นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

ด้วยเลือด เนื้อ ความรัก ชีวิตที่เลือกไม่ได้ และสุวิทย์ come back!!!

December2

 

    สำหรับหลายคนแล้ว การมาชุมนุมกับพันธมิตรหรือไม่ จะไปที่ไหนอย่างไร ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง และเลือกที่จะมาหรือไม่ก็ได้ แต่สำหรับสุวิทย์แล้ว เลือกไม่ได้เลย แถวชีวิตยังเหมือนกับโชคชะตาเล่นตลก ทุกข์อยู่ตลอด  มีคนสงสัยว่า ทำไมนายบอนถึงได้บันทึกเรื่องราวของสุวิทย์ใน blog นี้ได้เรื่อยๆ เล่าอย่างละเอียดในหลายเรื่อง ถ้าเป็นหลายคนคงจะไม่ยอมให้เปิดเผยเรื่องส่วนตัวมากถึงเพียงนี้แน่ๆ   แต่ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ชีวิตแบบสุวิทย์  เจ้าตัวบอกว่า บันทึกไว้เถอะ เพราะไม่รู้จะตายวันไหน  ถึงเขาจะเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไรมากนัก หากเรื่องราวของเขา จุดประกายความคิดบางอย่างให้กับใครบางคนขึ้นมาได้บ้าง คนเล็กๆอย่างเขาย่อมภาคภูมิใจไม่น้อย

.

         สุวิทย์ออกจากทำเนียบ กลับไปทอดกฐินที่โคราช เมื่อ 7 พ.ย.2551 หลังเจอมรสุมชีวิต ความรัก แฟนเก่าทิ้งเขาไปควงคนใหม่ต่อหน้าต่อตา  ผู้หญิงที่รักเขาจริงๆ  “เปิ้ล” ที่สุวิทย์เริ่มหันมามองและตัดสินใจเลือกเธอ  เธอก็กำลังจะเริ่มต้นคบหาดูใจกับ “ชัย” เพื่อนรุ่นน้องที่สนิทที่สุด และเป็นเพื่อนตายของเขา  จนกลายเป็นรักสามเศร้า อึดอัดกันทั้ง 3 คน  http://mblog.manager.co.th/bonkalasin/th-36990/

 สุวิทย์กลับโคราชและได้เขียนระบายความรู้สึกไว้ใน blog ของเขา http://ithai.wordpress.com/2008/11/13/me-in-korat/

http://ithai.wordpress.com/2008/11/20/sad/

 

        ปลายเดือน พ.ย.51 มีเพื่อนโทรมาแจ้งว่า สุวิทย์เข้าโรงพยาบาลเพราะโดนรถไล่ชนตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. มาเกือบสิ้นเดือน พ.ย. เพื่อนๆจึงรู้ว่า เขาถูก นปก.ขับรถไล่ชน จนทำให้สุวิทย์ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน แต่เขาบาดเจ็บมากแค่ไหน เขาไม่อยากให้บอกใคร 28 พ.ย. เมื่อพรรคพวกที่ทำเนียบรู้ข่าว เปิ้ลตัดสินใจทันที เข้าไปเคลียร์กับ ชัย  บอกว่า เธอเลือกสุวิทย์ เพราะโกหกหัวใจตัวเองไม่ได้ ส่วนชัยก็ขอเลือกสุวิทย์ ไม่เลือกเปิ้ล เพราะสุวิทย์มีความสำคัญสำหรับเขามากกว่า

 

         โชคร้าย เมื่อตอน 6 ทุ่ม (0.15 น. 30 พ.ย.51) เปิ้ลไปนั่งฟังการปราศรัยในทำเนียบ โดนสะเก็ดระเบิด เป็น 1 ใน 50 คน ที่บาดเจ็บ แม้จะไม่ได้บาดเจ็บสาหัส แต่ก็เจ็บพอสมควร ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ พันธมิตรต้องสูญเสียน้องโบว์ สาวจากพัทลุงวัย 27 ปี ที่ทำงานที่ซูซูกิ หัวหมาก ซึ่งน้องโบว์คนนี้ได้บริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย โดยมี ผู้แจ้งความประสงค์รับบริจาคอวัยวะ 6 คน จะได้รับอวัยวะจากน้องโบว์

