Dec 09 2008


.. สิ่งที่พันธมิตร ยังคงต้องสู้ต่อ..??

Filed under Uncategorized

หายไป 2 วัน ไปเจอกับคำถาม ที่ทำให้รู้สึกว่า การต่อสู้ของพันธมิตร

มันช่างเป็นสิ่งที่น่าเหน็ดเหนื่อยทดท้อ โดยเฉพาะ ต่อสู้กับ

“ความไม่รู้ ของผู้คนในสังคม”

วันก่อนหลังจากโพสบล๊อคล่าสุด แล้วไปส่งของในเมือง

ก็เจอกับคำถาม และคำต่อว่า ที่ฟังแล้ว เหมือนกับนักมวยที่ยังไม่ทันตั้งหลักบนเวทีเลย

ก็โดนหมัดแย็บ หมัดฮุก ศอก เท้า เข่า หมัดเป็นชุดใหญ่ ๆ อย่างจัง เต็มหน้า เต็มตัว…

กว่าจะตั้งหลักได้ ก็เล่นเอาเจ็บหัวใจจี๊ด ๆ เลือดขึ้นหน้านิดหน่อย

(คิคิ..แต่ก็ดี หน้าจะได้ไม่ซีดเกินไป) เรียกว่า ขาดทุนเสียมาดไปนิดหน่อยนะคะ..

ก็เล่นเอาเป๋ไปจนไม่รู้จะตั้งหลักอัพบล๊อคใหม่อีท่าไหน ??


เรื่่องนั้นก็ขอติดไว้ก่อน (รู้สึกจะติดไว้หลายเรื่่่องแล้ว คิคิ.. ตามอารมณ์เจ้าของบล๊อค )

แต่วันนี้สิ ใหม่ ๆ หมาด ๆ เจอกลอนบทนี้แล้วมันจี๊ด

เลยต้องไปนั่่งคีย์นั่งเล่ายาว ๆ ด้วยความอดทนและข่มใจ



ต้องขออภัยหาวันนี้ บล๊อคนี้ จะเต็มไปด้วย ตัวหนังสือ ซะเป็นส่วนใหญ่

แต่มันก็ออกมาจากใจ จากสมอง ความเข้าใจ บนฐานข้อมูล และความเป็นไปได้

ขอบคุณทุกท่านที่่่ อดทนอ่าน และเชิญแสดงความคิดเห็นตามอัฌยาศัย

:)

.

ความคิดเห็นที่ :52

มรดกโลก

มรดก วัฒนธรรม สุดล้ำค่า … ปวงประชา เขมรไทย ให้รักมั่น

ร่วมแรงใจ แรงกาย ไม่แบ่งปัน …. ต่างก็รัก และผูกพัน ร่วมกันมา

ปราสาทหิน พระวิหาร นั้นยิ่งใหญ่… ร่วมแรงใจ ช่วยปกปัก และรักษา

เป็นสมบัติ ร่วมกัน จำนรรจา ทรงคุณค่า รักษาไว้ ให้ยั่งยืน

มรดก มวลมนุษยชาติ คงแม้นมาด เขมรไทย ไม่เป็นอื่น

จะแก่งแย่ง แช่งกัน คั้นเอาคืน อย่าเอาปืน มาตัดสิน ว่าหินใคร

เป็นมนุษย์ เขาว่าเลิศ ประเสริฐสุด จะยื้อยุด ฟาดฟัน กันถึงไหน

มาร่วมแรง ร่วมกัน วันจริงใจ เขมรไทย รักกัน มั่นเหมือนเดิม

พื้นที่ไหน ไม่ต้องทับ ไม่ต้องซ้อน ของใครก่อน ของใครหลัง ยังฮึกเหิม

ลดกระแส การเมือง เรื่องแต่งเติม ไม่ต้องเพิ่ม รสชาติ ประกาศความ

พวกที่ไป ฝึกหัดธรรม และจำศีล บนแผ่นดิน เขมรไทย หรือไปข้าม

ใช่หน้าที่ เมื่อไหร่ ดูไม่งาม ไปคุกคาม เขาทำไม ใครเสี้ยมเอง

อันการเมือง เรื่องนี้ มีที่มา ปวงประชา เขมรไทย ใครข่มเหง

อยู่อย่างรัก อย่างผูกพัน คนกันเอง แล้วร้องเพลง เนียงลออ ก็ดูดี

ไทยเขมร เคยรัก และผูกพัน ให้รังสรรค์ รักกัน ฉันท์น้องพี่

เขมรไทยให้มีรัก สามัคคี เป็นความดี มวลมนุษย์ ที่สุดเลย

ดย : _สุจริต แดนถิ่นไทย
[ 2008-09-13 13:14:

