นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

ลมหายใจ ความหวัง แผลกาย-แผลใจของสุวิทย์ในวันที่ยืนหยัดกับพันธมิตร

October16

           
มีหลายคนพูดให้ได้ยินอยู่บ่อยๆว่า เมื่อตัดสินใจมาทำหน้าที่เป็นการ์ดอาสาแล้ว
ก็ต้องพร้อมรับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น  แต่ถ้าการ์ดคนนั้น
มีความผูกพันกับคนพูด
คำพูดเหล่านั้นคงเปลี่ยนไปในลักษณะที่เห็นอกเห็นใจการ์ดอาสามากขึ้น

.        
ตั้งแต่การชุมนุมของพันธมิตร เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว สุวิทย์มักจะเดินทางไปกลับอยู่บ่อยครั้ง
จนในช่วงหลังๆ มักจะปักหลักพักค้างอยู่ครั้งและหลายวัน
ซึ่งเขาจะมีเพื่อนๆมารวมตัวช่วยกัน และยังมี ผู้หญิงคนหนึ่ง
ผู้เป็นเจ้าของหัวใจของสุวิทย์ ซึ่งจะมากับเขาด้วยทุกๆครั้ง



               
ทุกเหตุการณ์ในการปะทะกับ นปก. ตั้งแต่เกิดเหตุที่อุดรธานี, สกลนคร เรื่อยมา สุวิทย์จะอยู่เคียงข้างผู้หญิงคนนี้ในทุกสนามรบ
จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ 7 ต.ค.51 สุวิทย์ยังทำหน้าที่คอยปกป้อง
และยอมเจ็บตัวมากกว่าเธอ เช่นทุกๆครั้ง

 

           
7 ตค.51 สุวิทย์นอนบังวิถีของแก๊สน้ำตาและสะเก็ดระเบิดที่ตำรวจระดมยิงเข้ามาตรงหน้ารัฐสภา
ในตอนนั้นมีเพื่อนอีกคนบังตัวของสุวิทย์ไว้อีกชั้น เพื่อนคนนั้นต้องเข้ารักษาตัวที่วชิรพยาบาล
สุวิทย์โดนสะเก็ด มีบาดแผลหลายแห่ง ที่หลังและขา ส่วนแฟนสาวของสุวิทย์นั้นบาดเจ็บน้อยกว่า

 

           
แต่หลายวันต่อมา สุวิทย์รู้สึกว่า เธอก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เช่นกัน เธอหูอื้อ
หูดับ ไม่ได้ยินเสียงที่หูข้างขวา  เขาได้ยินคุณหมอพูดให้ฟังว่า 
เธอคงจะรับแรงอัดจากเสียงระเบิดที่ดังสนั่น
เธออาจจะเงยหน้าขึ้นในในตอนที่ยิงแก๊สน้ำตา จนหูได้รับเสียงดังๆ เสียงที่วิ่งเข้ามา
กระแทกให้แก้วหูแตกกระจาย เกิดแรงอัดอากาศมหาศาล เมื่อแก้วหูรับแรงระเบิด
ทำให้แก้วหูฉีกขาด  แก้วหูแตก แล้วเสียงนั้นยังวิ่งไปกระทบกระดูกค้อน ทั่ง
โกลน กระดูก 3 ชิ้นในใบหู แล้วไปกระแทกอวัยวะ ภายใน  ทำให้ระบบการได้ยินเสียง
เสียหาย

 

           
นอกจากหูดับ หูไม่ได้ยินเสียงแล้ว เธอยังโดนสะเก็ดระเบิดอีกเล็กน้อย แต่สุวิทย์โดนหนักกว่าเธอ 
ทีแรก เขาคิดว่าไม่เป็นอะไรมากนัก เพราะเป็นแผลเล็กๆ คงจะหายในไม่ช้า
เลยให้นายบอนพาแม่ของเขามาเยี่ยมที่มัฆวาน ให้แม่เห็นว่า เขายังสบายดี จนแม่ของสุวิทย์หายห่วง
แต่ 3-4 วันหลังจากนั้น แผลเล็กๆที่ว่า เมื่อให้คุณหมอทำการล้างแผล คว้านแผลออกมา
เนื้อข้างใน มีทั้งไหม้ เน่า และเจ็บ
!!!

