Sep 07 2008


..คนเป็นกลาง เป็นอย่างไร ? (ตอนที่ ๓)

Filed under Uncategorized

 

ทางสายกลาง

คนเป็นกลาง เป็นอย่างไร ?

จากหนังสือ ทางสายกลาง

สมณะโพธรักษ์ (จริงใจ ตามภูมิ) เขียน

แจกในงานชุมนุมพันธมิตรต้านระบอบทักษิณ ปี 2549


ปีที่พิมพ์  มีนาคม ๒๕๔๙

พิมพ์ที่ 
บริษัท ฟ้าอภัย จำกัด

๖๔๔ ซ.นวมินทร์ ๔๔ ถ.นวมินทร์ บึงกุ่ม คลองกุ่ม กทม.

๑๐๒๔๐ โทรศัพท์ ๐-๒๓๗๕-๘๕๑๑

http://www.asoke.info/ 

ความเดิมตอนที่แล้ว อ่านได้จากที่นี่ค่ะ..

http://mblog.manager.co.th/chaba2550/category/FMTV/

 

 

 

 

.

 

From ภาพพระพุทธศาสนา..+*

 
 
สัมมาปฏิปทาคือการปฏิบัติมรรคองค์ ๘  

 

         การปฏิบัติมรรคองค์ ๘ หรือสัมมาปฏิปทา พยายามปฏิบัติให้เป็นสายกลางนี่ ไม่ใช่ง่าย ๆ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ “ความเป็นกลาง” มีมรรค ๘ เป็นทางปฏิบัติไปสู่ความเป็นกลาง มัชฌะคือตรงกลาง มัชเฌคืออยู่ในระหว่างกลาง พระพุทธองค์ทรงใช้เวลานานนับชาติกว่าจะตรัสรู้ “ความเป็นกลาง” คนทุกวันนี้ทำไมเก่งนัก รู้สายกลางแล้ว จบแล้วด้วยนะ “ผมปฏิบัติทางสายกลาง ไปสู่ความเป็นกลางอย่างที่ท่านปฏิบัตินี่ เคร่งเกินไป” เขาเข้าใจว่าทางสายกลางคือ กึ่งกลางระหว่างความดีกับความชั่ว สังคมจะต้องมีความเลวร้าย ร่างกายจะต้องมีเชื้อโรค พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้นนะ ทางสายกลางของพระพุทธเจ้ามีแต่สัมมา ไม่มีมิจฉา ท่านสอนให้ละมิจฉา ละชั่วทั้งหมด ไม่ได้บอกให้ทำดีแค่ครึ่งเดียว รักษาชั่วไว้อีกครึ่งหนึ่ง คนเดี๋ยวนี้เข้าใจผิด ก็เลยคิดว่าคนที่ทำแต่ดีนี่เคร่งเกินไป พวกเราต่างรู้กันเลยว่า เคร่งอะไรกัน เราย่อหย่อนเกินไปด้วยซ้ำ เรายังมีเหลือส่วนที่จะต้องปฏิบัติเอาจริง ต้องเคร่งเพื่อกำจัดกิเลสที่ยังไม่เกลี้ยง ยังต้องลำบาก เพราะต้องเคร่งครัดอยู่ แต่แม้เคร่งเราก็ยินดี ร่าเริงเบิกบานเพราะเรามีผล มีปีติยินดีเลี้ยง เป็นองค์ฌาน มีปีติ สุข ปัสสัทธิ อุเบกขา ไล่เข้าไปเป็นฌานที่สูงเรื่อย ๆ จนกระทั่งสู่อุเบกขา มันจึงจะเป็นกลาง วางเฉยได้แข็งแรง มั่นคงอย่างที่อธิบายแล้ว ไม่ใช่ถีนัง ไม่ใช่มิทธัง ไม่ใช่วางเฉยโดยไม่รู้ไม่ชี้ กลายเป็นกระด้าง ไม่ใช่
 
 
 
