นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

หัวใจ รอยเลือด คนรัก แก๊สน้ำตา และอ้อมกอดของแม่

October9

           
เหตุการณ์ทมิฬป่าเถื่อนในวันที่คนกลุ่มหนึ่งนั่งรถผ่านรอยเลือดเข้าสู่สภา
และนั่งออกมาผ่านการบาดเจ็บ การสูญเสีย ความตายของประชาชน
ที่คนกลุ่มนั้นควรต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ แต่มันกลับทำตรงกันข้าม

 

           
ในช่วงเวลาวิกฤตินั้น เรามักจะพบแง่มุมชีวิตอีกด้านหนึ่งที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ

.         
เมื่อเกิดเหตุการณ์ ๗ ต.ค.๒๕๕๑ ภาพข่าวที่แพร่ออกไป ทำให้คุณแม่ของสุวิทย์ห่วงใยลูกชายอย่างมาก
แม่ของสุวิทย์ไม่เคยไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตร ไม่เคยเข้าใจเหตุผลของพันธมิตร
แต่เชื่อในการตัดสินใจของลูกชายอยู่เสมอ เมื่อเห็นภาพความรุนแรงโหดร้าย
ผู้เป็นแม่รู้สึกใจหาย  แม่รู้นิสัยของลูกชายดีว่า มักจะอยู่ในแนวหน้า
กล้าลุยกล้าเสี่ยงอยู่เสมอ  แล้วตอนนี้ล่ะ ….ลูกชายเป็นอย่างไร??

 

           
แม่จึงโทรติดต่อลูก ในช่วงค่ำวันที่ ๗ ต.ค. แต่เพื่อนเป็นคนรับสาย จึงแจ้งข่าวว่า
สุวิทย์เจ็บหนัก ผู้เป็นแม่ร้องไห้ทันที ลูกชายเธอจะบาดเจ็บขนาดไหน ขาขาด นิ้วหลุด
แขนขาดรึเปล่า ผู้เป็นแม่ต้องการเข้า กทม. เพื่อไปเห็นลูกชายด้วยตาตนเอง

 

               
สุวิทย์รู้ว่า แม่จะมาหา เขาไม่อยากให้แม่มา แต่ก็รู้ว่า ถ้าแม่ไม่เห็นเขาด้วยตา
แม่ก็คงทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น แต่ถ้าแม่รู้ว่า เขาเจ็บขนาดไหน
แม่จะต้องมาอยู่ดูแลเขาที่นี่  เขาไม่อยากให้แม่มาอยู่ เพราะแม่ไม่ค่อยสบาย 
เดินเหินไม่คล่อง สายตาไม่ค่อยดี หากตำรวจ และ นปก, บุกเข้ามา เขาจะช่วยแม่ไม่ได้
!!!

 

               แต่เขาก็ตัดสินใจให้แม่มา โดยโทรหานายบอน
ให้พาแม่เขามาหาเขาที่ กทม. ให้นายบอนไปรับแม่เขาที่โคราช พาเข้า กทม.
แล้วจะให้เพื่อนออกไปรับแม่มาเจอเขา นายบอนไม่ต้องตามมาด้วย
แล้วรอการติดต่อกลับว่าจะให้พาแม่กลับตอนไหน  เอาไว้ให้แม่กลับแล้ว  สุวิทย์จะเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง

 

               
๘ ต.ค. นายบอนพาแม่และน้องสาวของสุวิทย์เข้า กทม. มาถึงหมอชิต ก็มีเพื่อนของสุวิทย์มารอรับแม่ไป
ให้นายบอนไปที่อื่นก่อน นายบอนเลยไปมัฆวาน ทำเนียบ ไปเจอคุณศศิ+คุณเล็ก คุณKat hatyai ดึกๆ พาคุณ ศศิไป ASTV3พาไปเจอตัวจริงของพี่ฮอลล์ pijika ที่กำลังแต่งหน้าทำผมเตรียมจัดรายการ only the lonely นายบอนอยู่ดูรายการจนจบตอน 6 ทุ่มครึ่ง พี่ฮอลล์ก็มาส่งนายบอนถึงหมอชิตตอนตี 1
ครึ่ง พอตี 1.45 น สุวิทย์ก็โทรมา บอกให้พาแม่กลับคืนนี้เลย
และนายบอนได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 

