นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

คู่หมั้นกับคู่แค้น และการค้นพบรักแท้ของเจี๊ยบ จาก 7 ตุลาเลือด

December26

         เจี๊ยบ สาวพันธมิตรจาก อ.ด่านขุนทด โคราช
เดินทางมาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรตั้งแต่เดือน ก.ย.2551
โดยมากับคู่หมั้นหนุ่มที่มีกำหนดจะแต่งงานกันช่วงปลายเดือน ก.ย.51
แต่หลังจากที่มาชุมนุมกับพันธมิตร เจี๊ยบตัดสินใจที่จะแต่งงานเมื่อพันธมิตรชนะ
ช่วงเวลานั้นขอเข้าร่วมกู้ชาติที่ทำเนียบฯก่อน …. ทุกครั้งที่เจี๊ยบไปชุมนุม
มักจะต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอกับหน่อง
เพื่อนชายสมัยเรียนประถม ซึ่งเป็นคนที่เธอเกลียดมากๆ
เพราะเขาชอบแกล้งเธอตลอด ตั้งแต่ชอบเปิดกระโปรงของเธอในสมัยเรียน
เคยทำทะลึ่งๆอีกหลายอย่าง ทั้งที่เกลียดแสนเกลียด แต่ก็ยังต้องเจอกับหน่องอยู่บ่อยๆ
….เมื่อเธอมีแฟน จนกลายเป็นคู่หมั้น
หน่องก็ยังคอยโผล่มากวนประสาทเธออยู่เช่นเดิม แถมยังกวน -teen
คู่หมั้นของเธออีกด้วย

 



           เมื่อมาเจอหน่องที่ทำเนียบฯ ช่วงนั้นหน่องเป็นการ์ดอาสา
ยังทำท่าเบ่งใส่เจี๊ยบอีก เธออยากจะชกหน่องมากๆ แต่ก็ต้องอดทนเพราะไม่อยากมีเรื่อง
อยากมาร่วมชุมนุมมากกว่า



.

        หน่อง มีโอกาสได้รู้จักกับสุวิทย์ ช่วงปลาย ก.ย. 51
ที่นายบอนแวะไปชุมนุมที่ทำเนียบ สุวิทย์ก็พาหน่องมาแนะนำให้รู้จัก
เลยมีโอกาสได้นั่งคุยกัน ช่วงหนึ่งหน่องปรึกษากับนายบอนว่า เขารักคนที่มีเจ้าของ เค้ามีคู่หมั้นแล้ว
และมาชุมนุมที่นี่ด้วย มันผิดมั้ยพี่…
นายบอนไม่ได้คิดอะไร จึงบอกไปว่า ถ้าเป็นคู่กันแล้ว
ยังไงก็ไม่แคล้วกันหรอก ขนาดคนที่แต่งงานกันแล้ว
ยังหย่าร้างกันแล้วมาเจอรักแท้จนได้…





        “แต่ผมชอบแกล้งเค้า
แถมปากหมาใส่เค้าอีกต่างหาก เธอยิ่งเกลียดผมมากๆเลยนะ”



 

           เฮ้อ พวกปากไม่ตรงกันใจอีกแล้ว หน่องบอกว่า ถึงจะชอบทำอะไรบ้าๆใส่เธอ
แต่ก็เป็นห่วงเธอเหมือนกัน คอยดูแลเธออยู่ห่างๆ แต่พออยู่ต่อหน้าเธอทีไร ต้อง
“ปากหมา” ทุกที

 

          ..จะมามุกไหนล่ะเนี่ย มัวแต่ลีลา
ทำบ้าๆบอๆ จนคนอื่นคว้าไปครอง ก็คงจะเป็นคู่ที่แห้วกันไป
สาวพันธมิตรหน้าตาดีตั้งเยอะ จะมองคนใหม่ๆดูบ้าง หลายคนพบรัก
เป็นแฟนกันหลายคู่แล้ว….

 

             “แต่ผมรักเค้านะพี่ ถึงเธอจะมีคู่หมั้นแล้วก็ตาม….”



