กากๆ แบบผ่านๆ้

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง | Posted on 23-07-2008

    เช้านี้ออกเดินทางไปทำงานแต่เช้า วัตรปฎิบัติเป็นเช่นเดิมด้วยการเปิดวิทยุจากมือถือ

.    อะไรฟะ คลื่นยามฯฟังไม่ได้ตามเคย เลยหมุนไปเรื่อยๆ คลื่นเนชั่นยังโดนแทรกเลย นี่ขนาดตึกเนชั่นอยู่ห่างแค่ 4 กม.นะ

    เลยหมุนไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ คลื่นเปิดเพลงปัญญาอ่อนเนี่ยชัดจัง คลื่นวิเคราะห์ข่าวจับหมา จับหมู ขอหวยปลาไหลเผือกเนี่ยชัดจััง จนมาสะดุดที่ 105.5 (ผมบันทึกไว้ว่า FM MAX ไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนไปยัง) เป็นผู้ดำเนินรายการผู้หญิง 2 คน กำลังคุยข่าวอยู่

   สองคนถกกันเรื่องบ้านเมืองแบบไม่รู้เรื่อง รู้ราว สู้เด็กๆในกองทัพธรรมก็ไม่ได้ ผู้ดำเนินรายการคนหนึ่งซึ่งแสดงออกว่าเป็น “ผู้รู้ ” ได้แสดงความคิดเห็นเรื่องบ้านเมืองอย่าง งูๆ ปลาๆ อีกคนหนึ่งก็พลอย เออ ออ ยอมรับไปด้วย (คงไม่ขัดกันหรอก เพราะไม่มีความรับผิชอบด้วยกันทั้งคู่)

    “ธรรมะ คือ ธรรมชาติ (อืม…)”

    “ตอนนี้บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย ประชาชนต้องนิ่ง”

    “ประชาชนอย่าสร้างความวุ่นวาย ปล่อยให้ผู้มีหน้าที่เขาดำเนินการเจรจา”

    มันวิเคราะห์ วิจารห์ของมันไปเรื่อย ชาวบ้านเขาตื่นกันหมดแล้ว ดูเฮีย ส สิ ที่แท้ก็ของปลอม วิเคราะห์ได้แต่ช่าวหมากัดกัน วัว 5 ขา ปลาไหลมีเครา

    โฮ้ย…บ้าเอ้ย  ทนฟังทั้งสองคนจนกินบะหมี่หมด มีปัญญาแค่นี้เองเหรอ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลย กากจริงๆเลย เปลืองเวลาสถานีจริง อ๋อ…มันต้องเป็นผู้ดำเนินรายการแบบบ้องตื้นแบบนี้ซินะ มันถึงจะอยู่ได้

    อย่างที่เคยเตือนไว้คนพวกนี้ ถ้ามีลูกต้องเลี้ยงให้ดี อย่าตายก่อนลูก เพราะลูกจะรู้ความจริงเมื่อพ่อ-แม่คายก่อน แล้วลูกมันจะด่าย้อนหลังว่า “พ่อ-แม่โกหกฉัน”

    ตรงหน้าก็เป็นหนังสือพิมพ์หัวสีชมพูของร้านก๋วยเตี๋ยว ด้านล่างเป็นโฆษณาสร้างภาพของ ปตท. ซึ่งตอนนี้เห็นออกมาเืรื่อย เห็นมา 2-3 แบบแล้ว ออกแนวชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่พันมิตรฯ ออกมาเปิดโปง




  

    การใช้สื่อวิทยุมาวิเคาระห์ปัญหาแบบบ้องตื้นอย่างนี้ ไม่อายอาม่า อาอี้ที่มัฆวาณฯ มั่งเลย ไอ้พวกนี้เห็นเขากล่าวกันว่า ผู้รู้ กูรู ต้องมั่นหาความรู้มากๆ ต้องอ่านมากๆ ต้องอ่านหนังสือพิมพ์เยอะๆ ต้องรู้จัก สุ จิ ปุ ลิ http://www.easyinsurance4u.com/buddha4u/learning.htm

   

     ใช่…แต่ต้องรู้จักเลือกที่จะอ่าน เลือกที่จะฟัง เลือกที่จะรู้ เลือกทีีจะรับ ทั้งนี้ก็จะต้องขึ้นอยู่กับความรู้พื้นฐานของแต่ละคน บางคนตื้น ของคนลึก บางคนกว้าง บางคนยาว ไม่ใช่สักแต่ฟังผ่านๆ เห็นผ่านๆ รู้ผ่านๆ และไอ้ที่ได้รู้ได้ฟังมานั่น มันก็ผ่านๆมาเหมือนก้ัน ผ่านๆมาเรื่อย แล้วมันก็วิเคราะห์กันแบบผ่านๆ กว่าจะมาถึงเราก็กากแล้ว กากๆ แบบผ่านๆ้

   

    ไปถึงโต๊ะทำงาน “กูเปิดพี่ปองกับน้องเก๋ ฟังผ่านเน็ตก็ได้ฟะ” มีตอนหนึ่งพี่ปองพูดถึงเรื่องก๊งของพี่ปอง และพูดถึงก๊งคนอื่นๆที่สั่งเสียลูกหลานว่า