ความคิดเห็นที่ :55

ประเทศไทย ไม่เคยยุติธรรม มานานแล้ว คนชั่วใช้กฏหมู่ครองเมือง
ปกครองกันแบบชอบๆ ชอบสร้างความเสียหาย ทำลายชาติที่คนดีๆ สร้างกันมานาน
คนชั่วได้ชัยชนะ จริงด้วย แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร พวกเขาพูดกันว่า กู้ชาติ
ชาติชั่วที่พวกเขาคิดถึง รักปักอก พกแต่เรื่องชั่วๆและทำกันออกมา พัง
ฉิบหาย สมใจ และ ไม่ผิด

โดย : คนรักสงบ
[ 2008-12-07 15:23:





http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=cm99&id=1439&page=2&page_limit=50

http://www.212cafe.com/boardvip/list3.php?user=cm99






ชบาตอบ..คุณสุจริต แดนถิ่นไทย… ดังนี้



แต่งกลอนได้รื่นรมย์ดีค่ะ ความรักสามัคคี เป็นเรื่องดีงาม…


คนไทยกับคนเขมร หากินด้วยกัน ค้าขายด้วยกันตามชายแดน


ไม่เคยมีปัญหา นี่ในระดับประชาชน …




แต่… สิ่งที่เป็นกรณีพิพาทนี่.. มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่ประชาชนชาวไทย

ไม่รักหรือเกลียดชัง ประชาชนเขมรก็หาไม่

แต่.. มันเป็นเรื่องที่ คนที่เป็นรัฐบาลไทยในยุคนายสมัคร สุนทรเวช

ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด

เพราะเขาเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ (ของระบอบทักษิณเดิม)

ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ กระทำการไม่สมควร ทำให้ชาติไทยเสียเปรียบ

ต้องเสียพื้นที่ทับซ้อนใน 4.6 ตร.กม. ซึ่งพื้นที่นี้ ลากยาวจากยอดปราสาท

พระวิหาร ยาวไปจดน่านน้ำทะเลไทย

ซึ่งพื้นที่นั้น มีบ่อน้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติของไทย

ก็จะต้องกลายเป็นของต่างชาติ ซึ่งก็มีเบื้องหลังคือ “ทักษิณ ชิณวัตร”

ซึ่งเขาทำธุรกิจมากมายในเขมร



ด้วยเหตุนี้ นายนพดล ปัทมะ ซึ่งเป็นอดีตทนายความส่วนตัวของทักษิณ

ซึ่งเขาเป็น รมต.กระทรวงการต่างประเทศ ในสมัยนายสมัครเป็นนายก

นายนพดล จึงถูกชักใย ให้กระทำการอันเอื้อให้เขมร ได้สิทธิ์ส่วนนี้ไป



จนบัดนี้ นายนพดล ก็ยังไม่ได้รับการตัดสินพิพากษาความผิด

เพราะทุนนิยมสามานย์ ได้ซื้อเจ้าหน้าที่รัฐ คือตำรวจสื่อทีวีหนังสือพิมพ์

และทหารส่วนใหญ่เอาไว้ใต้อำนาจ…



สิ่งที่พันธมิตรทำ ล้วนถูกบิดเบือนจากสื่อทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์

ก่อให้เกิดความแตกแยก ของคนในสังคม เป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรง

ทำให้คนต้องทะเลาะ ถึงขั้น ทำร้าย ทำลายกัน…



ที่ผ่านมาเหน็ดเหนื่อย กับการต่อสู้ กับความไม่รู้ของผู้คน

ที่ไม่รู้ และไม่ยอมขวนขวายที่จะรู้




เขาไม่รู้ว่า…

ประเทศนี้ กำลังถูกกัดกลืนอย่างไร ?

ประเทศนี้ กำลังจะล่มสลายด้วยทุนนิยมสามานย์ อย่างไร ?

ประเทศนี้ กำลังเป็นแหล่งให้นายทุนในคราบนักการเมือง

ตักตวงผลประโยชน์อย่างไร ?



ภาษี ของประชาชน ถูกนำไปใช้ในทางผิด อย่างไร ?

