Aug 31 2010


สามล้อรักชาติเริ่มตั้งต้นทวงคืนเขาพระวิหารจากเชียงราย..+*

Filed under Uncategorized

.
.
.
.
เมื่อวานไปร่วมขบวนรณรงค์ทวงคืนเขาพระวิหาร
ไปแจกใบปลิว ที่ไทยถูกเขมรรุกล้ำดินแดน
1.8 ล้านไร่ ชายแดนไทย-กัมพูชา มีประชาชนชาวเชียงราย
ให้การตอบรับดี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่แสดงท่าทีต่อต้าน
การทำกิจกรรมของพวกเรา
..
เมื่อคืนเลยรีบตัดคลิปนี้มาให้ดูคร่าว ๆ กันก่อน เพราะเดี๋ยวมีนัด
ไปสัมภาษณ์คุณนรรถพล ทองวัน สามล้อรักชาติ ก่อนจะเคลื่อนที่
ต่อไปทำกิจกรรม ที่ จ.พะเยา..
..
เลยก๊อบข่าวมาเก็บไว้ด้วย เผื่อใครหาไม่เจอ
ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ค่อยมาเพิ่มเติมโอกาสต่อไปค่ะ..
.
.
.
.
.

.

.
.
.

“สามล้อกู้ชาติ” เปิดฉากรณรงค์ “ไล่เขมรพ้นพระวิหาร-ทวงคืนแผ่นดินไทย” เริ่มจุดแรกจาก ชร. ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 สิงหาคม 2553 12:43 น.

เชียงราย – “สามล้อกู้ชาติ” ร่วมภาคประชาชนเครือข่ายพันธมิตรฯเมืองพ่อขุน จัดขบวนแห่ทั่วเชียงรายรณรงค์ “ไล่เขมรพ้นพระวิหาร” ทวงคืนแผ่นดินไทย หลังถูกทหารเขมรยึดครอง พร้อมเตรียมเดินสายแจกแจงข้อเท็จจริงเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา/ผลเสีย MOU 2543

       

       วันนี้ (30 ส.ค.) ที่บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย นายนรรถพล ทองวัน อายุ 48 ปี เจ้าของ “สามล้อเตือนภัย” ชื่อดัง ซึ่งตระเวนขี่สามล้อซาเล้งไปทั่วประเทศเพื่อรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์จนกลายเป็นข่าวเกรียวกราว ได้ไปรวมตัวกับกลุ่มประชาชนในเครือข่ายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติภาคประชาชน (ป.ป.ช.ภาคประชาชน) และกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ในพื้นที่เชียงราย ทำกิจกรรมรณรงค์เรียกร้องให้คนไทยรับทราบข้อมูลและมีจิตสำนึกในการทวงคืนพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งกำลังถูกทหารและพลเรือนจากประเทศกัมพูชาเข้ายึดครอง โดยมีข้อตกลงร่วมหรือเอ็มโอยู ไทย-กัมพูชา 2543 เป็นเครื่องมือสำคัญ

       

       การทำกิจกรรมครั้งนี้มีกลุ่มประชาชนในพื้นที่-เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) เข้าร่วมประมาณ 30 คน ซึ่ง นายนรรถพล มีความรู้สึกปลาบปลื้มยินดีอย่างเห็นได้ชัดที่ได้มีส่วนร่วมกับกลุ่ม พธม.ในการทำกิจกรรมดังกล่าว

       

       ขณะที่ นายนรรถพล ได้มีการนำรถสามล้อเครื่องซาเล้ง ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ติดโชว์อยู่ พร้อมกับติดเครื่องเสียงเปิดเพลงปลุกใจ เช่น ตื่นเถิดชาวไทย ฯลฯ สลับกับเสียงปราศรัยของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แถลงเอาไว้หลังประเทศไทยแพ้คดีเขาพระวิหารที่ศาลโลกเมื่อปี 2505 เพื่อเปิดให้คนทั่วไปได้รับฟังอย่างต่อเนื่อง

       

       รวมทั้งมีป้ายต่างๆ ติดรถเพื่อปลุกจิตสำนึกอยู่เต็มที่ เช่น รวมหัวใจคนไทยรักชาติ เราจะสู้เพื่อแผ่นดินรอบปราสาทเขาพระวิหาร ฯลฯ และมีกระปุกรับบริจาคเพื่อการยังชีพตลอดการเดินทาง เนื่องจากต้องการเดินทางรณรงค์ไปยังหลายจังหวัด

       

       พร้อมกันนั้น นายนรรถพล และกลุ่ม พธม.ทั้งหมด ได้ร่วมกันสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช เพื่อขอให้การรณรงค์ประสบความสำเร็จด้วย