 

           คุณหมอบอกว่า แผลที่ถูกยิง โดนสะเก็ดร้อน แรง เร็ว
ซึ่งน่าจะเป็นโลหะ ซึ่งจากการล้างแผลหลายครั้ง คว้านเอาเนื้อเน่าออกมา
ก็เจอสะเก็ดเล็กๆที่ฝังใน หลุดออกมา  …. น่าสงสัยว่า คนที่ยิงแก๊สน้ำตา
ผสมอะไรเข้าไป กะจะฆ่าให้ตายอย่างทรมานเลยหรือ??

 

           
หลายคนที่โดนสะเก็ดระเบิด โดนแก๊สน้ำตา แวะเวียนไปล้างแผล คว้านเอาเนื้อตายออก
ถ้าไม่คว้านออก อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ  สภาพเนื้อของหลายๆคน
มีเชื้อแบคทีเรียมาเกาะกิน
ต้องคว้านเอาเนื้อตายออกไปจนกว่าจะเหลือเนื้อดีซึ่งจะสามารถสร้างเซลล์เนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน 
แต่ผู้บาดเจ็บก็ต้องสังเกตดูอาการต่อไป

 

           
เห็นแบบนี้แล้ว ตำรวจสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา ทำอะไรลงไป
ผสมอะไรลงไปในแก๊สน้ำตาที่ยิงออกมา ทำให้คนที่โดนยิง เป็นแผลเล็กๆ แต่เกิดเนื้อตาย
เนื้อเน่าด้านใน เสี่ยงติดเชื้อทั้งตัว ทุกข์ทรมานแสนสาหัสมากกว่าเดิม
ถ้าหากไม่ใส่ใจมาตรวจร่างกาย ล้างแผล ขูดเนื้อตายออก….

 

           
นายบอนพาคุณแม่ของสุวิทย์มาเยี่ยมเขาเมื่อ 8 ต.ค.51 และวันที่ 12 ต.ค.
นายบอนแวะมาหาเขาที่มัฆวานอีกครั้ง ในวันที่เขาไม่มีใคร
!!

 

           ..เพื่อนๆในกลุ่มของเขา 10 คน
ที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ตอนนี้บาดเจ็บนอนโรงพยาบาลทุกคน อาการหนักกว่าเขา
เพื่อนที่ไม่ได้เป็นการ์ดซึ่งทำงานในต่างจังหวัดได้แวะเวียนไปดูแล นอนเฝ้า
นั่งเฝ้าสุวิทย์ที่มัฆวาน

 

           
เหตุที่ต้องไปเฝ้า ไปดูแล เพราะมี นปก.จากอุดร จ้องที่จะจัดการกับสุวิทย์เช่นกัน
จากเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตหลายเรื่องที่สุวิทย์เข้าไปเกี่ยวข้อง หลายคนห่วง –
กลัวเขาจะได้รับอันตราย กลัวถูกอุ้ม ถูกสั่งเก็บ  แต่สุวิทย์บอกว่า
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อเลือกที่จะมาอยู่ในจุดนี้แล้ว
ต้องยอมรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น

 

           
..แต่เพราะความเป็นคนมีน้ำใจของเขา ที่มีต่อเพื่อนๆหลายคน ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง
จึงมีคุณค่าและความสำคัญต้อใครหลายคน
!!

 

           สุวิทย์จะนอนที่หน้าเวทีมัฆวานในคืน 12, 13 ต.ค.
นายบอนถามด้วยความเป็นห่วงว่า ไม่กลัวบ้างหรือ สุวิทย์บอกว่า ให้รู้กันไปเลย
แล้วบอกให้นายบอนสังเกตดูใครคนหนึ่งที่นอนอยู่ห่างออกไปราว 30 เมตร นั่นล่ะ นปก.ที่สวมรอยมา
คงมาสะกดรอยตามสุวิทย์  ดูความเคลื่อนไหวต่างๆ

 

           
นายบอนนั่งๆนอนๆ บางช่วงก็ทำทีเป็นเดินผ่าน นปก.คนนั้น สังเกตหลายสิ่งหลายอย่างของ
นปก.คนนั้น แล้วกลับมาถามสุวิทย์ว่าจะไม่ชิงลงมือจัดการ นปก.คนนั้นเลยหรือ

 

           
“เอาไว้สืบสาวไปหาพวกของมัน มีเพื่อนการ์ดอีกคนกำลังจับตาอยู่ห่างๆ
มันไปไหนก็จะตามมันไป”

 

           
จากการมีเพื่อนการ์ดอีกคนคอยตาม นปก.คนนั้น ตอนบ่ายวันที่ 13 ตค. นปก.คนนั้นออกจากมัฆวานไปยังเทเวศร์
ขึ้นรถเมล์ไปลงสนามหลวง ไปพบกับกลุ่มคนเสื้อแดงจริงๆ

