แสงดาวแห่งศรัทธา (พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี)

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง | Posted on 14-10-2008



ผมไม่นึกเลยว่าจะต้องบันทึก 2 เรื่อง ใน 2 วันติดกัน

    7 ตุลาคม พศ. 2551 เวลา 16.00 น. เกิดเหตุบึ้มรถยนต์หน้าพรรคชาติไทย! ตามรายงานข่าว SMS ของ Manager

    ไม่นึกเลย…เมื่อทราบภายหลังเขาผู้นั้นคือ พ.ต.ท. เมธี ชาติมนตรี หรือในหมู่คนสนิทเรียกเขาว่า “สารวัตรจ๊าบ”นักรบบุรีรัมย์
หัวหน้าการ์ด


ภาพจาก www.manager.co.th

.    ขณะนั้นผมอยู่กับพี่น้อย
และพวกเราที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณถนนพิชัยตัดถนนอู่ทองใน
จากนั้นก็เคลื่อนย้ายกันไปที่สี่แยกการเรือน
เพราะกำลัังตำรวจเริ่มตั้งขบวนกันอยู่ฝั่งของสี่แยกการเรือน

    สักพักขบวนรถของ สว. ก็เคลื่อนผ่านเข้ามาทางพระที่นั่งวิมานเมฆ นำโดย สว.คำนูญ ทันทีที่รถคันสุดท้ายของขบวนวิ่งผ่านสี่แยกการเรือน ก็ตามด้วยเสียงระเบิดดังขึ้น เป็นจุดเริ่มของการเริ่มไล่ฆ่าประชาชนภาคบ่าย


    และวันนี้ วันที่ 14 ตุลาคม พศ. 2551 เป็นวันพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษแก่ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี และเมื่อ 39 ปีที่แล้ววันเดียวกันนี้คือ 14 ตุลาคม พศ. 2512 คือวันเกิดของพี่สารวัตรจ๊าบ

   หนึ่ง พ.ต.ท. เข้าสู่อ้อมองค์แห่งพระองค์ อีกหนึ่ง พ.ต.ท. ที่เทียบกันไม่ได้เลย ไม่มีแผ่นดินอยู่ เงินแสนล้านที่โกงบ้าน โกงเมือง โกงชาติ โกงแผ่นดิน ฉ้อราชบังหลวง ขาชาติ ขายแผ่นดิน ซื้อความสุขไม่ได้ และแปลงกลายเป็นทรราช (ทรยศ+ราชา = ทรราช)

ขอบคุณภาพจาก www.manager.co.th


    ผมไม่เคยได้พูดคุยกับพี่จ๊าบ ไม่เคยทักทาย และที่น่าเสียดายที่ไม่เคยไหว้ทักทายสวัสดีพี่จ๊าบเลย แต่ผมภูมิใจที่เคยเป็นการ์ดอาสา รักษาประตู4 ได้เป็นพวกเดียวกันกับพี่ ได้เป็นลูกน้องพี่



    สุดท้าย…ขอสิ่งศักสิทธิ์ในสากลโลก ช่วยดลบันดาลให้พี่น้องพันธมิตรฯ บรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ ได้รับชัยชนะในเวลาอันใกล้ และอย่าให้ผมต้องได้เขียนภาคต่อของ “แสงดาวแห่งศรัทธา” อีกเลย

‘พ.ต.ท.เมธี’ วีรบุรุษกู้ชาติ

       

       แด่ ดวงวิญญาณผู้หาญกล้า

       วีร กรรมล้ำหล้าแหล่งสยาม

       บุรุษ ผู้กู้ชาติประกาศนาม

       ตำรวจ ดีเด่นท่ามทรามสังคม

       น้ำดี ร่วมรวมใจไล่น้ำเน่า

       เมธี เท่าทันทักษิณสู้ศึกสม

       ชาติ จึงยังหยัดอยู่อย่างอุดม

       มนตรี กลมเกลียวราษฎร์สืบชาติไทย

       

       ภู-ติ-รัก

       ๑๐-๑๐-๕๑

Comments (0)