+ + + +



             ตอนค่ำๆ 25 ธ.ค.2551 คุณโอ๋ โคราช ติดต่อมาหานายบอน
ชวนไปร่วมงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่โคราช
อยากให้มาร่วมบรรยากาศตามสไตล์คนอีสานด้วยกัน ซึ่งนายบอนรับปากทันทีว่า ไปแน่นอน
เพราะไม่ได้ไปงานฉลองปีใหม่ 27 ธ.ค. ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี คุณโอ๋ บอกว่า จำ “หน่อง”
คนที่นายบอนเคยเจอตอนเดือน ก.ย. ได้มั้ย หน่องอาจจะมางานนี้ด้วย
ตอนนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตของหน่อง

 

—รายละเอียดข่าว งาน “คืนสู่เหย้า
เฝ้าระวังชาติ”———-

          ศูนย์ข่าว ASTV นครราชสีมา – เครือข่ายพันธมิตรฯ
โคราชเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ “คืนสู่เหย้า เฝ้าระวังชาติ”
จัดขึ้นที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ถ.ชุมพล เขตเทศบาลนครนครราชสีมา
อ.เมือง จ.นครราชสีมา เริ่มตั้งแต่ 17.00 น.-24.00 น.ของวันที่ 28 ธันวาคม 2551
โดยมีวิทยากรสำคัญคือ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 1
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย และ
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น
1 และ นายยุทธิยงค์ ลิ้มเลิศวาที ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV
ส่วนศิลปินกู้ชาติที่จะมาสร้างความบันเทิง นำโดย หรั่ง ร็อคเคสตร้า ประทีป ขจัดพาล
และ จุ๋ม ด่านเกวียน เป็นต้น ซึ่งในวันนั้นจะมีกิจกรรมการฉลองชัยชนะภาคประชาชน
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2552 ซึ่งขณะนี้คณะทำงานกำลังอยู่ระหว่างการออกแบบ
รูปแบบของงาน ซึ่งเป็นงานรื่นเริงผสมการปราศรัยทางวิชาการ โดยมีการออกร้านอาหาร
สอยดาว รวมถึงบริจาคเงินให้แก่สถานีวิทยุชุมชนที่ยืนหยัดถ่ายทอดสดการชุมนุมพันธมิต
รฯ ผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV อย่างต่อเนื่อง และมีอีกหลายกิจกรรม


+ + +

 

                 หน่อง อยู่ร่วมชุมนุมกับพันธมิตร มาจนกระทั่งวันที่ 6 ต.ค.
2551 เมื่อมีการระดมพลเคลื่อนไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภา
หน่องเดินตามรถเครื่องเสียงไปด้วยความคึกคักและหัวใจที่เข้มแข็ง
ไปนั่งๆนอนๆกับพี่น้องบนผิวถนนอู่ทองใน
แล้วสายตาของหน่องก็เห็นเจี๊ยบกับคู่หมั้นมาร่วมชุมนุมที่หน้ารัฐสภาด้วย
เขาอยากจะเข้าไปกวนประสาทเธอเช่นเคย แต่ตอนนั้น เขาเหนื่อยมากๆ นอนไม่กี่ชั่วโมง กินแต่น้ำ
ยังไม่ได้กินข้าวเลย แต่เขาก็กินอะไรไม่ลง
เพราะตื่นเต้นกับสถานการณ์ที่จะต้องระวังตัวกันอยู่ตลอดเวลา

 



               ตีหนึ่ง หน่องอยากจะล้มตัวลงนอน
แต่ตำรวจมาแล้ว ตำรวจค่อยๆรุกคืบ ทีละคืบ ทีละคืบ
ทำให้หน่องและหลายคนในที่นั้นนอนไม่หลับ เขาคอยนั่งเฝ้าดูสถานการณ์จนตี 5
เริ่มสว่าง คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้คนบางส่วนเริ่มทยอยเดินจากไป …ไปอาบน้ำ
เปลี่ยนเสื้อผ้า เข้าห้องน้ำ หน่องมองเห็นเจี๊ยบนอนอยู่กับป้าคนหนึ่ง
แล้วคู่หมั้นของเธอล่ะ ไปไหนแล้ว