 

           
จากตอนเย็นวันที่ 12 ตค ถึงตอน 9 โมงเช้า 13 ตค นายบอนอยู่กับสุวิทย์
ปล่อยให้เขานอนหลับให้อิ่ม หลังจากที่เขาไม่กล้านอนหลับมาหลายวัน ดึกๆก็พาไปเดินแถวสะพานชมัยมรุเชษฐ์ 
ไปทางหลังเวที หาข้าวต้มมากิน ไปนอนที่เต๊นท์ใกล้ๆสะพานชมัยฯ โดยมี นปก.คนนั้น
ทำท่าเดินตามมาห่างๆ



          พาสุวิทย์มานั่งฟังดนตรีและการปราศรัยหลังเวทีใหญ่ คืนนั้นมีคุณ สุนทรี เวชานนท์
และลานนา คัมมินส์ ลูกสาว ขึ้นเวทีพันธมิตร พอ 2 แม่ลูกคนดังเดินออกมาหลังเวที
เลยได้พาสุวิทย์ไปถ่ายรูปขอลายเซ็นต์ นอกจากนั้นยังเจอ อ.พิภพ ธงไชย และ 
อ.สมเกียรติ อีกด้วย ดังภาพ



[mblog photo]

[mblog photo]

[mblog photo]

[mblog photo]

[mblog photo]

[mblog photo] 

            มาอยู่กับสุวิทย์หลายชั่วโมง ไม่เห็นแฟนสาวของเขาเลย

 

           
“คนที่เค้ารัก มาอยู่ที่นี่แล้ว  เค้าคงอยู่กับคนของเค้า….”

 

           
แฟนสาวของสุวิทย์นั้น เธอเคยเป็นแฟนกับหนุ่มเภสัชกร หน้าตาดี
ซึ่งเธอได้ตัดสินใจเลือกเขาคนนั้นเป็นคู่ชีวิต แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์พันธมิตรถูก
นปก.อุดร ทำร้าย รังควาน ข่มขู่ หนุ่มเภสัชกร หนีเอาตัวรอด สุวิทย์ได้เข้ามาปกป้องดูแลเธอ
ช่วยเหลือเธอหลายครั้ง เจ็บแทนหลายหน จนเธอยอมรับในตัวของสุวิทย์
ไปไหนมาไหนกับเขาทุกครั้ง เขาคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี บอกกับเธออย่างตรงไปตรงมาว่า
เขารักเธอ

 

           
… แต่เธอไม่เคยพูดคำว่ารัก ให้สุวิทย์ได้ยิน เห็นแต่ท่าทีเขินๆ 
ซึ่งเขาคิดว่า นั่นคงเป็นคำตอบจากใจของเธอกระมัง

 

           
7 ตค เมื่อออกจากพื้นที่ถูกถล่มด้วยแก๊สน้ำตาและสะเก็ดระเบิด
มีเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาช่วยเหลือ เธอก็ได้พบกับหนุ่มเภสัชกรคนนั้น
ซึ่งได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลอาสาอยู่ด้วย

 

           
สุวิทย์ มองดูเธอไปกับเขาคนนั้น ดูเธอมีความสุข สนิทสนมกันมาก เดินจับมือถือแขนกัน 
ซึ่งเธอไม่ค่อยจับมือกับสุวิทย์มากนัก

 

           
สุวิทย์ยอมรับว่า เธอไม่ได้เลือกเขา แต่ในสถานการณ์ที่ผ่านมา เธอมีแต่เขา 
บางที เธออาจจะรู้สึกดีๆกับเขาเหมือนเพื่อน หรือพี่ชายคนหนึ่งก็ย่อมได้

 

           
” เจ็บรึเปล่าวะ”

           
” แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก”

 

               
แต่นายบอนสังเกตดูตลอดหลายชั่วโมงที่อยู่ดูแลเขา สุวิทย์ดูเศร้าๆ เหงาๆ
กว่าช่วงที่เคยเจอในครั้งก่อนๆ แม้เขาจะพยายามกลบเกลื่อนว่าไม่ได้เป็นอะไร
แต่คนที่เป็นเพื่อนกันมานาน ย่อมดูออก แผลกายที่ต้องคอยหมั่นล้างแผล
คว้านเนื้อเน่าออกไป  คงเจ็บน้อยกว่า แผลในใจที่บาดลึก ในยามที่คนรัก
ไปอยู่กับคนที่เธอเลือก… คนที่เธอรักจริงๆ

 

           
นายบอนโทรถามเพื่อนคนอื่นๆว่า รู้เรื่องนี้ไหม ไม่มีใครรู้มาก่อนเลย สุวิทย์ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง 
นอกจากนายบอน
!!

