Mar 13 2009


.. บันทึกสัญจร ร่วมงานทำบุญสารวัตรจ๊าบ เมธี ชาติมนตรี..+*-3

Filed under Uncategorized

เมื่อชบา และพี่แมน สปริงเกอร์ ได้มีโอกาส ไปร่วมงานทำบุญอัฐิ
(ทำบุญ 100 วัน) ของสารวัตรจ๊าบ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี ตั้งแต่ช่วงสาย
ของวันที่ 31 มกราคม 2552 นั้น ไปลงทะเบียนร่วมงาน ก็ได้รับแจกหนังสือ
อนุสรณ์ ” แค่ดินก้อนแรก ๆ ของ ” การเมืองใหม่” ..สารวัตรจ๊าบ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี “ เป็นหนึ่งในของที่ระลึก ถึงวีรชน 7 ตุลาเลือด ท่านนี้
 
 
ซึ่งในเล่ม ส่วนสำคัญที่อยากนำมาบันทึกไว้ก็คือ ประวัติของสารวัตรจ๊าบ
ซึ่งคุณวิวัฒน์ โรจนวรรณ อดีตนักข่าวมติชน ประจำจังหวัดบุรีรัมย์
ได้เป็นผู้รวบรวม และเรียบเรียงไว้ 
และยังมี MV แด่ สารวัตรจ๊าบ เมธี ใบไม้ที่หายไป.. ซึ่งเป็นเสียงขับร้อง
เล่นกีต้าร์สด ๆ ของพี่แมน สปริงเกอร์ ในงานวันนั้น มาประกอบไว้เป็นสิ่งที่
จะย้ำเตือนรำลึกถึงวีรชนผู้กล้า ผู้เสียสละชีวิตเพื่ออุดมการณ์อันสูงส่ง
ในการเข้าร่วมกันกับพันธมิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 เป็นต้นมา..
พวกเราจะจดจำท่านไว้ ตราบฟ้าดินสลาย…
 
 
 

.

ประวัติ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี
~ ♦♣♦ ~
(วิวัฒน์ โรจนวรรณ : รวบรวม เรียบเรียง) 
 
 
 
 
เมธี ชาติมนตรี เกิดวันอังคารที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ 
ที่บ้านโนนเจริญ ตำบลตูมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ในครอบครัว
ของนายประเทือง ชาติมนตรี ซึ่งเป็นครู และนางบุปผา แม่
ซึ่งมีอาชีพเป็นชาวนา
 
 
 
 
นายประเทืองและนางบุปผา มีบุตรและบุตรีรวม ๘ คน
ได้แก่ นายธานี ชาติมนตรี, นายเกรียงศักดิ์ ชาติมนตรี,
นายนที ชาติมนตรี, นางสาวมยุรี ชาติมนตรี, พ.ต.ท. เมธี ชาติมนตรี,
นายประทีป ชาติมนตรี, พ.จ.ต.หญิงพูนศรี ภูชุม
และนายภักดี ชาติมนตรี
 
 
 
การศึกษา
 
ในวัยเด็ก เรียนจบระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านโนนเจริญ ตำบลตูมใหญ่
อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เด็กชายเมธี ชาติมนตรี
เป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด เรียนหนังสือเก่ง ทั้งยังเป็นเด็ก
ที่มีอัธยาศัยไมตรีดีต่อพี่น้องและเพื่อน ๆ
เด็กชายเมธี ชาติมนตรี มีบุคลิกคล่องแคล่วว่องไว ไม่เคยอยู่นิ่ง ๆ
จึงได้ชื่อเล่นว่า “ฟอน” ที่ย่อมาจาก “จอนฟอน”
ซึ่งเป็นภาษาไทยลาวแปลว่า “พังพอน”
 
ในช่วงวัยรุ่น เด็กชายเมธี ชาติมนตรี สอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ที่โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม เด็กชายเมธีเคยถีบสามล้อ
และขึ้นเวทีชกมวยไทยเพื่อหารายได้พิเศษ
 
หลังจากจบจากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จากนั้นนายเมธี ชาติมนตรี
สามารถสอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นรุ่นที่ ๓๐
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐
 
