นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

หัวใจรักในกล่องแจ่วบอง กับวันที่เห็นชื่อแฟนหนุ่มเป็นผู้บาดเจ็บในจอทีวี

October7

     
ในการชุมนุมของพันธมิตร แม้จะมีพี่น้องจากภาคใต้มาร่วมเป็นจำนวนมาก
แต่ก็มีพี่น้องจากภาคอีสานมาปักหลักพักค้างที่ทำเนียบด้วย
หนุ่มน้อยคนหนึ่งตัดสินใจมาพักค้างกับพันธมิตรกว่า 1 เดือนแล้ว
โดยที่แฟนสาวได้แต่เฝ้าติดตาม ASTV อยู่ที่บ้าน
เพราะต้องทำงานเลี้ยงดูพี่น้องในครอบครัวของเธอ

. 

 

           “นวล” เปิดร้านขายอาหารอีสานเล็กๆ
มีแม่และน้องคอยช่วยกันทำงาน เมื่อแฟนของนวลไปอยู่ที่ทำเนียบ เป็นเวลากว่า 1 เดือน
ไม่ได้เจอหน้ากันเลย แต่นวลมักจะฝากความรัก ความห่วงใยไปถึงแฟนของเธออยู่เสมอ
นั่นคือ การฝากกล่องแจ่วบองที่เธอทำเองกับมือส่งไปให้แฟนของเธอ
เพราะเขาชอบกินข้าวเหนียวอุ่นๆ จิ้มแจ่วบอง มีกลิ่นปลาร้าหอมยั่วใจ

 

* แจ่วที่ว่านี่ก็คล้ายกับน้ำพริกแหละครับ แต่คนอีสานเค้าเรียกว่าแจ่ว

 

          
กล่องใส่แจ่วบองที่ฝากไปนั้น มีความหมาย ตรงก้นกล่องแจ่วบอง
นวลจะเขียนข้อความหวานๆจากใจ ติดเทปใสไว้ที่ก้นกล่อง เมื่อแฟนหนุ่มจ้ำ
-จิ้มแจ่วจนเห็นก้นกล่อง จะเห็นข้อความรักจากใจให้ระลึกถึงกันอยู่เสมอ

 

           
พันธมิตรขอนแก่นที่เดินทางไปชุมนุมอยู่บ่อยๆ ต้องรับของฝากใส่กล่องแจ่วบองจากนวลอยู่เสมอ

 

           
เช้าวันที่ ๗ ต.ค.๒๕๕๑ นวลเปิดดูทีวีตอนเช้า ขณะกำลังเตรียมจัดของไปขาย เธอแทบช็อค
เมื่อเห็นภาพข่าว ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา เพื่อเปิดทางให้พวก
ส.ส.เข้าไปแถลงนโยบายในรัฐสภา

 

           
นวลติดตามข่าวโดยเปิดดูทีวีช่องต่างๆ มีช่องหนึ่งขึ้นตัววิ่ง
แจ้งรายชื่อผู้บาดเจ็บที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งมีชื่อของแฟนนวลอยู่ด้วย
จนนวลแทบไม่มีจิตใจที่จะทำอะไรอีกต่อไป นั่งจ้องหน้าจอทีวีอยู่อย่างนั้น

 


           
ภาพข่าวตำรวจใช้ความรุนแรงกับประชาชน ภาพข่าวพี่น้องพันธมิตรขาขาด บาดเจ็บ
ที่นวลได้เห็น ทำให้เธอร่ำไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่ในภาพข่าว
ยังไม่เห็นภาพแฟนหนุ่มของเธอเลย

 

          
ช่วง 17.00 น. ภาพถ่ายทอดสดจากหน้ารัฐสภา ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาหลายลูก
เพียงเพื่อเปิดทางให้รถของพวก ส.ส.ออกมาจากรัฐสภาให้ได้
นวลเห็นตำรวจยิงแก๊สน้ำตาแต่ละลูก ภาพพี่น้องถอยร่นออกมา มีคนเจ็บ
ผู้ปราศรัยบนรถกระจายเสียงตะโกนว่าตำรวจ ทำไมทำแบบนี้
แต่ตำรวจยังคงยิงแก๊สน้ำตาออกมาอีกหลายลูกอย่างคนที่ไม่มีหัวใจ