สมควรตาย

คนปลายซอย

8 ตุลาคม 2551 กองบรรณาธิการ

๗ ตุลา”สมชาย”ฆ่าประชาชน

ผมพลิกปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๑ ของท่านอาจารย์ “เทพ สาริกบุตร” ดู บอกว่า วันพุธที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ พระอาทิตย์ขึ้น ๐๖.๐๘ น. ตก ๑๘.๐๓ น. ดาวจันทร์เกาะปุรพษาฒนักษัตรที่ ๒๐ สิ้นสุดเวลา ๐๔.๒๘ น. เปลี่ยนเข้าเกาะอุตราษาฒนักษัตรที่ ๒๑ ฉินทฤกษ์ (โจโร)

อืมมม..ฤกษ์โจร ในอุตราษาฒนักษัตรที่ ๒๐ นี่ มีพระอัคคีเป็นเทพประจำฤกษ์ใช่หรือเปล่า ผมก็ไม่เจนจบในคัมภีร์ จึงตอบไม่ได้ แต่พอจะบอกได้ว่า ดาวจันทร์เกาะในฤกษ์นี้

มากโทษ-น้อยคุณ!

ยิ่งพรุ่งนี้ วันที่ ๙ ตุลา พระจันทร์ขึ้น ๑๐ ค่ำ ร่วมราหูทำมุมกับดาวอังคาร ดาวมฤตยู ดาวเสาร์ ดาวอาทิตย์ ตรีโกณพุธ ต้องตั้งสติกันให้มั่นแต่เช้ามืด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่รวมกันเป็นมวลชนชุมนุม

ตั้งนะโมให้มั่นนะครับ เพราะเป็นวันโลกาวินาศ จันทร์ร่วมราหู อาจเป็นได้ว่าชาวประชาสามัญต่ำศักดิ์ อาจถูกหักหาญจากชายชาญชาตินักรบ ตำราท่านว่า อย่าดูแคลน!

ด้วยสังคมยุค “สื่อสารครองโลก” ท่านคงทราบเหตุทรามจากน้ำมือ “ทรราช” ผู้สั่งฆ่าประชาชนด้วยรอยยิ้มไปแล้วนะครับ เพราะเซ็งแซ่จากทุกสื่อแพร่ภาพ-แพร่ข่าวตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ ๗ ตุลาคม

จาก ๖ ตุลา ๑๙ นานเนิ่นปานนั้น บ้านเมืองผ่านสู่อีกยุคหนึ่งแล้ว ใครก็ไม่คิดว่า เมื่อผ่านมาอีก ๓๒ ปี ถึงวันนี้ เชื้ออสูรร้ายจะคลอด “ทายาทอสูรตัวใหม่” ขึ้นในประเทศไทยได้อีก

๗ ตุลา ๕๑ รัฐบาลนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สั่งตำรวจปราบประชาชน กระหน่ำยิงแก๊สน้ำตาใส่พันธมิตรฯ ตั้งแต่เช้ามืดยันค่ำ ประชาชนล้มคว่ำ คลำคลานสาดเลือดฉานพื้น

มันเพียงหวังจะเข้าไปกางกระดาษอ่านตัวหนังสือที่เรียกว่า “นโยบายรัฐบาล” กรอกไมค์ ก็ไม่รู้ว่าให้หมู-หมา-กา-ไก่ ที่ไหนฟังในรัฐสภา เพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น!

มันสั่งฆ่าประชาชนได้ เพียงแลกกับการเข้าไปประกอบทรามกรรมพิธี

นี่แหละพี่น้อง..

มันคือ “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” นายกฯ ผู้สืบต่อสันดานทรราชอสูรย์ทักษิณตัวจริง!