       

       จากนั้นได้พากันเดินขบวนพร้อมถือป้ายรณรงค์ข้อความ เช่น อภิสิทธิ์ เอาเอ็มโอยู 43 คืน, เอาเขาพระวิหารคืนมา เป็นต้น มุ่งหน้าไปตามถนนสายต่างๆ ใน อ.เมืองเชียงราย ซึ่งสร้างความตื่นตัวให้แก่ประชาชนในเขต อ.เมืองเชียงราย อย่างมาก เพราะบางส่วนก็ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนและตรงประเด็น นอกจากนี้ ทางกลุ่มของ นายนรรถพล และกลุ่มพลังมวลชน พธม.ได้ร่วมกันแจกจ่ายเอกสารที่มีเนื้อหาที่ทำให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างมาก

       

       สำหรับเอกสารที่ นายนรรถพล และภาคประชาชนแจกจ่ายครั้งนี้ มีทั้งการแจ้งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่แท้จริงหลายเรื่อง เช่น กรณีผามออีแดงที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่า เป็นของประเทศไทย ปรากฏว่า ในปัจจุบันทหารไทยและคนไทยเข้าไปไม่ถึงพื้นที่ เพราะถูกทหารกัมพูชายึดครองไปเรียบร้อยแล้ว, การให้ข้อเท็จจริงเรื่องเอ็มโอยู 2543 ซึ่งรัฐบาลไทยไปลงนามร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาได้ทำให้ประเทศกัมพูชาอ้างแผนที่อัตรา 1 ต่อ 200,000 และใช้เป็นข้ออ้างในการยึดครองดินแดนประเทศไทยรอบปราสาทพระวิหารเรื่อยมา

       

       ทั้งๆ ที่รัฐบาลสยาม-ฝรั่งเศส เคยทำการกำหนดเขตแดนเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว โดยให้ใช้สันปันน้ำ จึงไม่จำเป็นต้องมีเอ็มโอยู 2543 ให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบ รวมทั้งกรณีศาลโลกตัดสินให้กัมพูชาครอบครองเฉพาะตัวปราสาทแต่ดินแดนโดยรอบเป็นของประเทศไทย แต่ปัจจุบันรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศของไทยกลับเพิกเฉย ซ้ำยังพยายามสนับสนุนเอ็มโอยู 2543 อีกด้วย

       

       นายนรรถพล กล่าวว่า ตนเคยขับขี่รถซาเล้งรณรงค์เรื่องโรคเอดส์มานานกว่า 18 ปี จากนั้นมีแผนจะเดินทางเข้าไปยัง สปป.ลาว-จีน และกลับเข้าสู่พม่า ก่อนมายังประเทศไทย แต่เมื่อประเทศประสบกับปัญหาเรื่องเขาพระวิหาร ตนจึงเห็นว่า ไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ เพราะเรื่องดินแดนประเทศเป็นสิ่งสำคัญ จึงต้องการออกมารณรงค์เพื่อให้ข้อมูลและสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนคนไทยว่า ในปัจจุบันเราถูกต่างชาติรุกรานดินแดนเป็นบริเวณกว้าง โดยที่รัฐบาลเราไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อให้ได้ดินแดนคืนเลย ทั้งจะส่งผลเสียต่อดินแดนด้านอื่นๆ ในอนาคตนับล้านไร่อีกด้วย

       

       เขาออกมาทำกิจกรรมรณรงค์ เรื่องดินแดนรอบปราสาทพระวิหาร ที่ จ.เชียงราย ถือเป็นครั้งแรก จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น พะเยา ลำปาง พิจิตร นครสวรรค์ ฯลฯ เพื่อรณรงค์ไปทั่วประเทศเหมือนกรณีรณรงค์เรื่องโรคเอดส์ดังกล่าวต่อไป

       

       ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนต่างๆ ใน จ.เชียงราย ได้เชิญชวนให้ประชาชนสามารถติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับการทวงคืนดินแดนดังกล่าวได้ที่ http://mblog.manager.co.th/chaba2550/category/8/ รวมทั้งรับฟังข่าวสารได้ทางวิทยุชุมชนในพื้นที่ 2 สถานี ได้แก่ วิทยุชุมชนบุญนิยมดอยราย เอฟเอ็ม 107 เมกะเฮิรตซ์ โทรศัพท์ 053-700504 และวิทยุชุมชนห้วยไคร้ (ครูผ้าง พลชัย) ความถี่เอฟเอ็ม 107.5 เมกะเฮิรตซ์ โทรศัพท์ 053-677522

ขอบคุณเนื้อหาข่าวโดยละเอียดจากเวปผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000120899

No responses yet




Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.