ประชาชน กำลังถูกเอาเปรียบ แต่ก็ถูกปิดหูปิดตา ถูกหลอกลวงอำพราง

ไม่ให้รู้ความจริง



พร้อมทั้งถูกยุยงใส่ร้ายป้ายสี ประชาชนอีกกลุ่ม

ซึ่งพยายามทำความจริงให้ปรากฏ ให้ผู้คนได้รู้เห็นความจริง

ให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวง ได้ตื่นมารู้มาเห็นความเป็นจริง



พวกเรา ได้ยืนหยัดต่อสู้ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวใจ

พวกเรา ไม่ได้รวย พวกเราเป็นแค่คนชั้นกลาง

ใช้เงินทองที่หามาได้ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยพยายามของเรา

เพื่อการต่อสู้ครั้งนี้



ต่อสู้กับพวกทุนนิยม ที่มันคดโกงเอาภาษีของประชาชนไปเป็นของตัวเอง

ด้วยความมีอำนาจในทางการเมือง



พวกคุณคิดดูเถิด พวกเขาเป็นนักการเมือง เงินเดือนก็แพง

เงินเดือนของเขาเดือนเดียว เป็นแสน ขณะที่ชนชั้นแรงงาน

รับจ้างทำงานเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ได้แค่ร้อยกว่าบาท – สามร้อยบาท เป็นอย่างมาก



คนชั้นกลาง พวกค้าขาย ทำงานประจำเอกชน ราชการ

ก็ต้องทำงานหนัก ในขณะที่เศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายสินค้าต่าง ๆ ก็ลดลง

รายได้ก็มีแต่ลดลง ๆ

สิ่งที่นักการเมือง(ที่มี นายทุนสามานย์ อยู่เบื้องหลัง) ทำก็คือ

ใช้พวกมาก (พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล) ยกมือ

ผ่านร่างนโยบาย ผ่านโครงการต่าง ๆ (โดยผ่านการล็อบบี้ ซึ่งเขาตกลงกันว่า

หากยกมือให้ผ่าน ก็จะได้ค่ายกมือเป็นเงินเท่านั้น เท่านี้)



สส. ได้อะไร ?

สส. ได้เงินเดือน, ได้ค่าเบี้ยประชุม, ได้ค่ายกมือโหวต,

ได้ส่วนแบ่งจากโครงการต่าง ๆ ที่ได้ผ่านการโหวต

หรือบางคนให้ญาติ ๆ ตั้งบริษัทรับเหมา ก็จะไปฮั้วประมูล

การก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ก็ได้รับอีกเด้งหนึ่ง

ส่วนคนที่เป็น รมต. กระทรวงนั้น ๆ เมื่อมีโครงการไหน ผ่านการอนุมัติ

มูลค่าโครงการสูง ๆ เขาก็นั่งกระดิกเท้ารอ
ว่าเมื่อไหร่อนุมัติงบตัวเงินลงมา

เขาก็จะรีบผ่านให้มีการประมูลงานโดยเร็ว เพื่อที่ว่าจะได้กินเปอร์เซ็นต์ใต้โต๊ะ

สมัยสักสิบปีก่อน หน้ายังไม่ด้านพอ จริยธรรมก็ยังมีกันอยู่บ้าง ยังกลัวถูกประนาม

ก็กินกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่สัก 10 % ก็ต้องแอบ ๆ ทำกัน เพราะมันเป็นเรื่องของ

การทุจริต คอรัปชั่น

แต่สมัยรัฐบาลทักษิณ เป็นต้นมา เหิมเกริมอำนาจ มีการโกงกินใต้โต๊ะกันมากถึง

30 % แล้วพี่น้อง…



และไม่เพียงเท่านั้น เพื่อที่จะได้รวยกันเร็ว ๆ ขึ้น 30 % ปรกติ มันยังรวยช้า

การที่จะเร่ง ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ก็ทำโดย โครงการที่จะอนุมัติ ก็ตั้งวงเงิน

ให้มันสูงเข้าไว้ เช่น โครงการทำถนนสายหนึ่ง มูลค่าจริงอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท

ก็ตั้งไว้สัก 8 หมื่นล้านบาท แค่นี้ คุณ 30 % เข้าไป ความฝันที่จะรวยเร็ว ก็อยู่ไม่ไกล