 

             ตี 5 ตำรวจตั้งแนวเข้ามา เริ่มพูดทางเครื่องขยายเสียง บอกว่า
ตำรวจจะใช้วิธีนุ่มนวลจะเจรจากับผู้ชุมนุม หน่องฟังจนเบื่อและง่วงมากๆ
หันไปดูตรงที่เจี๊ยบนอนอยู่ คู่หมั้นของเธอมาแล้ว ไปเอาขวดน้ำมาให้ เออ…
ดูแลกันไปเถอะ ขอไปเข้าห้องน้ำ แล้วหาที่หลับนอนเอาแรงก่อนดีกว่า



 

               6 โมงเช้า วันที่ 7 ต.ค.2551 หน่องเห็นตำรวจในชุดปราบจลาจล มีโล่มือ เห็นปืนลูกซอง
และเห็นตำรวจเคลื่อนกำลังเข้ามา จนหน่องไม่กล้าเดินไปห้องน้ำ
ดูท่าทางจะเข้ามาดันพวกเราให้ถอยออกไปแน่ๆ
หน่องจึงเตรียมพร้อมที่จะไปเป็นกำแพงมนุษย์
เพื่อเป็นกองหน้าปกป้องพี่น้องพันธมิตรที่กำลังนอนหลับอยู่
มีพี่น้องพันธมิตรลุกฮือยืนรวมตัวกันเป็นกำแพงมนุษย์ต่อจากแนวยางรถยนต์ที่ทำเป็นบังเกอร์ของพันธมิตร…



 

              ….ในขณะที่กำลังยืนฟังตำรวจพูดผ่านเครื่องขยายเสียงอยู่นั้น อยู่ๆตำรวจก็เปิดฉากยิงแก๊สน้ำตาใส่พวกเราทันที
ลูกแล้วลูกเล่าที่ยิงเข้ามา ทำให้พี่น้องของเราแตกกระจายวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
ตำรวจตั้งแถวเดินเป็นแนว เดินเข้ามาแล้วยิงไปด้วย ยิงๆๆๆๆ
หน่องเห็นผู้ชุมนุมหลายคนยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ตรงนั้น
หลายคนหมอบลง หลายคนหยิบแว่นตา ผ้าปิดปากปิดจมูกออกมาสวม
แต่เมื่อตำรวจระดมยิงหนักขึ้นเรื่อยๆ หลายคนที่หมอบอยู่ เริ่มลุกถอยหนีออกไป

 

 

                หน่องหันไปเห็นเจี๊ยบนอนหมอบอยู่ในบริเวณนั้น แล้วคู่หมั้นของเธอล่ะ?
แล้วผ้าปิดปากปิดจมูกที่เห็นเจี๊ยบสวมอยู่ตลอด หายไปไหนกัน
พอมองไปรอบๆ เห็นหลังคู่หมั้นของเธอวิ่งหนีไปโน่นแล้ว
สวมใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกไปด้วย เขามองไปตรงที่เจี๊ยบนอนหมอบอยู่ คนอื่นๆรอบๆตัวเธอ
มีผ้าปิดจมูกกันทั้งนั้น

 

 

            ..ไอ้คู่หมั้น เอาผ้าปิดจมูกจากเธอไป
เพราะตอนที่ยังไม่เกิดเหตุ ไม่เห็นเขาสวมใส่ผ้าปิดจมูกเลย
…..แล้วยังหนีเอาตัวรอดคนเดียว!!!!

