ณ ศาลา 2 วัดโสมนัสราชวรวิหาร

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง | Posted on 04-12-2008

ศาลา 2 วัดโสมนัสราชวรวิหาร

แสงดาวแห่งศรัทธา/พี่เจนกิจ ลุงเศรษฐา น้องยุทธพงษ์ น้องรณชัย และน้องโบว์ กมลวรรณ




3 ธ.ค. 2551

     โลงลงยาสีดำ ประดับมุขแวววาวซึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าของเหล่าคณะพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ท่านจันทร์” แห่ง “สันติอโศก”

.    




   “น้องโบว์” นางสาวกมลวรรณ หมื่นหนู “นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่ตื่น” เรียกอย่างไร ก็ไม่ตื่น “ไม่มีผู้ใด” ที่จะสามารถปลุกเธอได้ แม้กระทั้ง “พ่อ-แม่” ของเธอเอง

    เธอนอนแน่นิ่งอยู่ใน “เตียงสุดท้ายของเธอ” พาหนะซึ่งจะพาเธอไปสู่ “สถานที่สุดท้าย” ของเธอ

    ตลอดทั้งวันของวันที่ 29 ธค. 51 มีกระแสข่าวของการสลายการชุมนุมตลอดทั้งวัน “อมนุษย์” ทั้งหลายก็จ้องที่จะเล่นงานพวกเราอยู่ตลอดเวลา โดยวิธีการที่ “พวกเรามิอาจปฏิเสธ” ได้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา

     มันเอาอาวุธสงครามยิงเข้าใส่เรา ยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่ไม่มีทางสู้มัน ผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ ผู้ชุมนุมที่มีแต่ “สติ ปัญญา” ที่เอาไว้สู้มันอย่างเดียว

     “พี่เจนกิจ กลัดสาคร” ลูกชุมพร พันธมิตรศรีราชา ก็แล้ว

     “น้องยุทธพงษ์ เสมอภาค” การ์ดอาสา ก็แล้ว

     ตามด้วยน้องโบว์ กมลวรรณ หมื่นหนู สาวพัทลุง

     และน้องรณชัย ไชยศรี จากสะบ้าย้อย สงขลา

     3 คนแรกโดนที่ทำเนียบ คนสุดท้ายที่ดอนเมือง และยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ยุทธพงษ์ เสมอภาค ที่แยกมิสกวัน

ในช่วงแรกที่ยังไม่ชัดเจนในกระดาษจึงยังเป็นอนุพงษ์อยู่

    

     วันที่ 29 นั้น เราเข้าไปชุมนุมกันที่ ดอนเมือง และสุวรรณภูมิได้ 4 วันแล้ว สถานการณ์ในตอนนั้น เข้มข้นมาก จนไม่สามารถละสายตาไปไหนได้เลย และประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ครั้งที่ “2” เป็นวันที่ 3 แล้ว

     ผมและพี่น้อย พี่เหน่ง เลือกที่จะเป็น “ก็อก 2” ถ้ามีการล้อมปราบ หรืออะไรก็ที่ต้องการความช่วยเหลือจากด้านนอก ผมจะไปในทันที

     ตลอดทั้งวันได้รับข่าวสารที่ไม่เป็นผลต่อพวกเราเท่าไหร่นัก ผมก็ติดต่อกับพี่น้อยตอลด

     “เอาไงพี่ มันตั้งท่าแล้วนะ”

     “ถ้าแม่งยิงลูกแรกออกมาตรงไหน เจอผมตรงนั้นนะพี่”

     เนื้อตัวผม แกร็งและกระตุก กระสับ กระส่ายตลอดเวลา ทั้งวันพวกเราโชคดี ไม่มีการสลาย แกนนำสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สามารถแก้เกมส์ได้ ตกเย็นหลังเลิกงานผมก็ไปร่วมชุมนุม ผมนั่งอยู่ตรง “สะพานชมัยมรุเชษ” ที่ประจำของผม


      พวกเราออกจากที่ชุมนุมตอน 5 ทุ่ม เพราะพี่น้อยแกมาตั้งแต่บ่ายแล้ว แกเลยขอตัวกลับก่อน เราก็เลยตัดสินใจกลับกัน

     ถึงบ้านได้ไม่นานผมเสียงระเบิดขึ้นในการถ่ายทอดการชุมนุมฯ และต้องปิดเวทีชั่วคราว ผมก็โทรหาน้องที่ทำงานทันที น้องเอ้บอกว่าได้ยินเสียงระเบิด น้องเอ้น้ำเสียงตกใจมาก และก็พูดมาว่า “มีคนเจ็บด้วยนะพี่”

     รุ่งขึ้น “พี่ปอง” ก็เราเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น M79 ตกห่างจากเวทีปราศัย ออกไปประมาณ 20 เมตร มันตกลงที่น้องโบว์กับน้องสาวนอนฟังปราศัยอยู่

     ทั้งคู่นอนคุย นอนเล่นกันอย่างมีความสุข น้องโบว์โดนเข้าที่ด้านหลังของศรีษะ ส่วนน้องสาวโดนตามเนื้อตัว ไม่โดนจุดสำคัญ

ขอบคุณ www.manager.co.th

     พี่ปองบอกกับพวกเราว่า “โบว์อีกแล้วเหรอ” “อายุ 27 เท่ากัน” และ “สวยเหมือนกัน” “หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิด จมูกหน่อย สวยแบบคนใต้”

    ผมยังไม่ได้เห็นว่าความสวยของน้องโบว์เป็นอย่างไร วันรุ่งขึ้นพี่ปองบอกกับพวกเราว่า น้องโบว์จะไปอยู่กับชีวิตใหม่อีก 6 ชีวิต

น้องโบว์จะให้ชีวิตกับคน 6 คน “หนึ่งดับ หกเกิด”

 

ตา 2 ข้าง จะไปอยู่กับ คน 2 คน

ไต 2 ข้าง จะไปอยู่กับ คน 2 คน

ตับ จะไปอยู่กับ อีกคน

หัวใจ จะไปอยู่กับอีกคน



น้องโบว์ กมลวรรณ ได้ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด

จนวาระสุดท้ายของชีวิต จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

   พี่ปองเล่าว่า พ่่อน้องโบว์ขึ้นมาจากพัทลุง ก่อนหน้าที่พ่อน้องโบว์จะมาถึง ชีพจรเต้นเบามาก คุณหมอได้วางแผนการผ่าตัดอวัยวะไว้ตอนเช้า และน้องโบว์ก็ “รอพ่อ” อยู่ แม่น้องโบว์ก็เฝ้าน้องโบว์อยู่ข้างๆไม่ห่าง พี่ปองเล่าทั้งน้ำตา และนำ้เสียงที่สะอึกสะอื้น

     ทันใดที่พ่อน้องโบว์ พี่ปองเล่าว่า “น้องโบว์เกิดอาการร่างกายกระตุกขึ้นมาอย่างแรง ปานจะฟ้องพ่อ”



“พ่อช่วยหนูด้วย ไอ้คนใจสัตว์นรกมันฆ่าหนู

มันทำร้ายหนู มันรังแกหนู หนูไม่ได้ไปทำอะไรมันเลยพ่อ

พ่อช่วยหนูด้วย หนูเจ็บ พ่อหนูเจ็บ”

    จนคุณหมอต้องวิ่งเข้ามาดู กลัวน้องโบว์ไปเสียก่อน เพราะตอนนี้สมองน้องโบว์ “ตาย” แล้ว คุณหมอกลัวน้องโบว์อยู่ไม่ถึงตอนเช้าที่จะทำการผ่าตัดย้ายอวัยวะ

     2 ธ.ค. 51 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค พลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ของกรรมการบริหารพรรค 5 ปี รวมทั้งหมด 109 คน

ด้วยข้อหาโกงการเลือกตั้ง ซึ่งพาไปสู่ “อำนาจ” เพื่อมุ่งหา “ผลประโยชน์”



     “รัฐธรรมนูญ 50 มีเจตนารมณ์ให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

     มีบทบัญญัติป้องกันการทุจริต ห้ามให้ทรัพย์สินหรือซื้อเสียงเพื่อให้นักการเมืองได้รับการเลือกตั้ง อันเป็นวิธีการหนึ่งที่นักการเมืองใช้กันมานานจนเกิดความเคยชิน

     เป็นความผิดที่ร้ายแรงและ เป็นการบ่อนทำลายไม่ให้ประชาธิปไตยพัฒนาเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ

     เนื่องจากนักการเมืองเมื่อเข้าสู่ “อำนาจ” แล้วก็มุ่งแสวงหา “ผลประโยชน์” ด้วย วิธีการที่ไม่ชอบโดยไม่มีความละอายเพื่อเตรียมไว้ใช้กับการเลือกตั้งต่อไป

     อันเป็นวงจรเลวร้ายไม่มีที่สิ้นสุด รัฐธรรมนูญจึงบัญญัติเพื่อป้องกันไว้อย่างเข้มงวด และเป็นการส่งเสริมนักการเมืองที่ตั้งมั่นในสุจริตเข้ามาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ”

ผมตัดสินใจไปร่วมชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะเราจะได้ไปฉลองชัยชนะที่นั่นกัน




ภาพจาก www.manager.co.th

ผมโชคดีที่ได้เห็นรูปน้้องโบว์ มีพี่น้องของเราเอามาแปะไว้ที่ข้างรถกระบะ

เธอสวยอย่างที่พี่ปองบอกว่าจริงๆ ด้วย



      แกนนำประกาศ “ยุติการชุมนุมชั่วคราว” เมื่อใดที่ไอ้พวก “สัตว์นรก” หวนกลับมาอีกขอคำสัญญาจากพี่น้องว่า ขอให้พี่น้องได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อขับไล่ “ไอ้พวกสัตว์นรก” กันอีกครั้ง

     วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม 2551 วันนี้เป็นวันแรกที่เราไม่มีการชุมนุมของ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” แต่ภาระกิจของเรายังไม่จบ

น้องโบว์นอนรอพวกเราอยู่ ณ ศาลา 2 วัดโสมนัสฯ

     ผมออกจากที่ทำงานมุ่งหน้าไปหาน้องโบว์ เดินเข้าไปในซอย หน้าตาเหรอๆ หร่าๆ ป้าในชุมชนก็ทัก “ไปศาลา 2 เหรอ”  “ไปทางไหนครับ”  “นั้นแหล่ะ เดินตรงไปเลย” พรางชี้นิ้วไหวๆ

     เดินวนอยู่รอบหนึ่งก็เจอ ในงานพี่น้องมาร่วมกันมากมาย ท่านจันทร์ พล.อ.ปานเทพ คุณพิภพ คุณมาลีรัตน์ คุณสุริยะใส ฯ

 

     ผมถามพี่น้องในงานว่า น้องยุทธพงษ์ยังอยู่หรือเปล่า (ยังเข้าใจว่าอยู่ที่นี่) พี่เขาก็ได้บอกว่า “เป็นน้องรณชัย ที่โดนที่ดอนเมือง กับน้องโบว์ แต่น้องรณชัยย้ายกับมาตุภูมิไปแล้ว แต่ยังมีกล่องรับบริจาคอยู่ ที่ตั้งอยุ่นั้นคือน้องโบว์”



รณชัยนั้นกำลังศึกษา ป.เอกอยู่ที่ ม.เกษตร ส่วนน้องโบว์นั้น เป็นพนักงานของบริษัท Suzuki

น้องโบว์ในชุดรับปริญญา สมัยนั้นคือ ราชมงคลพานิชย์ พระนคร

พี่น้องรอฟังคุณสนธิผ่าน ASTV

     192 วันของการต่อสู้ ผมทำมันอย่างเต็มที่ ท้อบ้างบางครั้ง แต่ไม่ถอย เมื่อใดที่ท้อก็มองเข้าไปในดวงตาของพี่น้องคนอื่นๆ ที่เขานั่งอยู่ตรงนั้น นั่งอยู่ใกล้ๆ นั่งอยู่ข้างๆเรา มันก็จะฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง

    ในทางกลับกัน เมื่อใดที่พี่น้อง “ท้อ” ก็ให้มองมาที่ผม มองไปบนเวที มองไปที่คนรอบข้า่งที่กำลังต่อสู้ด้วยกัน

 

เราต้องทนต่อการดูถูกเยียดหยามจากคนที่ไม่เข้าใจ  จากคนที่ไม่ชอบเรา “เพื่อ”

เพื่อ “ไทย” ที่ดีกว่านี้

เพื่อลูก เพื่อหลานของเราจะได้ไม่ต้องลำบากในการออกมาต่อสู้แบบนี้อีก

เื่พื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ มิให้ใครจาบจ้วง ล่วงละเมิด

เพื่อเปิดโปง “สัตว์นรก ในคราบคน” ให้สังคมได้รับรู้

เพื่อการเมืองที่ไม่มีการ “คอร์รัปชั่น”

สุวรรณภูมิมันก็แค่สิ่งปลูกสร้างที่หวนให้นึกถึง “อภิมหาคอร์รัปชั่น”



แล้วจะมีไปทำไม แล้วจะให้ค่าอะไร ให้ความสำคัญมันทำไม !!!

“ทำเนียบรัฐบาล” ก็แค่สิ่งปลูกสร้างที่หวนให้นึกถึง





“นักการเมืองเลว นักโกงเมือง ที่โกงการเลือกตั้งเข้าไปทำงาน”

แล้วจะมีไปทำไม แล้วจะให้ค่าอะไร ให้ความสำคัญมันทำไม !!!



“รัฐสภา” ก็แค่สิ่งปลูกสร้างที่หวนให้นึกถึง





“สถานที่ที่อันธพาลสวมสูทรจากเงินภาษีประชาชน ไม่มีความรู้ความสามารถ คนที่เป็นกากเดนที่สังคม ไม่ยอมรับ ไม่มีการงานที่ดี ขี้เกรียจ สันหลังยาว

ไม่มีงานมีการทำ ทำตัวเป็นอันธพาล เกกเมรกเกเร ประจำซอย

ทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จากนั้นก็เข้าไปเล่นการเมือง

เป็นนัการเมืองหุ่นเชิดในสภา

 แล้วจะมีไปทำไม แล้วจะให้ค่าอะไร ให้ความสำคัญมันทำไม !!!

“สนามบินดอนเมือง” ก็แค่สิ่งปลูกสร้างที่หวนให้นึกถึง

“สถานที่นักการเมือง นักโกงเมือง เปลี่ยนที่โกงชาติบ้านเมือง ที่โกหกประชาชนเท่านั้น”



 แล้วจะมีไปทำไม แล้วจะให้ค่าอะไร ให้ความสำคัญมันทำไม !!!

น้องโบว์ อังคนา พี่จ๊าบ พี่เจนกิจ น้องยุทธพงษ์ คุณลุงเศรษฐา

น้องรณชัย และน้องโบว์ กมลวรรณ

คือ บุคคลที่ได้รับความรู้ มีความเข้าว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมนี้ เป็นมาอย่างไร

คือ บุคคลที่ลุกขึ้นสู้ต่อ “ทรราช” “เผด็จการรัฐสภา”

คือ บุคคลที่ลุกขึ้นสู้ด้วยสองมือเปล่า

คือ บุคคลที่ลุกขึ้นสู้เพื่อพิทักษ์ “สถาบันสูงสุด” อันเป็นที่รักยิ่ง

คือ บุคคลที่ลุกขึ้นสู้ต่อ “คนโกง” ไม่ยอมก้มหัวให้ “คนเลว”

คือ “กบฏ” ต่อคนโกง ทรราช ฆาตรกร

คือ “ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่พวกคนเลว พวกขายชาติ เกลียด”

วันที่ 192 ผมฉลองได้ไม่เต็มที่ ผมยิ้มได้ไม่เต็มที่ ผมหัวเราะได้ไม่เต็มที่

เพราะผมรู้ว่า “ไอ้พวกสัตว์นรก” มันต้องกลับมาอีก และ

วันที่ 193 ผมต้องไปงานศพพี่น้องของเรา งานศพนางสาวกมลวรรณ หมื่นหนู


 

 

เพลง แสงดาวแห่งศรัทธา / คีตาญชลี

ขอบคุณ

http://www.youtube.com/watch?v=ZMuduH4a5_I

พี่chaba2550ของเรานี่เอง

Comments (0)

ขอบคุณครับพี่ chaba2550

คลิปนี้ดีมากเลยครับ

mblog.manager.co.th

พี่เอาคลิปที่อัพโหลดไว้มาฝากให้ดูกันที่นี่ด้วย…

อธิบายคลิป.. ข่าวยามเช้าที่สุวรรณภูมิ โดยคุณปอง-อัญชะลี ไพรีรักษ์และน้องเก๋-กมลพร วรกุล ออกอากาศทาง ASTV เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.25551 เวลา 07.15 น. กล่าวถึงการเสียชีวิตของน้องโบว์ กมลวรรณ หมื่นหนู วีรสตรีกู้ชาติ ที่เสียชีวิตในทำเนียบประชาชน จากการถูกระเบิด M79 ที่ยิงทะลุหลังคาเต็นท์ ลงมา ในเวลาดึก

เรื่องคลิปที่ชัยโรจน์เอามาใช้ แล้วลืมอ้างอิง ไม่เป็นไรหรอกจ่ะ ใช้ได้เลย เพราะมันเป็นคลิปที่โพสไว้นานแล้ว พี่ยกเว้นเฉพาะบางคนที่ไร้มารยาท ทางสังคมเท่านั้นหล่ะค่ะ

ไม่ว่ากันนะสำหรับน้องชัยโรจน์ เพราะดูที่เจตนาทำเพื่อเชิดชูวีรชนผู้สูญเสีย และทำเพื่อสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราพันธมิตรและปวงชนชาวไทย

และขอบคุณมาก ๆ ที่ได้ทำในสิ่งที่ดี ที่ควรทำอย่างยิ่งแด่..ทุกท่านที่จากไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้จดจำพวกเขาไว้ตลอดไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

จากเอนทรี่..http://mblog.manager.co.th/chairojt/2-687/..ณ ศาลา 2 วัดโสมนัสราชวรวิหาร

ขอบคุณน้องชัยโรจน์ค่ะ ที่บอกลิงค์นี้ให้พี่ได้ดู
พี่มัวแต่ยุ่ง ๆ ช่วงนั้น
เลยเพิ่งได้มาเห็นว่ามีชัยโรจน์ อีกคนที่พูดถึงน้องโบว์ 2

เมื่อคืนตี 2 กว่า พี่ตื่นขึ้นมาอัดรายการรู้ทันประเทศไทย ที่ อ.เจิมศักดิ์ เชิญน้าของน้องโบว์ กมลวรรณ มาเล่าเหตุการณ์ตอนน้องโบว์เค้าเสียชีวิต เพราะน้าของน้องโบว์คนนี้นอนอยู่ด้วยกัน ตอนเกิดเหตุด้วยหน่ะนะ
ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ คลิปเสียงอยู่ด้านบน เดี๋ยวพี่จะลองเก็บคลิปภาพดูก่อน ไม่รู้จะได้หรือเปล่า ถ้าได้จะแวะมาบอกที่เอนทรี่เดียวกันนี้นะ..

คิดถึง พธม. ทุกคนค่ะ ขอให้เราสู้เพื่อ ในหลวงและประเทศไทยต่อไปค่ะ

ขอไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตนะค่ะ
นู๋ก้อเป็นพันธมิตรคนหนึ่ง
ที่ห่วงใยพันธมิตรและรักพันธมิตรนะค่ะ

สมอีควายตายไป

เศร้าครับคนดีๆต้องจากเราไป
แต่คนจัญไรยังอยู่ยืนยง
พันธมิตรตลอดไปเท่าที่ลมหายใจยังคงอยู่

ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องเขียนเลยครับ

ผมเขียนไม่ค่อยเก่งนะ กว่าผมจะได้แต่ละเรื่องต้องรออารมณ์ พอสมควรนะครับคุณ mimmography

กลับมาอัพบล็อกด่วนค่ะ….อิอิ
หายไปไหนค่ะเนี๊ยะ

เชคบิล นายก สส ยัน ตำรวจใหญ่น้อย มือระเบิด สื่อเลวๆ ทักตัว…อย่าไห้พวกวีรชนตายฟรี….อย่าไห้กดหมายบังคับใช้ได้แต่คนจน นะคะ….ไม่เช่นนั้นพวกเราไม่ยอม

เศร้าค่ะ…
ไปงานศพน้องโบว์ไม่ทันด้วย
ออกจากบ้านเตรียมแต่งชุดดำไว้แล้ว
ไปทำงานแถวแจ้งวัฒนะ แต่กว่าจะเสร็จก็ 2 ทุ่ม
กว่าจะขับรถมาถึงก็ไม่ทัน จึงเลยไปทำงาน (ต่อ)
ที่ ASTV

ไม่น่าเชื่อ ว่ารัฐบาลจะทำกับผุ้ชุมนุมถึงปานนี้ได้
กี่ศพ กี่อวัยะ ที่พันธมิตรเราต้องสูญเสีย

ฝากทุกคนอย่าทิ้งขว้าง และช่วยกันดูแลคนที่ยังเจ็บอยู่ด้วยนะคะ

นี่เราสูญเสียไปอีกโบว์แล้วหรือ…
พักผ่อนนะโบว์นะ…

LONG LIVE THE KING

:)

ผม ก็ยังสู้ ไม่ว่า จะอีก กี่ ครั้ง กี่ หน
เพราะ ยังมีพี่ น้อง มวลพันธมิตร
ที่ คอยรับ ร่วม ชับชนะ ที่เรา ต้องการ
ธรรมะ ย่อม ชนะ อธรรม

เรากำลังเข้าสู่ระยะฝังตัวครับ mimmography

ระยะฝักตัว !!!!

God บ้องตื้นนะลูกพี่

นายหัวพี่ God ล่อกินหญ้าทำเนียบฯ ตอนปรับภูมิทัศน์

ีพี่ God ไม่รู้เหรอ

พธม.ที่ทำเนียบนี่มันโจรชัดๆๆ

ขโมยของในทำเนียบทุกอย่างเลย

เอามีดกรีดชุดรับแขก

สารเลวจริงๆๆว่ะ

ขอสดุดีครับ
ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นเเววตาคู่นั้นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะจากไป….
เขาจะอยู่ในความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป….
ไม่ทราบว่าวิถีเรานั้นเข้าไปเชื่อยมโยงอย่างไร….
บ้านผมก็อยู่ไกล.. ที่ไปคืนนั้นเพราะว่าต้องการไปช่วยครั้งสุดท้าย ที่ม้วนเดียวจบ แต่ไม่คิดว่าจะได้ช่วยเหลือวีรชนของเราหลายท่าน…….

