นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

บันทึกของครูน้อย ศศิพร จากแม่..ผู้หัวใจสลาย สู่วันที่หัวใจเข้มแข็ง

August12

 

 

     ช่วงปีก่อน นายบอนมักจะเขียนถึงครูน้อย ศศิพร (คนที่มีนิสัยคล้ายๆ คุณ Sazzie แห่ง mblog) ซึ่งช่วงปีที่ผ่านมา ได้บอกเล่าเรื่องราวความรัก ความผูกพันต่อเด็กนักเรียน แม้เธอจะยากลำบากก็ตาม มีหลายคนสงสัยว่า ทำไมเธอถึงได้รักเด็กนักเรียนมากมายถึงเพียงนั้น วันนี้ เรื่องราวของครูน้อย จะถูกบอกเล่าในบันทึกนี้ ในบทบาทของ ความเป็นแม่ ของเธอ…..


            …แม่ผู้ที่ผ่านความเจ็บปวด หัวใจแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆในวันวาน  พลิกวิกฤติกลายมาเป็น ครูในชนบทผู้ทุ่มเทการสอนเพื่อเด็กในชนบท ในรูปแบบของเธอ


            คัดลอกจากบันทึกที่น้องสาวของครูน้อยส่งมาให้นายบอนบันทึกไว้ เป็นแง่คิดชีวิต และกำลังใจแด่ลูกผู้หญิงทุกท่าน กับความรู้สึกของ “แม่”

.

     ครูน้อย ศศิพร แต่งงานกับหนุ่มนักการเมืองท้องถิ่นอนาคตไกลคนหนึ่ง ทั้งคู่เป็นคู่รักที่หลายคนอิจฉา มีลูกชายน่ารัก 2 คน และบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นของสามี ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากที่เขาเป็นสมาชิก อบต. เขาเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่เอาใจใส่ ดูแลครูน้อย แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มองในแง่ดีว่า เพราะงานของสามี มากมาย เลยไม่มีเวลาให้เธอ


            หลังจากอยู่กันมา 7 ปี อยู่ดีๆ สามีของเธอมาบอกหน้าตาเฉยว่า เราคงไปกันไม่ได้ เราไม่เหมาะสมกัน คงถึงเวลาที่จะต้องแยกทางกันแล้ว พร้อมกับขอให้ลูกทั้ง 2 อยู่กับเขาเพราะเขาสามารถส่งเสียเลี้ยงดูได้เป็นอย่างดี และขอให้ครูน้อย ออกไปจากชีวิตของเขาและลูก ห้ามมาเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

 

            ครูน้อย อึ้ง พูดไม่ออก แม้จะพยายามทักท้วง ให้นึกถึงความรักที่ผ่านมา แต่เขาบอกว่าทุกอย่างเป็นอดีต ให้ลืมทุกอย่าง ขอให้ทุกอย่างจบลง  พูดอย่างไม่มีเยื่อใยใดๆเลย              

 

            ครูน้อย ต้องจำยอม เพราะตัวเธอไม่สามารถที่จะไปต่อรอง หรือต่อสู้ใดๆได้เลย สามีของเธอถือว่าเป็นผู้อิทธิพลในท้องถิ่น หากไปต่อสู้เรียกร้องใดๆ สามีข่มขู่ว่า ครอบครัว พ่อแม่ ญาติพี่น้องของเธอ จะเดือดร้อน เธอจึงต้องถอยออกมา โดยไม่มีโอกาสได้ร่ำลาลูกทั้ง 2 คนแม้แต่น้อย

 

            เพื่อนหลายๆคน งงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมสามีนักการเมืองของครูน้อยถึงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ชีวิตครอบครัวที่มีมา 7 ปี จนมีลูกชาย 2 คน ไม่มีความหมายต่อผู้ชายคนนี้เลยหรือ


            เพื่อนบางคนตั้งข้อสงสัยว่า ครูน้อยทำผิดอะไร เท่าที่รู้จัก เธอก็ทำหน้าที่แม่บ้าน ดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ทุกคนในหมู่บ้านรู้จักครูน้อย และเห็นเธอมาตั้งแต่เล็กๆ   หรืออาจเพราะเธอหน้าตาไม่ดี ตัวเตี้ย หน้าที่การงานเป็นครูเล็กๆคนหนึ่ง ในขณะที่สามี ก้าวหน้าเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