 

 

             หน่องรีบวิ่งเข้าไปหาเจี๊ยบ สีหน้าของเธอดูท่าทางไม่ดีเลย
ตัวหน่องเองยังรู้สึกแสบไปทั้งหน้าทั้งตัว พอเข้าไปใกล้เจี๊ยบ เขารีบถอดผ้าผิดปากปิดจมูกที่เขาสวมอยู่
เอามาสวมให้เจี๊ยบ ถอดแว่นตาว่ายน้ำกันแก๊สของตัวเองให้เธอ
แล้วเอาผ้าขนหนูในกระเป๋าตัวเองเอามาพันปิดปาก
จมูกของตัวเองแทน

 

              ระเบิดแก๊สน้ำตาถูกยิงเข้ามาเรื่อยๆ
หน่องรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือเปิดขวดน้ำแล้วโยนออกไป โยนๆๆๆ
เพื่อหยุดการระเบิดของแก๊ส แต่ระเบิดแก๊สน้ำตาก็ยังถูกยิงเข้ามาไม่หยุด
หลายคนทนไม่ไหว ทั้งแสบ เจ็บ หลานคนกำลังหนีตายอย่างลนลาน

 

             
หน่องเข้าไปประคองเจี๊ยบออกมาจากบริเวณนั้น มีผู้บาดเจ็บมากมายถูกทยอยส่งโรงพยาบาล
แต่สักพักใหญ่ ตำรวจก็ไม่เปิดทางให้รถพยาบาลเข้ามารับผู้บาดเจ็บ จนเจี๊ยบ
เสียเลือดจนสลบไป

  

              หน่องก็เริ่มไม่ไหวเหมือนกัน
แต่พยายามฝืนตัวเองไว้ เอาน้ำราดหน้า ราดตัว ล้างแก๊สน้ำตาออกไป
เปิดขวดน้ำราดหน้าเจี๊ยบหวังให้เธอรู้สึกตัว
จนมีเจ้าหน้าที่พยาบาลของพันธมิตรเข้ามาช่วยดูแลปฐมพยาบาลจนหน่องสามารถกัดฟัน
ยืนหยัดอยู่ต่อไปได้



 

            มีรถพยาบาลจากสภากาชาดทยอยเข้ามา
ซึ่งสมเด็จพระราชินีได้ทรงพระราชทานหน่วยแพทย์และรถเข้ามา
ฝ่าแนวล้อมของตำรวจจนรับเจี๊ยบและคนเจ็บหลายคนขึ้นรถพยาบาลออกไปได้



 

            หน่องรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือ
ช่วยลำเลียงคนเจ็บที่อยู่ใกล้ๆมาที่รถพยาบาลทั้งๆที่ตัวเองก็เจ็บพอสมควรเช่นกัน
มีพยาบาลเข้ามาช่วยทำแผลให้เขาอีกครั้ง เมื่อผู้บาดเจ็บถูกพาออกไปเรื่อยๆ
จนเหลือจำนวนน้อยลง หน่องจึงเดินออกมากลับกลุ่มของชัย – สุวิทย์
จะมาที่ทำเนียบ หน่องเจอคู่หมั้นของเจี๊ยบ
เลยเข้าไปบอกกับเขา แต่คู่หมั้นเจี๊ยบท่าทางหวาดกลัวรีบเดินหนีไปเลย เห็นอีกที
เขาสะพายกระเป๋าเดินออกไปจากที่ชุมนุมแล้ว….

 

          
เขาทิ้งเจี๊ยบไปได้อย่างหน้าตาเฉยเลยเหรอ นี่หรือคู่หมั้น…

 

 

           ครู่ใหญ่ หน่องก็ถูกพาตัวไปโรงพยาบาลวชิระ พอไปถึงที่นั่น
เขาสลบทันที เพราะทั้งเจ็บ เหนื่อยและอดนอน
แถมยังไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่ตอนเย็นวันที่ 6 ต.ค.มาแล้ว

 

            3-4 วันผ่านไป หน่องรักษาตัวที่โรงพยาบาล
เพื่อนที่มาเยี่ยมบอกเขาว่า เจี๊ยบก็นอนพักรักษาตัวที่นี่เช่นกัน
หน่องเลยไปเยี่ยมเจี๊ยบ

 

              2 สัปดาห์ผ่านไป หน่องอาการดีขึ้น แต่เจี๊ยบยังต้องรักษาตัวต่อไป
เพราะเธอโดนระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าไปแบบเต็มๆ
คนที่ยิงแก๊สน้ำตาใช้อุปกรณ์ได้เก่งจังเลย เลือกยิงใส่ผู้หญิงที่นอนหมอบอยู่!!!