           
เช้าวันอังคารที่ ๗ ต.ค. สุวิทย์ไปที่รัฐสภาในช่วงที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา
แต่เขาไม่ได้อยู่แนวหน้าในตอนนั้น เห็นพันธมิตรถอยหลบแก๊สน้ำตาออกมา
เขาจึงโทรตามพรรคพวกมาเสริมกำลังที่รัฐสภา และแฟนสาวของเขาก็ตามมาด้วย

 

           
เขาไปๆมาๆ ระหว่างทำเนียบและรัฐสภา จนถึงช่วงเวลาเย็น
หลังทางรถกระจายเสียงประกาศให้ข้าราชการ พนักงาน
ของรัฐสภาแสดงบัตรเพื่อออกจากรัฐสภาได้ แต่ห้ามพวก ส.ส.ออกมา ก็เกิดเหตุระเบิดรถจี๊บขึ้น
แล้วเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ตำรวจยิงเข้ามาไม่ยั้ง  สุวิทย์ แฟนสาว
และเพื่อนอีกคน หมอบลงกับพื้น แต่จุดที่พวกเขาอยู่นั้น แก๊สหนาแน่นมาก
เป็นจุดที่ตำรวจระดมยิงใส่ สุวิทย์จึงมานอนบังตัวแฟนสาว
บังทิศทางของแก๊สและระเบิดที่พุ่งเข้ามา เพื่อนของสุวิทย์ก็มานอนบังตัวของสุวิทย์ไว้อีกทีหนึ่ง
เสียงตูมๆๆๆๆๆ ระเบิดติดต่อกันถี่ยิบ สุวิทย์ ตัดสินใจพาแฟนวิ่งออกจากบริเวณนั้น
เพื่อนเขาก็วิ่งตามมาอยู่ข้างหลัง

 

           
เสียงระเบิดตูม ใกล้เพื่อนเขา จนเพื่อนเขาผละไป เขารีบจับแขนเพื่อนและแฟนวิ่งออกมา
จนมาถึงเต็นท์พยาบาล รีบอาน้ำราดหน้าตัวเอง และหน้าแฟน
อาสาพยาบาลรีบเข้ามาทำแผลให้ทั้งสามคน

 

           
สุวิทย์มองเห็นเลือดที่หลังของเพื่อน มีเลือดไหลเต็ม ตัวเขาเองก็เช่นกัน
แต่น้อยกว่าหลังของเพื่อนซึ่งเอาตัวบังสุวิทย์ไว้

 

           
ภาพที่เห็นในเวลานั้น มีคนเจ็บ เห็นเลือด รอบแผลเยอะมากๆ แฟนสาวของสุวิทย์เห็นภาพแล้วสะเทือนใจ
โผเข้ากอดเขาร้องไห้ ซึ่งเธอเอามือไปโดนตรงแผลที่หลังของสุวิทย์ด้วย
เขาได้แต่ทนเจ็บ ไม่กล้าร้องออกมา กลัวแฟนจะเสียขวัญ แต่เขาเห็นเพื่อนอาการหนัก
เลยพยุงเพื่อนออกจากบริเวณนั้น สุวิทย์พยายามเบี่ยงตัวไม่ให้แฟนสาวมองเห็นเลือดที่ด้านหลังของตัวเขา

 

           
เพื่อนคนนั้น อาการหนักมาก ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล
แฟนสาวเขาก็ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว ทั้งเพลียจนเผลอหลับไป ตอนนั้นสุวิทย์จึงมาให้อาสาพยาบาลช่วยทำแผล
เพราะเขาก็แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

 

           
เมื่อเพื่อนที่เต็นท์ของเขาบอกว่า แม่เขาโทรมา อยากมาหาที่นี่ ทำให้สุวิทย์คิดหนัก
เพราะไม่อยากให้แม่มา แต่ก็เข้าใจในความรู้สึกของแม่ ถ้าแม่ไม่มาเห็นเขา
แม่คงทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเดิม เขาจึงตัดสินใจโทรหานายบอนให้พาแม่มาหาเขาในวันที่ ๘
ต.ค.

