Dec 03 2010


๐ แบบคนจน ๐ คลิปพระราชดำรัสของในหลวง..+*

Filed under Uncategorized


.

.
.
.
.

.
เป็นคลิปที่เพิ่งค้นพบได้ไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นความโชคดีที่ท่านสมณะชาวอโศก

ได้เคยอัดเป็นวิดิโอเอาไว้ เป็นพระราชดำรัสของในหลวงฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2534
หรือเกือบ 20 ปีล่วงมาแล้ว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญข้อหนึ่งของหลักทฤษฏี
เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งในหลวงได้ทรงพยายามตรัสต่อปวงชนชาวไทยมาหลายสิบปีแล้ว
ซึ่งก็นับว่ายังมีคนเข้าใจเรื่องที่พระองค์ทรงตรัส และนำไปปฏิบัติเป็นจำนวนน้อย
เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสนั้น เป็นเรื่องที่นับว่าทวนกระแสโลกยุคใหม่
หรือยุคโลกาภิวัฒน์เป็นอย่างยิ่ง และอย่างแรง จนคนยุคนี้ยากที่จะยอมรับ
และยากที่จะเข้าใจ จนกระทั่ง ไม่นำไปปฏิบัติ จึงทำให้สังคมไทยเดือดร้อนวุ่นวาย
ไร้น้ำใจ และห่างไกลจากสภาพสังคมอุดมสุข เหมือนอย่างที่สังคมไทย
ได้เคยมีมาแต่ดั้งเดิม
.
.
.

.

..
.
แต่สิ่งที่ในหลวงของเรา ทรงนำพาประชาชนให้ปฏิบัตินั้น ทรงเป็นแบบอย่าง ทรง
ปฏิบัติทรงเป็นในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงตรัส ซึ่งแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม
ไทยและต่อโลกได้ว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เป็นสิ่งที่ทำได้ ทรงเป็นตัวอย่าง ทรง
พิสูจน์ให้เห็นได้จริงว่า การเป็นอยู่แบบคนจนนั้น นำสุขมาให้ อย่างที่พระองค์ทรง
ปฏิบัติก็คือ การใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดไม่ว่าจะเป็นรองเท้า หรือรองพระ
บาท ก็ยังทรงให้ช่างนำไปซ่อมแล้วนำมาใช้ได้นานหลายปี, เสื้อสูทของพระองค์ก็
ใช้นานนับสิบ ๆ ปี และอีกหลากเครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภค ก็ทรงใช้สอยอย่าง
ประหยัด (ขอกราบพระราชทานอภัยโทษมา ณ ที่นี้ หากข้าพเจ้าได้กล่าวบางคำ
ศัพย์และราชาศัพย์ที่ผิด)
.
.
.
..


.

พระราชดำรัส “แบบคนจน”

.

ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสนี้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2534

.
“แบบที่เรียกว่า ทำ “แบบคนจน”  คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขาเราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ “ทำแบบคนจน” เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ แบบว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำราแล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย หนึ่งหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอกว่า”อนาคตยังมี” แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ “ถอยหลังเข้าคลอง”แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ”
.
.
๐ แบบคนจน ๐
.
.
.