            …นั่นคือ เรื่องราวที่ผ่านมาของครูน้อย ศศิพร ที่หลายคนรับรู้

 

(รูปของครูน้อย ศศิพร ช่วงที่ไปขายดอกไม้ที่ตลาดในเมืองกาฬสินธุ์  เจ้าตัวยอมให้เห็นแค่นี้)


            แม้ครูน้อยจะถูกกีดกัน ไม่ให้พบลูกอีก แต่ด้วยความเป็นแม่ เธอก็มักจะไปแอบดูลูกที่โรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง ขอให้ได้เห็นหน้าให้หายคิดถึงบ้างก็ยังดี  ชาวบ้านที่รู้จัก ต่างเห็นใจ พยายามให้เธอได้พบกับลูก แต่ครูน้อยได้แต่ขอแอบดูห่างๆ เพราะกลัวคนของสามี เห็นแล้วจะกีดกัน หรือทำให้คนในครอบครัวของเธอต้องเดือดร้อน

 


            ในวันแม่ปีที่แล้ว (2550) มีเพื่อนของครูน้อย ถามลูกชายของเธอว่า คิดถึงแม่รึเปล่า ลูกของเธอตอบว่า คิดถึงแม่ แต่พ่อบอกว่า แม่ไม่รักลูกแล้ว เลยทิ้งลูกไปไม่บอกลา.…. เมื่อเพื่อนมาเล่าให้ครูน้อย ศศิพร ฟัง เธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก ทำไมเขาถึงโกหกลูกแบบนั้น จะกีดกันให้เธอออกไปจากชีวิตของลูกตลอดไปเลยหรือ 

 

            ครูน้อยอยากไปกอดลูก อยากไปคุยกับลูก ครั้งหนึ่ง เธอมีโอกาสเช่นนั้น แต่มีลูกน้องของสามีมาเห็นเข้า หลังจากนั้น พ่อของครูน้อย ก็ถูกโกงเงิน, เจอดอกเบี้ยมหาโหด จนไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ได้

 

             ครูน้อย ท้อแท้ เสียใจ เคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพราะทนไม่ไหว ที่เขาให้โอกาสเธอได้ “เป็นแม่” ของลูกทั้ง 2 คนมาถึง 7 ปี แล้วอยู่ๆก็มาบอกให้เลิกเป็นแม่ ให้ลืมทุกอย่าง จบทุกอย่าง ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก !!!!!




          
เพื่อนหลายคนช่วยปลอบ  สภาพของครูน้อย ศศิพรในเวลานั้น เหมือนคนที่ตายทั้งเป็นจริงๆ แม้ว่า คุณแม่ของครูน้อย จะมาช่วยพูด กอดคอร้องไห้ด้วยกัน แต่..ทุกอย่างก็ยังไม่ดีขึ้น           


            หลายคนพยายามรักษาบาดแผลในหัวใจ เธอ พาเธอไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ วันหนึ่ง ครูน้อยนั่งอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง มีแม่ลูกอ่อนคู่หนึ่ง นั่งเล่นกันอยู่ในสวน  ลูกร้องงอแง ผู้เป็นแม่ พยายามโอ๋ เอาใจลูกน้อย….



            …. ครูน้อย มองภาพนั้นอยู่นาน เพื่อนที่ไปด้วยเห็นแล้ว ตกใจ พยายามที่จะดึงครูน้อยออกมาจากบริเวณนั้น เพราะภาพของแม่ลูกคู่นั้น คงจะบาดใจของครูน้อยมากๆ…. แต่ครูน้อยไม่ยอมลูก ยังจ้องมองภาพนั้น!!!!


