นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

กำไรชีวิตจากการคิดบวก บนความขัดแย้งกับนักศึกษาปริญญาเอก

January13

   
       
หนุ่มร้านถ่ายรูปมาเรื่องมาปรึกษากับคุณวิรัตน์ ขอนแก่น
เพราะเขามีเรื่องขัดแย้งกับนักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
ซึ่งนักศึกษาปริญญาเอก มักจะส่งเมล์มาด่าว่า ประจาน เยาะเย้ย
เสียดสี  ถากถางเขามาตลอด 1 ปี เขาเคยเมล์ไปชี้แจง
ขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่นักศึกษาปริญญาเอกยังคอยตามด่าว่า
ประนามต่อไป หนุ่มร้านถ่ายรูปรู้สึกแย่ เลยมาปรึกษากับคุณวิรัตน์
เพราะไม่อยากจะมีเรื่องกับคนที่มีความรู้สูงขนาดนั้น เขาควรจะทำยังไงดี


.

            “ในเมื่อขอโทษ
ชี้แจงไปแล้ว แก้ปัญหาในมุมของเราแล้ว แต่ทางนั้นยังไม่พอใจ ยังคงตามด่า
ประณาม เยาะเย้ย เสียดสี แล้วจะไปทำอะไรได้
ก็ทำงานที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวันไปดีกว่า
เพราะความเข้าใจของแต่ละคนต่างกัน”

            

            “หันมามองโลกในแง่บวก
ถือว่า ชีวิตเป็นเพียงบททดสอบอย่างหนึ่ง
เขาได้สละเวลาส่วนหนึ่งที่ควรจะใช้ในการศึกษาหาความรู้มาสนใจเรา 
ถือว่า เราโชคดีที่เขามาฝึกความอดทนอดกลั้นให้เราได้รู้จักที่จะมีสติ
อย่าให้อารมณ์มาครอบงำ  ถ้าหากเราอารมณ์เสีย
อะไรๆก็ดูจะเลวร้ายไปทุกอย่าง ต่างจากตอนที่อารมณ์ดี โลกจะดูสดใสทุกอย่าง
ไม่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ “

            “แล้วที่เค้าด่าว่าเรามาล่ะครับ ดูเหมือนจะไม่จบสิ้นเสียที”

            “เก็บไว้อย่างนั้นแหละ
อ่านไป เราจะได้รู้มุมมอง วิธีคิดของเขา ถ้าเราอดทน ครองสติได้
และเอาเวลาที่คิดจะไปตอบโต้ ไปทำงานอย่างอื่นที่สร้างสรรค์จะดีกว่า
 เห็นนายไปอบรมเป็นครูบัญชีเกษตรอาสา
ก็เอาเวลาว่างไปช่วยแนะนำชาวบ้านทำบัญชีค่าใช้จ่าย
ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำไปเรื่อยๆ แล้วลองมาดูกันว่า
แบบไหนจะเกิดประโยชน์มากกว่ากัน แล้วอีก 1 ปี มาดูกันว่าจะเกิดผลยังไงมั่ง”

   
        ผ่านไปเพียง 6 เดือน
หนุ่มร้านถ่ายรูปมาปรึกษาคุณวิรัตน์อีก เพราะเขาเมล์ตอบโต้
นักศึกษาปริญญาเอกไป 1 เมล์ แต่ทางนั้น ยังคงด่าว่า ประนาม เสียดสีต่อไป
ด้วยประเด็นใหม่ๆ ที่คงจะไปสอบถามจากคนที่รู้จักหนุ่มร้านถ่ายรูป

            “เขาคงจะเกลียดชังเราจนเข้ากระดูกดำ
แต่เราไม่จำเป็นต้องไปเกลียดตอบ การหมกมุ่นอยู่กับความเกลียดชัง
 ความอยากแก้แค้น เราจะต้องใช้พลังงาน ความคิด เวลาอยู่กับเรื่องนี้
เวลา 1 ปี 6 เดือน  ถ้าใช้พลังงาน ความคิด เวลา เอาไปทำสิ่งดีๆ
จะมีประโยชน์มากกว่าอยู่กับความเคียดแค้นส่วนตัว
การใช้เวลาที่ควรหาความรู้พัฒนาตนเองมาทำเช่นนี้
ผลที่ได้ก็คงได้แค่การตอบสนองความพึงพอใจส่วนตัว
แต่เมื่อหันไปทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ อย่างการไปเป็นครูบัญชีเกษตรอาสา
ได้รู้จัก พูดคุย ช่วยเหลือคนอื่น ได้ความรัก ความไว้ใจ ชื่นชม ถึงแม้ว่า
สิ่งที่เราทำลงไป จะไม่ได้ใบปริญญา แต่กลับสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ “

   
        เวลาผ่านไปครบ 2 ปี
คุณวิรัตน์พบกับหนุ่มร้านถ่ายรูปอีกครั้ง
เมื่อถามถึงเรื่องเดิมที่เคยมาปรึกษา เขาบอกว่า
นักศึกษาปริญญาเอกคนนั้นยังคงเมล์มาด่าว่า ข่มขู่ เสียดสีเช่นเดิม
ด้วยประเด็นหลากหลาย ส่วนหนุ่มร้านถ่ายรูปก็จดข้อความ+วันเวลาที่ได้รับไว้ลงสมุดบันทึก ก็จดกิจกรรมที่เขาได้ทำในช่วงเวลานั้น

           
ช่วง 1 ปีที่ผ่านไป นักศึกษาปริญญาเอกส่งเมล์มาด่าว่าเขา ถึง 15 ฉบับ
กับประเด็นหลากหลาย ส่วนกิจกรรมที่หนุ่มร้านถ่ายรูปได้ทำ เช่น
ช่วยให้ความรู้เรื่องการทำบัญชีครัวเรือนแก่ชาวบ้าน 7 คน
 ได้มีเพื่อนใหม่ 11 คน  ได้เข้าร่วมกิจกรรมงานบุญของชาวบ้าน 5
ครั้ง อ่านหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดประชาชนจบ 28 เล่ม จากที่ไม่เคยอ่านหนังสือเลย

           “รู้สึกโชคดี
ที่ได้เจอสิ่งที่ดีๆในชีวิตจากการคิดในแง่บวก
โชคดีที่ได้ข้อคิดเตือนสติจากพี่ในวันนั้น จนทำให้ช่วงที่ผ่านมา
เป็นช่วงเวลาที่ดีๆ  ได้พบสิ่งที่ดีๆ
แม้นักศึกษาปริญญาเอกยังคงผูกใจเจ็บเช่นเดิม แต่เมื่อเปลี่ยนมาคิดบวกแล้ว
ถือว่าเค้าเป็นคนที่ผลักดันให้เราได้พบสิ่งที่ดีๆ เข้ามาในชีวิตหลายอย่าง”

            คนที่มีความขัดแย้งกับเรา เราจะมองว่าเขาเป็นศัตรู หรือเป็นคนที่ผลักดันชีวิตเราให้พบกับสิ่งที่ดีๆ ก็อยู่ที่ความคิดของเราเองด้วย

   
       
ไม่ว่าชีวิตจะอยู่ในสถานการณ์อย่างไร แค่เปลี่ยนมุมมองความคิดไปในด้านบวก
ชีวิตเดิมๆ ก็พบกับความสุข และสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตได้ ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ…

คุณวิรัตน์ ขอนแก่น – ข้อมูล

by posted under Uncategorized | 18 Comments »    
18 Comments to

“กำไรชีวิตจากการคิดบวก บนความขัดแย้งกับนักศึกษาปริญญาเอก”

  1. November 5th, 2010 at 12:50 pm       tewmathonline Says:

    คิดบวก อย่างน้อยๆก็ทำให้ตัวเองมีความสุขครับ ถือว่าทำบุญให้ตัวเองอย่างแท้จริง นะ


  2. October 8th, 2010 at 11:14 am       กล้องวงจรปิด Says:

    กล้องวงจรปิด จำหน่ายกล้องวงจรปิด ผู้จัดจำหน่าย อุปกรณ์ระบบรักษาความปลอดภัย รับติดตั้งกล้องวงจรปิด กันขโมย กล้องไร้สาย ทุกชนิด ขายกล้องวงจรปิด จำหน่าย กล้องวงจรปิด CCTV ทุกชนิด