 
จบปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต (รปบ.ตร.)
จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น ๔๖ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖
 
ก้าวย่างสู่วัยผู้ใหญ่ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ สารวัตรจ๊าบ ไปศึกษา
เพิ่มเติมทางการเงินและบัญชี ได้วุฒิ ปริญญาตรีบริหารธุรกิจจาก
มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล และศึกษาต่อจนจบปริญญาโท
ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
 
 
 
ตำรวจคนนี้ชื่อ “เมธี ชาติมนตรี”
 
 
 
เมื่อเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ปี พ.ศ.๒๕๓๖
เมธี ชาติมนตรี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองสารวัตรประจำ
โรงเรียนนายร้อยตำรวจก่อน จากนั้นไปฝึกงานครั้งแรกในตำแหน่ง
รองสารวัตรสืบสวน สน.บางโพงพาง ๖ เดือน แล้วจงใจเลือกไป
บรรจุลงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สภ.อ.ร้อยเอ็ด
เพราะอยู่ใกล้บ้านที่อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
 
จนถึงปี พ.ศ.๒๕๓๙ ย้ายมาเป็นรองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองบุรีรัมย์
แล้วลาออกจากอาชีพตำรวจเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ ในตำแหน่งสุดท้าย
คือ สารวัตรปราบปราม สภ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ
หลังจากเป็นตำรวจมา ๑๒ ปี และได้รับยศพันตำรวจโท
 
เพื่อนร่วมรุ่นในวงการตำรวจกล่าวถึงสารวัตรจ๊าบว่า “ถือว่าเป็นตำรวจที่ดี
คนหนึ่งเมื่อเทียบกับตำรวจคนอื่น พื้นฐานจริง ๆ เป็นคนรับผิดชอบ
ต่องาน ซื่อสัตย์ต่อนายและลูกน้อง เข้าข่ายเป็นตำรวจตงฉิน
ได้เหมือนกันและในชีวิตของการเป็นตำรวจ ไม่เคยถูกตั้งกรรมการ
สอบวินัยแม้แต่ครั้งเดียว ที่สำคัญที่สุดก็คือ ถือว่าเป็นคนเด็ดขาด
เมื่อคิดตกแล้วก็จะลงมือทำทันที แม้แต่ตอนเรียนในโรงเรียน
เตรียมทหารและสามพราน เขาก็กล้าที่จะเป็นผู้นำในการประท้วง
เรื่องการประกอบเลี้ยงไม่เป็นธรรม และต่อต้านระบบจวก”
 
 
 
 
ชีวิตหลังจากออกจากตำรวจ และแขวนชุดตำรวจอย่างถาวร สารวัตรเมธี
รือสารวัตรจ๊าบ มาช่วยนางเพ็ญพิมล ใสงาม ภรรยาที่มีกิจการรับทำ
บัญชีให้บริษัท ห้างร้าน สำนักงานตั้งอยูในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์
ทำให้มีเวลาว่างเพียงพอที่จะศึกษาหาความรู้ด้วยวิธีต่าง ๆ ประกอบกับ
เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ ชอบศึกษา และเป็นนักคิดในระดับหนึ่ง
 เมื่อได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองและติดตามการชุมนุมประท้วง
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจากพรรคไทยรักไทย
ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เริ่มต้นครั้งแรกในเดือนกันยายน ๒๕๔๘
โดยเขาได้ติดตามฟังอย่างสม่ำเสมอ จนได้กลายเป็นคนหนึ่งที่เข้าร่วม
ในขบวนการต่อต้านทักษิณ จนพัฒนามาเป็นแกนนำพันธมิตร
ของจังหวัดบุรีรัมย์ในที่สุด
 
 
  ♣
 
ชีวิตตอนเป็นพันธมิตรฯ และยามเฝ้าแผ่นดินจังหวัดบุรีรัมย์ แม้จะไม่ได้
เป็นตำรวจแล้ว แต่เพื่อน ๆ พันธมิตรฯ ไม่ว่าที่บุรีรัมย์ โคราช อุดรธานี
หรือกรุงเทพฯ ก็ยังเรียกชื่อ “สารวัตรจ๊าบ” กันอย่างสะดวกปากสะดวกใจ
 
