Buon Giorno Italy บทที่ ๔: แข็งเมือง

0

Posted by chairojt | Posted in ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ | Posted on 02-11-2009


     กิจวัตรประจำวันของพวกเราที่
๑๑ คนไทย ไม่มีอะไรมากมาย ตื่นนอน นั่งรถเมล์ไปทำงาน บางคนก็มีงาน บางคนก็ไม่มีงาน
นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือทั้งวัน


.

     เช้ากินมาม่ากับไข่ต้ม
กลางวันกับเย็นดีหน่อยได้ทานอาหารที่โรงอาหาร ไม่ต้องนึกอะไรมากมายหยิบอะไรได้หยิบมาหมด  “กินกันอย่างกับยัดหมอน” ตอนเที่ยงยังไม่ค่อยเท่าไหร่
แต่ก็เต็มถาดเลยทีเดียว






หลับทั้งคู่ ไม่มีงานทำ

ช่วงแรกที่ไปนั้นยังปรับตัวไม่ค่อยได้

จากนั้นก็อีกช่วงหนึ่งที่มีการเปลี่ยนเวลา

สรุปก็คือ “ง่วง” นั้นแหล่ะครับ



     แต่ตอนเย็นนี่สิเราต้องตุนกันเป็นอย่างมาก
เพราะเราจะต้องแขวนท้องกันถึงเช้า และพวกเราก็ไม่อยากที่จะไปเสียเงินซื้อของกินกันเอง
เพราะของกินที่อิตาลีแพงมากๆ


















     พวกเราจะขึ้นรถเมล์กลับบ้านตอน
๒๐.๔๕ น. ถึงบ้านตอนประมาณ ๒๑.๐๐ น.

 



     ตลอดการทำงานของเรา
เราจะได้มีเรื่องกับ “นายจ้าง” ทุกเดือนสิน่า ก็เป็นเพราะพวกเราเห็นว่า “เขาเอาเปรียบเรา”
โดยใช้ช่องโว่ตรงที่เรา “ความไม่รู้” ของพวกเรา หรือบอกแต่ “บอกไม่หมด”








     ก่อนที่พวกเราจะมา
พวกเรา “ลาออก” จากงานมาแล้ว ๓ เดือน ซึ่งหมายความว่า “เราไม่ได้เงินเดือนมาแล้ว ๓
เดือน”

 



     พวกเราก็อดทนทำงานจนถึงวันที่เงินเดือน
ทุกคน “หดหู่” “หมดหวัง” คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ-แม่ คิดถึงหมา คิดถึงเมีย แต่ที่เรายังอดทนอยู่ได้ก็เพราะ “พวกเรารักกัน
และต่างก็เป็นกำลังใจให้กัน”








 



ไปทำงาน
 





 


     งานแรกที่เราได้
“ซัด” กับ “มัน” ยกแรกก็คือ มันเป็นเรื่องที่เราเรียกร้อง “เงินเดือนของเรา”
เราเข้าเป็นพนักงานของบริษัท ๓ เดือนก่อนที่เราจะมาอิตาลี
โดยคนไทยที่ทำหน้าที่รับเราเข้าทำงาน แจ้งเราให้ “ลาออก” จากที่เก่าทันทีที่เรียกเรามาเซ็นสัญญา






     เราถามกับคนไทยที่รับเราเข้าทำงานทุกเดือนว่า
ทำไมเงินเดือนเราถึงไม่เข้า พวกเราได้คำตอบว่า ว่า “คงได้รับที่อิตาลี”

 








     เราอดทนและคิดว่า
มันคง “จะได้” เพราะ ๓ เดือนที่เราไม่ได้รับเงินเดือนนั้น “มันไม่ธรรมดา”
หลายคนต้องเอา “เงินเก็บ” ไปใช้จ่าย จ่ายค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน จ่ายหนี้สินต่างๆ
ฉะนั้นเงินนี้ “พวกเราต้องได้มันคืน”










After work




     ทั้งในสัญญาที่เราเซ็นมานั้น
ในสัญญาระบุเรื่อง “ค่าล่วงเวลา” ไว้อย่างชัดเจน มีครั้งหนึ่ง Director จนด้วยเกล้าเมื่อเราเอาสัญญาให้ดู
ไปไม่เป็นจนถึงกับบอกให้เรา “ลืมสัญญานั้นซะ” และก็โยนมันทิ้งต่อหน้าพวกเรา




     เอ๋-หนุ่ม-อู๋ รับอาสาที่จะไปคุยกับนายชาวอิตาเลี่ยน
ช่วยๆกันพูด ช่วยๆกันคุย เพราะภาษาพอไปได้และมันคงเข้าใจกว่าคนอื่นๆที่จะไปคุยกับมัน



 

แล้ว
“หวยก็มาออกที่เจ้าเอ๋”

เพราะเจ้านี่ “ท่าทางมันกวน” ไม่ใช่น้อย







     พวกเราเรียก
“Director” ของบริษัท “มาคุยเป็นว่าเล่น”
เรียกมาสั่งแก็สบ้าง ขอโต๊ะปิงปองบ้าง น้ำไม่ไหล-ไฟดับ หรือแม้กระทั้งซ่อมเครื่องถ่ายเอกสารก็ได้Director นี่แหล่ะเป็นคนที่จัดหาให้

 



    ผมได้เห็นตัวอย่างที่ดีของวัฒนธรรมการทำงานของDirector ฝรั่ง
เขาให้เหตุผลว่า

 



     “เขาทำงานมาจนขนาดนี้แล้ว
มีลูกน้องรับช่วงงานต่อจากเขาแล้ว งานเขาจึงไม่หนักเหมือนตอนหนุ่มๆ
ที่ยังไม่ได้เป็น Directorฉะนั้นหน้าที่ของเขาก็คือ
อำนวยความสะดวกให้พวกเราทำงานได้อย่างที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด”













 



คนหนึ่ง “เหงา” คนหนึ่ง “เซ็ง”
 






     แต่
“งานก็ส่วนงาน บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ” และแต่ล่ะครั้งที่เราจะเรียกมาคุยพวกเราจะประชุมกันก่อนทุกครั้ง
และพวกเราก็รู้ด้วยกว่าเพื่อน “เวียดนามก็มีปัญหาเหมือนกับเรา แต่มันก็นิ่งเฉยยอมที่จะโดนเอาเปรียบและก็ไม่เอาด้วยกับเรา”

 



     เอ๋ถูกให้กลับบ้านเมื่อได้รับเงินเดือน งวดแรกในอิตาลี โดย Director ให้เหตุผลว่า
“ไม่เข้าขากับเพื่อนร่วมงาน” (คือมั่นไส้ ที่ไปงัดข้อกับพวกมันว่างั้นเถอะ!!) พวกเรางงกับเหตุผลของมันมาก














     เมื่อหันไปดูพวกเวียดนาม
เมื่อรู้ว่าเอ๋ถูกส่งให้กลับ ต่างก็จับกลุ่มวิจารณ์ แต่ที่แน่ๆคือมัน “ปอดแหก
อยากได้นะ? อยากได้ แต่กูไม่ยอมเสี่ยงอย่างพวกมึงหรอก”

 



     พวกเราประเมินกันว่า
คงเป็นแผน “เชือดไก่ให้ลิงดู” แต่มีหรือ “ลิงอย่างเราจะกลัว” พวกเราตกลงกันว่า
“พวกเราก็จะกลับไทยพร้อมเอ๋กับทั้งหมดนี่แหล่ะ” แล้วเราก็ “เรียก” Director มาคุย









 



ซักผ้า






     ตกลง
ตกลง…เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ “เอ๋” ก็กลับมาทำงานตามปรกติแล้วกัน “ให้โอกาสอีกครั้ง”
นั้นคือเหตุผลของ Director แต่พวกเราเรียกมันว่า
“คำแก้ตัว”

 



     และการต่อสู้ของเราในครั้งนี้ก็ทำให้เราได้
“เงิน” มา ส่วนหนึ่งของ ๓ เดือนที่พวกเราลาออกจากงาน และแน่นอนเมื่อจ่ายให้พวกเราแล้ว
“พวกเวียดนาม” มันก็ได้อานิสงค์จากการ “ต่อสู้” ของพวกเราด้วย

 




แต่พวกนั้นก็จะต้องถูก
“ปรามาส” จากพวกเราไปตลอดว่า

 

“เป็นพวกขี้ขลาดและฉวยโอกาส”

จากความ “เสียสละของพวกเรา”

 

เป็นเพราะ “พวกเวียดนามสามารถนิ่งเฉย

ต่อการที่ตนเองถูกโดนเอาเปรียบ”

 

และเฉยเมยการ “ต่อสู้กับความเอารัดเอาเปรียบ”

ของพวกเรา

















อ่านย้อนหลัง


Buon Giorno Italy


Comments (0)

พี่น้องเอ้ย สงสัยได้ชุมนุมไล่พวกมรึงอีกนะ chairojt

ไอ้พวกเสื้อแดงมันหัวหดไปไหนหมด ..

คิดถึงเหมือนกันจ้าาาา พี่athenaz

มาชวนไปลอยกระทงที่อิตาลี่กันจ้า

wish 2

คิดถึงคิดถึง :))
P athenaz :))

ลบหน่อย รูปไม่ขี้นจ้า

มาชวนไปลอยกระทงที่อิตาลี่กันจ้า

wish 2

คิดถึงคิดถึง :))
P athenaz :))

สวัสดีครับคุณ korpai

ใช่ครับพี่ เรื่องราวการต่อสู้ของพวกเรายังไม่หมดนะครับ

คอยติดตามนะครับ

สู้ต่อไปค่ะ
นอกจากปากท้องแลว
คงต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรีของเราเอง