก


You must be logged in to post a comment.