 
 
 
(ชื่อ “จ๊าบ” เป็นชื่อที่ได้มาตอนเป็น ตำรวจใหม่ ๆ  เพราะกล้าที่จะ
ขับรถเก๋งสี “ชมพู” ซึ่งผู้ที่ตั้งชื่อนี้ให้คือ “พลตำรวจตรีธีระ ชำนาญหมอ”
 ซึ่งเคยเป็นเจ้านายที่เขานับถือเสมือนพ่อคนที่ ๒)
 
 
 
 
การเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรมของพันธมิตรบุรีรัมย์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
ถ้าไม่มีคนอย่าง “สารวัตรจ๊าบ” เพราะเขาจะเป็นกองหน้าที่
ออกประสานงานกับพันธมิตรชาวบุรีรัมย์ที่ติดตามสถานการณ์การประท้วง
ของ “พันธมิตรส่วนกลาง” ในแบบบ้านใครบ้านมัน
 
 
 
เมื่อไรก็ตามที่สารวัตรจ๊าบสืบทราบได้ว่าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพันธมิตรฯ
เขาก็จะบุกเข้าไปแนะนำตัวเอง และขอเชิญให้ไปพบปะพูดคุยกัน
จนเกิดเป็นขบวนการพันธมิตรฯ บุรีรัมย์หรือยามเฝ้าแผ่นดินบุรีรัมย์
เกือบจะเต็มรูปแบบ และสามารถเปิดเวทียามเฝ้าแผ่นดินสัญจรที่บุรีรัมย์
เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐
 
 
 
 
 
 
หลังการจัดเวทียามเฝ้าแผ่นดินสัญจรให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล
และคณะมาปราศรัย เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ที่ถนนหน้า
เทศบาลเมืองบุรีรัมย์แล้ว พ.ต.ท.เมธี ซึ่งต้องมารับหน้าที่เป็นหัวหน้า
ยามเฝ้าแผ่นดินของจังหวัดบุรีรัมย์ ต้องทำหน้าที่ประสานงานกับพันธมิตรฯ
ส่วนกลางกับพันธมิตรฯ ในจังหวัดบุรีรัมย์อย่างเอาจริงเอาจัง
 
 
 
 
 
ด้วยเหตุนี้ความเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ บุรีรัมย์ จึงสอดคล้องกับ
พันธมิตรฯ ส่วนกลางอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน พันธมิตรฯ ส่วนกลางเป่านกหวีด
เมื่อไร พันธมิตรฯ บุรึรัมย์ ก็จะระดมสรรพกำลังเข้ารับภารกิจที่ได้รับ
มอบหมายทันที โดยอยู่ภายใต้การประสานงานอย่างเอาการเอางาน
จากศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน
ที่ชื่อ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ สารวัตรจ๊าบ
ซึ่งได้กลายมาเป็น “หัวหน้าการ์ดของพันธมิตรฯ ภาคอีสาน”
ทันที
 
 
 
 
กิจกรรมการตั้งเวทีถ่ายทอดสัญญาณของเอเอสทีวีในลานวัฒนธรรม
ของเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จนถูกข่มขู่ คุกคามจากลูกสมุน
นักการเมืองบุรีรัมย์ (๑๒ กรกฏาคม ๒๕๕๑) การปิดถนนมิตรภาพ
ช่วงลำตะคอง (๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๑) การยึดและป้องกันทำเนียบรัฐบาล
 (๒๖, ๒๘, ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑) จนถึงวันการปิดล้อมรัฐสภา
๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ล้วนแล้วแต่มีบุรุษร่างเล็กแกร่งเหมือนนักมวยของ
พ.ต.ท.เมธี อดีต สวป.สภ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ยืนอยู่ข้างหน้าของมวลชนพันธมิตรฯ
อย่างทรนงองอาจ สีหน้าท่าทางบ่งบอกถึงความ “ไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย”
 
 
 