 

             เจี๊ยบเริ่มรู้สึกตัว พูดได้แล้ว
เธอถามถึงกระเป๋าเป้ของเธอ มีของสำคัญในนั้น หน่องได้แต่ถอนหายใจ ผ่านไป 2
สัปดาห์แล้ว จะให้ไปหาจากที่ไหนกัน วันนั้นที่พาเธอออกมา
ก็ไม่ได้หยิบกระเป๋าเป้ของเธอออกมาด้วย คิดไม่ทัน
ต้องเอาชีวิตให้รอดไว้ก่อน

 

           หน่องปรึกษากับชัยที่แวะมาเยี่ยมว่า จะไปหากระเป๋าเป้ของเธอจากที่ไหนกัน
มีใครเก็บไว้บ้าง …แต่ผ่านมา 2 สัปดาห์ ไม่มีอะไรเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว
มีอะไรในกระเป๋าของเธอหรือ ….หน่องบอกว่า เป็นรูปถ่ายของคุณตาของเจี๊ยบ
ที่ดูแลเลี้ยงดูเจี๊ยบมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งตอนนี้ท่านถึงแก่กรรมไปแล้ว
เจี๊ยบมักจะเก็บรูปของคุณตาไว้เป็นที่ระลึก และขวัญกำลังใจอยู่ตลอด

 

            ชัยเล่าให้ฟังว่า ตอนเกิดเหตุ 29 ส.ค. ที่ตำรวจบุกสลายม็อบ
รื้อเต็นท์และพังเวทีที่มัฆวาน เป้ของชัยก็หายไป มีรูปถ่าย 1
นิ้วของแม่เขาหล่นหายไปด้วย แต่สุวิทย์เพื่อนรุ่นพี่ของเขา
พาพรรคพวกไปส่องไฟฉายหาดูตามพื้นถนนตอนดึกๆ จนเจอ
และเอารูปมาเข้ากรอบทำเป็นสร้อยห้อยคอแล้วเอามาให้เขา
(เขียนบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ที่ http://mblog.manager.co.th/bonkalasin/th-29317/
รูปถ่าย ๑
นิ้วที่หายไปกับน้ำใจยามยากของเพื่อนการ์ดอาสาพันธมิตร
” )
ถ้าหน่องหารูปคุณตาของเจี๊ยบเจอ เธอคงดีใจมากๆ

 

             แต่ความจริง ถ้ากลับไปหาในที่เกิดเหตุในวันที่ 7 ต.ค.คงพอจะหาเจอบ้าง
แต่ผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว คงยากที่จะหาเจอ
แต่หน่องก็กลับไปเดินหาตามพื้นถนนที่หน้ารัฐสภาจริงๆ แต่ก็ไม่เจออะไร

 

            3 สัปดาห์หลังเกิดเหตุเจี๊ยบอาการดีขึ้นมาก พูดได้คล่องเหมือนเดิม พอหน่องเข้าไปหา เธอก็เปิดฉากด่าทันที
หน่องคงเข้ามาเยาะเย้ย สมน้ำหน้าเธอ หน่องไม่พูดอะไร ยื่นซองสีน้ำตาลให้
เจี๊ยบรับมาแล้วเขวี้ยงใส่ถังขยะในห้อง ด่าๆๆๆๆ
และไล่หน่องให้ออกไปพ้นๆหน้าเสียที
จนหน่องเดินคอตกจากไป

 