            เพื่อนอีกคน เลยพูดขึ้นมาว่า น่าเสียดายที่แม่คนนี้ ยังดูแลลูกไม่ค่อยเป็น คงเป็นคุณแม่มือใหม่

            โดยที่ไม่มีใครคาดคิด ครูน้อย เดินเข้าไปหาแม่ลูกอ่อน เข้าไปจับตัว พูดคุย แนะนำวิธีการดูแลลูกน้อย ภาพที่ทุกคนเห็น ครูน้อยดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม

 

            หลังจากนั้น ครูน้อย เริ่มปลง คิดได้ แม้ไม่สามารถที่จะดูแลลูกของตนเองได้ แต่ความรัก ความผูกพันที่มีต่อลูก ไม่เคยจางหาย บางทีความรัก ความห่วงใยนั้น อาจจะกลับมาทำร้ายตัวเองเมื่อต้องพรากจากลูก ครูน้อยจึงตั้งใจว่า เพื่อทดแทนความสูญเสีย เธอจะมอบความรัก ช่วยเหลือดูแล เด็กนักเรียนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสมือนลูกหลานของเธอ..

            นับจากนั้น ครูน้อยจึงเป็นที่รักของเด็กนักเรียนหลายคน เด็กๆมักจะแวะไปที่บ้านพักของครูน้อย ครูน้อยจึงอยู่ท่ามกลางเด็กๆ เสมือนมีลูกหลายคนที่ต้องดูแล


            ครูน้อยจะเก็บสิ่งของสำคัญไว้ข้างเตียงนอนของเธอ เป็นกล่องใบหนึ่ง ภายในนั้น จะเป็นชุดเด็กอ่อน ผ้าอ้อม ขวดนม ของลูกชายทั้ง 2 คนของเธอ เก็บไว้อย่างดีเสมือนสิ่งของมีค่าในชีวิตของเธอ ในกล่องนั้น จะมีสมุดบันทึกของเธอเล่มหนึ่ง เขียนบันทึกความรู้สึกตั้งแต่ช่วงหลังคลอดลูก มีรูปถ่ายของลูกชายของเธอเก็บเอาไว้อย่างดี ซึ่งบันทึกเล่มนี้ น้องสาวของครูน้อยมีโอกาสได้อ่านด้วย 

  


            บันทึกหน้าสุดท้าย ที่ครูน้อยเขียนไว้ เขียนเมื่อปลายปี 2548 ในช่วงเวลาที่เธอต้องพรากจากลูกชายของเธอ

 

        “…..7 ปีที่ผ่านมา ไม่มีความหมายกับเธอเลยหรือ

    ทำไมถึงให้ฉันมีโซ่ทองคล้องใจ 2 คน

    ทำไมให้เวลาฉันดูแลพวกเขา แค่ 7 ปี แล้วก็พรากลูกไปจากฉัน

    ฉันอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก 

    แต่ฉันอยากมีโอกาสได้ดูแลเขาให้เติบใหญ่       

    หัวใจเธอทำด้วยอะไร ทำไมถึงไม่มีเยื่อใยใดๆกับฉันเลย

    ถึงเธอจะพรากลูกไปจากฉันได้

    แต่ฉันยังคงมีความรัก ความห่วงใย มีความผูกพันต่อลูกทั้งสองของฉัน

    จนถึงวันที่ฉันจะหมดลมหายใจไปจากโลกนี้

    ไม่ว่าจะนานแค่ไหน

    แม่ยังรักลูกทั้ง 2 คนเสมอ

    โจ – แจ็ค             …”

 

 

            วันนี้ ครูน้อย  ศศิพร ย้ายไปทำงานที่ จ.อุบลราชธานีแล้ว เธอไม่มีโอกาสได้กลับมาพบหน้าลูกชายทั้งสองอีกเลย เพราะพ่อของลูก ส่งลูกชายไปเข้าโรงเรียนประจำใน กทม.แล้ว…

 

            … แม้ครูน้อย ศศิพร เคยอยู่ในสภาพที่หัวใจแทบแตกเป็นเสี่ยงๆมาก่อน แต่วันนี้ ครูน้อย เข้มแข็งมากขึ้น  กลายเป็นแม่ของเด็กนักเรียนหลายคนในปัจจุบัน ครูน้อยมีแนวคิดประจำใจที่ว่า

 

            “….ยิ่งคิดถึงลูกมากเท่าไหร่ ต้องมอบความรักให้กับลูกคนอื่นมากเท่านั้น เพราะอยากให้คนอื่น รักลูกของเรา เหมือนที่เรามอบความรักให้กับลูกของคนอื่นบ้าง……”

 

 

by posted under general | 10 Comments »    
10 Comments to

“บันทึกของครูน้อย ศศิพร จากแม่..ผู้หัวใจสลาย สู่วันที่หัวใจเข้มแข็ง”