 

           ช่วง 4 โมงเช้า
นายบอนเดินมาตรงเต็นท์พยาบาลข้างกองทัพธรรม ก็เห็นแฟนสาวของสุวิทย์เดินอยู่กับหนุ่มเภสัชคนนั้น
จูงมือกันน่าอิจฉา ..แหม หน้าตาดี หล่อเอาการ ใครก็คงอยากมีแฟนหล่อแบบนี้

 

           
ค่ำคืนวันที่ 13 ต.ค. หลังจากที่กลับจากงานศพของน้องโบว์
ตอนนั้นมีเพื่อนอีกคนมาอยู่เป็นเพื่อนสุวิทย์แทนนายบอนแล้ว   แต่ช่วง 5
ทุ่ม นายบอนก็มานั่งที่มัฆวานกับ แจง-เพื่อนคู่หู มองดูสุวิทย์ที่ไปนอนตรงหน้าเวที
เป็นจุดที่ นปก.มานอนเมื่อคืนวาน มองสำรวจรอบบริเวณ ก็เห็น นปก.คนเดิม
นั่งๆนอนๆอยู่ตรงทางที่จะไปเต็นท์พยาบาลของเวทีมัฆวาน
แล้วมองเห็นเพื่อนที่มาคอยดูสุวิทย์ ก็นั่งอยู่ด้านหลังของ นปก.คนนั้น
คอยจับตาอีกทีหนึ่ง

 

           
ช่วงที่นายบอน เดินออกมาอาบน้ำ เพื่อนคนที่มาคอยดูสุวิทย์ก็เดินออกมาคุยด้วยแว๊บนึง 
บอกว่า สงสารสุวิทย์มากๆ นั่งซึมเหมือนคนอกหัก  ไม่เข้าใจผู้หญิงจริงๆ
แทนที่จะเลือกคนที่อยู่เคียงข้างในยามทุกข์ยาก  แต่ในที่สุด
ก็ไปเลือกคนที่เธอรักมากกว่า

 

           
….เพื่อนคนนั้น วิตกว่า ถ้าสุวิทย์  เธอ และหนุ่มเภสัชคนนั้น
ต้องมาเจอหน้ากันจะจะ จะเกิดอะไรขึ้น เธอคนนั้นจะทำอย่างไร จะเดินไปกับหนุ่มเภสัช
หรือ จะทำอย่างไร ในบริเวณที่ชุมนุม เดินไปมา
ย่อมจะต้องเจอกันจังๆหน้าเข้าสักวันหนึ่ง สุวิทย์อาจจะเจ็บปวดมากกว่าเดิมก็ย่อมได้

 

           
บางที อาจจะเป็นความต้องการของสุวิทย์ก็ได้ ที่ปล่อยให้เธอไปกับคนที่เธอรัก
เมื่อเธอบาดเจ็บ แก้วหูแตก หูดับ ในเวลาอย่างนี้
หนุ่มคนนั้นน่าจะดูแลเธอได้ดีกว่าสุวิทย์ ที่พยายามดูแลแผลกาย
และแผลใจของตัวเองให้ดีที่สุด

 

           
ในวันที่เพื่อนฝูง ทุกข์ร้อน สุวิทย์เป็นคนให้กำลังใจ ปลุกปลอบให้สู้ เข็มแข็ง 
แต่ในทางกลับกัน ไม่มีใครที่จะให้กำลังใจ ปลุกปลอบสุวิทย์ให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง…

 

           
+ + +

           
ช่วง 5 ทุ่ม 14 ตค.2551 เมื่อมีข่าวว่า นปก.จากสนามหลวง
เคลื่อนขบวนมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีแนวโน้มว่าจะเดินมาที่มัฆวาน
การ์ดพันธมิตรรวมกำลังออกมาที่สะพานมัฆวานกันอย่างคับคั่ง สุวิทย์ที่มีผ้าพันแผลพันไว้ที่ขาทั้ง
2 ข้าง สวมเสื้อผ้าทับไว้ ถือไม้ออกไปเป็นการ์ด พร้อมที่จะป้องกันฐานที่มั่นเช่นกัน

 

           
…โชคดีที่วันนั้น นปก. ไม่ได้บุกมาจริงๆ แค่มาจุดเทียนเวียนวนรำลึก 14 ตุลาคม
แล้วเดินกลับสนามหลวงไปก่อน

 