 

               
สุวิทย์จะทำให้แม่เห็นว่า เขาไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย (ทั้งๆที่เจ็บมากๆ
มีแผลลึกที่ด้านหลัง)  แต่เขาจะใส่เสื้อผ้าปิด ทำท่าเหมือนคนไม่เป็นอะไร
ฝืนทนเจ็บ เมื่อนายบอนพาแม่มาถึง กทม. จะให้เพื่อนไปรับ ไปพาแม่มาหาเขา
นายบอนไม่ต้องมาหาเขา เพื่อให้แม่เห็นว่า เขาไม่ได้เป็นอะไรมากมาย
ขนาดนายบอนยังไม่ตามมาเยี่ยมเขาเลย (ทั้งที่ความจริง อยากไปหามากๆ)

 

           
เมื่อแม่มาเจอเขา  สุวิทย์นั่งพูดคุยกับแม่
ด้วยท่าทางปกติเหมือนไม่ได้เจ็บปวดอะไร เพราะใส่เสื้อผ้ามิดชิด
ไม่เห็นแผลที่หลังและขา บอกว่า เขาเป็นไข้ตัวร้อน เพราะพักผ่อนน้อยก็เท่านั้น

 

         
แม่อยู่คุยกับเขา ดูแลเขา ไปเยี่ยมคนอื่นๆที่นอนเจ็บ เขาตามไปเป็นเพื่อนแม่ ไปที่วชิรพยาบาล 
บางช่วงก็ปล่อยให้เพื่อนเคยดูแลแม่ แล้วแว๊บไปหาหมอ ฉีดยาแก้ปวดให้
แล้วรีบออกมาทำตัวเป็นปกติ

 

           
ช่วงเย็นๆ แม่กอดเขาด้วยความห่วงใย บอกให้ดูแลตัวเองให้ดี
อวยชัยให้พรขอให้สู้จนได้ชัยชนะ ทั้งกอดและลูบหัวลูกชายด้วยความรัก ความห่วงใย

 

           
แม่อยากอยู่ดูแลเขา แต่เขาอยากให้แม่กลับไปดูแลน้องชายที่บ้านมากกว่า
ไม่อยากให้น้องชายอยู่บ้านคนเดียว สุวิทย์ดูแลตัวเองและคนอื่นๆได้
…แม่ก็เห็นแล้วนี่นา

 

           
แม่นั่งฟังเสียงการปราศรัยจากเวทีใหญ่จนดึก ยิ่งฟังก็ยิ่งเครียด กลัวตำรวจและนปก.จะบุกมาสลายการชุมนุมในคืนนี้
ยิ่งเกิดเสียงระเบิดช่วงเกือบตี 1 แม่ยิ่งเครียดจัด แต่สุวิทย์บอกว่า
เขาคงถูกทำร้ายจนตายจริงๆ  เพราะคอยห่วงแม่ จนไม่ได้ป้องกันตัวเองเต็มที่

 

           
จนถึงตี 1 แม่ถึงบอกว่า ยอมกลับ แต่ก็ต้องรอให้สว่างก่อนถึงจะมีรถกลับ แต่สุวิทย์บอกว่า
กลับตอนนี้เถอะแม่ นายบอนจะพาแม่กลับตอนนี้ได้เลย ไม่ต้องรอถึงเช้าหรอก

 

           เพื่อนคนหนึ่งพาแม่ของสุวิทย์
นั่งแท็กซี่พันธมิตรมาส่งที่หมอชิตตอนตี 2 เศษๆ นายบอนเลยพาท่านกลับรถ ป.1
กรุงเทพ-โคราช ที่มีตลอด 24 ชั่วโมง ส่งถึงโคราชตอน 6 โมงเช้า สว่างพอดี

 

               
ตอนบ่ายๆวันนี้ ๙ ต.ค. นายบอนโทรคุยกะสุวิทย์อีกครั้ง คุยกับแม่ยังไง
แม่ถึงยอมเชื่อว่า เขาไม่เป็นอะไรมาก
ขนาดแฟนสาวและเพื่อนของเขายังนอนซมปวดแผลข้างหลังอยู่ตลอด …..
แล้วแม่เชื่อจริงๆเหรอ