    ผู้จัดจำหน่าย อุปกรณ์ระบบรักษาความปลอดภัย
    กล้องวงจรปิด ( CCTV ) ในประเทศไทย ภายใต้สัญลักษณ์ OKAMI จากประเทศเกาหลี โดยทางบริษัท
    มีทีมงานวิศวกรที่เชี่ยวชาญ และ ชำนาญการทางด้านกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำ
    เกี่ยวกับกล้องวงจรปิด cctv ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบัน ทางบริษัทมีลูกค้ามากกว่า 1000 ราย
    ทั่วประเทศ ที่ให้ความไว้วางใจในการติดตั้ง ระบบกล้องวงจรปิด OKAMI CCTV

    เว็บบริษัทกล้องวงจรปิด http://www.thaiccd.com

    การบริการของบริษัท
    – บริการ จำหน่าย ติดตั้ง ระบบ กล้องวงจรปิด CCTV ทั่วประเทศ ให้คำปรึกษา ออกแบบระบบกล้องวงจรปิด
    – บริการ สำรวจหน้างาน ออกแบบติดตั้ง กล้องวงจรปิด ประเมินราคา ให้ฟรีถึงสถานที่!!
    – บริการ ให้เช่า กล้องวงจรปิด เป็นรายวัน และ รายเดือน (สำหรับลูกค้าที่ต้องการติดตั้งกล้องแค่ชั่วคราว)
    – บริการ จำหน่าย ติดตั้ง ระบบ กันขโมยบ้าน ทั้งแบบมีสายและไร้สาย
    – บริการ จำหน่าย ติดตั้ง เครื่องสแกนลายนิ้วมือ
    – บริการ จำหน่ายสินค้าไอที อุปกรณ์ SPY หลายชนิด เช่น กล้องจิ๋ว กล้องกระดุม กล้องไร้สาย ฯลฯ


  3. June 6th, 2010 at 9:45 pm       fon Says:

    ดีจังเลย


  4. February 28th, 2010 at 10:45 pm       นายบอนาธาน Says:

    รู้สึกไหม เหมือนคุณกอไผ่เขาจะชอบใจนะ
    สิ่งใดที่ไปทำไว้ ให้คิดดีๆ
    คนที่คณะที่เอ็งเคยเรียนเขารู้กันหมดตั้งนาน
    คนที่มึงไปกวนเขา เขาไม่โง่ปล่อยมึงทำหรอก


  5. January 19th, 2010 at 4:04 pm       นาทานแห่งบล็อก Says:

    ฝากบอกหนุ่มร้านถ่ายรูปอีกที
    ให้จำเอาไว้ อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเอาผิดเราไม่ได้

    ไม่มีใครปล่อยให้คนอื่นมาเบียดเบียน กระทำฝ่ายเดียวหรอก

    เขาทำตอบโต้ก็อย่าไปเคียดแค้นเขา ให้นึกเสียว่า ถึงคราวกรรมมันตามมาแล้ว

    ฝากนายบอนบอหนุ่มร้นถ่ายรูปต่อด้วยนะ


  6. January 18th, 2010 at 11:56 am       bonkalasin Says:

    ว่าไงว่าตามกันครับ พี่ไผ่
    หาฤกษ์ยามมาสังสรรค์ หารือ ชนแก้วกันได้เลยครับ :))


  7. January 17th, 2010 at 8:23 pm       นาทานแห่งบล็อก Says:

    Bon HERE are you!
    You are HERE HERE HERE!

    บอน ที่นี่คือคุณ
    คุณอยู่ที่นี่ ที่นี่ ที่นี่

    เยี่ยมจริงๆ นายบอน


  8. January 16th, 2010 at 9:08 pm       นาธาน บล็อก Says:

    สงสัยน่ะบอน ขอถามหน่อย
    ทำไมบอนถึงเล่าเรื่องราวได้ละเอียดจัง บางช่วงแทบจะเรียกได้ว่าถ่ายทอดได้ละเอียดทุกคำทุกตัวอักษร ราวกับอยู่ในเหตุการณ์เลย
    หรือว่าคุณวิรัตน์มีการบันทึกไว้เหรอ แล้วนำข้อมูลมาให้บอน ถ้าสมมุติว่าทำแบบนี้ ถือว่าคุณวิรัตน์เสียผู้ใหญ่เลยนะ เขาไปปรึกษาแล้วบันทึกข้อมูลไว้แต่กลับเอามาให้คนอื่นต่อ จนคนที่ได้มานำมาเผยแพร่บนเว็บบล็อก คืออันนี้สมมุตินะว่าคุณวิรัตน์ทำแบบนั้น ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป
    แต่บอนก็น่าจะเล่าให้ฟังด้วยนะ ว่าเรื่องเป็นยังไง
    เห็นบอนเงียบๆ ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาอ่านหรือเปล่าเนี่ย