 

           
เพื่อนพันธมิตรที่ขอนแก่น โทรมาหานายบอน ปรึกษาว่าจะปลอบนวลยังไงดี
เพราะเธอร้องไห้ไม่หยุด ร้องไห้มาตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยง จนมาถึงช่วงเย็น
นายบอนได้ยินยังแทบไม่เชื่อว่า เธอจะร้องไห้นานถึงขนาดนั้น
แต่เสียงที่ได้ยินแว่วมาทางมือถือ ก็เป็นเสียงร่ำไห้จริงๆ

 

           
ตอน 5 โมงเย็น นายบอนก็เปิดดู ASTV ที่กำลังถ่ายทอดสดตอนตำรวจยิงแก๊สน้ำตาพอดี
เห็นแล้วยังอึ้งถึงภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำไมตำรวจถึงกล้าทำได้ถึงขนาดนี้

 

           
เป็นคนไทยรึเปล่า หรือว่า เป็นหุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิตจิตใจ   
!!!!

 

           นายบอนเห็นภาพแล้ว อดห่วงแจง เพื่อนคู่หูไม่ได้
เพราะเธอโทรมาตอนช่วงเที่ยงๆว่า เธออยู่ตรงแยกอู่ทองใน 
ตรงจุดที่เกิดเหตุนั่นเอง เลยได้แต่ส่ง SMS ไปถึงด้วยความห่วงใย เพราะโทรไม่ติด

 

           
…กลับมาที่นวล   เธอยังคงร้องไห้ต่อไป เป็นใครก็ย่อมเจ็บแค้น
เมื่อผู้เป็นที่รักต้องบาดเจ็บ  แต่ดูเหมือนนักการเมือง พปช. และน้องเขยแม้ว
คงไม่ใส่ใจมากนัก

 

           
เพื่อนๆปลอบอย่างไร นวลก็ยังร้องไห้อย่างเจ็บปวด 
แต่นวลก็จัดเป้..หยิบผ้าพันคอกู้ชาติที่มีลายเซ็นต์ลุงจำลอง ซึ่งแฟนหนุ่มส่งมาให้ 
จัดเสื้อผ้าและมือตบใส่กระเป๋า ….พร้อมเดินทาง
!!!!

 

           
..
และมีกล่องแจ่วบองใส่ถุงไปด้วย
นวลจะเอาไปเยี่ยมแฟนที่โรงพยาบาล

 

           
นวลห่วงว่า เมื่อแฟนบาดเจ็บ
คงจะกินข้าวไม่อร่อย ถ้าเขายังพอกินข้าวได้ นวลจะปั้นข้าวเหนียวอุ่นๆจิ้มแจ่วบอง  ป้อนให้เขากิน

 

           
….นวลและเพื่อนจะเดินทางเข้า กทม. ในคืนวันนี้ (๗ ต.ค. ๒๕๕๑)

 

 

by posted under Uncategorized | 4 Comments »    
4 Comments to

“หัวใจรักในกล่องแจ่วบอง กับวันที่เห็นชื่อแฟนหนุ่มเป็นผู้บาดเจ็บในจอทีวี”

  1. October 9th, 2008 at 8:40 am       แกนนำ สกม. Says:

    9 ต.ค. 08, 08:33
    mekaje: ใครให้มาชุมนุมกัน ใครให้มาหน้ารัฐสภา ใครพามาตายละ
    หากอยู่ในทำเนียบจะมีเหตุการ์ณแบบนี้เหรอ

    ที่มา จากเว็บ newskythailand
    1ในเว็บทรราชย์และจาบจ้วง !!

