นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

ความรัก ความผูกพัน ความอึดอัดของสาวพันธมิตรกับหนุ่มผู้คิดสั้น….หลังเลิกชุมนุม

December19

        การชุมนุมที่ยาวนานของพันธมิตรทำให้หลายคนเกิดความผูกพัน มิตรภาพและความรัก….
แต่เพื่อนพันธมิตรท่านหนึ่ง มีความรู้สึกทั้งรัก ผูกพัน ห่วงใย
และความอึดอัดเกิดขึ้นในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา …. เมื่อย็นวานนี้ (18 ธ.ค.51)
คงถึงจุดที่รับไม่ได้แล้ว ..เธอจึงส่ง SMS มาหานายบอน…



“คิดไง ถ้ามีคนจะฆ่าตัวตาย เพราะเรา กล้าทำ /
ขู่? “( 17.20 น.)



เห็นข้อความ SMS แล้ว นายบอนพิมพ์ตอบกลับไปว่า



          “ลองถ่วงเวลาไว้ก่อน 24 ชั่วโมงผ่านไป ดูแววตา น้ำเสียง ถ้าไม่วอกแวก
ยังแข็งขันเหมือน 24 ชั่วโมงก่อน ก็อาจจะทำจริงๆ แต่ถ้าเปลี่ยนไป
ก็คงแค่เรียกร้องความสนใจ….”





สักพัก สาวพันธมิตรก็ส่ง SMS กลับมาว่า



.



“มาทาง SMS 14.20 น. มาอ่าน ตอบตอน 17.00 น. “



” เห็นเป็นเพื่อน ช่วยได้ก็ช่วย แต่เขาเริ่มวุ่นวายกับชีวิตเรามาก
จนใจเย็นไม่ไหว อึดอัดเลยบอกไปว่า เราควรเลิกคุยกัน (17.51 น.)



เรื่องราวมีอยู่ว่า สาวพันธมิตร กทม.
มาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรเป็นประจำ จนกระทั่ง 7 ต.ค.
ช่วงที่ตำรวจระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่พี่น้องพันธมิตร มีหนุ่มพันธมิตรคนหนึ่ง
ช่วยดึงตัวเธอออกมาจากบริเวณอันตราย เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกัน สาวเจ้าจึงรู้ว่า
เขาเฝ้ามองเธอมาตลอด 1 เดือนก่อนแล้ว เมื่อได้คุยกัน จนสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
ไปไหนมาไหนด้วยกันในที่ชุมนุมบ่อยๆ และเป็นคู่ที่สนิทกันมาก
หนุ่มพันธมิตรคุยกันเธอได้ดี แต่คุยกับคนอื่นไม่ค่อยได้
อาจเพราะไม่ถูกชะตาหรือเข้ากับคนอื่นได้ยาก



หนุ่มพันธมิตรสมัครเป็นการ์อาสาด้วย และพบเธอเป็นประจำ
จึงคอยดูแลเธอด้วยความห่วงใย มีปัญหาก็ปรึกษาเธอตลอด เขาอายุน้อยกว่าเธอ
แต่ถึงแม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่สาวพันธมิตรก็ให้ความสนิทสนมอย่างเต็มที่
เพราะถือเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์กู้ชาติด้วยกัน



หนุ่มพันธมิตรรุ่นน้อง มีปัญหาชีวิตมากมาย
ทั้งเรื่องทางบ้านที่ยังแก้ไม่ตก เมื่อมาเป็นการ์ดอาสา
ก็มีเรื่องกระทบกระทั่งจนขัดแย้งผิดใจกับบางคน ถูกกดดันหลายเรื่องจนเครียดจัด
ดีที่สาวพันธมิตรคอยช่วยเหลือเป็นกำลังใจไม่ให้เขาท้อถอย
ถอดใจล้มลง



สาวพันธมิตรเป็นคนที่มีอัธยาศัยที่ดี เข้ากับคนได้ง่าย คุยเก่ง
จึงเป็นที่หมายปองของหนุ่มหลายคน เลยทำให้หนุ่มรุ่นน้องเกิดอาการหึงหวง งอน
สาวพันธมิตรพยายามชี้แจงและพูดคุยด้วยเหมือนเดิม
แต่ก็มีเรื่องที่หนุ่มรุ่นน้องงอนเธออยู่หลายครั้ง



สาวพันธมิตรยอมรับกับนายบอนว่า
ครั้งหนึ่งก็เคยมองและเปิดใจที่จะคบหากับหนุ่มคนนี้ในแบบคนรักเช่นกัน แต่ความคิด
อารมณ์ พฤติกรรม ท่าทาง คำพูด ความรับผิดชอบของเขา
มันทำให้เธอรักเขาแบบคนรักไม่ได้เลย …เพราะไม่แน่ใจว่า
เขาจะปกป้องดูแลเธอได้หรือไม่….