  9. January 15th, 2010 at 11:55 pm       สงสัย Says:

    อยากถามว่า นศ. ปริญญาเอกเขาเมลไปด่าหนุ่มร้านถ่ายรูปจริงเหรอ คุณวิรัตน์เชื่อได้ยังไง
    แต่ถ้าเขาเมลไปด่าจริง ก็ต้องยอมรับเขานะ เพราะเขากล้าเมลไปด่าไง เท่ากับด่าซึ่งๆ หน้าเลย ให้รู้ไปเลยแบบใครด่าใคร อันนี้ถ้าเขาเมลไปด่าจริงๆ ตามที่เล่าในเรื่องนะ ดีกว่าแบบบางคนที่เคยรู้จักนะที่ลอบกัด แอบอ้างชื่อไปโพสต์ให้เจ้าของชื่อเสียหาย ว่ามั้ย…

    ก็ต้องมอง นศ.ปริญญาเอกในแง่ดี จริงไหม เขามีใจนักกีฬากว่า สปอร์ตกว่า อย่าไปมองว่าเขาเคียดแค้น ให้หนุ่มร้านถ่ายรูปมองดูใจของตน และพยายามยกจิตใจของตนเองให้สูงขึ้น ถ้าเคยเบียดเบียนเขาก็ต้องรู้จักกล้ายอมรับ แต่พอเขาจะเอาเรื่องก็ไปหาว่าเขาเคียดแค้น เท่ากับว่าตอนเราทำเขา เราทำเขาได้ไม่เป็นไร แต่พอเขาตอบโต้เรา เราก็ว่าเขาเคียดแค้น คิดแบบนี้มีแต่ใจของเราจะต่ำลงๆ จริงไหม


  10. January 15th, 2010 at 12:50 pm       แวะมาอ่าน Says:

    มองต่างมุมนะนายบอน
    หนุ่มร้านถ่ายรูปน่ะ ทีทำคนอื่นก็ไม่รู้จักคิด
    ทำเขาแบบไม่ยับยั้งชั่งใจ แอบลอบกัดเขาหือเปล่า แต่พอคนอื่นเขาด่า ก็หาว่าเขาเคียดแค้น
    หนุ่มร้านถ่ายรูปต้องพิจารณาด้วยปัญญาของตนเองสิ ไม่จำเป็นต้องร้อนรนไปปรึกษาใคร ต้องใคร่ครวญเองสิ ถ้าหนุ่มร้านถ่ายรูปไม่ไปทำอะไรเขา เขาจะเมลมาด่าไหม มันชอบธรรมอยู่แล้วที่เขาเมลมาด่า แต่พอเขาด่า หนุ่มถ่ายรูปก็ไปปรึกษาคนอื่นบอกว่าคนที่ด่าเคียดแค้น บ้าหรือเปล่า ถ้าไม่ทำอะไรใคร เขาจะมาด่าทำไม

    แต่ที่ต้องไปปรึกษาคนอื่น เพราะมีเรืองร้อนรนใช่ไหม ร้อนรนอะไร ในใจน่ะกลัวอะไร ถ้าเราไม่ผิด ไม่ไปเบียดใคร ใครเขาจะเมลมาด่า เราก็ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว จริงไหม

    ถือว่าขอแสดงความเห็นอีกด้านต่อข้อเขียนของนายบอนนะ และอยากฝากข้อคิดให้หนุ่มร้านถ่ายรูปว่่า
    เวลาทำร้ายใครให้รู้จักคิด แต่ถ้าทำร้ายเขาไปแล้ว ก็ต้องมีความเป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับกับผลที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเขาด่าตอบหรืออะไรก็ตาม ถ้าทำเขาก่อน เขามีความชอบธรรมที่จะต่อสู้ปกป้องตัวเขาเช่นกัน เขาอาจไม่ได้เคียดแค้นก็ได้ แต่เขาอาจจะกำลังจัดการกับหนุ่มร้านถ่ายรูปก็ได้ เขาอาจจะกำลังสั่งสอนหนุ่มร้านถ่ายรปและเตือนให้อย่ารบกวนเขาก็ได้

