นายบอน กาฬสินธุ์

Many story around me : facebook.com/bonkalasin

ความตั้งใจของนายแสวงในการเขียนบันทึกไว้ในแผ่นดิน-เรื่องราวการต่อสู้ของคนเสื้อแดงโคราช

April5

  
        คุณโอ๋ โคราช ได้นั่งคุยกับแสวง
(ที่เขามักเรียกชื่อเล่นว่า แหวง….. แต่พักนี้ เรียกเพี้ยนเป็น เหวง!! )
  แสวง เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ ชอบการเขียนบันทึก เขียนไดอารี่
และแต่งบทกวีได้เก่ง เป็นนักคิดนักฝันคนหนึ่ง แหวง เคยทำ หนังสือทำมือ
เขียนบทกวี เรื่องสั้น พิมพ์เรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมา
แบ่งปันให้เพื่อนพ้อง น้องพี่ ได้อ่านกันหลายครั้ง

            เมื่อแหวง
เลือกข้างทางการเมือง เป็น “คนเสื้อแดง” เพราะในบ้านของเขา ทั้งพี่ชาย พ่อ
น้า อา ชอบดูทีวีช่องคนเสื้อแดง People Channel เลยได้ดูด้วย ดูจนเชื่อ
และเป็นคนเสื้อแดงตามคนในบ้าน และไปร่วมชุมนุมกับคนในครอบครัวทุกครั้ง
ที่มีการติดต่อมาจากแกนนำคนเสื้อแดงในชุมชนที่รวบรวมคนขึ้นรถพาเข้า กทม.



.  
       
เมื่อแหวงมานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่ง นั่งคุยกับคุณโอ๋ โคราช
เพื่อนสมัยเรียนมัธยมมาด้วยกัน
แหวงก็เล่าถึงการไปร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย
ขับไล่อำมาตย์กับคนเสื้อแดง และบอกว่า
ตั้งใจที่จะเขียนบันทึกเรื่องราวการไปต่อสู้ของพี่น้องคนเสื้อแดงโคราช
อยากจะทำเป็นหนังสือทำมือ เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในแผ่นดิน
ให้ลูกหลานได้อ่านกัน  คุณโอ๋ ฟังแล้วค้านขึ้นมาทันที
 ที่จะเขียนเรื่องการต่อสู้เพื่อใครคนหนึ่ง
การต่อสู้เพื่อล้มล้างสถาบัน ป่วนชาติบ้านเมือง
มันเหมือนเป็นบันทึกที่ประจานตัวเอง แม้จะไปชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์
แต่เมื่อเป็นเครื่องมือของแกนนำคนเสื้อแดง
แล้วสิ่งที่ทำลงไปมันจะมีความหมายอะไรล่ะ

           
แหวง บอกว่า นี่เป็นการต่อสู้ด้วยหัวใจของคนเสื้อแดงทุกคน พี่ชาย พ่อ น้า
อา ของเขาเต็มที่กับการร่วมต่อสู้กับพี่น้องคนเสื้อแดง
ก็เหมือนอย่างที่คุณโอ๋ ไปร่วมต่อสู้กับคนเสื้อเหลืองนั่นแหละ

       

   
        คุณโอ๋ ได้แต่ปลง
เรื่องแบบนี้คงเป็นประวัติศาสตร์ บันทึกการต่อสู้ของใครของมัน
ก็ขนาดแหวงยังไม่ยอมรับในการยืนหยัดต่อสู้ของพี่รุ่งทิวา ธาตุนิยม ,
สารวัตรจ๊าบ, น้องโบว์, แม่อารมณ์ มีชัย ฯลฯ  

            “ไม่เป็นไร งั้นเราจะคอยอ่านบันทึกการต่อสู้ของนายละกัน” คุณโอ๋ พูดได้แค่นี้

   
        ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. ที่
แกนนำคนเสื้อแดงเริ่มชุมนุมใน กทม. แหวงและคนในครอบครัว
ก็เดินทางไปกับชาวคณะคนเสื้อแดงในชุมชนทุกวันศุกร์กลับวันเสาร์ บางที
ก็ออกเดินทางขึ้นรถกระบะในตอนบ่าย เอาผ้าขาวม้าคลุมหัว
นอนหมอบหลบแปลวแดดบนหลังรถกระบะ เพื่อเข้า กทม. และนั่งรถกลับมาในช่วง 3-4
ทุ่ม นอนหลับอย่างอ่อนเพลียมาบนหลังรถกระบะ จนมาถึงบ้านที่โคราชเกือบตี 1

            เวลาผ่านมาจนถึงปลายเดือน
มี.ค. ก็แล้ว จนมาถึงช่วงก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในวันเสาร์ที่
3 เม.ย.  เมื่อแหวงเจอหน้าคุณโอ๋ โคราช ก็บอกว่า เดี๋ยวเขาจะเขียน
บันทึกการต่อสู้ เพื่อจารึกเรื่องราวไว้ในแผ่นดินออกมาให้ได้
แต่แหวงก็ยังเขียนไม่ได้สักที
เพราะต้องขึ้นรถไปชุมนุมกับคนเสื้อแดงอยู่บ่อยๆ

   
        “เอ…. ทำไมไม่เขียนสักทีละ
เรื่องเขียนหนังสือเนี่ย แหวงเขียนเก่งนี่นา ขนาดไปเที่ยวตอนเช้า
กลับมาตอนเย็นก็เขียนมาให้อ่านได้แล้ว นี่ผ่านไปตั้งหลายสัปดาห์แล้ว
ทำไมยังเขียนไม่ได้ล่ะเพื่อน หรือว่าเก็บข้อมูลมาเขียนหนังสืออยู่”

            “เหนื่อย ไม่รู้จะเขียนยังไง “

   
        ” ก็เขียนเหมือนที่เคยเขียนสิ
ขนาดไปเที่ยวตอนเช้า กลับบ้านมาเขียนตอนเย็น
แหวงยังเขียนเล่าได้ละเอียดเป็นฉากๆ แล้วยังเขียนได้อีกว่า
มันจะเป็นยังไงต่อไป”

           
ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้จะเขียนยังไง ดูมันสับสนหลายอย่าง
ไม่รู้แกนนำจะเอายังไงมั่ง ขนาดไปตามนัด ยังไม่รู้ว่าเค้าจะให้ทำอะไรมั่ง
ต้องรอเวลาที่เค้าจะสั่ง บางทีบนเวทีประกาศให้ระวังเรื่องต่างๆ
พอถึงเวลาก็ไม่เห็นมีอะไร เลยไม่รู้จะเขียนเล่ายังไง”

   
        ไม่น่าเชื่อว่า
คนที่เขียนหนังสือได้เก่งอย่างแหวง จะเขียนบันทึกการต่อสู้ของคนเสื้อแดง
ออกมาไม่ได้

           
ถ้าเป้าหมาย-รูปแบบการต่อสู้ของแกนนำคนเสื้อแดง มีความชัดเจน
คงไม่สะเปะสะปะเหมือนอย่างทุกวันนี้ ขนาดแหวงไปชุมนุมบ่อยๆ ยังจับสาระ
ความรู้สึกจากที่ชุมนุม จนกลั่นออกมาเป็นตัวอักษรไม่ได้เลย

            บางที แหวงคงพบเห็นความจริงหลายอย่าง จนไม่รู้จะเขียนออกมายังไง

   
        หรือไม่
ก็ไม่เก่งเท่าแกนนำคนเสื้อแดง ที่มีเรื่องมาพูดบิดเบือน
ปลุกระดมได้ตลอดเวลา

You must be logged in to post a comment.