    “ลูกหลานคนไหนมีเงินไปเมืองจีน เก็นดินเมืองจีนมาฝากก๊งบ้างนะ ก๊งจะตายด้วยดินจีน แต่ฝังร่างในไทย”

    ใช่ครับก๊งกับอาม่าของผมก็เป็นอย่างที่พี่ปองว่า ก๊งกับอาม่าผมมาจากเมืองจีนยังรักพระมหากษัตริย์ และประเทศไทยมากกว่าพวกขายชาติ พวกไม่มีจิตรสำนึกในชาติเสียอีก

    ผมโบกมือกับหน้าจอโน๊ตบุ๊ตตามที่พี่สำราญ, พี่อมร และพี่น้องที่มัฆวาณฯ เพื่อตอนรับเข้าสู่การชุมนุมวันที่ 60 ครับ

   ไชโย ไชยะ ชัยชนะเป็นของประชาชน

Comments (0)

เสียใจที่คนดีๆในสังคมถูกอำนาจทุรยศต่อประเทศชาติมาทำร้าย
แต่ไม่เสียใจเลยที่เกิดมาในยุคสมัยที่พ่อหลวงปกครองบ้าน
ขอสัญญาว่าจะสู้ต่อไป ทำความกระจ่างให้กับบัวใต้น้ำอีกมากมายได้รับรู้ต่อไป
และจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับพวกชั่วชาติแม้แต่นิดเดียว

คุณสมพงค์ ชุมพรครับ เมื่อเรามองไปบนเวที ด้วยจิตใจที่รักบ้้าน รักเมือง เมื่อนั่เราจะพบกันครับ

ค้วยจิตรคารวะ

ครับจริงครับ ทุกเสาร์อาทิตย์ผมมานอนอยู่ที่สะพานมัฆวาน

โองการแช่งชักสุนัขการเมืองพันธุ์ชาติชั่ว

โคลงดั้น @ เชิญพุทธพุฒิผู้ พากเพียร
เอกอรหันต์ แห่งหล้า
จุดแสงเทียน ทุกจุด
ส่องค่าฆ่า ดับเข็ญ

เชิญธรรมะวิมุฒิสร้าง สัจธรรม
นำแสงเย็น ยิ่งแล้ว
นำส่องนำ ทุกขณะ
ก่ำยิ่งแก้ว ก่ำแสง

เชิญสงฆ์อริยะสร้าง สัจจศีล
ส่องสำแดง เดชป้อง
ผลาญโจรหีนะ ชาติโหด
ป้องพ่อแม่พี่น้อง ทุกสนามทุกสนาม

@ องค์ใดพระสัมพุทธ
สุวิสุทธะแสนงาม
ตัดสิ้นกิเลสทราม
บ่มิหม่น มิหมองมัว

หนึ่งในพระทัยท่าน
ก็เบิกบานดังดอกบัว
ราคีบ่พันพัว
สุวคนธะกำจร………….

ธรรมะคือคุณากร ส่วนชอบสาธร
ดุจดวงประทีปชัชวาลย์
แห่งองค์พระศาสดาจารย์
ส่องสัตว์สันดาน
สว่างกระจ่างดวงตา…..

สงฆ์ใดสาวกศาสดา
รับปฏิบัติมา
แด่องค์สมเด็จภควันท์
เห็นแจ้งจตุสัจจ์เสร็จบรร-
ลุทางที่อัน
ระงับและดับเสื่อมทรุด……………

@ ที่บ้านเมืองเคืองเข็ญอยู่เช่นนี้
เพราะสับปลับอัปรีย์ไม่มีหยุด
ผู้นำล้วนก๊วนกุ๊ยน่าถุยทุด
ถึงจับขุดโคตรฝังก็ยังฟื้น

พ่อ..ครับ…
ทุกแถวทัพทุกลูกจักลุกตื่น
สานความงามความหวังให้ยั่งยืน
แม้แดดโชนฝนชื้นก็เฉยชา

พ่อครับ
ทุกแถวทัพทุกแรงลูกแกร่งกล้า
ถึงมิได้ดื่มพระมัทธ์สัตยา
แต่ทว่าได้ดื่มด่ำ ณ น้ำพระทัย
พระทัยที่มีธรรมอันฉ่ำรส
ทุกทุกหยด หยดย้ำ ความฉ่ำใส
ทุกทุกลูก ทุกทุกห้วง ทุกดวงใจ
จะถอนโค่นโจรจัญไร จนไร้โจร

คมทวน คันธนู
(มีต่อ)

“คมทวน คันธนู” เป็นกวี นักเขียนเรื่องสั้น บทความ และนวนิยาย ชื่อจริง “ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร” เกิดเมื่อ พ.ศ.2493 ที่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าของหนังสือ “นาฏกรรมบนลานกว้าง” ได้รับรางวัลซีไรต์ โดยได้รับการยกย่อง ว่า มีความสามารถแต่งคำประพันธ์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งฉันท์ เพลงพื้นบ้านมาประยุกต์ได้อย่างกลมกลืน ปัจจุบันอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัดสมอง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา