Buon Giorno Italy บทที่ ๓: เที่ยวเวนิช

0

Posted by chairojt | Posted in ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว | Posted on 07-07-2009


     พวกเราอยู่กันในท่ามกลางอากาศหนาวไม่ถึง
๑๐ องศา ของทางตอนเหนือของอิตาลี ในท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นจัด เงียบสงบของเมือง
ผู้คนที่น้อย และเวลาการทำงานที่ผิดแปลกไปจากที่คนอิตาลีเขาทำงานกัน เข้างาน ๐๘.๐๐
เลิกงาน ๒๐.๐๐น.

มื้อใหญ่…ก่อนตะลุยเวนิช

.

พวกเราคิดถึงบ้านเป็นอย่างมาก “แต่เราก็มีกันและกัน
ต่างเป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดเวลา” ใครเหงาก็เดินไป เดินมาในบ้านหาเพื่อนคุย
ตามอัธยาศัย ถูกคอกับใครก็จะเห็นอยู่ด้วยกันมากหน่อย ความเหงาของเราก็จะทุเลาลง

เป็นสารจากประเทศไทยที่ผมนำไปเตือนในตนเองเมื่อยามไกลบ้าน

ชีวิตเป็นเรื่องสมมุติ เมื่อมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความสมมุติ

ใช้ให้เป็นและที่สุดอย่าไปยึดติด แล้วจะมีความสุข อย่าจริงจัง

ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรหรอก เป็นเรื่อง สมมุติ ทั้งนั้น



สนธิ ลิ้มทองกุล



พวกเราใช้เวลาหลังเลิกงานโทรกลับเมืองไทย โดยเราจะไปโทรศัพท์ที่ร้านของชาวปากีสถานตอนเวลาประมาณ
๒๑.๐๐น. ที่ไทยก็จะประมาณตี ๓ (เวลาที่ไทยจะเร็วกว่า ๖ ชม. ณ. ตอนนี้
จะมีช่วงที่เปลี่ยนเป็นหน้าร้อน จะเร็วกว่าแค่ ๕ ชม.) ค่าโทร ๑๕ เซ็นต์ ต่อ นาที


พวกเราถาม Matteo เจ้านายของเราเรื่องการไปเที่ยวที่เวนิช Matteo เล่าว่า
เขาเป็นคนเวนิช และไปโดยรถไฟจะง่าย ลงที่เวนิชเลย และก็เดินเที่ยวในนั้นได้เลย
พวกคุณเดินวันหนึ่งก็ทั่วแล้ว





รวมพลออกเดินทาง


พวกเราออกเดินทางจากบ้านตอนหกโมงเช้าเพื่อไปให้ทันรถไฟเที่ยว
๐๖.๑๙ น. แต่พอไปถึงกลับต้องรอไปขึ้นเที่ยว ๐๗.๓๑ น. เพราะรถไฟเปลี่ยนเวลาไปแล้ว
ที่เราได้ตารางมายังไม่ล่าสุด (เป็นงั้นไป)

 

พวกเราได้ตั๋วรถไฟกันคนล่ะใบ ทีแรกเราตั้งใจจะซื้อแบบกลุ่ม
(จะได้ลดราคา) แต่จะต้องรอไปเที่ยวแปดโมง ค่าตั๋วคนละ ๖.๘๒ ยูโร

 

เจรจาซื้อตั๋วไปเวนิช


เดินอุโมงไปขึ้นที่ชานชาลา


ระยะทาง ๑๓๖ กม. ใช้เวลาเดินทาง ๒.๐๙ นาที
รถไฟที่นี่วิ่งเร็วมาก พวกเราถึงที่เวนิซเวลา ๐๙.๓๘ น.



รถไฟวิ่งเร็วจังเลย!!!


     สิ่งแรกที่ผมทำตอนที่ลงจากรถไฟคือ
ตรงไปที่ร้านขายไปรษณียบัตร เพื่อที่จะส่งไปเมืองไทยและเอาเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

Venezia Santa Lucia


     สิ่งแรกที่ทุกคนอยากเห็นก็คือเรือกองโดล่า(Gondola)พวกเราส่งหน่วยกล้าตายเข้าไปถามราคาทันที แต่ถึงกลับต้องถอยไม่เป็นท่าด้วยราคา ๘๐
ยูโร ต่อ ๕ คน เรายังเห็นบางลำ มีคู่รักนั่งเรือและคนเล่นกีต้าร์ร้องเพลงเซเรเนด บนเรือให้ฟังด้วย


เรือกอนโดลาทุกลำต้องเป็นสีดำ

เพราะในอดีตมีการออกกฎเพื่อยุติปัญหาการตกแต่งเรือ

เพื่ออวดร่ำอวดรวย



พวกเราก็พยายามทำความเข้าใจกับมีรสนิยมของชาวอิตาเลี่ยนอยู่นะ
ก็พยายามทำความเข้าใจว่ามันโรแมนติค ถ้าเป็นสักประมาณ ๓๐
๔๐ปีก่อน ที่นักท่องเที่ยวไม่เยอะขนาดนี้
เพราะขณะที่ผมเห็นนั้น ทุกสายตาที่อยู่บนสะพานมองไปที่เรือขณะที่เรือ