          อุเบกขาเป็นฐานอาศัย เป็นองค์ธรรมที่บริสุทธิ์ ปริสุทธา จะมีอะไรมาอาบมาพอกอย่างไรก็ยังขาวผ่องอยู่อย่างเดิม นอกจากตัวเองบริสุทธิ์แล้ว มีภาวะซับซ้อนคือมีอะไรมากระทุ้งกระแทก จะทำอย่างไรก็ยังผุดผ่องอยู่อย่างนั้น ไม่แปดเปื้อน ยิ่งกว่าน้ำกับใบบอนไม่ดูดไม่ซึม ไม่ผลักไม่ดูด เป็นอยู่อย่างนั้น จึงเรียกว่าปริโยทาตา แล้วก็มี มุทุ คล่องแคล่ว ว่องไว ซึ่งหมายถึง่คุณลักษณะ “หัวอ่อน” สลัดออกได้เร็วด้วย รู้ได้ไวด้วย จนกระทั่งสมุจเฉท ไม่ใช่สลัดแค่ได้ชั่วคราว แต่ตัดขาดได้จริงเด็ดขาด กัมมัญญา ทำงานได้สละสลวยด้วย และเหมาะควรแก่การงานด้วย การงานอันใดที่ท่านรู้แจ้งรู้จริงว่าควรสร้าง ท่านก็สร้างสรรให้แข็งแรงด้วย ไม่ใช่เอาแต่ละกิเลสไม่ทำงาน ละชั่วแล้วต้องประพฤติดี ช่วยคนให้พ้นทุกข์ ให้ละกิเลสด้วย จะไปปราบผีปราบมารในนรกไหนก็สบาย เพราะทั้งรู้การงานของโลกีย์นั้น ๆ ด้วย และมีทั้งโลกุตระ คือกำจัดตัวตนกิเลสได้อย่างถูกตัวตนของมันจริง ๆ ด้วย ไม่ใช่แบบไม่รู้จักตัวตนของกิเลส ดับไปอย่างตีขลุม ดับคลุม ๆ ไม่รู้จักรู้แจ้งรู้จริง ตามที่ผู้ทำสมาธิแบบฤาษีปฏิบัติกัน ส่วนปภัสสรา ตัวที่ ๕ นั้นก็คือ สภาพที่จิตสะอาดจากกิเลสเกลี้ยงแล้ว ผ่องใส หมดจด เหมือนเพชรเหมือนแก้วที่สะอาดแล้วก็แวววาว มีรังสีสะท้อนแสง หรือมีสภาพเลื่อมพราย ใจของคนที่สะอาดจากกิเลสบริสุทธิ์แล้ว จะผ่องใส สดชื่นปลอดโปร่ง โล่งสว่าง สดใส เป็นราศี ปภัสสร
 
 
           จิตที่เป็นกลางหรืออุเบกขาคือจิตที่แข็งแรงตั้งมั่น บริสุทธิ์ ผุดผ่อง หัวอ่อน ทำงานอยู่อย่างเหมาะควร ปภัสสร อะไรเข้ามาในจิตก็คงความเป็นกลาง ไม่เอนเอียง ไม่ลำเอียงใด ๆ อีกแล้วอำนาจโลกธรรม ๘ ไม่มีฤทธิ์ทำให้ใจเอียงไปไม่ได้อีกเลย 
 
 
          ก็ขอสรุปให้เข้าใจมัชฌิมาว่าเป็นผล สัมมาปฏิปทานั้นเป็นตัวปฏิบัติที่จะต้องมี ตั้งแต่สัมมาทิฏิ สัมมานั้นยังตั้งตนอยู่บนความลำบาก จนกว่าคุณจะง่ายที่สุด ไม่ลำบากหรือลำบากน้อยที่สุดง่ายแล้ว ไม่ผลักไม่ดูดแล้ว จึงจะเป็นมัชฌิมา ต้องรู้ตัวรู้ตนอยู่ในฐานะสัมมาของแต่ละฐาน มันยังไม่สูญ ยังไม่ว่าง ยังไม่เป็นกลาง ไปจนกว่าคุณจะรู้ทุกข์ได้ถ้วนทั่ว มันยากยิ่งกว่าจักเส้นผมออกเป็นร้อยแฉก และให้แต่ละแฉกเท่ากันจริง ๆ เพราะฉะนั้นทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นดับไป แม้เป็นพระอรหันต์เจ้า เป็นพระโพธิสัตว์เจ้า ก็ยังต้องมีความลำบากในกายิกทุกข์อยู่ คือไม่ใช่ทุกข์อาริยสัจหรือทุกข์เพราะกิเสส ซึ่งท่านก็ยังต้องสังวรระวังอยู่ แต่สังวรง่าย ไม่มีข้าศึก ข้าศึกถูกฆ่าตายไปเยอะแล้วหรือหมดแล้ว มีแต่ทำประโยชน์ท่านเท่านั้นเอง
 
 
          สัมมา คือ ความถูกต้อง ความพอเหมาะตามสัดส่วนฐานะเป็นมรรค ใช้ในหมายเดียวกับ มัชฌิมา ทดแทนกันเป็นไวพจน์ได้บางครั้งบางโอกาส
 
