นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

ปรัชญาชีวิตจากจานข้าวที่ถูกแย่งกับคำสอนของพี่สาวถึงน้องชายตัวแสบ

February20

.


      มีเพื่อนต่างวัยคู่หนึ่ง มีโอกาสได้รู้จักกันมาเป็นเวลากว่าครึ่งปี เมื่อเริ่มรู้จักกันพบว่า คุยกันถูกคอพอสมควร ต่างคบหากันเหมือนพี่น้อง ที่สนิทสนมกัน 

 

      ฝ่ายพี่สาว ชอบทำอาหารจานเด็ด ที่มุ่งมั่นตั้งใจทำหลายเมนู เธอจึงบอกน้องชายที่สนใจอาหารที่เธอทำว่า ถ้าอยากกิน ก็หยิบไปทานได้เลยนะ

 

     น้องชายตัวแสบ เลยมักจะหยิบอาหารที่พี่สาวทำไว้ ไปทานบ่อยๆ ซึ่งพี่สาวก็ไม่ได้ว่าอะไร ด้วยความสนิทสนม น้องชายจึงเข้าใจว่า พี่สาวอนุญาตให้เขาหยิบ

 

     อาหารมาทานได้ตลอด เลยไปหยิบกิน  อาหารจานพิเศษที่พี่สาวลองทำไว้

 

     พี่สาวเลยดุน้องชายว่า เสียมารยาทอย่าทำแบบนี้อีกนะ

 

      วันเวลาผ่านพ้นวาเลนไทน์ พี่สาวบรรจงทำอาหารสูตรพิเศษ เพื่อเตรียมต้อนรับแขกพิเศษที่จะมาเยือน  ซึ่งอาหารจานนี้ พี่สาวค่อนข้างพิถิพิถันอย่างมาก พอน้องชายมาเห็นอาหารจานนี้ตั้งอยู่ตั้งนาน ดูเหมือนพี่สาวไม่ได้สนใจ หรืออาจจะลืมไปแล้ว น้องชายจอมซนเลยยกจานอาหารออกไปรับแขกที่แวะมาเยี่ยม

 

      เมื่อพี่สาวมาเห็นดังนั้น เสียความรู้สึกอย่างมาก เพราะต้องการปรุงอาหารจานนี้อย่างพิเศษสุดๆ แต่อาหารยังไม่เสร็จตามที่ตั้งใจทำ น้องชายตัวแสบก็ยกไปให้แขกทานก่อนแล้ว แขกทานอาหารแล้ว ชมกันใหญ่ว่า อาหารที่น้องชายยกมานี้ อร่อยมากๆ  น่าทานจริงๆ น้องชายบอก นี่ ฝีมือพี่สาวผม แต่ดูเหมือนแขกจะไม่ได้ยินคำพูดนั้น

 

       พี่สาวทนไม่ไหว เลยเตือนน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย  ว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะสม เสียความรู้สึกของผู้เป็นพี่อย่างมาก ต่อไปก็อย่ามายุ่งเกี่ยวอะไรในห้องครัวของพี่อีก  ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องอะไรกันอีก หลายครั้งแล้วนะ ความรู้สึกต่างๆมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

       “ทำแบบนี้ไม่ดีนะ ความจริงน้องควรจะบอกพี่ก่อน บอกก่อนว่าจะเอาอาหารไป ให้พี่อนุญาติก่อนสิ เสียมารยาทแบบนี้แย่มากๆ ไม่ต้องมาทำอย่างนี้อีก แล้วอย่ามายุ่งกับพี่อีกต่อไป”

 

       น้องชายตกใจ พี่สาวโกรธขนาดนี้เลยหรือ นึกว่าพี่สาวอนุญาติตลอดเหมือนที่พูดตอนแรก

 

       “ยังไงก็ต้องถามไถ่กันก่อน เพราะของหลายอย่าง เอาไปทานได้เลย เพราะทำเสร็จนานแล้ว แต่อาหารบางอย่าง ยังไม่ควรที่จะยกเอาไปกิน  มันเหมือนขโมยไปดื้อๆ ทำแบบนี้ไม่ดี   พี่ไม่โกรธหรอก แต่อโหสิให้  แต่ไม่ควรทำแบบนี้อีกนะ พอกันที”

 

       พี่สาวพูดตัดขาดอย่างเหลืออด น้องชายอึ้งไปพักใหญ่

 

       หลังจากที่พี่สาวพูดจบ และกล่าวขอบคุณที่รับฟังเธอทุกอย่าง และเดินจากไป น้องชายอึ้งไปพักหนึ่ง แล้วปรากฏรอยยิ้มออกมาเต็มใบหน้า

 

     เพื่อนที่สังเกตดู  ถูกด่าไปจนเพี้ยนหรือเปล่าวะ

     พี่สาวบอกเลิกคบ ตัดขาด แต่น้องชายยิ้ม

 

 

        “แม้พี่สาวจะบอกว่า ตัดขาด  ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนะ ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ แต่พี่สาวได้ทำหน้าที่ตักเตือนด้วยความมรัก  ความห่วงใยในอีกบทบาทหนึ่ง ถึงจะบอกว่าเสียความรู้สึก ไม่มีทางเป็นแบบเดิมได้อีกแล้ว แต่สิ่งที่พี่สาวแสดงทำ คือ การตักเตือนน้องชายด้วยความปรารถนาดี ใช้เวลาอธิบายให้เข้าใจในทุกประเด็นที่อยากบอก ส่วนน้องชายก็ตั้งใจรับฟังทุกคำ”

 

 แล้วทำไมน้องชายถึงยิ้ม ทั้งๆที่พี่สาวว่าถึงขนาดนั้น

 

         ” เพราะการได้สัมผัสความจริงใจจากพี่สาว ได้รับคำตักเตือนอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมอย่างที่คนอื่นไม่กล้าเตือน ซึ่งคนธรมดาๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจห่วงใยกัน จะไม่กล้าพูดเตือนได้เช่นนี้ และพูดอย่างเปิดใจ  ถ้าไม่รัก ไม่ห่วงใยกันจริง จะไม่ใส่ใจเสียเวลาพูดด้วยเลยแม้แต่น้อย”

 

 

      ” มุมมองวิธีคิดในการมองโลกที่น้องชายได้รับจากพี่สาว คือ การมองโลกในแง่ดี บางคนอาจจะมองสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นก้อนหินที่ถูกปาออกมาให้เจ็บปวด  แต่บางคนกลับมองเห็นดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคม และเขาถูกหนามทิ่มตำที่มือ ก่อนที่จะได้เชยชมความงามของดอกไม้หลังความเจ็บปวด”

 

2 Comments to

“ปรัชญาชีวิตจากจานข้าวที่ถูกแย่งกับคำสอนของพี่สาวถึงน้องชายตัวแสบ”

  1. February 21st, 2009 at 4:00 pm       แกนนำ สกม. Says:

    โล่งใจครับ
    ลงเอยกันด้วยดี คำเดียวกับคุณ toongarden
    นึกถึงเพลงพี่ป้อมพี่โต๊ะจริงๆด้วยสินะ =)..


  2. February 20th, 2009 at 4:13 pm       toongarden Says:

    สรุป : ลงเอยด้วยดี หุหุหุ..


You must be logged in to post a comment.