 

           
“แค่เห็นว่าไม่ได้นอนซม ลุกขึ้นมาเดินได้ คุยกับรู้เรื่อง กินข้าวกับแม่ได้
แค่นี้แม่ก็เบาใจแล้ว  แม่คงรู้ดีว่า
ลูกคนนี้มีเลือดนักสู้เหมือนกับแม่นั่นแหละ

 

           
สุวิทย์นั้น มีความอดทนสูง กัดฟันทนความเจ็บ มีบาดแผลมาหลายครั้ง เขาเป็นหัวหน้าทีม
ต้องคอยดูแลพรรคพวก ถ้าเขาเป็นอะไร ขวัญและกำลังใจของพรรคพวกคงย่ำแย่

 

           
“ไอ้นี่… แทนที่จะให้ไปเยี่ยมก็ดันไม่ให้ไป รู้นะโว๊ยว่าเจ็บหนัก
แล้วจะให้ไปดูใจรึเปล่าวะ” นายบอนบ่นเข้าให้

 

           
” มึงเอ๊ย…. แค่มึงพาแม่กูมา
แค่นี้กูก็หายเจ็บไปตั้งเยอะแล้ว
ยังไงกูก็ไม่ตายง่ายๆหรอก
กูต้องอยู่รอดูวันอวสานของไอ้น้องเขยแม้วกะพี่เมียของเมียมันซะก่อนว่ะ”

 

 

 

by posted under Uncategorized | 10 Comments »    
10 Comments to

“หัวใจ รอยเลือด คนรัก แก๊สน้ำตา และอ้อมกอดของแม่”

  1. October 10th, 2008 at 3:55 pm       แกนนำ สกม. Says:

    ยกนิ้วกับความมุ่งมั่นของคุณสุวิทย์
    แอบมีน้ำตารื้นนิดนึง


  2. October 10th, 2008 at 2:28 pm       วารี Says:

    คุณบอน

    เขียนเล่าให้คุณบอนฟังไปแล้ว ไม่รู้ได้อ่านหรือเปล่า มีอีกหลายอย่างที่อยากเล่า แต่ยังไม่มีเวลา

    ขอให้คุณสุวิทย์หายเร็ว ๆ คงจะเจ็บมาก เราเองมีแผลเท่าเหรียญบาทที่หลัง แต่มันคว้านเนื้อไปไม่มาก ตอนนี้แผลเป็นหนอง ยังไม่ยอมตกสะเก็ดซะที