  1. August 14th, 2008 at 4:09 pm       bonkalasin Says:

    ความเศร้าในวันวาน ทำให้วันนี้ เธอเข้มแข็งมากขึ้นครับคุณ “ชาลี”

    แต่อย่างไรก็ตาม
    ความเป็นแม่ยังคงยิ่งใหญ่เสมอ
    และไม่อาจมีใครมาทำลายสิ่งนี้ไปจากหัวใจได้


  2. August 14th, 2008 at 4:08 pm       bonkalasin Says:

    บางทีกฏหมาย ก็อยู่ใต้กฏของคนบางคน
    ทำให้หลายคนไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างครูน้อย
    คงต้องปฏิรูปการเมือง กำจัดนักการเมืองที่ไม่ดีออกไปเสียทีครับ

    จะได้ไม่มีเหตุแบบนี้อีก
    ให้กฏหมายเ้ป็นกฎหมาย
    ทุกคนพึ่งพากฏหมายได้
    จะได้ไม่ถูกเอาเปรียบเหมือนกรณีครูน้อย


  3. August 14th, 2008 at 4:04 pm       bonkalasin Says:

    ชีวิตบางทีก็โหดร้ายกว่าละคร
    แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะครับคุณลี
    คิดว่าวันนี้ ครูน้อยคงหาทางออกที่ลงตัวและเหมาะสมกับชีวิตของเธอเองแล้วล่ะครับ


  4. August 14th, 2008 at 4:03 pm       bonkalasin Says:

    ถึงปีนี้ไม่ได้ไป ปีหน้าอย่าพลาดนะครับน้องมัท
    มีเวลากลับไปเยี่ยมบ้านมั่งมั้ยเนี่ย
    จะได้มาเยี่ยมพี่บอนด้วย

    ทีี่จริงพี่บอนก็ไปมัฆวานบ๊อย บ่อย แต่ดันลืมนัดเจอน้องมัท


  5. August 13th, 2008 at 12:40 am       phakri Says:


  6. August 12th, 2008 at 4:09 pm       chaleejang Says:

    เรื่องนี้สะเทือนใจค่ะขอส่งกำลังใจให้ครูน้อย

    ขอส่งกำลังใจผู้เป็นแม่ทุกคน
    ขอส่งกำลังใจลูกทุกคน รักและระลึกถึงพระคุณแม่ทุก ๆ วันค่ะ

    รักแม่ทุกวัน

    “ชาลี”


  7. August 12th, 2008 at 2:12 pm       โรส Says:

    แปลกนะ ที่บ้านเราไม่มีกฏหมายคุ้มครองเลยหรือ น่าจะพึ่งศาลได้นะคะ ทำอย่างกับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อย่างน้อยขอให้มีโอกาสเยี่ยมลูกตามสิทธิ คนเป็นแม่นะคะ ไม่ใช่ป็นนักการเมืองแล้วอยากทำอะไรก็ทำ บ้านเรามีแบบนี้เยอะนะคะ


  8. August 12th, 2008 at 9:54 am       leelawadee2u Says:

    ขอส่งแรงใจ ไปเป็นกำลังใจให้คุณครูน้อยด้วยคนนะคะนายบอน…

    ชีวิต…???
    พูดไม่ออกเลยค่ะนายบอน เศร้าค่ะ


  9. August 12th, 2008 at 8:57 am       tomorrow02 Says:

    …ปีนี้น้องไม่ได้กลับบ้านไปกราบเท้าแม่เหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา คงได้แต่ส่งเสียงไปหาและบอกรักแม่ค่ะ แต่น้องไม่ได้รักแม่ แค่วันนี้วันเดียวนะค่ะ น้องรักแม่ทุกวัน ทุกเวลาค่ะพี่ชาย…ฝากพี่ชายกอดแม่เผื่อน้องด้วยนะค่ะ…;-))


  10. August 12th, 2008 at 8:55 am       tomorrow02 Says:

    …มาขอเป็นกำลังใจให้ครูน้อยค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้กับหัวใจของคนที่เป็นแม่อีกดวงค่ะ …ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร แม่ก็รักลูกเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย…;-))


You must be logged in to post a comment.