ไม่มีคำกล่าวใดที่จะเทียบเท่ากับความดีที่ยิ่งใหญ่ของท่านครับ

วันนี้เหงาๆ อีกวัน
ดูทีวีก็ไม่คุ้นเลย
บรรยากาศมันกร่อยๆ
เหอๆ

ขอให้น้องสาวคนนี้จากไปอย่างสงบจะอยู่ในดวงใจของพวกเราตลอดไป

ขอกล่าวเหมือนทุกคนที่พร้อมกันกล่าว-ตรงกัน คือ
“ให้เธอไปดี” ต้องไปดีแน่นอน เพราะเธอทำดีมากเหลือเกิน เพื่อชาติ, เพื่อ 6 ชีวิตที่เธออุทิศแล้วนั้น…แด่เธอผู้ร่วมถิ่นมาตุภูมิ และเธอคือคนไทย.

ขอสดุดี และน้อมเศียร น้อมใจ ให้ วีรชนคนกล้าที่ เสียสละ อย่างสะอาด บริสุทธิ์

เพื่อชาติ ศาสนา พระหากษัตริย์

อย่างอาลัยยิ่ง ขอรับ

“ตายอย่างวีรชน ดีกว่าอยู่อย่างคนเนรคุณ”

คุณยายจาก กาญจนบุรี ผู้สูญเสียตา ในวันเดียวกับน้องโบว์ กมลวรรณ

“ตายอย่างวีรชน ดีกว่าอยู่อย่างคนเนรคุณ”

คุณยายจาก กาญจนบุรี ผู้สูญเสียตา ในวันเดียวกับน้องโบว์ กมลวรรณ

“ตายอย่างวีรชน ดีกว่าอยู่อย่างคนเนรคุณ”

คุณยายจาก กาญจนบุรี ผู้สูญเสียตา ในวันเดียวกับน้องโบว์ กมลวรรณ

พี่ chairojt ค่ะ

เมื่อคืนรอไม่ไหวไปนอนเสียก่อน
อ่านแล้วเศร้าค่ะ…วันนั้นดูไอ้ประชา มันแถลงข่าวว่าสามารถยึดอาวุธของพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นกระบอง ท่อนเหล็ก มีด และวัตถุที่ถูกดัดแปลงคล้ายปืน มันบอกว่าจะเร่งออกหมายจับ และหาคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ฟังแล้วปี๊ดดดดดดขึ้นสมองเลย จับของกลางได้เยอะแยะแต่คนร้ายอยู่ไหนไม่รู้ ไอ้ของทียึดมาก็จัดฉากชัวร์ ดูด้วยความเคียดแค้น ทีระเบิดลงทำเนียบตูมๆ และมีคนเสียชีวิต ตำรวจกลับนิ่งเฉย ไม่ทำอะไรสักอย่างทั้งที่เป็นอาวุธสงครามที่ร้ายแรง ผิดกันเลย อย่างนี้มันเลือกปฏิบัติชัดๆ ไม่บอกเด็กอนุบาลก็ยังรู้เลย ขับข้องใจ แค้นใจค่ะ ไม่รู้ว่าพูดกับตำรวจพวกนี้อย่างไรดี

คุณโบว์ไปสบายแล้วค่ะ ถึงจะไปแบบไม่มีวันกลับ แต่สิ่งที่คุณโบว์ได้ทำ และเสียสละนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนที่เป็นพันธมิตรจะตราตรึงไว้ในหัวใจไปนานแสนนาน

ตายหนึ่งเกิดหก….คำนี้มันลึกซึ้งจริงๆค่ะ
ด้วยจิตคารวะวีรชนผู้กล้าของเราทุกคนค่ะ…