    < ไอ้คนพูดแบบนี้คนแรกเมื่อตุลา 2516
    ตอนนี้กำลังนอนรอความตาย
    กรรมกำลังทำงาน
    สำหรับ..
    คนที่สักแต่หยิบน้ำคำทรราชย์มาพ่นเช่นคุณ
    ก็เป็น 1 ในนั้น
    ไม่พ้น “กรรม”
    อย่าคิดว่าตัวเป็นพยาบาล
    ครอบครัวเป็นหมอทั้งบ้าน แล้ว..
    แล้วจะรอดจากบ่วงกรรมไปได้


  2. October 8th, 2008 at 6:46 am       canary2 Says:

    เข้าใจความรู้สึกของ คุณนวลดี

    เพราะเมื่อวาน น้องหนีเราไปที่รัฐสภาแต่เช้ามืดโดยไม่ชวนเราไปเหมือนเดิม
    คงจะเป็น เพราะห่วงสุขภาพของเรา โทรตามหา ก็เป็นช่วงที่ตำรวจกำลังยิงใส่ พธม พอดี

    เราติดตาม และรับฟังข่าว น้องเรากลับมาแล้ว
    แต่เพื่อน พธม หลายครอบครัว ต้องบาดเจ็บ สูญเสียเลือดเนื้อและชีวิต

    เราขอคาระวะเพื่อน พธม ผู้กล้าทุกท่าน และหวังว่าเพื่อนคุณนวล คงหายเจ็บในเร็วๆนี้


  3. October 8th, 2008 at 6:29 am       วารี Says:

    คุณบอน

    เขียนถึงคุณบอนและเพื่อน ๆ ทุกคนในเวปด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง

    วันอาทิตย์ ไปอยู่ที่ทำเนียบตั้งแต่บ่ายสามจนถึงสี่ทุ่มแต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนมากมายที่ไปให้กำลังใจพันธมิตร มาจากทั่วทุกสารทิศจริง ๆ

    มาวันจันทร์ ไปอีกทีตอนหกโมงเย็น ตอนไปถึงคนยังไม่มากนักข้างนอกด้านสะพานมัฆวาน จนประมาณช่วงทุ่มกว่า ๆ หรือสองทุ่ม จำไม่ได้ คุณตั้มประกาศว่าเราจะเคลื่อนไปรัฐสภา เราก็ไป เดินไปเป็นกลุ่มแรก มีกลุ่มตำรวจมายืนตั้งแถวหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ไม่มากนัก

    เราเดินไปจนถึงสามแยกพิชัย ถ้าหันหน้าเข้าประตูรัฐสภา เราจะอยู่ด้านขวา กำแพงสีขาวที่เรานั่งพิงเป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พวกเรายึดบริเวณนั้นไว้ แบ่งออกเป็นสองเวที มีเวทีด้านพิชัย และอีกเวทีหนึ่งจะอยู่ด้านถนนอู่ทอง เราไม่ได้เดินไปดูเลย ด้านเราจะมีคุณเสน่ห์ สิงห์ทอง และคุณคมสัน เป็นผู้รับผิดชอบดูแล มีพันธมิตรจากจังหวัดต่าง ๆ ผลัดกันขึ้นมาคุยให้ฟังถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ ที่พันธมิตรช่วยกันทำ ด้านของเราเรียกกันว่า ชายแดนช่องแคบมะละกา คนที่อยู่ด้านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพันธมิตรภาคใต้

    เราอยู่ที่นั่นไม่ได้ไปไหนเลย ปักหลักนั่งรอ นอนรอ อยู่กับพี่คนหนึ่งที่มีจากสระบุรีกับเพื่อน ๆ อยู่มาสามเดือนแล้ว และ ภรรยานายทหารเรือจากสัตหีบที่มาคนเดียว สามีมาไม่ได้ ด้านของเราเป็นด้านเดียวที่อยู่ใกล้ตำรวจที่สุด ตำรวจใช้วิธีเคลื่อนเข้ามาหาพวกเราด้วยการขยับทีละก้าว ทุกครั้งที่มีการสับเปลี่ยนกำลังพล จนพวกน้อง ๆ ที่เป็นการ์ดสังเกตเห็นและไปบอกแกนนำ ช่วงดึก ๆ จำไม่ได้ว่าตีอะไรแล้ว พลเอกปฐมพงษ์ฯ ไปคุยกับตำรวจและขอให้เขาอย่าขยับเข้ามามากกว่านี้ เพราะจะเป็นการยั่วยุ ทางเราไม่ได้ไปทำอะไรเลย ไม่มีการตะโกนต่อว่าต่อขานอะไรทั้งสิ้น ตลอดคืนมีข่าวตลอดว่าตำรวจะเข้าสลายตอนตีสาม จนตีสี่ก็ยังไม่มีอะไร