             เพื่อนของเจี๊ยบที่เข้ามาเยี่ยม ถามหาหน่องไปไหน เจี๊ยบบอกว่าไล่ออกไปแล้ว
เกลียดมากๆ เพื่อนจึงเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ 7 ต.ค.หน่องเป็นคนช่วยเจี๊ยบออกมา
พอมาอยู่ที่โรงพยาบาล หน่องก็มาคอยดูแลอยู่ตลอด
ต่างกับคนที่เป็นคู่หมั้นของเจี๊ยบไม่รู้หายไปไหนตั้งแต่วันนั้น
เจี๊ยบตกใจ นึกเป็นห่วง กลัวว่าคู่หมั้นจะบาดเจ็บมากกว่าเธอ
แต่ก็ไม่รู้จะติดต่อกันอย่างไร เพื่อนเห็นซองสีน้ำตาลที่ถังขยะ เลยหยิบซองมาเปิดดู
ข้างในเป็นภาพวาดด้วยดินสอ เป็นภาพคุณตาของเจี๊ยบ!!!



            หน่องคงไปจ้างคนวาดภาพเหมือนให้ช่วยวาดภาพนี้ออกมา หน่องเคยเห็นคุณตาของเจี๊ยบ
เพราะเป็นคนบ้านใกล้กัน จึงวาดภาพจากความทรงจำ
จนได้ภาพวาดแทนตัวจริงออกมา เจี๊ยบถึงกับอึ้ง
เมื่อรู้ว่าหน่องพยายามทำสิ่งนี้ให้กับเธอ
….

 

           เมื่อออกจากโรงพยาบาล เจี๊ยบแวะไปร่วมชุมนุมที่มัฆวาน กลับไปเดินแถวๆลานพระรูป
ร.5 ไปจนถึงหน้ารัฐสภา ภาพเก่าๆของ 7 ต.ค.ผุดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง
เมื่อเธอมายืนอยู่บริเวณที่เธอเคยนั่งเมื่อวันที่ 7 ต.ค……
เจี๊ยบกลับไปที่มัฆวาน บังเอิญได้เจอกับป้าคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น
หลังจากทักทายถามไถ่ ป้าก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า แฟนไม่มาด้วยเหรอ
วันนั้นเห็นประคองกันออกมา
เจี๊ยบบอกว่าไม่ใช่คนนั้น
แล้วก็บอกลักษณะรูปร่างของคู่หมั้นออกไป

 

           ป้านึกๆดูแล้ว ตกใจ ….คู่หมั้น!! ดูเหมือนเป็นคนอื่นมากกว่า
เพราะเห็นรีบวิ่งหนีออกมา สะพายกระเป๋าหน้าตื่นวิ่งสุดชีวิต เจี๊ยบถึงกับอึ้ง คู่หมั้นของเธอเอากระเป๋าเป้ของเธอไป
ห่วงกระเป๋ามากกว่าตัวของเธอ

 



             เจี๊ยบกลับด่านขุนทด 2 วันต่อมา คู่หมั้นก็โผล่หน้ามา ขอโทษที่ 7 ต.ค.
ต้องรีบออกมาก่อน เพราะเขาเป็นภูมิแพ้  อยู่ในที่มีฝุ่นควันไม่ได้เลย…..
จากวันนั้น เจี๊ยบกลับไปอยู่ที่ด่านขุนทด
และไม่ได้มาร่วมชุมนุมอีกเลยจนพันธมิตรยุติการชุมนุมเมื่อ 3 ธ.ค.2551 คู่หมั้นของเธอก็มาทวงสัญญาเรื่องแต่งงาน
เพราะพันธมิตรประกาศชนะแล้ว
แต่เจี๊ยบรู้สึกเฉยๆ เธอเข้า
กทม.มาร่วมงานสวดศพน้องโบว์ คนที่ 2
ได้พบกับพี่น้องพันธมิตรที่เคยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเดียวกัน เจี๊ยบแนะนำว่า
เธอมากับคู่หมั้นของเธอ พี่น้องพันธมิตรมองด้วยสีหน้าแปลกๆ มองแล้วมองอีก ช่วงหนึ่งเจี๊ยบเดินไปเข้าห้องน้ำ
พี่คนหนึ่งเข้ามาทักทาย ถามว่า แฟนไม่มาด้วยเหรอ เธอบอกมา ก็มาด้วยกัน
นั่งอยู่ตรงโน้นไง คู่หมั้นของเธอ พี่คนนั้น งง เพราะเธอนึกว่า
เป็นหน่องซะอีกที่เป็นแฟนของเธอ
ดูหน่องจะห่วงใยเธอมากกว่าคนที่เป็นคู่หมั้นซะอีก

 

   “แล้วคู่หมั้นที่ว่า รักเธอจริงๆเหรอ
..แล้วเธอรักเค้าจริงรึเปล่า ?”