    ขอให้ทุกคนปลอดภัยค่ะ


  3. October 10th, 2008 at 5:27 am       kingkoon Says:

    ** ซึ้งนะนี่แหละความรักของแม่ คุณสุวิทย์หายไวๆนะครับ


  4. October 10th, 2008 at 2:28 am       phakri Says:

    เป็นกำลังใจ ให้คุณสุวิทย์และเพื่อนหายไวๆค่ะ

    และขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิต ขอให้ไปสู่สุคติ ค่ะ


  5. October 10th, 2008 at 1:27 am       Picoro Says:

    ว่าจามาออกความเห็นกับบรอดไหนแล้วเชียว แต่ขอนิสนุงนะงับผม พอดี วันที่7ต.ค.2551 อยู่ห่าง ราเบิด 7-8เมตรเอง อุอุ ก็จาไม่พลาดพิงถึงใครอ่ะงับแต่จาขอโม้รายระเอียดเรื่องราเบิดนิสนุง ถ้าเหงว่ามีปาโยชน์ก็เอาไปแปะที่อื่นๆต่อได้มะมีปังหา ปีคโก๊ะ รับเอง อุอุ วันนั้นดูข่าวตอนเช้างับ เปิดเนตเวปเมเนเจอร์ ยามเผ้าแผ่นดิน ทิ้งไว้ นอนหลับๆตื่น เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ด้วยรางสังหรณ์ หลับตื่นๆอยู่ ก็มีเสียงพิธีกร บอกเสียงดังออกมา เลยตื่นขึนมาดู เอาแค่วิจารณ์ รอบแรกที่แหวก แนวกั้นของ ปชช. แล้วทนมะไหวเลยไปร่วมตอนเกือบบ่าย(รอพี่สาวมาจาก ตจว.) เข้าเรื่องเลยและกันงับ อันว่าระเบิดแก๊สน้ำตา ไม่มีเปลวไฟนะงับ เสียงกะมะดังมากเต็มที่ก้ดังแบบประทัดแดงลูกใหญ่ มะใช้สามเหลี่ยม การแพร่กระจาย แบ่งออกเปง2แบบงับ แบบที่1พ่นฟุ้งทางเดว (แบบที่ตร.เอามาสาธิต–ตอนยิงเข้ามา การัยดีงับมะมีแบบนี้)แบบที่2กระทบแตกกลุ่มควันจะแตกกระจายเป็นรูปจานข้าวคว่ำวงกว้างแบบนี้จะมีประกลายไฟนิหน่อย (ดูรูปจากข่าวแล้ว ควันเปง รูปตัวไองับควันสีเทาอีกตะหาก หาภาพดูเอาน๊าอ่านไปดูภาพประกอปจาได้เหงภาพตามบอก อุอุ ) ที่นี้ไอ้ตัวปืนยิงงับผม เปงการเอาปืนยิงระเบิด มาใช้ลูกแก๊สน้ำตาใส่แทนได้ ( จำชื่อรุ่นมะร่าย อุอุ แต่ ปลอกลูกกระสุนระเบิดจาเปงทองเหลืองซะส่วนมาก-ปีคโก๊ะล้าหลัง5ปีไม่ได้ตามรุ่นใหม่ๆ )แต่ให้ใหม่ยังไงหลักการ การทำงานเหมือนกานหมดเพราะฉนั้น ตอนชุลมุน ภาพข่าวเช้า ดูดีๆงับ ตอนซูมภาพตร.กำลังเปลี่ยนลูกกระสุน อุอุลองดูน๊า และมีคนโพสแล้วที่ว่า ระเบิดแก๊สน้ำตาไม่สามารถทำให้ ยางรถยนต์กระเด็นลอยได้เป็นฟุตนะงับแต่ในภาพข่าว มานลอยทีเดวสองเส้นเยย ปามานฟุตก่าๆ เหงภาพแจ่มเยย ส่วนคนที่เดินออกนอกแนวมาปาอารายมะรุใส่ ปชช. อันนี้มะบอกก็เดาได้กันนะงับ ตามที่รุมา ไม่มีระเบิดแก๊สน้ำตา และระเบิดพริกไทยประเทดไหนหรือ.บริษัทไหน ทำเปงรูปทรงM26 งับเพราะต้องจุแก๊สให้เยอะเพื่อจะได้ฟุ้งกระจายได้กว้างเพราะนั้น ขนาดก็ ฟ้องแล้วงับว่า มะช่าย(พูดเล่นพี่สาวตอน ตร.เอามาโชวว่า มายนักข่าวไม่ยุให้ทดสอบต่อหน้านักข่าวหว่า โยนใส่กำแพงซักลูกอ่ะงับที่ถืออยู่อ่ะ จาได้รุว่า มานมีแก๊สตรงหนายหว่า อุอุ)และข้ออ้างในการยิงกระสุนแก๊สน้ำตา แนวราบ นอกเรื่องนิสนุง อีกและ ในอดีต สงครามเวียดนามงับ มีคนเล่าให้ฟังว่า มีคนเอาปืนยิงเครื่องบิน มายิงคนแนวราบ การทำงานของกระสุนคือ แตกกระจายกางอากาศ ขนาดเครื่องบินยังร่วง แล้วเอามายิงแนวราบ จาเหลือหรืองับ (ตามข้อตกลงเจนีวา ห้ามใช้ยิงแนวราบเด็ดขาด)และพอมาถึงช่วงบ่ายรอบสองที่ มีรถระเบิดก่อน (ตอนนั้นคิดว่า จุดไฟที่ยางล้อรถกันตร.)