นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

จดหมายในรอยจำ กับวันเวลาที่ผ่านเลยไป

August5

      เดินไปเจอคุณลุงยืนรับจดหมายที่บุรุษไปรษณีย์นำมาส่งให้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง
นึกย้อนกลับไปว่า นายบอนเคยรับจดหมายครั้งล่าสุด ตอนไหนนะ? จดหมายที่มีคนจ่าหน้าซอง
ติดแสตมป์ส่งถึงเรา กำลังนึกอยู่เพลินๆ ก็มีเสียงเด็กคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า



      ” โห ..ลุง เชยจังเลย เดี๋ยวนี้เค้ามีอีเมล์แล้ว
ส่งปุ๊บ ถึงปั๊บ ทำไมแกไม่สอนให้ลุงใช้ Internet มั่งล่ะ”



      มองตามดู เห็นลุงคนนั้นยิ้มแหยๆ
เดินถือจดหมายไปนั่งอ่านเงียบๆที่มุมหนึ่งของบ้าน เหลียวมองดูเด็กที่พูดตะกี้
แหม….เสียดายที่เค้าไม่มีโอกาสได้สัมผัสคุณค่าของ “จดหมาย”



      แม้หลายคนรู้ถึงคุณค่าของจดหมายที่ส่งมาทางไปรษณีย์
แต่ก็ไม่มีเวลาเขียนจดหมายส่งแบบนั้นอีกเลย ไม่มีเวลาพอที่จะกลั่นข้อความจากใจ
ตั้งใจเขียนด้วยลายมือตัวเอง ไม่มีโอกาสเขียนจ่าหน้าซอง ติดแสตมป์
เอาจดหมายไปหย่อนที่ตู้ไปรษณีย์ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่คนที่มีอายุเท่านั้น
ทำแบบนี้!!!



.

 

letter 



       ตามหลานของคุณลุงคนนั้น ไปทักคุณลุงในบริเวณบ้าน คุณลุงบอกว่า เคยใช้อีเมล์
แต่ลุงชอบเขียนจดหมายมากกว่า คุณลุงยังเก็บจดหมายฉบับแรกที่ป้าเขียนตอบกลับมา
ตอนนี้คุณป้าเสียชีวิตแล้ว ลุงหยิบมาอ่านเวลาคิดถึงป้า ดูลายมือ
ดูรูปการ์ตูนที่ป้าวาดไว้ในสมัยนั้นอยู่บ่อยๆ

       หลานของคุณลุงก็ชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน แต่ก่อนติดต่อกันบ่อยๆ
ตอนนี้ไม่มีโอกาสได้เขียน เพื่อนก็ขาดการติดต่อไป เวลาคิดถึงเพื่อนก็ค้น
จดหมายเก่าๆมาอ่าน ซึ่งมีเป็นร้อยๆฉบับ เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนรัก เพื่อนแท้
เพื่อนตายก็ว่าได้



       10 ปีก่อน นายบอนก็เขียนจดหมาย ได้แสตมป์ดวงสวยๆมาสะสมได้เป็นเล่มๆ
แต่พอเพื่อนทำงานหนักขึ้น เลยไม่ได้เขียนจดหมายตอบโต้กันอีกเลย





       ถ้าเทียบอีเมล์กับจดหมายในยุคเก่า
อีเมล์สะดวกรวดเร็วกว่า เก็บข้อมูลได้เยอะมากกว่า มากจนลืม
เพราะมีอีเมล์มาใหม่ทุกวัน ทั้งเมล์ที่อยากรับ และเมล์ขยะ
ข้อความในอีเมล์ก็ไม่เหมือนใจจดหมายที่เขียน เพราะส่วนใหญ่รีบพิมพ์
ไม่ค่อยมีความลึกซึ้งน่าอ่านเหมือนจดหมาย อาจเพราะการเขียนจดหมายใช้เวลามากกว่า
กลั่นกรองมากกว่า มีความหมายมากกว่า ใช้เวลารอคอย มีคุณค่า มีชีวิตชีมามากกว่า
แต่อีเมล์ มาเร็ว อ่านเร็ว ลืมเร็ว ลบได้เร็ว





       แม้จะเห็นคุณค่าของจดหมาย แต่ปัจจุบันก็ต้องเป็นไปตามความเปลี่ยนแปลง
ของใหม่มาทดแทนของเก่า จากอีเมล์มี MSN, Hi5, chat, webcam ที่สะดวกมากขึ้น แม้แต่
blog ยังมีการพัฒนาต่อมาเป็น Microblog อย่าง Twitter เข้ามาเรียกกระแสความสนใจ
กับการเขียนข้อความครั้งละ 140 ตัวอักษรเท่านั้น
การมีสิ่งใหม่ที่สะดวกสบายกว่าสิ่งเดิม ทำให้คนหันไปลองใช้ของใหม่มากขึ้น
เหมือนอย่างจดหมายที่มีคนเขียน รับส่ง อยู่ แต่เมื่อมีคนเลิกเขียน
เพราะมีข้อจำกัดต่างๆเกิดขึ้น คนที่เขียนจดหมายก็ต้องเลิกเขียนไปเช่นกัน
เพราะเขียนไป ไม่มีคนตอบ





       เหมือนโทรเลข – จดหมาย – เพจเจอร์ส่งข้อความ
ที่ค่อยๆหายไป



       แล้ว blog จะอยู่ในความสนใจได้อีกกี่ปีหนอ ??

      ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต

ถ้าใช้ชีวิตเต็มที่กับสิ่งที่ใช้ในเวลาปัจจุบันให้ดีที่สุด
เมื่อวันนั้นมาถึง… วันที่มีสิ่งใหม่มาทดแทน blog จนคนเขียน – อ่าน blog น้อยลง
ๆๆๆๆ

       เมื่อต้องกลับมาย้อนรำลึกถึงอดีตอีกครั้ง ความประทับใจในวันเก่าๆ
จะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ในวันเวลาที่สิ่งเหล่านั้น ล้าสมัยไปแล้ว….

18 Comments to

“จดหมายในรอยจำ กับวันเวลาที่ผ่านเลยไป”

  1. August 12th, 2009 at 5:19 pm       bonkalasin Says:

    ชอบเหมือนกันนะ วิธีของเจี๊ยบที่ส่งโปสการ์ด แต่เดี๋ยวนี้ มีเวลาเที่ยวน้อย ได้แต่ถ่ายรูปสถานที่ไว้ด้วยกล้อง

    มีเวลาก็เอามาเขียนเล่าใน blog


  2. August 11th, 2009 at 6:13 pm       jeabkero Says:

    ชอบหยิบจดหมายเก่ามาอ่านค่ะ ระลึกถึงความทรงจำในวันวาน ทุกวันนี้เขียนจดหมายน้อยลง หันมาเขียนโปสการ์ดค่ะ บางทีก็ส่งหาตัวเองด้วย ใครชอบบอกนะคะเวลไปเที่ยวจะได้ส่งไปให้ค่ะ


  3. August 11th, 2009 at 4:07 pm       bonkalasin Says:

    ใครบอกว่า blog nabhasan2007 ไม่น่าอ่าน

    แม้จะขอแค่ระบาย แต่ก็เป็นการระบายที่น่าติดตามเสมอครับ


  4. August 11th, 2009 at 4:06 pm       bonkalasin Says:

    คุณ hataraki ไม่เขียน จม. ถึง นช.แม้วมั่งหรือครับ
    555


  5. August 11th, 2009 at 4:05 pm       bonkalasin Says:

    คุณเมย์คลาสสิคมากๆครับ
    เขียนแล้วปะลงในไดอารี่

    ที่ว่าลายมือไม่สวย
    ส่วนใหญ่ที่เห็น ลายมือของสุภาพสตรี มักจะน่าดู น่าอ่านเสมอ


  6. August 11th, 2009 at 4:03 pm       bonkalasin Says:

    แหม พี่เลดี้ก็ใช้ pager เหมือนกันหรือครับ
    นึกว่าใช้แต่โทรศัพ์อย่างเดียว

    คงมีความทรงจำดีมากมายกับข้อความในเพจเจอร์เครื่องเล็กๆสิครับ

    รู้สึกอย่างที่พี่เลดี้ว่าไว้จริงๆ จดหมาย ใส่ความรู้สึกต่างๆๅเข้าไปในซองได้มากมาย :))


  7. August 11th, 2009 at 4:01 pm       bonkalasin Says:

    จริงครับคุณเจี๊ยบ เห็นลายมือจากคนส่ง ที่เ็ป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร

    ไม่เหมือน font ที่เห็นในคอมพิวเตอร์ที่มีเหมือนกันทุกเครื่อง แต่ลายมือ เห็นแล้ว จำได้เลยว่า เป็นของใคร

    ได้ความรู้สึกที่ใกล้ชิดมากขึ้น


  8. August 11th, 2009 at 3:59 pm       bonkalasin Says:

    จดหมาย คลาสสิกมากอย่างที่คุณ kenjionline ว่าไว้
    วิธีการเขียนก็คลาสสิค ระยะเวลาที่รอคอยก็คลาสสิก

    แม้ในปัจจุบัน การใช้อีเมล์สามารถทดแทนจดหมายได้
    แต่ด้วยความเร่งรีบ ฉับไว ทำให้แต่ละคน ต้องเร่งรีบ ฉับไวตามไปด้วย

    เพราะเร่งรีบจนเกินไป ความหมายที่สื่อจากใจ อาจไม่งดงามเท่าจดหมาย

    นอกจาก คนที่เขียน ถ่ายทอดได้เก่ง
    เช่นคุณ kenjionline คนหนึ่งล่ะ


  9. August 11th, 2009 at 3:54 pm       bonkalasin Says:

    ตอนนี้ โทรศัพท์ กับ Internet สะดวกที่สุดล่ะครับ คุณ specter

    เขียน จดหมาย ก็เขียนทางอีเมล์แทน
    อาจจะได้อารมณ์คนละแบบ
    แต่ก็เขียนในแบบที่เราอยากเขียน


  10. August 9th, 2009 at 10:56 am       nabhasan2007 Says:

    คงต้องเลือกรูปแบบให้เหมาะกับความชอบของแต่ละคนนะคะ เมื่อก่อนดิฉันก็ชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน แต่เพื่อนไม่ค่อยตอบ เลยเหมือนกับว่าเราพูดอยู่คนเดียว หลัง ๆ ก็เลิกเขียนค่ะ หันมาเขียน blog แทน
    ใครจะเข้ามาอ่านหรือไม่ ไม่สนแล้ว …ยิ่งตอนนี้
    สื่อ blog ก็เป็นแหล่งปากต่อปากของคนได้อย่างดี
    ถ้าเขียนดี ก็คงมีคนเข้ามาอ่าน ถ้าเขียนไม่ดี ไม่ถูกรสนิยมคนอ่าน คนก็หมดความนิยม ลงไปเองนะคะ
    ส่วนดิฉันนั้น ใครจะอ่านหรือไม่นั้น ไม่สน ขอแค่ระบายอย่างเดียว (ไม่ได้เห็น web เป็นกระโถนนะคะ)^_^


  11. August 7th, 2009 at 11:21 am       hataraki Says:

    เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไป
    ไม่ได้เขียน \”จดหมาย\” หาใครๆ
    เป็นปีแล้ว


  12. August 6th, 2009 at 8:24 pm       xanax71 Says:

    สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง ยึดติดมากไม่ได้หรอกค่ะ

    วันก่อนไปพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์มา…ทุกอย่างกลายเป็นตำนานไปหมดแล้ว ที่แย่กว่านั้นคือ คนรุ่นหลังไม่ค่อยมีใครเข้าไปดูอีกต่างหาก

    ช่วงนี้ก็เขียนจดหมายเหมือนกันนะคะ เขียนแล้วแปะลงในไดอารี

    ลายมือดูไม่ได้เลย เพราะเราจะไม่ชินกับการจับปากกาไปเสียแล้ว


  13. August 6th, 2009 at 3:50 pm       lady007 Says:

    คุณบอน อ่านเรื่องราวของคุณบอนในวันนี้ รู้สึกใจหายจริง ๆ ค่ะ ใช่ pager ที่ดัง แล้วต้องโทรไปที่ศูนย์เพื่อรับบริการฝาก-ส่งข้อความ และโทรเลข ลาจากไปแล้ว นึกถึงทีไร ใจหวิว ๆ ทุกทีซีน่า

    พี่เลดี้ ยังคงมี แสตมป์ดวงละ 3 บาท ติดอยู่ในลิ้นชักเสมอ กับใครบางคน อีเมล์ก็รวดเร็วทันใจ ไม่เสียตังค์ กับใครอีกหลายคน โทรศัพท์ง่ายกว่า เพราะอีแมว ไม่รู้ผู้รับจะเปิดอ่านตอนไหน กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไปรษณีย์จะเป็นสื่อที่สะดวกกว่า อยากวาดรูปอะไรลงไป ติด stickers น่ารัก สอดรูปพร้อมลายเซ็นต์ มันเหมือนได้แนบความรู้สึกไปพร้อม ๆ กันนะคะ


