Jul 28 2009


ภาพและนิทาน จันทร์บังสูรย์ ..+*

Filed under Uncategorized

ภาพจันทร์บังสูรย์ (สุริยุปราคา )
ช่วงแปดโมงกว่า ๆ ที่เชียงราย..
 
ณ  .. 22 กรกฏาคม 2552 .. วันนั้นเป็นวันพระ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
 
..

.

 

         
  
      
   
      
 
 
กรุณา คลิกลิงค์ด้านล่าง เพื่อชมรูปใหญ่ หรือเล่นเป็นสไลด์โชว์
 
(เพราะภาพที่ปรากฏที่นี่ จะเบลอ เพราะเป็นภาพขนาดเล็กมาก)
 
 
 
 
รวมภาพสุริยุปราคา วันที่ 22 ก.ค. 52 ฝีมือถ่ายของชบา
ชมได้แล้วที่นี่..  http://picasaweb.google.com/namChaba/2252#

 

 

เทคนิค.. : ไม่มีอะไรมาก เอากระจกหน้ากากเชื่อมไฟฟ้า

ปิดหน้ากล้องกดชัตเตอร์ ภายใน 5 วินาที..

 

^^&*


 
 
 
ย่าเล่าให้ฟัง ในวันนั้น .. ขณะที่ชบาไปนวดย่าว่า..
 
 
 
กาลครั้งหนึ่งนานมากแล้ว…
มีพี่น้องสองคน ช่วยกันทำกับข้าว แล้ว เกิดการทะเลาะกันรุนแรง
เพราะขัอแย้งกันในการปรุงรส พี่เลยด่าน้อง พลางเอาทัพพีชี้หน้า
 
ฝ่ายน้องก็โกรธแค้นที่ถูกพี่ด่าว่า เลยคิดอาฆาต ครุ่นแค้นในใจตราบจนวันสิ้นใจ
เมื่อทั้งสองตายไปจากโลกนี้… 
 
 
 
 
ฝ่ายพี่ ได้ไปเกิดเป็นพระอาทิตย์
ฝ่ายน้อง ได้ไปเกิดเป็นพระจันทร์
 
 
 
 
ฝ่ายพระจันทร์ ที่ได้อาฆาตก็จองเวรกันไว้ว่า สักวันหนึ่ง
จะต้องเอาชนะพี่ให้ได้ แม้นว่าพี่จะเป็นใหญ่กว่าเสมอมา
 
 
แม้นกระทั่งจนตายไปแล้ว ฝ่ายพี่ก็ยังได้เป็น พระอาทิตย์ อันรุ่งเรืองสว่างไสว
ส่วนตัวเองก็เป็นแค่ พระจันทร์ …เล็ก ๆ ไร้แสงสว่างในตัวเอง
และยังคงพึ่งแรงแสงจากพระอาทิตย์อยู่ดี…  ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น…
เฝ้ารำพึงกับตัวเองว่า ” ณ จักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ ไยจึงไร้ความยุติธรรมสิ้นดี “
 
 
 
 
… วันหนึ่งที่สบโอกาส เมื่อพระอาทิตย์เผลอ มีวงโคจร
มาอยู่ในแนวเดียวกัน พระจันทร์ จึงได้ฉวยโอกาสนี้
บดบังแสงพระอาทิตย์มิให้ส่องแสงสว่างมายังโลกมนุษย์
ทำให้โลกมืดมิด ราวกับกลางคืน อากาศเย็น ลมไม่ยอมพัดเคลื่อนไหว
ต้นไม้ใบหญ้า ต่างนิ่งสนิท ราวกับตกอยู่ในห้วงภวังค์
 
 
 
ฝูงสัตว์ต่างแตกตื่นหวาดกลัว นกกาทั้งหลาย ต่างก็รีบบินกลับรัง
เพราะคิดว่า มหันตภัยกำลังคืบคลานมาใกล้แล้ว
พระอาทิตย์หมดอำนาจไปชั่วขณะนั้น … 
 
แต่พระจันทร์ ดวงน้อย ก็สู้อำนาจแห่งกาลเวลาไม่ได้
ไม่อาจที่จะบดบังแสงแห่งดวงอาทิตย์ได้ตลอดไป
ก็จำต้องเคลื่อนคลา ลาจากไปตามวิถี…
 
 
 
 
ส่วนใจของพระจันทร์นั้นเล่า ก็ยังไม่เคยที่จะหยุดเคียดแค้นอาฆาต
ได้แต่จ้องหา รอคอยวันเวลา ที่พระอาทิตย์เผลอ
เพื่อเข้าบดบังแสงแห่งดวงอาทิตย์ ให้มิดมืดไร้แสงสว่าง…
อยู่ตลอดกาลนาน
 
 
 
 
 
จนหมดโอกาส ที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ได้อีก
ทั้งสองพี่น้อง จึงต้องชดใช้กรรม เป็นพระอาทิตย์ และพระจันทร์
ต้องทำหน้าที่ส่องแสงสว่าง บอกกาลเวลาให้แก่มนุษย์ในโลก และสรรพสัตว์
อย่างไม่รู้จักวันจบภาระหน้าที่… 
 
 
 
…………………………
 
 
 
” ย่าคะ .. นวดขาเสร็จแล้วค่ะ
ย่ายังรู้สึกตึง หรือเมื่อยตรงไหนอีกไหมคะ.. ?? “
 
” อื่ม .. รู้สึกสบาย หายเมื่อย เลยนะหลานย่า.. ขอบใจนะ พอแล้ว ๆ “
 
 
 
 
…………..
 
 
 
ทุกครั้งที่เกิดสุริยุปราคา..
 
ย่าจะบอกพระอาทิตย์กับพระจันทร์ว่า… 
 
 
” หยุดอาฆาตจองเวร กันเถิดนะ
พี่พระอาทิตย์ กับน้องพระจันทร์
จะได้หมดกรรมหมดเวร  ได้เกิดมาเป็นคนอีกนะ
ขอให้ได้มีโอกาสเกิดมา ได้ทำบุญกุศล
สะสมกรรมดีไว้ จะได้ไปนิพพานนะ  สาธุ !!”
 
 
 
ย่ายกมือพนม หลับตา และก้มหัว ส่งใจคารวะเมตตาต่อพระอาทิตย์ และพระจันทร์…
 
 …………………………..
 
 
 
ชบาถามย่าว่า .. ” ย่าเอานิทานเรื่องจันทร์บังสูรย์ ที่เล่าให้ฟังนี้มาจากไหนจ๊ะ ? “
 
“ จำมาจาก ที่พระท่านเทศน์ ให้ฟังในวันเดือนดับ  ไงเล่า ” ย่าตอบ
 
 
 
 

 
หมายเหตุ… **
 
 
คนโบราณ เขาถือว่าไม่ดี ห้ามเอาทัพพี
มาชี้หน้าด่ากันเป็นเรื่องการเนรคุณ
ไม่เคารพนพนอบ ต่อสิ่งที่เลี้ยงชีพ เป็นบาปหนา..
 
 
 
สูรย์  =  พระอาทิตย์
 
 
วันเดือนดับ = (ภาษาเหนือ) วันพระ เดือนแรม คืนที่พระจันทร์มืดมิด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
ชมปรากฏการณ์นี้ตลอดช่วงระยะเวลาได้ที่นี่…
 

Comments Off




Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.