 

เจี๊ยบไม่ได้ตอบออกไป ท่าทางของเธอรู้สึกเฉยๆ ….





            ช่วงกลางเดือน ธ.ค. วันงานศพของติ๊ก ศศิธร ที่วัดมกุฏ เจี๊ยบก็มาร่วมงานด้วย
คราวนี้เธอได้เจอหน่อง..หน่องดูเปลี่ยนไป ไม่พูดกวนประสาทเธอเหมือนเดิม
แต่เจี๊ยบกลับรู้สึกดีใจที่ได้เจอหน้าหน่อง

 



          ชัย ซึ่งมาร่วมงานศพในวันนั้นด้วย ได้เจอกับเจี๊ยบ เลยเข้ามาทักทายถามไถ่
คุยกันหลายเรื่องรวมถึงเรื่อง 7 ต.ค. บอกว่า เธอรอดมาได้ เพราะหน่องคนเดียว
ถึงขนาดถอดผ้าปิดปากปิดจมูก
และแว่นตาว่ายน้ำกันแก๊สน้ำตาของตัวเองเอามาใส่ให้เจี๊ยบ ขนาดโดนแก๊ส
โดนสะเก็ดระเบิดเลือดไหล ยังเข้าไปประคองเจี๊ยบออกมาจากบริเวณนั้นได้
ทั้งเจ็บทั้งแสบ ต้องถูกล้างแผล คว้านเนื้อเน่า
เอาสะเก็ดระเบิดฝังในออกหลายครั้ง
แต่ก็แวะเวียนมาดูเจี๊ยบที่นอนรักษาตัวอยู่ตลอด
เจี๊ยบรอดมาได้เพราะหน่องจริงๆ…..

 

         “.….รู้มั้ย ที่เค้าทำไปน่ะ
เพราะเค้ารักเจี๊ยบนะ แม้จะไม่มีสิทธิในตัวเจี๊ยบเลย   
เค้าเป็นคนที่ปากไม่ตรงกับใจ..
.”

 



       เจี๊ยบร้องไห้ ร้องๆๆๆๆๆๆ เธอรู้สึกผิดมากๆ ที่ตอนที่อยู่โรงพยาบาล
เธอทั้งด่าๆๆๆๆ และไล่เขาไปให้พ้น แถมยังเอารูปวาดคุณตาที่หน่องไปจ้างคนวาดมาให้
เอาทิ้งถังขยะต่อหน้าต่อตาเขา หน่องคงจะเสียใจจนไม่โผล่มาให้เธอเห็นหน้าอีกเลยจนได้มาเจอในงานศพของติ๊กในวันนี้

 



           แต่ความจริง หน่องไปรักษาตัว
เพราะแผลที่โดนสะเก็ดระเบิด เนื้อเน่าข้างใน ต้องไปคว้านเนื้อเน่าออก
เจ็บแสบทรมานมากมาย
จึงมาหาเจี๊ยบไม่ได้เหมือนเดิม…..

 

            เจี๊ยบเดินไปหาหน่องที่นั่งฟังพระสวดอยู่ คู่หมั้นเห็นก็เดินมาหาเจี๊ยบด้วย เมื่องานศพเสร็จสิ้น
หลายคนทยอยเดินทางกลับ เจี๊ยบลุกเดินออกไปกับคู่หมั้น
คุณโอ๋ โคราชที่มาด้วยกันเลยเดินเข้ามาจะพาหน่องกลับบ้าน



 

            หน่องทำหน้าเศร้าๆ มองไปทางเจี๊ยบที่เดินออกไป โอ๋ได้แต่โอบไหล่ปลอบใจว่า
คิดซะว่าเค้าไม่ใช่คู่ของเรานะ …อย่างน้อย หน่องก็ดูแลเจี๊ยบในยามคับขันช่วง 7
ต.ค.ได้ดีกว่า คู่หมั้นตัวจริงของเธอซะอีก
คิดแล้วก็น่าสงสารเธอเหมือนกันนะ ถ้าเกิดเหตุการณ์คับขันแบบนั้นอีก เธอจะถูกคู่หมั้นทิ้งเธอ
หนีเอาตัวรอดคนเดียวอีกมั้ย
….