  14. August 6th, 2009 at 2:19 pm       initmate Says:

    เพิ่งได้ postcard มาเมื่อวานนี้เองค่ะ คล้าย ๆ จดหมายเนอะ .. ได้ความรู้สึกดีจริง ๆ ค่ะ

    แม้การสื่อสารจะได้ข้อความที่เหมือนกัน แต่เสน่ห์จากการได้อ่านลายมือจริง ๆ มันต่างกันลิบเลยเนอะ นายบอน :)


  15. August 6th, 2009 at 12:08 am       kenjionline Says:

    ตอนนี้จดหมายที่ได้จะเป็นพวก โบรชัวร์โฆษณาบ้าง
    จดหมายทวงหนี้ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์บ้าง
    จดหมายจากธนาคาร จดหมายบริษัทประกันบ้าง
    อย่าว่าแต่จดหมายเลยครับ จะหยิบปากกา หยิบดินสอเขียนก็แทบนับครั้งได้

    ผมว่าจดหมายคลาสสิคกว่าอีเมลมากครับ
    แล้วเราจะทำตัวอักษรหนาได้ เอียงได้
    แต่รอยเส้นปากกาหนักเบาบนกระดาษ มันมีวิญญาณ ความรู้สึก กว่าเยอะครับ

    แต่ไม่ว่าจะใช่สื่อรูปแบบไหน
    สิ่งสำคัญที่สุดคือ เนื้อหา ความหมายที่อยู่ในนั้น
    ถึงจะเป็นตัวหนังสือดิจิตัลแข็งๆ แต่ถ้าข้อความมีคุณค่า
    มันก็โดนใจ และส่งผ่านความรู้สึกได้เช่นกัน


  16. August 5th, 2009 at 9:44 pm       specter Says:

    หรือเราจะหันมาเขียนจดหมายกันดี..แต่อย่างดีกว่าถ้าพึ่งInternetไม่ได้ก็คงใช่โทรศัพท์ก่อนจะดีกว่ามั้ง
    :)


  17. August 5th, 2009 at 4:44 pm       bonkalasin Says:

    ไม่รู้ว่า คนในยุคนี้ ต้องทำอะไรให้มันยุ่งยาก สับสนเข้าไว้ ถึงจะดูดีหรือเปล่านะครับคุณ specter บางอย่างก้ไม่จำเป็นต้องมี ก็ไปหามาใช้ อย่างเกินความจำเป็น เพราะคนอื่นมี เลยต้องเกาะกระแส มีไปกะเค้าด้วย

    ตั้งแต่ MSN
    fackbook
    hi5
    ฯลฯ

    เพื่อนหลายคน ห่างคอมพิวเตอร์ Internet ไป 1 วัน แทบแย่ไปเลย

    ถ้ายุคนี้ มีกระแสให้เขียนจดหมาย คงมีคนเห่อทำตามกันทั้งหมดกระมัง


  18. August 5th, 2009 at 4:29 pm       specter Says:

    ในสมัยคุณปู่คุณย่าเราท่านเขียนบันทึกทุกสิ่งอย่างไว้ให้ลูกหลานได้อ่านได้ศึกษา ก็ไม่เห็นยากเย็นไม่ต้องยุ่งยาก แต่เดี๋ยวนี้เราอาศัยการสื่อสารที่ทันสมัยแต่ยุ่งยากเหมือนกันนะค่ะ ถ้าเป็นคนที่มีการศึกษาน้อยๆไม่รู้ภาษาอังกฤษยิ่งไปกันใหญ่แถมยังต้องอาศัยอีกหลายอย่าง เคยคิดนะค่ะว่าทุกอย่างถูกบันทึกลง com ถ้าสักวันไม่มีดาวเทียม ไม่มีไฟฟ้า เราจะทำเช่นไรกัน แต่มันก็เป็นแค่ความคิด โลกความจริงเราก็ต้องยอมรับและก้าวให้ทันไม่ว่าจะชอบหรือไม่ จริงไหมจ๊ะ
    :)


You must be logged in to post a comment.