ปีคโก๊ะสงสัยอ่ะงับว่า ทะมายระเบิดมานทำงานเต็มที่แต่ ลูกที่อยู่ในมือ มานใหม่เอี่ยมดีเหลือเกิน โดนยิง เกือบทุกๆ5วินาทีเยย ปีคโก๊ะเยย เดินถอยมาเรื่อยๆ(ยอมรับงับว่าเปงคนขีขลาดมะกล้าแลกมือป่าวกะ ระเบิด)เสียงใกล้เข้ามาหรือ มีมาตกใกล้ๆก็ เดินถอยทีนุง เปงพิธี จนมาถึงหน้าวังเลยงับ รอดู เสียงมานไม่ขยับมาแล้ว เลยกิงข้าวที่เอามาตั้งแจกไว้ เปงข้าวไข่เจียว อร่อยมากงับ ขนาดทำจำนวนเยอะ ๆยังมะจืดมะเค็มไป เก่งมาก(วันนั้นกิงเจวันสุดท้าย อิอิ แหกเจตอนใกล้ค่ำ)กิงเสร็จมองไปมองมา เหง ปชช.เดินไปมาบอกว่า สส.ออกไปหมดแล้ว เยย เดินมาลานพระรูป ก็หยุดดูตรงกลางลาน รถตาหาร พัน1คลองประปา มา 5คัน รถยีเอมซี ปชช. ปรบมือดีใจกานใหญ่ ปีคโก๊ะเหงไกลๆยังปรบมือตามเยย แต่พอรถวิ่งผ่านมาเท่านนั้น ปีคโกะ บอกพี่สาว ว่า อยู่ตรงนี้มะได้นะ ตาหารมาร่วมไล่ ปชช. พี่สาวยังมองหน้างง แต่ก็เดินตามมาจาถึงทางออก ลานพระรูป จาไป ทำเนียบ ก็มีเสียงระเบิดดังลูกแรกและตามมาเรื่อย ตาหารก็ มีมาอีก1ขบวน ปีคเยยชวนพี่สาวไปอยู่ทางที่จาเข้าไปหน้าทำเนียบแต่มะได้เข้าไป เดินมาได้ครึ่งทางกะมีตาหารมาอีก1ชุด แต่ที่นี้ มานมะเขาไปลานพระรูปมานเข้าไปตรงข้ามกะ วัดเบญจมบพิตร เค้าเรียกอารายหว่า ลืมแล้ว(มีตาหารเฝ้าอยู่)เหงแบบนั้นเยยบอกให้พี่สาวรีบเดิน มาหยุดตรงซาพานที่จาเข้าไปทำเนียบได้ ยืนมองเข้าไปที่ ลานพระรูป ดูไปดูมา รถพยาบาล ไปออ ดักอยู่ช่วงกลางๆ ไม่เข้าไปรับคนเจ็บกะไม่ไปส่ง ตอนนี้ต่อมขขี้ขลาดขึ้นซาหมองงับ เพราะตาหารก็เอากำลังไปวางเปงจุดๆตามรอบๆทำเนียบ คำนวนแล้ว อาจจะเข้าสลายทำเนียบในคืนนั้น เยย ตัดสินใจออกมาก่อง กลับมาถึงห้องพัก มะกล้าเปิดโทรทัศ เปิดเนต ดู ข่าวคาว ปชช. เพราะระอาย ใจมะกล้าพอที่จาเอามือเปล่าไปสู้กะอาวุธสงคราม อันนี้ขอขออภัยมานะที่นี้ด้วย จาว่ายังไงก็ ว่าได้เยย ปีคโก๊ะ รับได้หมด วันนั้นถ้ามีพลังอำนาจเท่าเทียมกาน มะเเน่ อาจเปง1ในกองซากกะได้ อุอุ ว่าแต่ตาบอน อยู่ทำเนียบแต่มาอัฟได้บ่อยๆ นี่เก่งจัง(หรือยังมะได้ลงมาหว่า อุอุ)อ่อ ได้ข่าวมีเพื่อนที่เข้าไปช่วยแก้ข่าวให้ตามบรอด โดนตามล่าตัว อันนี้จริงแท้ปากานใด ก็มะรุงับ แต่ปีคโกะ มะสนและ มาก็มา ไม่ได้ออกกำลังมานาน ไขมันเต็มพุงเยย มานหมดยุกนักรบนานและ เซ็งเยย ไงกะเปงกำลังใจให้ปชช.ผู้บริสุท ตลอดงับ และถ้ามีอารายร้ายแรงก่านี้ และถ้าวิญญาณปู่ย่าตื่นขึ้นมามะไหร่ ไอ้ลูกหลานจังไร จาม๊ามีที่อยู่ อ่อ คราวหน้าไปคงไปช่วยเปง หน่วย พยาบาลอ่ะงับ สงสารคนเจ็บ เอารถไปรับหน้าสภา ตร.ยังยิงใส่รถเยย เเม่นจริงๆเฮ้อ ใครอ่านแล้วมะเข้าใจ กะ ช่วยมะได้ บอกแล้วมะเข้าใครออกใคร ปชช.ผู้บริสุท เท่านั้น ที่จาทำให้ปีคโก๊ะออกไปร่วมได้ อาเมน เจอกานเมื่อชาติป่วย