บ้าย บายกองโดล่าตรงนี้เลยแล้วกัน

(ปล. จำได้ว่ามีคลิปวีดีโอนะคอยติดตามแล้วกันนะครับ)


     ในเวนิชนั้นบ้านเรือนที่นี่ปลูกกันแบบติดๆกัน
และมีช่องว่างแคบพอเดินสวนกันเท่านั้น ร้านค้าที่นี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสินค้าแบบก็เป็นแบบโฮมเมดนะครับ

บรรยากาศบ้านเรือน ร้านค้าในเวนิช



     ของที่ระลึกของที่นี่ก็จะเป็นหน้ากากที่ใส่ในงานประจำปี ที่จะจัดกันประมาณเดือนกุมภาพันธ์
และอีกอย่างคือเครื่องแก้วสีสันฉูดฉาด


     และที่มีแทบทุกเมืองท่องเที่ยวก็คือภาพวาดวิวทิวทัศน์ของแต่ละที่
(อันนี้ผมซื้อมาด้วย เดี๋ยวเอาไว้มาโชว์ให้ดู พร้อมเทคนิคการซื้อภาพวาด)


คนอิตาเลี่ยนนั้นถนัดเรื่องขนมเป็นอย่างมาก และที่นี่แหล่ะทำให้ผมต้องลิ้มลองไอศกรีมแบบอิตาเลี่ยน
(
Gelato) เป็นครั้งแรก
ไอ้เราก็เคยเห็นในไทยนั้นแหล่ะ แต่ก็ไม่กล้าทานสักที ไอติมอะไรว่ะลูกตั้ง ๕๐ บาท


 


 





แต่มาที่นี่แล้วกินเป็นว่าเล่น เพราะเป็นขนมที่พอจะหาทานได้ในราคาที่ถูกและง่าย
แถมมีรสใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้ซ้ำซาก
เพราะทุกอย่างคนอิตาเลี่ยนสามารถเอามาทำเป็นไอติมได้หมด


เดินไปอีกนิดก็ไปตะบะแตกกับพิซซ่าแบบอิตาเลี่ยนแท้ๆ
คนละชิ้นสองชิ้นว่ากันไป ราคาก็พอๆกับที่บ้านเราเลย
แต่ที่สำคัญมันต่างจากที่เจ้าใหญ่ที่ขายในบ้านเราอย่างสิ้นเชิง

 

ลองของแท้ครั้งแรก !!!


ถ้าใครอยากที่จะลิ้มลองขนานแท้ในไทยก็ต้องไปแถวสุขุมวิทที่พอจะมีทานอยู่
ที่ต้องอบด้วยเตาฟืน


อิ่มกันแล้วพวกเราก็มุงล่าที่หมายแรกคือจัตุรัสซาน มาร์โค (Piazza San Marco) เป็นที่ซึ่งนโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่าจัตุรัสซานมาโค
เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป

พ่อหนุ่มที่ซน…ทำสุดบันทึกของเขาตกน้ำทะเลเวนิชซะงั้น !!!




Bridge of Sigh-Ponte dei Sospiri หรือที่เรียกว่า สะพานสะอื้น

สะพานนี้เชื่อมระหว่างพระราชวังของDoges(ซ้าย)และคุก(ขวา)

ตั้งชื่อตามอากัปกริยาของนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุก

ซึ่งจะมีโอกาศได้เห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย

ระหว่างทางเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ดังนั้นนักโทษจึงมักถอนหายใจ

หรือถอนสะอื้นที่สะพานนี้ก่อนเดินต่อไป

นักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาแล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง

เก็บภาพกันหน่อย!!!

เมื่อถึงที่หมาย พวกเราหยุดนิ่งและกวาดสายตาไปรอบๆตัวอยู่นาน มาก
ไม่มีใครพูดจาอะไรกันอยู่นานสองนาน



เราตะลึงกับสิ่งที่พวกเราได้เห็น ไม่นึกเลยว่าชีวิตนี้ของ “กรรมกร”อย่างพวกเราจะได้มาในที่ๆพวก
“ไฮโซ” และ “ติส
โรมานติค” เพ้อฝันอยากที่จะมาเที่ยวนักหนา


 


สิ่งที่จะต้องดูเลยของที่นี่ “และมีประวัติศาสตร์” ความเป็นมาในตัวมันก็คือ
“ม้าทองเหลือง ๔ ตัวที่ตั้งอยู่หน้าโบสถ์ ซานมาร์โค ตามประวัติเล่าว่า
ม้าเหล่านี้นโปเลียนได้นำมาจากประตูชัยคอนสแตนติโนเปิล ในปี ค.ศ. ๑๒๐๔
โดยพวกครูเสด

 

 



และเมื่อครั้งที่นโปเลียนมายึดครองเวนิชได้ ก็ได้นำม้าทั้ง ๔
ตัวนี้กลับไปประดับที่ประตูชัยของตน แต่เมื่อนโปเลียนตกจากอำนาจ ม้าทั้ง ๔
ตัวก็ถูกนำกลับคืนเวนิช



อีกอย่างที่นี่นกพิราบเยอะมากๆ
ผมแอบไปซื้อเสื้อกันหนาวที่ขายอยู่ในจัตุรัสมาได้ตัวหนึ่ง ราคา ๒๐ ยูโร
เอาไว้เก็บเป็นที่ระลึก และก็ยังได้ใช้ประโยชน์จากมันอีกด้วย



Piazza San Marco

ร้านอาหารที่อยู่รอบๆก็จะมีดนตรีให้นั่งฟังด้วย



คู่รักแอบซึ้ง 27032005

ได้เสื้อกันหนาวมาใหม่ครับ….

และที่เห็นเป็นรูปหอไอเฟลนั้นเป้นฉากที่บังอาคารที่ซ่อมแซมอยู่



พวกเราเสพสุขกับจัตุรัสซานมาร์โค อย่างเต็มที่แล้ว
ก็ออกเดินเล่นซอกแซกไปเรื่อยเปื่อย จนพวกเราเจอร้านกาแฟร้านหนึ่งมีธนบัตรแขวนอยู่เต็มไปหมด

Snack bar อยู่ที่ถนน Rio Tero Dele Colonne


“พวกเราเข้าไปดูกันดีกว่า…เพื่อเจอแบงค์ไทยบ้าง”
เอาเข้าจนได้ พวกเราก็เจอธนบัตรของไทยจนได้


สภาพหน้าร้านที่เราเห็นคือ
มีธนบัตรของชาติต่างแขวนอยู่เต็มหน้าร้านเลย ขนาดเวลาจะคุยกับคนขายต้องก้มมองรอดราวธนบัตรเข้าไป


พวกเราได้ไม่สั่งกาแฟมาทานกัน
แต่เราขอเจ้าของร้านแขวนธนบัตรของพวกเราเป็นที่ระลึกบ้าง (จำไม่ได้แล้วว่าเป็นของใคร
!!!) ทุกคนต่างความเห็นว่า
ขอเขียนชื่อลงไปในธนบัตรด้วย


ของพวกเราเองครับ

(ใครจำได้บ้างว่าเป็นของใคร ส่งเสียงเม้นท์หน่อยนะครับ)

ของที่เราเจอในร้าน

ของพวกเราแขวนอยู่ตรงกลางของร้านเลยครับ

ลองมองหาอีกใบหนึ่งดูครับว่าอยู่ตรงไหน

คนภายเรือที่นี่ต้องแต่งตัวแบบนี้เท่านั้นครับ

ย้อนหลัง

Buon Giorno Italy

Comments (0)

“ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ปู๊นปู๊นนนน”

ไม่ได้ไปก็เหมือนได้ไป เที่ยวกับคุณชัยโรจน์อย่างสนุกสนานเชียวค่ะวันนี้ ไปทำงานและได้เที่ยวถือเป็นกำไรชีวิตค่ะ รออ่านอีกนะ

เดี๋ยวขออ่านย้อนหลังหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

มาเที่ยวเมืองเวนิส ด้วยคนค่ะ

ขอบคุณไกด์ชัยโรจน์ ใจดีพาเที่ยว คิคิ.. :)

สวัสดีวันหยุดค่ะ

อากาศร้อนแบบนี้อยากไปภูเขาอิตาลีจังจ้า
หรือนั่งเรือแบบนี้ก็ได้

Our Hotel San Cassiano on the Grand Canal
P athenaz
:)

ก็รอคุณเก่งอยู่นั้นแหล่ะ…นัดเลย

นึกถึงความหลังอะครับ
เมื่อไหร่รวมตัวกันบอกด้วยนะฮับ
..
นายล่องลอย

สวัสดีพี่ athenaz

นั้นน่าจะเป็นมาม่าที่แพงแปลกที่สุดเลยนะครับ

สวัสดี Auji

ไอติม 12 ยูโรอยู่ในทริป Firenze เดี๋ยไปเกี่ยวมาฝากนะ

Rapid train… Rapid Rapid Rapidddd..!!!

โอ้โห รูปสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ
พี่ยังไม่เตยไปเลย ทั้งเวนิส พิซซา และโรมน่ะ

เดี๋ยวกลับมาดูวิดีโอ

อาหารจานแรก (ในหม้อ) นึกว่าพาสต้า แต่สงสัยมาม่า…ฮา
ซึ่งคงแซบหลายกว่าพาสต้าเนาะ chairojt…!

ขอบคุณภาพจากแดนไกลในความทรงจำค่ะ…

P athenaz :)

คุณ Chairoj ครับอยากเห็น Gelato อันละ 12 EURO นะครับ ไม่ทราบว่ามีภาพบ้างไหมครับ