ฟังสิ..ฟังเสียงยิงแก๊สน้ำตาดังตูมสนั่น..ตูม..ตูม..นัดแล้วนัดเล่า ควันขาวคละคลุ้งตลบคลุมเมือง ขณะฟ้ามะลำเมลืองใกล้ค่ำ ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล ฝูงชนพันธมิตรฯ ฮือกระจายเหมือนผึ้งถูกไฟรม เสียงร้องกรีดฟ้าระส่ำดังไปไกลแสนไกล ฟุบคว่ำคลำคลานไถลตามพื้นทุรนทุรายน่าเวทนายิ่งนัก

มันย่างสามขุมเป็นเงาตะคุ่มคืบคลานเข้าไป มันเป็นตำรวจหน่วยปราบน่าเกรงขามยิ่งนัก มันสวมเครื่องแบบจากเงินเดือน ประชาชน มันถือปืนยิงแก๊สน้ำตาจากภาษีประชาชน มันย่ำเข้าไป..ย่ำเข้าไป..ด้วยไอ้โอ๊ปจากเงินเดือนประชาชน

ตูม..ตูม..!!

แล้วมันก็ฆ่าประชาชน!!!

ผมเบือนหน้าจากจอช่อง UBC ที่ถ่ายทอดสดขณะตำรวจ-พันธมิตรฯ ประจันหน้า มีลวดหนามเป็นพรมแดนกั้นใน “ศึกชิงแดน” หน้า บช.น.

แล้วตำรวจก็เป็นฝ่ายเปิดฉากถล่มพันธมิตรฯ ผู้มีแค่ก้อนอิฐ ก้อนหิน “สู้ปืน” แก๊สน้ำตาที่มันซื้อมาจากเงินประชาชน…แล้วก็ได้เหนี่ยวไกฆ่าประชาชน “หนำใจ” มันจริงๆ

โอ้..อนิจจา!

๖ ตุลา ๑๙ ตำรวจก็เป็นมือฆ่าประชาชนบูชาทรราช
แล้วนี่ ๗ ตุลา ๕๑ ตำรวจยังเป็นมือฆ่าประชาชนให้ทรราชเหมือนเดิมอีกหรือ?

พี่น้องประชาชนพันธมิตรฯ มีสิทธิ์ทำผิดได้ ทำถูกได้ แต่ตำรวจไม่มีสิทธิ์ทำผิดด้วยการ “ประหัต-ประหาร” ประชาชน!

ถูก-ผิด ของพี่น้องพันธมิตรฯ เป็นผิด-ถูก เพื่อขจัดรากเหง้าอสูรร้ายให้แผ่นดิน

แต่ผิดของตำรวจหน่วยปราบฯ ตำรวจ ตชด.ที่เกณฑ์มา เป็น “ผิด” เพื่อพิทักษ์โคตรวงศ์พงศาทรราชอสูรร้าย

โทษนี้ “สมควรตาย”!!

สมควรตายตั้งแต่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ผู้มีอำนาจสั่งการตำรวจ

สมควรตายตั้งแต่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้เป็น ผบ.ตร.

สมควรตายตั้งแต่ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้เป็น ผบช.น. “แม่ทัพปราบปรามประชาชนกู้ชาติ”!

และใคร..คนไหนที่อยู่เบื้องหลัง และสั่งการบดขยี้บีฑาประชาชนครั้งนี้ สังคมคุณธรรมสืบสาวราวเรื่อง “รู้ตัว” มันคนนั้นเมื่อไหร่

โทษมัน “สมควรตาย” เช่นกันด้วย!

๑๔ ตุลา ผมก็พบพาน ๖ ตุลา ผมก็ผ่านมา กระทั่งพฤษภาทมิฬ ผมก็นอนกินอยู่กลางราชดำเนิน ประจักษ์ว่านาทีวิกฤติร้าย “เกิด” และ “ดับ” ไปในช่วงสั้นๆ

แต่ครั้งนี้ ๗ ตุลา มันโหดร้าย ป่าเถื่อน เป็นความจงใจของทรราชทายาทอสูรเลือดเย็น ปฏิเสธที่ไหนไม่ได้ว่า ที่สั่งฆ่าเพราะมัน “บกพร่องโดยสุจริต”

เพราะการใช้ “อำนาจรัฐ” สั่งการพิฆาตประชาชนมือเปล่า มันจงใจ “สั่งให้ฆ่า” ตั้งแต่เช้า ตกบ่ายยังกระหายเลือดพันธมิตรฯ ตามติดพิฆาตประชาชนอีกด้วยปืนแก๊สน้ำตา