           มัชฌิมา คือ ความเป็นกลาง ความเป็นผล มัชฌัตตตาอยู่ตรงกลาง คนไม่เอียงข้างกิเลส อกุศลใด ๆ คือ “คนเป็นกลาง” 
 
           “คนเป็นกลาง” คือ คนที่ไม่มีอคติ ๔ ไม่ลำเอียงเพราะชอบเพราะชัง เพราะหลงผิด เพราะไม่กล้าหรือกลัว 
 

           “คนเป็นกลาง” คือ คนมีภูมิปัญญา รู้ถูกรู้ผิด รู้ดีรู้ชั่วแท้จริง
 

           “คนเป็นกลาง” จึงอยู่ในหมู่เดียวกันกับบัณฑิต อยู่กับพวกคนดี คนถูก หรือต้องถือข้างเลือกข้างคนถูกคนดี ไม่ถือข้างไม่เลือกข้างคนพาล คนไม่ถูกไม่ดี ตามที่พระพุทธเจ้าทรงยืนยันในมงคลสูตร
 

           “คนเป็นกลาง” ต้องชี้คนชั่วคนผิดได้ ชี้ระบุคนดีคนถูกได้ เหมือนกรรมการตัดสินฟุตบอล เหมือนผู้พิพากษา ตุลาการ 

   

 
 

… จบหน้าที่ ๑๖ จากจำนวน ๒๔ หน้า
โปรดติดตามครั้งต่อไปครั้งหน้า …
ว่าด้วยเรื่อง.. คนเป็นกลางเป็นอย่างไร ? 
 
 
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่าน..

เชิญรับชมรายการ “สงคราม สังคม ธรรมะ การเมือง”(คลิ๊กที่โลโก้ FMTV)

โดยพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์

ทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 13.00-15.00 น.โดยประมาณ ทาง FMTV

เทปรายการรีรันอีกครั้งเวลาประมาณ ตี 4 – 6 โมงเช้าวันถัดไป

สามารถส่งคำถาม ติชมรายการได้ทุกวันค่ะ..



๐ เพลงภูฟ้าผาน้ำ ๐
ครูรัก  รักพงษ์  ..คำร้อง/ ทำนอง
สุเทพ  วงค์กำแหง  ..ขับร้อง 
………………………………………
ยากจะตาย  หากเราปั้นทราย
ให้เป็นแผ่นทอง
เก็บเอาฟ้ามารวมกันปั้นกอง
ก่อภูเขาเป็นโขดหิน
หรือยิ่งปั้นผาน้ำ
ให้ยืนค้ำอยู่คู่ธานินทร์
นั้นไม่ได้ยินว่าเป็นไปได้
ใช่ง่ายดาย
หากเอาน้ำลายปั้นเป็นบ้านเมือง
ก็คงหลงตามด้วยความหมดเปลือง
เฟื่องฟูหรูจนไม่ไหว
เหมือนปั้นลมแล้วหวัง
ให้เป็นเสาตั้งหยั่งลงไป
นั้นแน่ว่าใครหวังไป.. เปล่าดาย!
เหมือนโลกของเหล่าผู้รู้
ปั้นภูมิดูสูงส่ง
ชวนหลงเป็นของง่าย
ความรู้มอมเมาจิต
เกิดเป็นพิษมากมาย
ปรัชญาหลากหลาย.. คล้ายกัน
ปั้นภูฟ้า ปั้นผาน้ำผลนั้นเป็นเช่นใด
ปั้นภูมิสูงมาค้ากันเข้าไป
ไล่กันทึ้งจึงบิดผัน
ขายค่าความคิดสูง
จึ่งจูงโลกสู่ประลัยกัลป์
เพราะไม่ปั้นคุณธรรมให้คน
ปั้นภูฟ้า ปั้นผาน้ำผลนั้นเป็นเช่นใด
ปั้นเพียงรู้ ไม่ปั้นธรรมใส่ใจ
โลกจึงถึงดีแค่ฝัน
หลงแต่ความรู้ไซร้
จึ่งพาให้สุดโต่ง ดึงดัน
นั่นแหละปัญญานิยมล่มเมือง
…………………….

04 ภูฟ้า ผาน้ำ(สุเ…

************************
 
จากหน้า 90 หนังสือเพลงอโศก
ราคา 45 บาท หาซื้อได้ที่ ธรรมทัศน์สมาคม
หน้าสันติอโศก ถ.นวมินทร์ โทร.0-2375-4506

No responses yet




Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.