 

          และล่าสุด คืนวันที่ 2 ธค. หลังการย้ายออกจากทำเนียบ พี่น้องพันธมิตรส่วนหนึ่งมาที่สนามบินดอนเมือง เกิดเหตุมีคนยิง M79 จากโทลเวย์ จนรณชัย ชัยศรี อายุ 29 ปีจากสะบ้าย้อย ตายคาที่ มีคนเจ็บกว่า 20 คน มี 3-4 คน ที่อาการโคม่า เป็นตายเท่ากัน และชัย เป็นหนึ่งใน 20 คนนั้น ที่บาดเจ็บ!!!

         ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.มาจนถึงวันนี้ พรรคพวกของสุวิทย์ที่มาปักหลักชุมนุมกับพันธมิตรรวม 20 คน  บาดเจ็บ โดนสะเก็ดระเบิดไปแล้วรวม 14 คน เหลือ 6 คนที่ยังคอยส่งข่าว ช่วยเป็นอาสาสมัครในส่วนต่างๆ

 

           ชีวิตของสุวิทย์นั้น เลือกไม่ได้เหมือนหลายคน ตั้งแต่ปี 2549 ที่เกิดเรื่องปะทะกับ นปก.อุดร  เขาต้องต่อสู้ เจอคนป่วน ทำร้ายมาตลอด มาจนถึงวันนี้ เขาไม่สามารถที่จะกลับไปทำงานที่อุดรได้อีกแล้ว…..ตกงาน  แต่เดิม สามารถโทรติดต่อกับเขาได้ ตอนนี้ต้องรอให้เขาโทรติดต่อกลับมา จากการยืมโทรศัพท์ของคนอื่น  การร่วมต่อสู้กับพันธมิตรครั้งนี้ สุวิทย์พบกับความสูญเสีย เจ็บปวด ทุกข์ทรมานกายและใจ การได้รับรู้ว่า พรรคพวกที่รู้ใจกัน ทำงานร่วมกัน บาดเจ็บคนแล้วคนเล่า ข่าวคนเจ็บตายที่เกิดขึ้นทุกวัน ที่สื่อหลายแห่งรายงานอย่างชินชา และไม่ให้ความสำคัญมากนัก แต่กลับไปเน้นย้ำแต่ภาพการ์ดพันธมิตรป้องกันตัว ภาพไล่จับ นปก.ที่แฝงตัวเข้ามาป่วน ฉายซ้ำแล้วซ้ำอีก  ส่วนผู้เสียชีวิต ได้แต่รายงานชื่อ และสาเหตุการตาย , มีคนเจ็บกี่คน ในเวลาไม่กี่วินาที  จนรู้สึกว่า พวกเราเหมือนเป็นพลเมือชั้น 2 ที่ไร้ค่าในสังคมนี้ไปแล้ว !!!!!

 

           น้องโบว์ อังคณา, สารวัตรจ๊าบ, คุณเจนกิจ, เหน่ง ยุทธพงษ์, รณชัย ชัยศรี จนถึง น้องโบว์ สาวพัทลุง ผู้เสียชีวิตในที่ชุมนุม  ไม่อยากให้มีคนตายอีกแล้ว   แต่คนบางกลุ่มยังคงยิง M79 เข้ามาได้อย่างไม่เลิกรา!!