 



…. แต่มาถึงตอนนี้ หน่องคงจะไปช่วยเหลืออะไรเจี๊ยบไม่ได้อีกแล้ว
เพราะเมื่อช่วงที่นั่งคุยกัน ได้ยินเจี๊ยบบอกว่า หลังปีใหม่ ผู้ใหญ่ 2
ฝ่ายจะจัดงานแต่งงานให้….
และเธอพูดกับหน่องก่อนจากกันวันนั้นว่า……





 

“…หน่องไปงานของเจี๊ยบให้ได้นะ….”

+ +

ข้อมูล – โจ้ – ชัย – โอ๋ โคราช

เรียบเรียง – นายบอน

by posted under Uncategorized | 8 Comments »    
8 Comments to

“คู่หมั้นกับคู่แค้น และการค้นพบรักแท้ของเจี๊ยบ จาก 7 ตุลาเลือด”

  1. December 28th, 2008 at 1:47 am       bonkalasin Says:

    อ้าว นึกว่า nany เข้าใจความรักดีซะอีก

    บางเรื่องก็ให้เหตุผลซะดิบดี
    แต่บางเรื่อง ก็ไม่เข้าใจ

    คงเข้าใจยากจริงๆแหล่ะ


  2. December 28th, 2008 at 1:45 am       bonkalasin Says:

    เฮ้อ คุณ PAD NON ครับ
    เหตุการณ์ที่เป็นไป
    ก็คงเป็นงานแต่งงานของคนคู่หนึ่ง
    …และอีกคนหนึ่ง ก็คงเศร้า :(


  3. December 28th, 2008 at 1:44 am       bonkalasin Says:

    ชีวิตที่เลือกไม่ได้
    เขียนบทเองไม่ได้
    เป็นไปตามทางของแต่ละคนนะ

    เลยทำให้คุณศศิเศร้าเลย


  4. December 27th, 2008 at 7:45 pm       ADMINN Says:

    ภูเด็กแนว ศิลปินเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตสไตล์แนวแนว เจ้าของเพลงสาวมัธยม
    http://www.poodeknaew.com
    หรือเข้าgoogleพิมพ์คำว่า ภูเด็กแนว แล้วค้นหาครับ
    ขออนุญาติฝากเว็บไซต์นะครับ ขอบคุณครับ


  5. December 27th, 2008 at 7:44 pm       ADMIN Says:

    ภูเด็กแนว ศิลปินเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตสไตล์แนวแนว เจ้าของเพลงสาวมัธยม
    http://www.poodeknaew.com
    หรือเข้าgoogleพิมพ์คำว่า ภูเด็กแนว แล้วค้นหาครับ
    ขออนุญาติฝากเว็บไซต์นะครับ ขอบคุณครับ


  6. December 27th, 2008 at 10:54 am       nany Says:

    ทำไม?..ความ “รัก” ถึงเข้าใจยากอย่างนี้นะ!!

    สมกับที่พระท่านบอกไว้
    “มีรักที่ไหน?..มีทุกข์ที่นั่น”

    โชคดีนะ..ที่น้องยังไม่มีความรัก เลยยังไม่มีทุกข์ (ยิ้ม)


  7. December 27th, 2008 at 1:17 am       PAD NON Says:

    รอติดตามเรื่องราวอยู่ อย่าลืมมาอับเดทหลังปีใหม่ด้วย


  8. December 26th, 2008 at 4:44 pm       sazzie Says:

    เศร้านะเนี่ย :'(


You must be logged in to post a comment.