นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

ขยะ… ที่อยู่ในใจ

May6

          ทำไมบางคนถึงทุกข์ร้อน วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ ไม่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ 

.       คำตอบง่ายมาก เพราะเขาแบกความคิดและความรู้สึกหลายอย่างเอาไว้ ไม่ปลดปล่อย ไม่ปรับเปลี่ยน จนกระทั่งมันกลายเป็นขยะหรือคราบสกปรกเกาะติดหัวใจ  เวลามีอะไรมากระทบหรือสัมผัสกับความรู้สึก ก็จะมีคราบเปื้อนเหล่านี้เข้าไปเจือปน  ความสดใสที่ควรจะมี จึงมีได้ไม่เต็มที่ 

 

          ทำไมเราจึงปล่อยให้ใจเป็น ‘ถังขยะ’ ล่ะ 

 

          คำตอบก็คือ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ว่าเราแอบทิ้งขยะลงไปในใจของเราเอง หรือมีใครทิ้งขยะลงมาในหัวใจของเราบ้าง  ถ้าเราไม่หมั่นสำรวจ บางทีเราอาจมีขยะรกเรื้อหัวใจอยู่มากมายเลยก็ได้ อะไรบ้าง ที่เป็นขยะหัวใจ 

 



1. ความไม่พอใจ 


 

          มีหลายเรื่องเลยนะ ในชีวิต ที่เราไม่พึงพอใจ  ถ้าจะแบ่งให้กว้างที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ  สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ไม่พอใจคนอื่น กับไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจคนอื่นเกิดได้มากกว่าความไม่พอใจในตัวเอง  เพราะธรรมชาติของคน ย่อมรักตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเอง ย่อมเห็นความผิดของคนอื่นได้ก่อนและได้ชัดกว่าความผิดของตนเอง   

 

          ขณะเดียวกันเราต่างก็รู้ว่าโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ  มีเกิน มีขาด จนกว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาให้มีความพอดีได้ จึงจะเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ฉะนั้น เราควรมองด้านดีของกันและกันให้มากกว่าด้านที่บกพร่อง 

 

          ถ้าเราเริ่มจากมองด้านดีของกันและกันแล้ว  ความพึงพอใจ และความนับถือในกันและกันก็จะเกิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างสรรค์กว่าการจับผิดกัน แล้วนำไปสู่ความไม่พอใจ 

 

2. ความผิดหวัง 

 

 

         2 สิ่งที่ไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงนัก คือหวังว่าเรื่องบางเรื่อง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือคนบางคนในอดีตจะย้อนกลับมา  กับหวังว่าอนาคตจะเป็นไปตามที่เราวาดหวังเสียทุกประการ  อดีตเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกหาให้ย้อนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม  ดีที่สุดคือใช้อดีตเป็นบทเรียน ให้สติ ให้เราเรียนรู้ทั้งโอกาสและความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้วันนี้และวันข้างหน้า ดีกว่าอดีตที่เคยเป็น 

 

          ส่วนอนาคตย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่สามารถบังคับบงการให้เป็นไปตามความหวังของเราได้เสียทั้งหมด แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นอย่างไร  กระนั้นก็ตาม หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็อย่าได้ทุกข์ร้อนเสียใจ และปล่อยความคาดหวังบนความไม่แน่นอนแบบนี้ให้เป็นขยะรกอารมณ์ 

 

3. ความอิจฉาริษยา 

 

          ขยะอย่างหนึ่งที่รกใจคนที่สุด ก็คือความอิจฉาริษยาคนอื่น  โดยไม่ทันเฉลียวว่า ทุกครั้งที่เราอิจฉาริษยาใครก็ตาม ความนับถือตัวเองของเราก็เสื่อมถอยลงไปด้วย  เพราะการจะรู้สึกอิจฉาหรือริษยาใครนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกว่าเขาดีหรือได้ดีกว่าเรา เราจึงอิจฉาเขาเป็นพัลวัน 

 

          จงหยุดอิจฉา แล้วมองให้เห็นว่า การที่คนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าเรานั้น เป็นสิ่งที่น่ายินดี  ควรยินดีกับเขา และปรับเปลี่ยนโน้มน้าวตัวเองให้ทวีความดีดั่งที่เขามีจนเราอิจฉา 

 

4. ความยึดมั่นถือมั่น 

 

 

         ขยะที่เพิ่มพูนความรกเรื้อรุงรังให้ใจได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ ความยึดมั่นถือมั่น  คิดว่านั่นก็คนของฉัน นี่ก็บ้านของฉัน รถของฉัน คนรักของฉัน ตำแหน่งของฉัน ฯลฯ  จนไม่สามารถปล่อยวาง ‘สิ่งนอกตัว’ เหล่านั้นลงได้ 

 

          ส่วนใหญ่พบว่า จิตจะปรุงแต่งไปเอง ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนี้ฉันเป็นเจ้าของ ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้  พอไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ผูกพันหน่วงเหนี่ยว ยังคงเสียดาย เสียใจ และปรุงแต่งจิตเพิ่มเข้าไปว่าฉันนี้แสนทุกข์ระทม   

 

          ลองยอมรับความจริงดูบ้างไหม ว่าอะไรๆ ในโลกนี่ก็ไม่ใช่ของเราอย่างถาวรทั้งสิ้น  แม้กระทั่งร่างกายของเรานี้ แท้ก็เป็นแค่ของยืมมา ใช้ได้ชาตินี้ชาติเดียว เดี๋ยวก็เสื่อม ก็แก่ ก็ป่วย ก็ตาย  ต้องคืนร่างกายสังขารนี้สู่สภาพดิน น้ำ ลม ไฟ เน่าเปื่อยผุพังไป สิ้นความสวยความหล่อ ตลอดจนลาภยศสรรเสริญทั้งปวง 

 

5. ความกลัว 

 

          ใจหลายคน รุงรังไปด้วยความกลัว  กลัวเขาจะไม่รัก กลัวเงินจะหมด กลัวฝนจะตก กลัวนายจ้างจะเลิกจ้าง กลัวเพื่อนร่วมงานจะได้ดีกว่า กลัวไม่ก้าวหน้า ไม่ได้โบนัส ฯลฯ 

 

         กลัวไปทำไม  เรื่องบางเรื่องเราตัดสินเองไม่ได้ อยู่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งกลัวไปก็เท่านั้น  ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด  บางเรื่องแทบไม่มีวันมาถึงในชีวิต ก็กลัวล่วงหน้า กลัวจนประสาทเสีย  

 

          จงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคนและทุกสิ่งในชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องเริ่มจากการทำแต่สิ่งที่ดี โปร่งใส ไม่เป็นแผลติดตัวที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น และจงขจัดความกลัวออกไปจากใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตของเราให้สมศักดิ์ศรี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตนี้ดีกว่าเดิม 

 

6. ความอยาก 

 

          จง ‘อยาก’ ให้พอดีกับกำลังกาย กำลังทุน และกำลังสติปัญญาของตัวเอง  อย่าอยากจนเกินกำลัง เพราะจะทำให้สิ้นกำลังได้ง่าย แล้วกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อ่อนแอ หมดสิ้นความทะเยอทะยานอยากในชีวิต 

 

          ความทะเยอทะยานอยากเหมือนรถ แต่ใจเราคือคนขับ  รถแล่นด้วยความเร็วกำลังดี เราก็ได้ประโยชน์ จอดอยู่เฉยๆ ก็นิ่งอยู่กับที่ แต่หากแล่นฉิวจนเกินควบคุม ก็อันตรายกับชีวิต  ฉะนั้น ใจต้องเป็นนายของความทะเยอทะยานอยาก  ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานอยากโดยควบคุมได้ 

 

ทำอย่างไรให้ใจสะอาด 

 

          เริ่มจากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง อย่ายึดติดยึดถือให้มากนัก  แล้วอยู่กับปัจจุบัน  อะไรที่อยู่กับเรา เป็นของเรา ย่อมอยู่กับปัจจุบันของเราด้วย  นั่นคือสิ่งจริงแท้แน่นอน การปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง เท่ากับการเทขยะทิ้ง การอยู่กับปัจจุบัน เท่ากับการปิดฝาถังขย=

 