จากภาพที่เผยแพร่ มันเจตนาฆ่าให้ตาย ไม่ใช่หวังเพียงแค่เปิดทางให้ ส.ส.เข้าประชุมสภาฯ หรือว่าเปิดทางให้ออกเท่านั้น

และการให้ตำรวจหน่วยปราบฯ เดินเรียงหน้ากระดานไล่พิฆาตประชาชนที่หน้า บช.น.ซึ่งไม่ห่างจากพระบรมราชานุสาวรีย์ “พระบรมรูปทรงม้า” ในตอนพลบค่ำ นั่นคือพฤติกรรมตอกย้ำว่า

ที่ทำมาแต่เช้า “ถูกแล้ว” จึงเป็นแนวให้การ “ฆ่าประชาชน” เป็นสิ่งที่ตำรวจหน่วยปราบฯ ทำได้..สมชายชอบ!

ทั้งหมดนี้ ประชาชนอย่าหลงไปโกรธ “ตำรวจท้องที่” เพราะตำรวจตามโรงพักไม่เกี่ยว และไม่มีเอี่ยวในการพิฆาตประชาชน

ความชอบจากทรราช “พล.ต.ท.สุชาติ” ได้รับมากเท่าไหร่ ก็จงรับความชังไปจากประชาชนมากจากนั้นขึ้นไปอีก ๒ เท่า!

การที่ “พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ” ลาออกในทันทีที่การพิฆาตประชาชนเกิดขึ้น ก็ต้องชื่นชมกับสปิริต และการลาออกจาก “รองนายกฯ” นี้ เป็นสิ่งยืนยันชัดเจนว่า การปราบปรามประชาชนทั้งหมดนี้

มาจาก “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” นายกฯ น้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณโดยตรง!

เพราะก่อนหน้านี้ นายสมชายมอบ “ความรับผิดชอบ” เรื่องมวลชนพันธมิตรฯ ให้พลเอกชวลิตเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ในเมื่อพลเอกชวลิตไม่ได้สั่งปราบพันธมิตรฯ และไม่รู้เรื่องกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ก็แสดงชัดว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ “มีเบื้องหลัง” นายกฯ สมชาย “หักหลัง-หักอำนาจ” บิ๊กจิ๋ว นั่นเพราะใครสั่งมา?

มวลพี่น้องพันธมิตรฯ ทั้งหลายเอ๋ย ทั้งเหนือ ทั้งใต้ ทั้งออก ทั้งตก ทั้งอีสาน และทั้งมวลพี่น้องพันธมิตรฯ พื้นที่เจ้าของบ้านคือ กทม.

กระทั่ง ๔+๓ แกนนำพันธมิตรฯ พร้อมผองเพื่อนผู้หยัดอยู่สู้ทรราชเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน ผมอยากจะบอกว่า

เราไม่ได้สู้เพื่อแพ้!

เดิมพันศึกนี้ แค่ยุบสภาฯ แค่ลาออก มันไม่สาสมกับความชั่วร้าย “นายสมชายสั่งฆ่าประชาชน”

เราไม่ได้ทำเพราะโกรธ เราไม่ได้ทำเพราะเพราะแค้น แต่เราต้องทำเพราะต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินสู่ศตวรรษใหม่ สังคมบ้านเมืองต่อจากนี้ไป ต้องล้างไม่ให้เชื้อชั่วอสูรร้ายระบอบทักษิณเกาะกินประเทศไทยได้อีก

“สมชาย” เชื้อชั่วที่เพาะชั่วสืบตัวต่อทางการเมือง..ต้องออกไป!

โทษที่มันสั่งพิฆาต เข่นฆ่าประชาชน เป็นโทษระดับฆาตกร ไม่แค่ลาออกและคุก

แต่สมควรต้องเฉดหัวให้มัน “ออกไป” จากแผ่นดินไทยด้วย!

สำหรับ พล.ต.อ.พัชรวาท พล.ต.ท.สุชาติ ถ้าไม่สารภาพว่า “หน้าไหนออกคำสั่งให้ตำรวจฆ่าประชาชน?”

ยังจะปล่อยให้ลอยหน้าอยู่ได้ แล้วพี่น้องพันธมิตรฯ ของเราที่ต้องตายไป วิญญาณจะสู่สุคติได้อย่างล่ะ..พี่น้องเอ๋ย!

เคลื่อนไหลเหมือนสายน้ำกระหน่ำภูผามาถึงจุดนี้แล้ว ไม่มีอะไรที่จะตัดสายน้ำได้ขาดหรอกมิตรสหายเอ๋ย

๔ แกนนำต้องกุมสติ-ตั้งทิศเป็นรูปธรรมเป็นหางเสือให้แน่วแน่ สายน้ำเมื่อไหล มันหยุดไม่ได้แล้ว

มันมาถึงจุดที่ “เขาอยู่” หรือ “เราอยู่”?

ไม่ต้องแลก…

แต่เราต้อง “เลือกเอา” นักการเมืองมันอ้างว่า “ประชาชนเลือกผมมา” เราต้องตะโกนใส่หน้าให้เหล่ามันได้สำนึกในความจริงเสียทีว่า

“กูนี่แหละคือประชาชนที่เลือกพวกมึงมา ฉะนั้น พวกมึงอย่าเสือกทำเหนือประชาชน”

พิพากษาไหนจะสู้ “พิพากษาประชาชน” ได้ล่ะ?

วันนี้..ถึงนาทีที่มวลหมู่ประชาชนพันธมิตรฯ จะต้อง “พิพากษา” การเมืองในระบอบประชาชนเลือกมา พิพากษาให้เหล่ามันได้รู้ซะบ้างว่า

กูเลือกพวกมึงมา ให้ทำหน้าที่ เพื่อประชาชน-ของประชาชน และโดยประชาชน

ไม่ใช่ให้กำเนิดพวกมึงมาทำหน้าที่ เพื่อระบอบทักษิณ-ของระบอบทักษิณ และโดยโคตรวงศ์พงศาทักษิณ!

มือเปล่าประชาชน ไม่ใช่มือว่างเปล่า

มือเปล่าประชาชน คือมือขาวคุณธรรมปราบมือดำทรราชแผ่นดิน!

ไป..จงเดินไปข้างหน้า ภารกิจประชาชนเพื่อสังคมคุณธรรมยังไม่สุด ถ้าหยุดจะสะดุดตัวเอง ไป..เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “อำนาจชอบธรรม” ไม่ใช่แค่ใครไปยืนอ่านกระดาษเฮงซวยในสภาฯ แล้วจะมาอ้างว่า “เป็นรัฐบาลสมบูรณ์แล้ว” อำนาจสมบูรณ์ ต้องมาจากประชาชนสมบูรณ์เท่านั้น และประชาชนสมบูรณ์วันนี้คือ..ประชาชนพันธมิตรฯ เพื่อชีวิต “การเมืองใหม่” เท่านั้น.

ผมอยากให้ตั้งสติ ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน….พักผ่อน พักรบ สักระยะ แล้วค่อยมาสู้ต่อ ดูท่าทีรัฐบาล…และให้กระบวนการยุติธรรมทำงานไปก่อน… พ่อแม่ ภรรยา ลูก เป็นห่วงไม่อยากให้เป็นอะไร…

ขอให้ท่านหลับให้สบาย เราเสียใจและเสียดายที่เสียท่านไปวีรบุรุษผู้กล้าของเรา แต่เสียท่านไปจะมีวีรชนผู้กล้าที่จะต่อสู้แทนท่านอีกนับแสน นับล้าน ขอให้ท่านไปสู่สุขคติเถิด

หลับให้สบายผู้กล้าทั้งสอง

ขอให้พี่หลับให้สบาย เราที่อยู่ข้างหลังจะสานต่องานของพี่เอง ส่วนคนที่ทำร้ายทำลายพี่เค้าจะต้องพบกับหายนะจากกรรมที่เค้าก่อขึ้นในที่สุด เราขอให้พี่อย่าได้เป็นห่วงอะไรอีก ไปสบายนะค่ะ

40 ครับ ถ้าวันนั้นพวกเรามีระเบิดจริง ต้องมีตำรวจร่วงมั่งแล้วละครับ

หรือถ้าเลือกข้างแล้วเชิญใส่เสื้อแดง สนามหลวง ครับ
มาอยู่แถวนี้ เกะกะครับ………..

อหิงสาแบบนรกๆ ไงหละพันธมิตร
เอ้า คนที่โดนระเบิดตัวเองตายโปรดแสดงตนกับพันธมิตรกู้ชาติชั่วๆของมันเร็ว โคตรแม่มึง

ก็ที่ไปกันน่ะ พวกเดียวกันทั้งนั้น พวกสัตว์

น้อยใจ สถาบันจัง ที่ชมพวกหนึ่ง งั้นเราคงจะไม่มีความสำคัญกับสถาบันแล้ว

ไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่ไม่ตาย ไม่เหมือนพวกโง่ ที่ยอมตายเพื่อคนอื่น

แปลกแฮะ บล็อกนี้ไม่ยักกะมีคนไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรจริงๆ ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว โกหกตอแหล ใส่ร้ายป้ายสีคนบริสุทธิ์ ยุให้คนไทยฆ่ากันบัดซบ Fucking ASTV, Fucking fake hero, Fucking Manager on-lie
กูว่ามึงต้องลบความคิดเห็นนี้แน่ๆเลย ไอ้พาลทะมิด อันทะมิด

ขอให้ไปสู่สุขตินะคะ

พวกเราจะร่วมกันขับไล่ฐบาล เฮ งซวย พวกนี้ให้เองค่ะ

^^

สู้ๆ

ขอให้ทุกคนจดจำการต่อสู้ครั้งนี้ตลอดไป
อย่าลืมวีรชนทุกคนที่ต่อสู้เพื่อบ้านเมืองนะครับ
และขอให้ศึกครั้งนี้ประสบความสำเร็จโดยเร็ววันครับ

เพิ่งเดินทางกลับจากงานพระราชทานเพลิงศพพี่จ๊าบ ..อาลัย เสียใจที่สูญเสียคนดีๆ..พวกทรราชสารเลวมันต้องชดใช้การตายการเจ็บของเหล่าวีรชนผู้กล้า ตุลาทมิฬ

มีแต่พวกบ้าเสียสติเท่านั้นที่ยกย่องนักก่อการร้ายที่ขนระเบิดไปก่อกบฎแล้วกรรมสนองทันตาโดนระเบิดตัวเองตาย

อหิงสาคือไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งกาย วาจา ใจ และไม่สร้างความเกลียดชัง ให้สังคม หยุดเถิดท่านผู้สร้างความวุ่นวาย มันบาป ASTV และ Manager ON lie

ผมลบ ความคิดเห็นที่กวนใจพี่จ๊าบออกแล้วนะครับ

อ่านความคิดเห็นที่ไม่ลบแล้วอาจตกๆหล่นไม่ประติดประต่อนะครับ

ด้วยจิตคารวะ

ตำรวจตอนที่มันระเบิดแขนขา พี่น้องไปแล้ว มันก็พูดเหมือน คห. 48 เลย รื่นหูดี แต่ถ้าผมจะบอกว่าถ้าไม่อยากให้มีการประท้วง เชิญไปพม่าดีกว่าครับ คุณคงชอบเพราะใครออกมาประท้วงโดนยิงตายหมด

อสิงหาคือการใช้ระเบิด สร้างความรุนแรง ด่าทอ ใส่ร้าย บิดเบือน คนไทยพุทธเชื่อเรื่องกรรม เวรมีจริง กรรมใดใครก่อกรรมนั้นสนอง พุทธองค์ไม่ได้สอนให้เบียดเบียนมิใช่หรือ พวกคุณนับถือพระพุทธเจ้าจริงหรือเปล่าหรือแค่ของเทียม จำลอง ทักษิณ จำลอง สนธิ สุริยะใส สมศักดิ์ สมเกียรติ สมชาติ สุดท้ายก็หนีเวรกรรมไม่พ้นหรอก ตายทุกคน ดีชั่วรู้แก่ใจกันเอาเอง อย่างทำให้สังคมเดือนร้อนเลยครับ ยุติเถอะครับ คนส่วใหญ่เดือดร้อน อย่าให้คอรัปชั่นเป็นสิ่งดี อย่าให้ความรุนแรง และการละเมิดกฎหมายเป็นค่านิยมที่ไม่ดีต่อสังคม ทำผิดก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย ถ้าไม่อยากรับผิดก็ให้หนีไปจากแผ่นดินนี้ อย่าทำให้กฎหมายเป็นกฎหมา อย่าใช้คำหยาบช้าออกทางทีวีเพราะเด็กๆที่ดูก็จะสามานย์เหมือนคนพูด อย่าโกหกออกทางทีวี ทุกฝ่าย ขอเถิดนะ อย่าทำสงครามกันอีกเลย คนประกอบสัมมาอาชีพเดือดร้อนเพราะพวกท่านจริงๆ

46 ครับอย่าอ้างความเป็นกลาง แสดงจุดยืนเหมือน 37 38 39 40 ยังดู ชัดเจนกว่าครับ ได้เวลาแล้ว ไปทำงานเป็นทาสทุนสามานย์ต่อไปเถอะครับ ขอบคุณครับ

ไม่เลือกข้าง ไม่นิยมความรุนแรง ขอความสงบสุขให้กับมวลชน ไม่ต้องการพันธมิตรสามานย์ และนปก นรก ขอสันติสุขแก่มวลชน ขออนารชน บิดเบือน ยุยง เสี้ยมให้คนไทยฆ่ากันจงวิบัติย่อยยับ ขอพวกที่ทำร้ายบ้านเมืองของพวกข้าจงมีอันเป็นไปไม่ว่าไอ้และอีคนไหนก็ตามยุให้คนบริสุทธิ์แต่ขาดสติฆ่ากัน เบื่อจำลองพาคนไปตาย เบื่อสนธิจอมเสี้ยมจากนรก เบื่อทักษิณที่ไม่ยอมเป็นไข่สนธิ เบื่อพันธิมิตชาติชั่ว กลับนรกเสียเถอะทุกตนให้อภัย เจอกันขอบนรกนะ

43 ครับ คุณรู้อะไรบ้าง นอกจาก ค่าของเงิน และ สิ่งที่รัฐทรราช ล้างสมองคุณ? เลือกข้างแล้ว ก็ขอความสงบสักนิดเถอะครับ เวลาพวกคุณเกิดล้มตาย พวกเราไม่เคยซ้ำเติมนะครับ ขอบคุณครับ

40 ครับ ถ้าวันนั้นพวกเรามีระเบิดจริง ต้องมีตำรวจร่วงมั่งแล้วละครับ

หรือถ้าเลือกข้างแล้วเชิญใส่เสื้อแดง สนามหลวง ครับ
มาอยู่แถวนี้ เกะกะครับ

ค่าจ้างของความบาปคือความตาย ขออโหสิกรรมแก่พันธมิตร เป็นเวรเป็นกรรม ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้นนะจะสันติอโศก ศาสนาพุทธเทียมๆ

ขอขอบคุณในความเสียสละเพื่อประเทศชาติ คุณคือวีรชนคนไทย ต่อสู้เพื่อคนไทย เพื่อชาติโดยแท้จริง ขอกราบแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง นี่คือสุดคุ้มค่าแห่งชีวิตของชนชาติไทย

37, 38, 39 ขอความสงบให้ผู้ตายด้วยครับ

อย่างน้อยคุณก็น่าจะแสดงความเสียใจสักนิดก็ยังดีนะครับ เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน หรือคุณไม่ใช่?

เสียใจจริงๆกับ ระเบิดสัตว์นรก มันฆ่าพันธมิตร ระเบิดของตัวเองแท้ๆทำเองก็อย่าโทษคนอื่นนะมันบาป ขอไปสู่ที่ชอบๆ เถอะ อย่ามาก่อกวนหลอกหลอนรุนแรงอีกเลย พันธมิตรสามานย์

RIP So, Sorry ! Your fucking bomb killed you, Jarp. Don’t blame thai police but your bomb and fucking Panthamith. You have died for Panthamid not Thailand. You are not our Thai hero but Panthamith hero.