ช่วงที่เกิดเหตุยิง M79 และการ์ด ถูกตามประกบ
หนุ่มพันธมิตรคนนี้ก็มีความกดดันจากปัญหาชีวิตและความขัดแย้งกับบางคนในที่ชุมนุม
เครียดจัดจนแทบบ้า สาวพันธมิตรรุ่นพี่ต้องคอยดูแลด้วยความห่วงใย
เธอคบกับเขาเหมือนเพื่อน รู้สึกเหมือนน้องชายคนหนึ่ง แต่ทว่า
เขาคิดกับเธอเหมือนแฟน….



เธอต้องช่วยดูแลให้กำลังใจเขาด้วยความห่วงใยในแบบเพื่อน
ในบางครั้ง เธอได้ไปช่วยเหลือทำงานบางอย่างที่บ้านของเขา ทำงานให้แม่ของเขา
ถึงขนาดพูดออกมาว่า กับแม่ของเธอเอง
เธอยังไม่เคยทำอะไรดีๆให้แม่แท้ๆแบบนี้เลยนะ



จากวันนั้นเรื่อยๆมา หนุ่มน้อยมักจะโทรมาหาเธอบ่อยๆ คุยกับเธอนานๆ
พอเห็นเธอคุยกับพี่น้องพันธมิตรคนอื่นๆ ก็งอน หึงหวง เมื่อเกิดระเบิดในทำเนียบ
เขาจะคอยโทรเช็ค ห้ามไม่ให้เธอมาในที่ชุมนุม ห่วงใยมากมายจนเธออึดอัด
เพราะไม่ได้คิดแบบแฟน….. แต่เขาคิด



เมื่อเลิกการชุมนุม เธอพยายามออกห่างมาจากเขา
เพราะคอยช่วยเหลือให้กำลังใจเขามาพอสมควรแล้ว เธอไม่สามารถช่วยเขาได้ตลอดชีวิต
เขาควรจะเข้มแข็ง แก้ปัญหาชีวิตได้ด้วยตัวเองเสียที แต่เขายังโทรมาเช่นเดิม งอน หึง
ชวนทะเลาะเหมือนเดิม เธอพยายามบอกว่า เลิกคุยกันเถอะ
…พอแล้วนะ…



แล้วเขาก็ SMS มาหาเธอ บอกว่า “เจอกันชาติหน้า” ในช่วงที่ยังชุมนุมในทำเนียบ
ช่วงที่เขาท้อแท้ เครียดจัด เขาบอกว่าอยากจะฆ่าตัวตายอยู่บ่อยๆ เธอคอยปลอย
ให้กำลังใจ บอกว่า อย่าฆ่าตัวตายเพราะเธอนะ อย่ารบกวนเธอเลย



เห็น SMS ของเขา เธอเลยส่ง SMS มาถามนายบอน คิดว่า
เขาจะกล้าทำมั้ย หรือแค่ขู่… แต่ลึกๆในใจ ถ้าเขาฆ่าตัวตายจริงๆ
เธอจะรู้สึกผิดมหันต์ ถ้าเธอเป็นต้นเหตุ แต่เธอก็อึดอัด เพราะไม่ได้คิดกับเขาแบบแฟน
แต่ถ้าเลิกคุยกัน เลิกติดต่อ ก็ยังห่วง กลัวเขาจะทำร้ายตัวเองฃ



ความจริงมาถามนายบอน …นายบอนก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าจะทำจริงมั้ย
ก็นายบอนไม่ใช่เค้าคนนั้นนี่นา เดาใจไม่ถูกว่ะ



…ว่าแล้วนายบอนก็เลยโทรไปคุยกับเธอ
ฟังเธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างที่เขียนไปแล้ว แล้วถามเธอกลับ…
แล้วจะทำยังไงต่อล่ะ ไม่ได้คิดแบบแฟนจริงเร้อ ดูห่วงใยกันจัง
ฟังๆที่เล่ามาดูเหมือนแฟนกำลังงอนกันจริงๆนะ คนนึงงอน อยากให้มาง้อ
อีกคนบอกจะเลิกคุยด้วย คนที่รอให้มาง้อก็จะพยายามมาง้อแทน
หาทางสื่อสารกันไปเรื่อยๆ…..



“เฮ๊ย ไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นซะหน่อย
คิดเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง”



“เพื่อนอะไรกัน ทำไมเก็บมาคิดในสมองตลอดเลย เพื่อนกับคนพิเศษ
กับคนที่เคยรักแล้วกลายเป็นแค่เพื่อน มันต่างกันนะ เนี่ย
คิดมากกว่าเพื่อนซะแล้ว….”



“ก็ห่วงเค้า กลัวเค้าฆ่าตัวตายจริงๆ เพราะเรา
เราจะเป็นบาปนะ…”



“แล้วเป็นอะไรกะเค้าล่ะโว๊ย..เป็นแม่เค้า
เป็นเจ้าของของเค้าเหรอ มีอะไรผูกพันกะเค้าล่ะ ไหนว่าเป็นแค่เพื่อนไง
เค้าจะตัดสินใจทำอะไรมันก็เรื่องของเค้า แต่ก่อนล่ะ เค้าจะเข้าเรียนอะไร ทำงานอะไร
ใส่เสื้อตัวไหน เค้าก็ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเค้าเอง ถ้าเค้าจะฆ่าตัวตาย
นั่นมันก็เป็นเรื่องของเค้า คุณบอกเค้าแล้วนี่ว่าอย่าทำแบบนั้น
ถ้าเค้าจะทำก็เรื่องของเค้า ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ใกล้เค้านี่ อยู่คนละที่
เค้าจะทำอะไรตอนไหนก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรหรอก “
นายบอนว่าเข้าให้…



ความผูกพันและความอึดอัดที่เกิดขึ้นกับสาวพันธมิตร ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ตัวเธอด้วย
เลยบอกอีกว่า ถ้าจะเลิกคิด เลิกคุยจริงๆก็ลองตั้งสติดู ถ้าอีก 7
วัน…ก็เป็นวันคริสต์มาสพอดี ถ้าเอาเรื่องเค้าออกจากสมองได้
ไม่ได้คิดกลุ้มเรื่องนี้ตลอดทั้งวันเหมือนตอนนี้ แสดงว่าตัดขาดได้แล้ว
เขาเป็นเพื่อนจริงๆ ก็จะพูดและแสดงออกเหมือนเพื่อน
ไม่ใช่แสดงความผูกพันและห่วงใยจนเกินเพื่อน…..



…ด้วยความบริสุทธิ์ใจของเธอ
ที่มักจะพูดคุยเป็นกันเองกับพี่น้องพันธมิตรทุกคน และกลัวการทำร้ายน้ำใจคนอื่น
จึงทำให้หลายครั้ง ทำให้เพศตรงข้ามรู้สึกว่า เธอมีใจให้ เลยเกิดเรื่องวุ่นๆ
มีหนุ่มๆพยายามจะจีบเธอตลอด จนเธออึดอัด รำคาญ ไม่ได้มาหาแฟน
แต่มากู้ชาติโว๊ย….



มีอีกหลายเรื่องที่เธอต้องทำ
แต่หนุ่มพันธมิตรคนนี้คงจะพยายามติดต่อ ตื้อเธอเรื่อยๆ
เพราะความผูกพันในยามที่เกิดปัญหาชีวิต เครียด กดดัน
มีผู้หญิงคนหนึ่งคอยเป็นกำลังใจ ห่วงใย ดูแล
เธอเข้ามาเติมเต็มชีวิตของเขาให้ยืนหยัดต่อไปได้ แต่เขายังอยากที่จะพึ่งพิง
และรับความรู้สึกที่ดีๆนั้นต่อไป ในขณะที่เธอมองว่า เขาควรจะลุกขึ้นสู้
เผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตเสียที ไม่งั้นเขาจะเป็นผู้แพ้ตลอดกาล

 

เอาเป็นว่า ให้เธอปล่อยวาง เพื่อให้เขาได้แก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเองบ้าง
……..

แต่ถ้าปล่อยวางไม่ได้ เพราะลึกๆก็รักและห่วงใยอยู่
ก็ต้องยอมรับหัวใจของตัวเองแล้วล่ะ

by posted under Uncategorized | 6 Comments »    
6 Comments to

“ความรัก ความผูกพัน ความอึดอัดของสาวพันธมิตรกับหนุ่มผู้คิดสั้น….หลังเลิกชุมนุม”

  1. December 20th, 2008 at 11:06 am       bonkalasin Says:

    คุณ สาวพันธมิตรคนนั้น

    ดูื่ท่าทางนับจากนี้ ก็คงจะจบลงในทิศทางที่ดีนะครับ
    เหมือนพายุร้ายในชีวิตที่พัดกระหน่ำ ได้ผ่านพ้นไปแล้วในปีเก่า

    มีปีใหม่นี้ ทั้งคุณและเขาคนนั้น คงจะได้พบสิ่งที่ดีๆในชีวิตนะครับ ในจุดที่แต่ละคนได้เป็นตัวของตัวเอง

    มีชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ
    ปล่อยวางความเลวร้าย ความไม่ดีทั้งหลาย ให้หายไปกับวันเก่าๆนะครับ


  2. December 20th, 2008 at 10:59 am       bonkalasin Says:

    อยากพาสาวพันธมิตรที่กลุ้มใจกับเรื่องนี้ ไปปรึกษาพี่ฮอลล์เหมือนกัน เผื่อพี่ฮอลล์จะให้คำแนะนำได้ชัดเจน จะจะโดนใจกว่า แต่ไม่ได้เข้าไปหาซักที เลยต้องให้คำแนะนำจนเมื่อยเหมือนกันนะครับ


  3. December 20th, 2008 at 10:50 am       bonkalasin Says:

    ได้ยินเรื่องของเขาคนนี้ ครั้งแรกๆ นายบอนคิดเหมือนคุณ naturehome ว่า เขาอาจจะมีปัญหาสุขภาพจิตเหมือนกัน ดูท่าทางแล้ว กว่าที่เขาจะกลับมาเป็นเหมือนคนปกติทั่วไปได้ คงใ้ช้เวลานานพอสมควร


  4. December 20th, 2008 at 12:13 am       สาวพันธมิตรคนนั้น Says:

    คุณ naturehome คะ
    คนในครอบครัวเขา
    นอกจากจะไม่สามารถช่วยเขาได้แล้ว
    บ่อยครั้งยังเป็น “ผู้สร้างปัญหา”
    และ
    โ ย น มันให้เด็กๆหรือคนรอบข้าง แ ก้ ไ ข !!

    แปลกใจที่ทำร้ายจิตใจลูก
    ทั้งที่ลูกๆรักพวกเขามาก
    ยังติดตาพ่อแม่ในห้วงเวลาที่เขาภูมิใจที่สุด
    ………..

    เด็กๆคิดและทำตามแต่ที่ตัวจะคิดอ่าน
    ขาดต้นแบบหรือที่ปรึกษาที่ควรให้คำปรึกษา
    เขาขาดที่พึ่งโดยเฉพาะทางใจจริงๆ..

    ==========================
    นายบอน

    ได้รับโทรฯเสียงปลายสายบอกว่า
    ตัวเขาอยู่รพ.
    จากการกินยาเกินขนาด แต่ล้างท้องทัน
    บอกและย้อนถามไปว่า
    จะทำอีกไหม ต้องการให้รู้สึกผิดไปตลอดใช่ไหม
    ถูกตัดพ้อมาว่า
    แม้แต่เราก็ไม่ห่วงไม่เข้าใจเขา
    ถ้าเขาจะตายเสียตอนนี้
    เราไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก ….
    ฯลฯ

    มานั่งคิดว่าที่ผ่านมาเราทำเต็มที่หรือยัง
    ได้คำตอบว่า..เต็มที่แล้ว
    แม้ผลจะเป็นอย่างไร
    แต่ถ้าเราตั้งมั่นกับสิ่งนั้นเต็มที่แล้ว
    เราก็พร้อมปล่อยวาง
    และกลับมา ..เกรงใจตัวเอง..บ้าง

    ส่งข้อความกลับไปที่เขา
    “..ถ้าคิดว่าเข้าใจเรา
    ปล่อยเราไปเถอะ
    อย่าให้ความรู้สึกดีๆเสียไปเลย”

    เฮ้อออออ
    คงต้องหาพลาสเตอร์ปิดอัธยาศัยดีๆ(จนล้น)นี่ซะแล้ว


  5. December 19th, 2008 at 7:57 pm       pijika Says:

    นายบอนสรุปได้ดี จนไม่ต้องช่วยคิด
    แต่จะบอกว่ามาอ่าน และทิ้งรอยเอาไว้ค่ะ


  6. December 19th, 2008 at 4:48 pm       naturehome Says:

    คนที่มีปัญหาสุขภาพจิตจากการปรับตัวไม่ได้ในชีวิตของตัวเองนั้น ไม่ควรเข้าไปในฐานะแฟนหรือคนรัก ยิ่งหากเค้าคิดอย่างนั้นยิ่งควรเลี่ยงๆ
    และคนที่ควรได้รับรู้เรื่องนี้ต้องเป็นคนในครอบครัวของเค้าให้คนในครอบครัวได้รับรู้ก็ดีนะคะ บอกอย่างที่เป็นจริง พวกเค้าจะได้ช่วยกันพูดให้ เพราะคนในครอบครัวจะเข้าใจกันดีกว่า


You must be logged in to post a comment.