.
ในส่วนตัวของชบาและครอบครัว ในฐานะที่มีพ่อแม่เป็นเกษตรกร ก็ได้มีโอกาสช่วย
พ่อแม่ทำงานหนักมาแต่เล็กแต่น้อย ทำให้รู้คุณค่าของความลำบากของชีวิตของการ
เป็นชาวนาชาวเกษตร จนกระทั่งเติบโตก็ได้ปฏิบัติธรรมกับชาวอโศก ซึ่งพ่อท่าน
สมณะโพธิรักษ์ ผู้นำจิตวิญญาณชาวอโศก ก็ได้นำพระราชดำรัส”แบบคนจน” ของ
ในหลวง มาบอกสอนพวกเราชาวอโศกอยู่อย่างสม่ำเสมอ จึงได้ปฏิบัติตนตามแนว
พระราชดำริ แบบคนจนอย่างเป็นปกติของชีวิต ทำให้ได้รับประโยชน์สุขหลายอย่าง
ในการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้มีสติ มีปัญญาในการดำรงชีวิต ไม่เดือด
ร้อนจากภาวะข้าวยากหมากแพง ไม่ไม่ตกเป็นเหยื่อของทุนนิยม หรือการใช้ชีวิต
แบบฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไปตามกระแสโลกโลกีย์ยั่วย้อมมอมเมา ทำให้พอจะมีเวลา
เหลือที่จะทำประโยชน์น้อยใหญ่ ให้แก่สังคม ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนกว่าเราได้
.
.
.
..
.
ฟังคลิปพระราชดำรัสคลิปนี้แล้วคิดถึงสวนที่บ้านของพ่อแม่ตนเอง เป็นสวนที่มีผัก
หลาย ๆ อย่างอยู่ผสมปนเปกันไป ทุกอย่างกินได้ หลายอย่างปลูกไว้ แต่หลาย
อย่างมันก็ขึ้นมาให้กินเองตามฤดู แต่ละฤดูกาลเราจะมีผักพื้นบ้านไร้สารพิษหลาก
หลายให้ได้กินอย่างสบายใจ แถมมีเหลือ แม่ก็ยังเก็บไปขายที่ตลาด ขายไม่หมดก็
แจก ทำให้ได้เงินทุกวัน วันละ 200-300 บาท ถ้าแม่ไม่ต้องจ่ายภาษีสังคมป่านนี้พ่อ
แม่คงจะเป็นคนรวยไปแล้ว แต่ความรวย เป็นสิ่งที่พวกเราเลิกฝันถึง เมื่อเราได้เป็น
ชาวอโศก เพราะเรามีสติรู้เท่าทันแล้วว่า มีเงินไม่ได้แปลว่ามีความสุข แต่การไม่
เดือดร้อนดิ้นรนจากหนี้สิน การมีชีวิตกับธรรมชาติ และได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม
การให้การมีน้ำใจ นั่นเป็นความสุขที่แท้จริงมากกว่า
.
.
.
..
.
ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศ ดิน-น้ำ-ลม-ฝน-แดด ที่ดีอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการ
เพาะปลูก จึงอยากให้คนไทยที่พอจะสามารถหันกลับมาสู่วิถีชีวิต “แบบคนจน”
ตามพระราชดำรัสฯ หันกลับมามองเห็นสิ่งดีงามที่สุดบนผืนแผ่นดินไทย คือการทำ
กสิกรรมไร้สารพิษ เพื่อให้สังคมไทย ได้กลับคืนสู่ความสุขสงบร่มเย็นอย่างที่สังคม
ไทยเรามีมาแต่โบราณเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ (ที่ไม่เคยใช้ปุ๋ยหรือสารเคมี ก็เลี้ยงคนไทยให้
เก่งกล้าเกรียงไกรมาได้ทุกยุคสมัย)
.
.
.
..
.
สิ่งที่ลูกจะแสดงความกตัญญู และทำให้พ่อแม่ที่รักของเรา

มีความสุขได้ดีที่สุดก็คือ การปฏิบัติตน

เป็นลูกที่อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนที่ดีงามของพ่อแม่

ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน
.
.
.
..
.
และในวโรกาสสำคัญวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระเจ้าอยู่หัว

ในหลวง พ่อของคนไทย ไม่เพียงแต่พวกเราจะร่วมกันถวายพระพร

แสดงความจงรักภักดี ด้วยวาจา คำพูดอันไพเราะปราณีตเท่านั้น

พวกเราควรจะปฏิบัติตนตามแนวพระราชดำรัสที่ทรงพระราชทาน

ให้แก่ปวงชนชาวไทยในโอกาสต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สุขของ

อาณาประชาราษฏร์โดยประการเดียว
.
.
.
..
.
และ ” แ บ บ ค น จ น ” นี้น่าจะเป็น บ ท แ ร ก ที่ประชาชนชาวไทย

ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะปฏิบัติอันไหนก่อน ควรเลือกที่จะน้อมนำมา

ใส่เกล้าใส่กระหม่อม เพื่อให้เกิดศิริมงคล อยู่เย็นเป็นสุขของชีวิตและครอบครัว..
.
.
.
..
.

No responses yet




Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.