 

            สำหรับหลายคนที่เลือกได้ เลือกที่จะอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เลือกที่จะไม่ออกมาเมื่อสถานการณ์ล่อแหลมอันตราย และเลือกที่จะนิ่งเฉย ปลง  หรือก่นด่า กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่สุวิทย์เลือกไม่ได้ หนีไม่ได้ จึงต้องขึ้นรถไฟเข้า กทม. เพื่อไปที่ดอนเมืองในเย็นวันนี้

              แม้วันนี้จะมีคำพิพากษา ยุบพรรค พปช. และสมชายหลุดจากตำแหน่งนายกไปแล้ว  หากพันธมิตรยกเลิกการชุมนุม หรือจะชุมนุมดูสถานการณ์ต่อไป เขาก็พร้อมที่จะสนับสนุนแนวทางของพันธมิตร แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ คือ นปก.คู่กรณีที่ยังคงตามป่วน ทำร้ายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ซึ่งคงจะต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป

 

             คนอื่นๆ อาจไม่รู้สึกเดือดร้อน หรือรู้สึกร่วมอะไรด้วย  แต่คนที่รู้จักคุ้นเคยกับสุวิทย์ 14 คน ล้วนบาดเจ็บทั้งนั้น จนเขาไม่อาจทนอยู่ที่โคราชต่อไปได้  แม้ว่าเขาอาจจะต้องเป็นคนที่บาดเจ็บเป็นคนต่อไป แต่มันจะแตกต่างอะไรกับที่ผ่านมาล่ะ

         มีใครบางคนบอกนายบอนว่า อ่านบันทึกที่เล่าเรื่องของสุวิทย์แล้ว สะเทือนใจเหลือเกิน  นายบอนก็ยังไม่รู้ว่า บันทึกต่อไปในสัปดาห์หน้า หรือ เดือนต่อไปที่บอกเล่าเรื่องราวของเขา จะพบเจอ สุข ทุกข์ ดี แย่ อย่างไร  แต่นี่ คือ ชีวิตที่เลือกไม่ได้ของเขา

 

    เขาคงเลือกได้แค่ เลือกอยู่ข้างพันธมิตร เท่านั้น

 

บันทึกเก่าๆของสุวิทย์

http://mblog.manager.co.th/bonkalasin/th-36451/

http://mblog.manager.co.th/bonkalasin/th-36032/

http://mblog.manager.co.th/bonkalasin/th-35904/

http://mblog.manager.co.th/bonkalasin/th-35098/

 

—-

พันธมิตรฯ เริงร่า!! ยุบ พปช.-ตัดสิทธิ์ กก.บห.

ที่มา
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142373

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 ธันวาคม 2551 13:18 น.

 

 

       บรรยากาศล่าสุดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เสียงปรบมือ โห่ร้องดังกึกก้อง หลังจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ พิธิกรบนเวที ประกาศให้ผู้ชุมนุมรับทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ยุบพรรคพลังประชาชนและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค คนละ 5 ปี โดยกล่าวว่า นี่คือชัยชนะของพันธมิตรฯ หลังจากต่อสู้มายาวนานถึง 192 วัน แต่ พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า ผู้ชุมนุมอย่านิ่งนอนใจ ขอร้องให้ปักหลักชุมนุมต่อไป เพื่อประเมินท่าทีอีกครั้ง นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมและร่วมฉลองชัยชนะในค่ำคืนนี้ด้วย

        พล.ต.จำลอง กล่าวอีกว่า หลังจากนี้คงต้องมีการหารือกับแกนนำทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ทั้งนี้การปักหลักชุมนุมทั้งที่สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ยังคงดำเนินการต่อไป

 

 

 

by posted under Uncategorized | 6 Comments »    
6 Comments to

“ด้วยเลือด เนื้อ ความรัก ชีวิตที่เลือกไม่ได้ และสุวิทย์ come back!!!”

  1. December 3rd, 2008 at 3:01 pm       bonkalasin Says:

    ชัดเจนทุกถ้อยคำครับ ท่าน แกนนำ สกม.


  2. December 3rd, 2008 at 3:01 pm       bonkalasin Says:

    ได้งานที่สุราษฎร์แล้วครับ SilverLightningTGO


  3. December 3rd, 2008 at 3:01 pm       bonkalasin Says:

    กำลังใจยังเกินร้อยครับ คุณ sazzie


  4. December 3rd, 2008 at 6:37 am       แกนนำ สกม. Says:

    คนเราชอบจะมอง
    ความผิดพลาดของผู้อื่นเสมอค่ะ คุณศศิ
    ถ้าเป็นความคิดที่มากด้วยอวิชชา
    ก็อย่าใส่ใจกับมันดีกว่า

    ข้อความถึง ALL PAD…
    หลายคน
    ต้องหลบหนีการไล่ล่าจากนปช.
    การถูกหลอนจาก
    ภาพ ความทรงจำของการสูญเสีย
    (ภาพติดตาเหล่านี้ แม้แต่เราเอง
    ก็ยัง”ติดตา”และแอบหลอน เช่นกัน)

    คนรอบข้างต้องเข้าใจ ใส่ใจ
    ตัวเองก็ต้อง..
    ใจเย็น ค่อยคิด ค่อยทำทีละอย่าง
    หรือลองมองต่างมุมดูบ้าง
    จะช่วยให้ว้าวุ่นน้อยลง
    รอบคอบมากขึ้น
    คุยกับคนที่ไว้ใจบ้างก็ดีนะ
    เผื่อช่วยกันคิด หาทางออก
    สบายใจขึ้น
    จิตสั่งกาย..นะคะ =)
    และ
    เวลา..เยียวยาทุกสิ่ง

    จริงอยู่แม้หลายคนจะมองว่า
    เป็นชัยชนะแบบไม่เบ็ดเสร็จ
    หรือถูกค่อนขอดว่าเป็นการหาทางลง

    แต่ถ้าเรารู้ว่าเราทำเพื่ออะไร
    สุดตัวหรือยัง
    ถ้าคำตอบคือ..ใช่
    มัน ..
    เ พี ย ง พ อ
    แล้วล่ะค่ะ

    แม้จะเลิกชุมนุม
    แต่ภาระหน้าที่
    “ยามเฝ้าแผ่นดิน”
    ยังคงอยู่
    ขอเพียงอย่าหลงลืม
    ..
    ความรัก จิตใจที่เข้มแข็ง
    ความเสียสละ แบ่งปันและ
    สำนึกสาธารณะ
    …………
    ที่ทำให้เรามารวมกัน

    ถ้าสิ่งเหล่านั้น
    ยังดำรงอยู่ในตัวของทุกท่านแล้ว
    ไม่ว่าจะต้องเลือกกี่ครั้ง
    เราทุกคนยังคงเลือก..
    ” ข้าง พันธมิตร ”
    เช่นเดิม
    ตลอดไป
    เมื่อมีเหตุในบ้านเมือง
    เราสามารถออกมาแสดงเจตนารมณ์ได้เสมอ

    เ ห มื อ น จ ะ แ พ้ แต่ ใ ช่ พ่ า ย

    ทำดี คิดดี สร้างกำลังใจ
    ให้ตนเองและผู้อื่นทุกวันนะคะ
    =)


  5. December 3rd, 2008 at 12:01 am       SilverLightningTGO Says:

    คุณสุวิทย์จบอะไรมา เคยมีประสบการณ์การทำงานประเภทไหน เราคิดว่าน่าจะพอหางานที่โคราชให้ได้
    ไปตอบไว้ที่ TGO แล้วกัน


  6. December 2nd, 2008 at 8:54 pm       sazzie Says:

    อย่างที่เรารู้สึก คือ รู้สึกเป็นเรฟูจีในแผ่นดินเกิดของตัวเอง แต่เวลาท้อนะ .. จะถามตัวเองว่า เราน่ะเจอะการต่อต้านแค่นี้เอง คิดดูว่าคนที่เป็นแกนนำ เป็นเป้าใหญ่ เขาถูกกระหน่ำโจมตีขนาดไหน

    เชื่อมั้ยว่า ขนาดพรุ่งนี้จะออกจากสนามบินกันแล้ว เมื่อกี๊ก็ยังอุตส่าห์มีคน sms มาบอกว่า แต่พวกคุณทำเศรษฐกิจไทยทรุดมาก .. คิดแค่เนี้ย .. คนเรา

    ฝากกำลังใจให้สุวิทย์ด้วยนะนายบอน :)


You must be logged in to post a comment.