    ตีห้าผ่านไป จนถึงอีกยี่สิบนาทีหกโมง พันธมิตรชุมพรมาถึงอีกกลุ่มใหญ่ ๆ เรากะว่าจะอยู่จนถึงแปดโมงครึ่งให้เห็นว่าพวกมันเข้าประชุมไม่ได้ แล้วจะกลับ ช่วงนั้นพวกเราเริ่มตื่นนอนและเตรียมตัวให้พร้อมเพราะฟ้าเริ่มสาง พวกพี่น้องที่เป็นการ์ดก็เตรียมพร้อมเสมอ หกโมงสิบนาทีมีเสียงเอะอะด้านเรา เรียกให้ทุกคนลุกเดี๋ยวนี้เพราะเขาเริ่มก้าวเท้ามาหาเราแล้ว ทางเวทีที่ห่างออกไปประมาณสิบเมตร ยังเล่นดนตรีโดยวงพี่แหลม ผู้จัดกวนอยู่เลย ตอนนั้นแกนนำของเราจะออกไปคุยกับเขาว่าขอเวลาให้ทางพวกเราก่อน อย่าเพิ่งเข้ามา แต่ก็สายไปเสียแล้ว ทางด้านเวทีโดนแก๊สลูกแรก ไม่รู้มันยิงยังไง ต่อจากนั้นก็มีแต่เสียงตู้ม ๆ ดังมาก เรากับพี่สระบุรี และน้องสัตหีบ นอนราบลงกับพื้นเอาผ้าขนหนูชุบน้ำปิดไว้ เสียงระเบิดติดต่อกันไม่หยุด เราหันกลับไปข้างหลังเห็นแค่ขาคนที่โชกเลือด มองอะไรมากกว่านั้นไม่ได้แล้ว เพราะไม่มีเวลา กลุ่มควันเริ่มขึ้นหนาและเราหายใจไม่ได้ เราลุกขึ้นวิ่ง และนาทีนั้นเอง อะไรก็ไม่รู้มากระทบที่หลังของเรา หลังของเราร้อนวาบเหมือนถูกไฟลวก และก็มีเสียงระเบิดเปรี้ยงใกล้หู จนหูเราดับไปเลย
    เรารู้แล้วละ ว่าเราต้องโดนอะไรสักอย่าง แต่มันไม่เจ็บและยังวิ่งไหว ก็ต้องวิ่ง วิ่งไปเอาน้ำราดหน้าไป แก๊สมันทำให้เราหายใจไม่ได้ แสบในอกไปหมด แต่เราบอกกับตัวเองในใจว่า ไม่ได้ เราต้องไม่ตาย ไม่แพ้ เราต้องได้กลับไปเล่าให้ลูกให้ผัวฟังว่าใครทำอะไรกับพวกเรา

    ตอนนั้น เราไม่เจ็บ และต้องวิ่งหาอากาศหายใจ เราวิ่งไปจนถึงสามแยกพิชัย เลี้ยวออกไปด้านหน้ารัฐสภา เสียงใครไม่รู้ เรียกเราพี่ ๆ เสื้อพี่ขาด เลือดไหลเต็มเลย พี่หยุดก่อน ตรงนั้นเป็นเต๊นท์พยาบาลพอดี เราก็เลยหยุดให้เขาทำแผลให้ เขาบอกว่าแผลลึก แต่ไม่มีสะเก็ดอะไร เราก็ไม่สนใจ ช่างมัน ให้เขาทำแผลให้แล้วก็แล้วไป คนเจ็บถูกหามออกไปเยอะมาก เลือดท่วมขา ท่วมหน้า เศษเนื้อ กองเลือดที่อยู่บนถนน ไม่รู้จะบรรรยายอย่างไร ร้องไห้ไม่ออก พูดไม่ได้ น้องคนหนึ่งเป็นลมบ้าหมู ชักหายใจไม่ออก ต้องปั๊มหัวใจ เราก็ได้แต่ภาวนาว่าลูกเอ๊ย เข้มแข็งไว้ลูก อย่าตายนะ อย่าตาย