  6. October 9th, 2008 at 9:19 pm       jasminesiam Says:

    อ่านแล้วก็น้ำตาไหล ขอบคุณคุณบอนนะค่ะ เข้ามาอ่านเสมอ บางทีก็อ่านเฉยๆ อ่านหลายๆ รอบ อ่านแล้วน้ำตาก็ไหล ดูภาพแล้วก็ร้องไห้ไปด้วย ได้แต่รู้สึกเจ็บ รู้สึกสะเทือนใจ ขอเป็นกำลังใจให้พันธมิตรทุกๆ ท่าน แม้ว่าจะไม่เคยได้มีโอกาสไปร่วม แต่ขอส่งแรงใจไปนะค่ะ

    กลับบ้านคราวนี้อยากแวะไปกาฬสินธ์ค่ะ อยากเจอคุณบอน อยากรู้จักชาวบล๊อกบ้าง ถ้าไม่ถือเป็นการรบกวนติดต่อมาให้รู้นะค่ะว่ายินดีให้พบหรือไม่

    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ


  7. October 9th, 2008 at 7:49 pm       buadhram Says:

    เป็นกำลังใจ ให้หายเจ็บป่วย กลับสู่ความแข็งแรงโดยไว
    นะ ขอรับ ขอบคุณ นายบอน ที่เล่าสู่ฟัง แต่ความคั่งแค้น ยังไม่หายยยยยย…..ขอรับ


  8. October 9th, 2008 at 7:23 pm       pijika Says:

    เศร้าจังเลย ขอให้สุวิทย์หายเร็วๆ นะคะ


  9. October 9th, 2008 at 7:13 pm       sazzie Says:

    อ่านไปหนึ่งรอบแล้วก็อ่านอีกรอบและอีกรอบ เศร้าที่คุณสุวิทย์และเพื่อนเจ็บหนัก แต่ซึ้งที่คุณสุวิทย์ปฏิบัติกับแม่และที่คุณแม่คุณสุวิทย์ปฏิบัติต่อลูก

    ขอให้ทุกๆคนหายไวๆนะคะ

    พอดีว่าเพื่อนร่วมรุ่นของ พ.ต.ท.เมธี มีบางคนที่ศศิรู้จักน่ะค่ะ เลยเอาลิงก์มาแปะไว้ลองเข้าไปดูนะคะ


  10. October 9th, 2008 at 6:58 pm       waratip Says:

    ขอให้พี่สุวิทย์หายไวๆ นะคะ

    เรื่องอาจ๊าบ… บิ๊วทำใจได้แล้วค่ะพี่บอน

    ถึงแม้ว่าอาจจะรู้สึกเศร้าบ้างเวลาเขาพูดถึงกัน

    ทาง Ypad เองก็เจ็บไปหลายรายเหมือนกัน

    พี่คนนึงที่บิ๊วรู้จัก โดนระเก็ดระเบิด ที่แขน

    และก็หน้าท้อง

    ไงก็ขอให้พี่สุวิทหายไวๆ นะคะ


You must be logged in to post a comment.