อีกทาง ก็ ทำให้มันมีมากโครงการเข้าไว้

อีกทาง ก็ ให้ญาติพี่น้อง เป็นนอร์มินี ตั้งบริษัท เข้าล๊อบบี้ฮั้วประมูล

อีกทาง ก็ โดยการซื้อสินค้า ต่ำกว่าสเป็ค ที่กำหนดไว้ แล้วเขาโกงอย่างไร

ก็ให้ซองขาว (หรือเงินใต้โต๊ะ ตามที่ได้ตกลงเจรจาจำนวนค่าตอบแทนกันไว้ก่อน)

แก่กรรมการผู้ตรวจรับงาน…ให้รับเงินจำนวนนั้นไป แล้วก็เซ็นต์ตรวจรับงาน

ทั้งที่ของที่ซื้อมา ไม่ได้มาตรฐาน หรือผิดสเป็ค

แล้วเขาทำได้ไง ทำได้โดย ก็ซื้อกรรมการตรวจรับทั้งคณะ คือกรรมการทุกคน

ได้เงินจำนวนนี้ กันหมด ทุกคนรู้ว่ามันเป็นเรื่องคอรัปชั่น แต่ทุกคนก็เคยชินกับ

การที่จะอยู่เฉย ๆ เพราะทุกคนรักสงบ ไม่มีใครอยากเดือดร้อน

ทุกคนต่างปิดปากเงียบ !! แล้วเสวยสุข จากเงินจำนวนนั้น ซึ่งไม่ช้าก็หมดไป

เพราะเงินจำนวนนั้น จริง ๆ แล้ว มันก็แค่.. เศษเงินจำนวนเล็ก ๆ น้อย ๆ

ที่พวกนักการเมืองโยนให้แก่ข้าราชการประจำและพนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรนั้น ๆ

แต่นักการเมืองสิ รวยเอา ๆ แล้วก็ไม่รู้จักพอ.. ก็จะโกงต่อไปเรื่อย ๆ

เพื่อได้เงินมา ก็จะเอาเงินที่ได้ไปซื้อเสียง เพื่อจะได้มีสิทธิ ที่จะไปนั่งอยู่ในสภา

ในฐานะ สส.ผู้ทรงเกียรติ แล้วก็หากินอยู่กับการยกมือ อนุมัติโครงการต่าง ๆ

กินบ้านกินเมืองกันอย่างเย้ยฟ้าท้าดิน…

นี่คือ .. ทางตัน หรือ วงจรอุบาทก์ ของระบบการเมืองเก่า



จึงมีคนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมา… แล้วก็พูดว่า

“กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย !!!….”

 

และดิฉัน ก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้น คนกลุ่มที่เรียกตนเองว่า

“พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”


 


 

 25 พฤษภาคม 2551 จึงมีการรวมตัวของคนกลุ่มนี้ เป็นการรวมตัวกันของ

คนไทยทั้งประเทศที่เห็นด้วยว่า ระบบการเมืองเก่า มันน้ำเน่าเต็มที

ถ้าขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ประเทศไทยก็ต้องล่มจมอย่างแน่นอน



6 เดือนกว่าแห่งการต่อสู้ จบที่ 192 วัน ที่ชุมนุม นักวิชาการผู้รู้ได้ทำหน้าที่

ให้ปัญญา แก่ประชาชนถึงวิธีการกลโกงต่าง ๆ ของนักการเมือง

จนได้สถาปนาว่า สถานที่ชุมนุมนั้นเป็น “มหาวิทยาลัยราชดำเนิน”

อ.ปราโมทย์ นาครทรรพ์ นักปราชญ์ ผู้จบดร. หลายสาขา จากต่างประเทศ

แต่ไม่เคยยอมเข้ารับปริญญา ได้กล่าวว่า



มหาวิทยาลัยราชดำเนิน แห่งนั้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวของโลก

ที่สอนรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง ได้ดี

ได้ผลมากที่สุดพร้อมทั้งมีการปฏิบัติจริง และสถานการณ์จริงไปในตัว…





แค่เพียง 6 เดือนของการสอนตลอด 24 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่อง

ประชาชนส่วนหนึ่งของประเทศ ก็หูตาสว่างไสว

ได้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกนักการเมือง

ได้รู้ถึง หายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา

พันธมิตรสู้ทำไม และสู้เพื่ออะไร ?…

โปรดติดตาม ตอนต่อไป..

ขอบคุณ บทกลอนของคุณสุจริต แดนถิ่นไทย ..และคุณรักสงบ

ชมบล๊อคการเมืองย้อนหลัง คลิก…

http://mblog.manager.co.th/chaba2550/category/3/

No responses yet




Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.