    เหตุการณ์มันชุลมุนวุ่นวายมาก เราแสบตา แสบไปหมดทั้งตัว ทุกที่ในร่างกายที่เป็นเนื้ออ่อน ๆ จะปวดแสบปวดร้อนมาก แต่อย่าตกใจ จำไว้เลยนะคะ ตั้งสติ อย่าถูเด็ดขาด ใช้น้ำเปล่าราดให้มาก ๆ อยู่เฉย ๆ จะหายไปเองภายในครึ่งชั่วโมง ล้างตาด้วยน้ำเปล่าแล้ว ให้ล้างซ้ำด้วยน้ำเกลือจากหมอ และที่ดีที่สุด คือ ให้คนที่สูบบุหรี่เขาพ่นควันใส่ตาคุณ และจะดีขึ้นทันที

    ช่วงนั้นเสียงระเบิด เสียงรถพยาบาล ผู้คนที่วิ่งวุ่นวายให้ความช่วยเหลือสับสนอลหม่านไปหมด เราเหนื่อย ความรู้สึกคับแค้นแสนสาหัสเป็นอย่างไร เรารู้แล้ว มันเจ็บในอก บาดแผลทางกายไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่บาดแผลทางใจที่ล้ำลึกยากแก่การเยียวยารักษานี่สิ จะทำอย่างไรกับมันดี

    เรารอจนเหตุการณ์ตรงนี้เริ่มสงบ ส่งคนเจ็บได้หมด เราเองก็พลัดกับพี่สระบุรี และน้องสัตหีบ ไม่รู้วิ่งหนีไปไหนกันหมดแล้ว แม่ พี่ชาย สามีก็โทรมาหา แต่ไม่มีใครสักคนเดียวที่บอกให้เรากลับบ้าน ทุกคนบอกแต่ว่าให้ระวังตัวให้ดี เราอยู่จนถึงเก้าโมงเศษ ๆ มันเริ่มปวดแผลข้างหลัง ก็เลยอยากกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เรากลับบ้านด้วยอาการที่หมดสภาพจริง ๆ ไม่ได้กินข้าวกินน้ำอะไรเลย อยู่ได้ด้วยแอปเปิ้บลูกเดียวตั้งแต่เย็น มันกินไม่ลง กลับมาอาบน้ำ แวะไปหาหมอ ขอฉีดยาอะไรก็ได้ที่จะทำให้เรามีแรง หมอก็พันธมิตรเหมือนกัน ทุกอย่างฟรี ไม่คิดเงิน เรานั่งแท็กซี่กลับไปอีกตอนเที่ยง แท็กซี่ก็ฟรีอีก เขาบอกว่า พี่เห็นใจผมด้วย ผมไม่มีใครช่วยทำมาหากิน ขอผมช่วย ผมไม่คิดเงินพี่หรอก ผมแถมให้อีกร้อยนึง ดูสิคะ ในความทุกข์ยาก ก็ยังมีน้ำใจที่รินรดมาให้พอให้หัวใจเรามีแรงขึ้นมาบ้าง

    เพื่อน ๆ คงรู้แล้วว่าช่วงสิบโมง สิบเอ็ดโมง มันก็ยิงแก๊สมาอีก แต่ตอนนั้นเราอยู่บ้าน ได้แต่โทรเช็กกับคุณศศิ ถามถึง คุณบอน คุณhanzen น้องบิ๊ว คุณพิจิกา แต่ลืมคุณสุวิทย์ ไม่รู้เป็นไงบ้าง