    ฝากไว้ให้หนุ่มร้านถ่ายรูปด้วยนะ


  11. January 15th, 2010 at 8:07 am       korpai Says:

    มีข่าวมาบอกนายบอนค่ะ
    เนื่องด้วยเวปผจก.ของพวกเราเนี่ยนะ
    มันช้ามากพวกเราคิดว่าจะตั้ง Severเองดีกว่า
    555

    เห็นด้วยมั้ยล่ะ
    ท่าทางน่าจะดีนะ
    จะไดเร็วทันใจวัยรุ่น

    ใช่แล้วเดี๋ยวปรึกษากันก่อนจ้าเรื่องนั้นน่ะ
    ไม่มีกะตังค์ 555
    ตั้งเองเลยดีม๊ะนะท่าน
    เอาไว้ปาร์ตี้กัน
    วันน้ที่บ้านมีรำวงย้อนยุคด้วยนะคะ
    เชิญนะคะท่าน
    มีสาวๆตรึมเลยค่ะ มีพี่ฮอลลื คุณนัท ลีลา ท่าน ชาญ ท่าน 11 Septimus กำลังรอเมย์ คุณมอร์น คุณ Sid Singingintherain Lastson
    พี่เอที คุณธันยา ตุ๊กตา พี่เลดี้ คุณเมย์ ว่าจะเชิญลุง Show Show ด้วนยนะคะ
    แค่รำวงนะคะ
    อย่างอื่นมิมี
    555เดี๋ยวหาว่าเรานำคนส.ว.อย่างพวกท่านๆ
    อ้าวศศิ ยังไม่มานะ
    จะเสริ์ฟของมีแอลกอฮอล์ไม่ได้เลยนะท่าน
    อ้าว..อายุไม่ถึงกันเหรอ
    อ๋อ..เกินหรือไม่ถึงคะเพลงดังฟังไม่รู้เรื่องคร่า
    กร๊ากๆๆ

    วันนี้มีรำวงที่บ้านเราด้วยนะ
    เชิญตามสบายนะคะ
    ไม่เป้นไรที่นี่มีเพื่อนสาวให้บริการ
    (ทุบปอกข้าวหลามให้)
    ปาร์ตี้เราไร้แอลกอฮอลล์นะ
    เพราะเราดื่มไม่เป็น
    ฮิ้วๆ..ฮ้วๆ..
    โป๊ะชึ่งๆโป๊ะ
    อะไรนะ
    เอาไรเพิ่มนะ

    อ๋อ..น้ำเหรอ
    ได้เลยค่า
    เดีฯวรอนิดนึงตามคิวค่ะ

    เดี๋ยวพูดดังๆนะไม่ได้ยินเพลงดังมากเลยค่ะ

    เสียงดังมาดฃกเลยท่านต้องพูดดังนะท่านคนเยอะ

    ไม่มาวนะท่าน
    เราไม่มาวค่ะ
    555
    เอิ๊กๆๆอิ๊ก..


  12. January 14th, 2010 at 6:13 pm       สงสัย Says:

    อยากถามนายบอนว่า คุณวิรัตน์เอามาเล่าให้บอนฟังทำไม เพราะคนที่ดีที่น่านับถือเป็นที่ปรึกษาของใครๆ เมื่อมีคนไปปรึกษาก็ไม่ควรนำไปเล่าต่อให้คนอื่นฟัง ไม่งั้นคนอื่นก็อาจไม่ไว้ใจ ไม่ไปปรึกษาอีก ก็อย่างที่เห็น นายบอนบอกว่า คุณวิรัตน์ให้ข้อมูล และนายบอนก็นำมาโพสต์ในบล็อกต่อ แสดงว่านายบอนเองก็ไม่ตระหนักว่าเรื่องปัญหาส่วนตัวที่คนอื่นไปปรึกษาใครไม่ควรนำมาเผยแพร่ แสดงว่านายบอนไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรควรไม่ควร อย่าโกรธล่ะถ้าใจกว้าง ก็ต้องติตรงๆ ล่ะ


  13. January 14th, 2010 at 5:15 pm       เล่าเรื่องให้ฟัง Says:

    ขอโทษเขา แต่แอบลอบกัดทำลายเขาหรือเปล่า เขาจับได้มีหลักฐานเขาถึงเมลมาด่า
    ตอนไปปรึกษาได้บอกคนที่ปรึกษาไหมว่า เป็นเพราะไปแอบลอบกัดเขา

    ตอบตามเนื้อเรื่องนะ ไม่เกี่ยวกับนายบอน อย่าเข้าใจผิด


  14. January 14th, 2010 at 5:13 pm       เล่าเรื่องให้ฟัง Says:

    คนเราถ้าไม่ได้เบียดเบียนใครอย่าไปกลัว อย่าไปกังวล
    แต่ถ้าเรากระทำไม่ดีต่อใคร ถ้าผิด ยังไงก็หนีความจริงไม่พ้น

    ให้ดูใจ ให้ดูจิตของตนให้ดี คนอื่นเขาอาจไม่ได้เสียเวลาก็ได้ แต่ตัวเราเป็นทุกข์ไหม ทุกข์เพราะอะไร ทุกข์เพราะเรากระทำไม่ดีหรือเปล่า
    ถ้าเรากระทำดี ไม่ได้กระทำอะไรที่ไม่ดีต่อใคร ก็ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องร้อนรนไปปรึกษาใคร

    อันนี้แสดงความเห็นตามเนื้อเรื่องนะ ไม่เกี่ยวกับตัวนายบอน


  15. January 14th, 2010 at 4:57 pm       เล่าเรื่องให้ฟัง Says:

    แล้วเรื่องที่เล่ามาเนี่ย คนที่เขาไปปรึกษา เขาได้บอกไหมว่า เขาไม่ได้กระทำอะไรต่อคนที่เมลมาต่อว่า เขาได้ปกปิดอะไรไว้ไหม แน่ใจหรือว่าเขาไม่ด้ปกปิดเราว่า คนที่มาปรึกษาไม่ได้เบียดเบียนคนที่เมลมาต่อว่า

    เล่าตัวอย่างจากเรื่องจริงให้ฟังนะ
    มีคนหนึ่งแอบนำบทคัย่องานวิจัยของหลายคนที่ส่งไปที่งานวิชาการแห่งหนึ่งไปโพสต์ในเว็บบล็อกของตน

    พอถูกจับได้ ถูกทางงานตัดสิทธิ์ส่งบทความ ก็เลยโกรธ และโพสต์แก้ตัวในเว็บบล็อกของตน และกล่าวโทษคนที่แจ้งข้อมูลไปยังงาน

    นอกจากจะไม่ขอโทษแล้วยังกล่าวหากลับ ทั้งที่ตัวเองถูกจับได้คาหนังคาเขา และยังไม่ยุติ แอบอ้างใช้ชื่อคนที่แจ้งไปโพสต์ตามเว็บบล็อกต่างๆ เพื่อให้เจ้าของชื่อได้รับความเสียหาย

    ถามหน่อยสิ ถ้าคนที่กระทำไปปรึกษาคุณ เพราะกลัวติดคุก คุณคิดว่าเขาจะบอกความจริงคุณไหมว่าเขาได้เบียดเบียนผู้อื่นมาตลอด และคุณทราบได้อย่างไรว่า ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายไม่ยุติ


  16. January 13th, 2010 at 7:18 pm       sazzie Says:

    เจ๋งค่ะ ถ้าเป็นฉันคงด่าไฟแล่บกลับแล้วบล็อกเมลไปเลย แหะๆ 😉


  17. January 13th, 2010 at 12:49 pm       tok pad Says:

    คนที่เรียนปริญญา มักจะมุ่งเอาวิชาใส่ตน เพื่อกลับมาทำงาน
    แต่คุณธรรมกลับไม่ใส่ใจเรียนรู้
    เหมือนนักการเมืองหลายคนที่เรียนจบสูงๆ
    แต่กลับไม่มีคุณธรรมแม้แต่นิด

    พวกที่เรียนสูงๆ มักจะสร้างปัญหาให้บ้านเมืองมากกว่าใครๆ

    แค่มีโอกาสมากกว่า ได้เรียนสูงกว่า

    แต่คุณค่าของความเป็นคนอยู่ที่ความดี


  18. January 13th, 2010 at 11:59 am       korpai Says:

    หลายคนความรู้ท่วมหัวคิดว่าตนนั้นสูงจนมองหาไม่เจอ
    อย่างนี้แหละบอน
    คนทุกคนเท่ากันทั้งนั้นแหละ
    ต่างกันที่โอกาสจ้าบอน


You must be logged in to post a comment.