           
ถ้าคืนนั้นเกิดเหตุปะทะกันจริงๆ สุวิทย์ก็พร้อมที่จะสู้เช่นเคย แต่คืนนั้น
เพื่อนร่วมทีมของเขา ยังไม่ออกจากโรงพยาบาล  หากเกิดเหตุปะทะ
จะไม่มีเพื่อนคอยดูแลป้องกันเหมือนเช่นครั้งก่อนๆ สุวิทย์อาจจะบาดเจ็บหนักมากกว่าเดิม

 

           
.แผลในใจของสุวิทย์ คงต้องใช้เวลาเยียวยากันนานพอสมควร แม้จะเจ็บลึก
แต่เมื่อนึกถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น
โดยน้องเขยแม้วและนักการเมืองคดโกงพวกนั้น….

 

           
…สุวิทย์จึงยังคงยืนหยัดอยู่กับพันธมิตร…ต่อไป

by posted under Uncategorized | 6 Comments »    
6 Comments to

“ลมหายใจ ความหวัง แผลกาย-แผลใจของสุวิทย์ในวันที่ยืนหยัดกับพันธมิตร”

  1. October 16th, 2008 at 7:46 pm       nany Says:

    เป็นกำลังใจให้ คุณสุวิทย์ เพื่อนคุณบอนนะคะ
    เรื่องแบบนี้พูดยากจังเน้อ!?
    คนดี..กับคนที่รัก
    เมื่อไม่ใช่คน คนเดียวกัน
    ยามใดที่ต้องเลือก
    มันก็มักจะนำมาซึ่งความเจ็บปวด
    กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสมอ

    เป็นกำลังใจให้แล้วกันนะคะ
    เวลา..เป็นยา ที่ใช้เยี่ยวยาความรู้สึกได้ดีที่สุด
    nany พิสูจน์แล้วแล้ว (ยิ้ม)

    nany เชื่อว่าคุณสุวิทย์จะต้องได้เจอเนื้อคู่ที่เหมาะสมในกาลต่อไปคะ เพราะพี่เค้าเป็นคนดี แม้ในยามที่ผิดหวัง พี่เค้ายังเลือกที่จะรับใช้ชาติ คนดีมักจะเหมาะสมกับคนดีๆเสมอคะ (ยิ้ม)

    กลับมาเข้มแข็งเร็วๆนะคะ


  2. October 16th, 2008 at 7:39 pm       แกนนำ สกม. Says:

    เป็นกำลังใจให้คุณสุวิทย์ค่ะ
    คราวหน้าคงได้เจอกัน
    จะอำให้หายเศร้าเลย
    สัญญานะ เจอกันๆ
    =)


  3. October 16th, 2008 at 7:30 pm       sazzie Says:

    สงสารคุณสุวิทย์จังเลยคุณบอน
    แผลกายไม่สงสารนะคะเพราะอยู่ตรงนั้นทุกคนก็พร้อมต้องเจ็บทุกๆคนอยู่แล้ว

    สงสารแผลใจน่ะค่ะ นายบอนให้เขาคุยระบายๆออกมาเยอะๆนะ เผื่อจะผ่อนคลายได้บ้าง เพราะไหนต้องเครียดสถานการณ์ เครียดถูกตาม เครียดแฟนทิ้งอีก ..


  4. October 16th, 2008 at 6:42 pm       pijika Says:

    โอ… สุวิทย์ ทำไมมันซับซ้อนขนาดนี้
    แผลกายก็ทำท่าหายลำบาก เห็นคนถูกคว้านเนื้อออก เจอสะเก็ดระเบิดเพียบ กันมากมาย
    ยังนึกห่วงว่าสุวิทย์ อักเสบหรือเปล่า ไปรักษาต่อหรือเปล่า
    รู้ว่ารักษาต่อก็… เบาใจค่ะ อย่าปล่อยให้มันหนักกว่านี้
    ฝากสุวิทย์ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ…

    เพราะซับซ้อนเหลือเกิน
    แฟนก็ไปควงหนุ่มเภสัช
    แผลใจรุกเร้า… ท่ามกลางแผลกาย

    แถมยังถูกไอ้ นปก. ตามล่าอีก…

    พันธมิตรทำไมลำบากจังเลย… นายบอน…


  5. October 16th, 2008 at 6:24 pm       nelumbo Says:

    ขอบคุณ ทุกความเสียสละเจ้าค่ะ …


  6. October 16th, 2008 at 5:01 pm       alphabet Says:

    ชื่นชมในความอดทนและมุ่งมั่นของทุกท่านค่ะ


You must be logged in to post a comment.