 ที่มา กลุ่ม “ธรรมะสวัสดี”


by posted under Uncategorized | 7 Comments »    
7 Comments to

“ขยะ… ที่อยู่ในใจ”

  1. May 7th, 2009 at 5:11 pm       pijika Says:

    แต่ถ้ายังมี “ความอยาก” อยู่บ้างก็ดีนะคะ
    ในฐานะปุถุชน ที่ต้อง “กิน” ต้อง “อยู่”
    หากปลงไปวันๆ โดยไม่ทำอะไรเลย
    ไร้สาระไปวันๆ (แบบตัวเองตอนนี้)

    จะเอาที่ไหนมา “กิน” มา “อยู่” ล่ะ
    สังคมทุกวันนี้ แม้น้ำดื่ม ยังต้องจ่ายเงิน

    เอาตัวเอง “ให้รอด” ทั้ง “กาย” และ “ใจ” ก็เยี่ยมแล้ว

    บ้านไม่ได้รวยมาแต่กำเนิดอ่ะนะ…


  2. May 7th, 2009 at 12:25 pm       bonkalasin Says:

    ลุงแดงขยายความได้เข้าใจชัดเจนมากครับ :)


  3. May 7th, 2009 at 12:24 pm       bonkalasin Says:

    คุณ Korpai คงกำจัดขยะที่อยู่ในใจ ออกไปบ้างแล้วนะครับ


  4. May 7th, 2009 at 12:24 pm       bonkalasin Says:

    ยินดีครับคุณ patancharee


  5. May 7th, 2009 at 12:04 am       lungdang Says:

    ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลนี้ ไม่ช้าไม่นานมันก็จักแตกดับไปตามกาลเลา ตามธรรมชาติ ฉันใดก็ฉันนั้น
    กิเลส ตัณหา ความอยาก เป็นตัวที่ก่อให้เกิด ปัญหาทั้งสิ้น ถ้าระงับไม่ได้ด้วยใจ ไม่ช้ามันก็จะหายไปเอง (กว่าจะหายคงตายก่อน )ตามธรรมชาติ ความรัก ความสมหวัง ความผิดหวัง ความกล้า ความกลัว ความอดความอยาก ทุกๆความที่บรรยายมา มันมีเหตุและผลในตัวของมันเอง สองด้าน ของความนั้นๆ ยกตัวอย่างสักความนะ เช่น อยากได้ ของสักชิ้น เราต้องหาให้ได้แต่อยากได้เพราะอะไร เหตุผลของความอยากมีเยอะมาก แต่ที่สุดไม่มีปํญญาที่จะได้ทำอย่างไรก็ไม่ได้ เมื่อจนด้วยเกล้า เราก็ต้องพร้อมที่จะผิดหวัง และต้องทำใจปลงให้ตกว่าของชิ้นนี้ไม่ใช่ของเราจริงๆ
    ก็ชัดเจนแล้วครับว่ามันต้องมีทั้งได้และไม่ได้ คิดลงปลงตก ยึดถือบนความจริง ตามหลักธรรมชาติ มีสติมี่เหตุ มีผล มีความพอดี มีความพอเพียง สิ่งไม่ดีคงไม่เกิด และอาจจะเป็นการกำจัดขยะในใจด้วย เอ..ไม่รู้ความเห็นลุงแดงมีเหตุมีผล หรือเปล่า ลองคิดดูนะ ถ้าลุงเห็นผิด เห็นไม่ถูกตรงใด กับหลานคนไหน ลุงแดงขออภัยด้วยนะ ทุกวันนี้ลุงก็ยัง อยู่ในโลก กิเลสตัณหา
    อยู่เหมือนกัน เออ…หลานๆก็คิดดูนะ ขอคุณพระรัตนตรัย คุ้มครอง หลานๆ คุณ บอน กาฬสินธ์ ให้อยู่เย็นเป็นสุข ตลอดกาล นะครับ ลุงแดง-เสภา


  6. May 6th, 2009 at 8:49 pm       Korpai Says:

    เห็นด้วยที่สุดเลยค่ะ


  7. May 6th, 2009 at 5:02 pm       patancharee Says:

    อ่านจบแล้วดีจังเลยค่ะ ขออนุญาตแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันด้วยนะคะ


You must be logged in to post a comment.