 
และแล้ววันแห่งการจากพรากก็มาถึง สารวัตรจ๊าบ หรือ
พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี ก็ได้จาก ลูก เมีย มิตรสหาย ไปในเวลาเย็น
ของวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา
เนื่องจากรถยนต์จี๊ปเชโรกีระเบิด ทำให้สารวัตรจ๊าบที่อยู่ใกล้ตัวรถ
ถูกแรงระเบิดเสียชีวิต เหตุเกิดที่ฝั่งตรงข้ามพรรคชาติไทย ถนนสุโขทัย
แขวงและเขตดุสิต กรุงเทพฯ
 
 
 
ด้วยแรงทำลายอันรุนแรงของระเบิดลึกลับ ทำให้ร่างกายที่ทราบในภายหลัง
ว่าเป็นร่างของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ สารวัตรจ๊าบของ
ชาวพันธมิตรฯ ที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นนี้ ในภายหลังจะได้รับการเรียกขานว่า
 “วีรชน” หรือไม่ก็ตามจะต้องได้รับการจารึกว่า มีตัวละครอีกตัวหนึ่งใน
ตำนานการเมืองไทย ต้องสังเวยให้กับการเมืองที่เป็นธรรม
การเมืองที่เราจะเรียกขานกันในวันข้างหน้าว่า “การเมืองใหม่”
 
คำเรียกขาน “การเมืองใหม่” ได้กลายเป็นวาทกรรมที่วิ่งวนเวียน
อยู่ในสมอง ทุกลมหายใจเข้าออกของนายตำรวจคนหนึ่งที่ชีวิตของเขา
ได้ถึงจุดเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง ภายหลังที่ได้ลาออกจากอาชีพตำรวจ
จนทำให้รู้จักและสัมผัสกับคำว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”
ในปี พ.ศ.๒๕๒๘
 
นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลที่มีโอกาสที่จะได้เป็น “ผู้การตำรวจ”
ที่อายุน้อยที่สุดในเมืองไทย หากเขายังสยบยอมต่อ “การเมืองเก่า”
 
จากการเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อครั้งนี้ สามารถกล่าวได้ว่า
พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี ก็คือ ดินก้อนแรกของ “การเมืองใหม่”
นั่นเอง การเมืองใหม่เกิดขึ้นบนเรือนร่าง สารวัตรจ๊าบ
 
 
 
 
การจากไปของ พ.ต.ท. เมธี ชาติมนตรี ครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดความเสียดาย
 เสียใจในวงกว้าง เริ่มต้นจากภายในครอบครัว เพื่อนสนิท พันธมิตรฯ
ทุกจังหวัด แต่ทุกคนหวังว่าเลือดเนื้อที่ไหลออกจากร่างของ พ.ต.ท.เมธี
รั้งนี้จะต้องไม่สูญเปล่า เพราะมันจะก่อให้เกิด “การเมืองใหม่”
ขึ้นในเมืองไทยไม่นานนักนับจากวันที่ “สารวัตรจ๊าบ” จากคนที่เขารักไป 
 
 
 
เมื่อมวลชน ตายสิบ ย่อมเกิดแสน
 
ความเจ็บแค้น ได้เปลี่ยน เป็นพลัง
 
การเมืองใหม่ เกิดแน่ อย่าฉุดรั้ง
 
พันธมิตรฯ ร่วมกันสร้าง เต็มแผ่นดิน
 
 
 
ขอบคุณภาพประกอบประวัติสารวัตรจ๊าบ  จากงานทำบุญครั้งนี้
ถ่ายสำเนาภาพโดย ชบา chaba2550
 
 
คุณวิวัฒน์ ฯ และพี่แมน สปริงเกอร์
 
ขอบคุณ คุณวิวัฒน์ โรจนวรรณ ผู้รวบรวม เรียบเรียงเรื่องราว
หน้า 7-13 จากหนังสือ อนุสรณ์
แค่ดินก้อนแรก ๆ ของ “การเมืองใหม่” “สารวัตรจ๊าบ”
พ.ต.ท.เมธี  ชาติมนตรี

 
 
 
แด่ สารวัตรเมธี ใบไม้ที่หายไป / โดย แมน สปริงเกอร์
 
 
 
 
 

No responses yet




Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.