    ช่วงเย็นมันก็ยิงอีกค่ะ ยิงไม่ยั้งเลย ยิงหน้ารัฐสภา หน้าบชน รถพยาบาล รถอาสาต่าง ๆ วิ่งกันอย่างไม่หยุดเลยค่ะ คราวนี้เราไม่โดนตรง ๆ เพราะอยู่ห่างออกมาอีก บุกฝ่าคนเข้าไปไม่ไหว คนเยอะมาก ตอนที่มันยิงหน้าบชน ช่วงค่ำ น่าสงสารที่สุด เพราะเด็ก ๆ นักเรียนทั้งนั้นที่อยู่ข้างหน้า เราไม่รู้จะบอกพวกคุณยังไงดี มันอึดอัดอยู่ในอก อยากจะร้องกรี๊ด ๆ ทหารที่มา มันก็ทำอะไรไม่ได้ มันบอกว่ามันยังไม่รู้เลยว่านายมันสั่งให้มาทำอะไร สั่งให้มาก็มา สั่งให้ช่วยก็ช่วย สั่งให้ปราบพวกเราก็ต้องปราบ โอ๊ย กูจะบ้า

    เราโทรหาคุณศศิ เธอก็แสนดี บอกให้เราออกมาก่อนเถอะ มีข่าวเขาจะเข้ามาอีกตอนเที่ยงคืน เรากลัวก็กลัว แต่มันก็ห่วงคนที่นั่น ก็เลยยังไม่กลับ อยู่จนถึงสามทุ่ม สังขารมันก็ฟ้องเองว่าไม่ไหวแล้ว นั่ง ๆ อยู่ข้างถนน มันหลับวูบไปได้ไงก็ไม่รู้ สักแป๊บนึงลืมตา ก็เลยคิดว่าต้องกลับแล้วละ ก็เลยเดินมาเรียกแท๊กซี่ตรงแยกวัดเบญฯ ถึงบ้านสี่ทุ่มสิบนาที เปิดประตูบ้านได้ก็แทบจะลงคลานสี่ขาเลยค่ะ

    astv ส่งข่าวมาให้ในมือถือว่า ตำรวจตายสองคน เราไม่สงสาร ตอนนี้ความรู้สึกเราที่มีต่อตำรวจคือ พอกันที จบกัน เรื่องนี้ไม่มีให้อภัย อย่ามาอ้างว่า ทำตามหน้าที่ คำสั่งจังไร ทำไมต้องทำตาม เราพูดกับนักข่าวเนชั่นคำหนึ่งว่า ความเป็นลูกผู้ชายของคน ไม่ได้แสดงออกด้วยการมีอวัยวะเพศชายแต่อย่างเดียว แต่มันต้องมีอย่างอื่นด้วยที่มากกว่านั้น ซึ่งตำรวจไทยไม่มี

    เราอาจจะเล่าอะไรไม่ครบถ้วน ตก ๆ หล่น ๆ แต่ก็เป็นความทรงจำเท่าที่มี เป็นการเล่าที่ยากลำบากสำหรับเราจริง ๆ เพราะมันเหมือนกับเราต้องไปดึงเอาความทรงจำที่เจ็บปวดออกมาอีกครั้ง เจ็บในใจนี่มันยากจะรักษาจริง ๆ นะคุณบอน

    เพื่อน ๆ ถ้าจะมาร่วม ให้เตรียมพร้อมร่างกายให้ดี อย่าพกอะไรมามาก มือถือให้ระวังหาย ไฟฉายกระบอกเล็ก ๆ ก็พกมาด้วย

    วันนี้ตื่นเช้ามาก็มาอ่านข่าว แล้วก็เขียนมาหาทุกคน และจะไปทำงานแล้วค่ะ ตอนเย็นจะไปอีก แล้วจะมาเล่าให้ฟัง ขอให้ทุกคนรักษาตัวเองให้ดี แล้วพบกันค่ะ

    อ้อ ลืมไปเรื่องหนึ่ง คุณบอนคะ อีเมล์ที่ให้ คุณบอนติดต่อได้ทันทีค่ะ ถ้ามีอะไร hotmail ไม่ได้ใช้นานแล้วค่ะ


  4. October 7th, 2008 at 11:58 pm       phakri Says:

    อ่านแล้วเศร้าใจค่ะ ความรู้สึกมันเจ็บลึกยากส์แก่การบรรยาย สงสารผู้ที่สูญเสีย และผู้ที่บาดเจ็บ จากความรุนแรงของรัฐบาล นั่งดูข่าวตอนที่ปะทะกัน น้ำตาไหลค่ะ


You must be logged in to post a comment.