I hope somebody will Kill Kill SongThi and Kill all the family, Lonthi was the big problem. Only the God will kill songthi all the generation and never born agains

Thank for the God

I hope somebody will Kill Kill SongThi and Kill all the family, Lonthi was the big problem. Only the God will kill songthi all the generation and never born agains

Thank for the God

หมวดจ๊าบ และน้องโบว์ ตอนนี้กำลังช่วยเหลือพันธมิตรกู้ชาติอยู่บนสรวงสวรรค์ ชั้นใดชั้นหนึ่ง

และคอยอนุโมทนาบุญกับกลุ่มพันธมิตรที่ได้ทำบุญส่งกุศลไปให้ด้วยแล้ว

ท่านทั้งสองจะอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดกาล

อย่างนี้เขาเรียกว่าตายโง่ครับ สมน้ำหน้าละ

ขอให่พี่จ๊าบจงไปสู่สุขติเถอะค่ะ ชาติหน้ามีจริงคนดีๆ อย่างพี่ต้องได้พบเจอแต่สิ่งดีๆที่ชาตินี้ได้ทำเพื่อชาติแน่นอน

ขออัญเชิญ องค์เทพ เทวดา นางฟ้า เทพบุตร เทพธิดา มารับดวงวิญญาณของ พตท.เมธี ชาติมนตรี ไปสู่สรวงสวรรค์ ด้วยเทอญ

***หลับเถิดสารวัติจ๊าบ เหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว ปล่อยให้เป็นภาระกิจของพวกเราต่อไป***

Rest in peace my best friend…from natcha London

ทำไมเว็บนี้มีแต่ความเห็น หมา หมา วะ กรูจะอ้วก มีแต่พวกหน้าตัวเมียคลานหนีแก๊ซ ถุย คลานยังกะหมา แล้วยังมาเห่าให้พวกที่ตายแบบหมาอีก เจี้ยเอ้ย กรูเจอมรึงจะเอาแก๊สยัดตูดพวกมรึงให้หมด ให้วิ่งออกจากทำเนียบเลย ถุย รถติดเพราะพวกควายมรึงนี่แหล่ะ กรูไปทำงานสายทุกวันเลย เกลียดพวกแมร่งไม่มีงานทำว่ะ

ควายเอ้ย เป็นถึง พตท. ถูกหลอกไปตายโดยระเบิดขงพวกมันเองนั่นแหล่ะ กะล่อฝั่ง ตร. เอ็งนะแหล่ะหนีไม่ทันเอง

ขอให้การเสียสละครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่คนไทยต้องจากไปเพราะคนเลวๆ แบบ ทักษิณอีกเลย ถ้ามีคราวหน้าของให้เป็นงานศพทักษิณที่เราจะไปเหยียบศพมันให้ละเอียดไปเลย

พวกผมจะรอครับ ผมจะรอจนผมยืนไม่ไหว ขาสั่นอ่อนแรง ก็จะหักกิ่งไม้มาคล้ำ

ยืนหลับใน หิ้วปีกก็จะรอครับ

พวกผมจะรอทหารของพระราชา ทหารของพระราชินีครับ

สิบโท chairojt ……..

ขอให้ทุกท่านได้รับชัยชนะ
ทหารจะอยู่ข้างประชาชน
จะไม่อยู่กับรัฐบาลทรราช
สามมาร
พล.อ…….

จะสร้างสถานการณ์แต่ระเบิดก่อนหนีไม่ทันเลยโดนคัวเองตายน่าสงสารจริงๆ

เสียงไซเรน ณ โรงพยาบาลวชิระ ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นสัญญาณบอกถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองฟ้าอมร กรุงเทพมหานคร หมอและพยาบาลในชุดขาว ต่างทำหน้าที่กันอย่างหนักเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บที่ร่างกายล้วนนองเลือด โดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะใส่ชุดสีกากี หรือ สีเหลือง บุรุษในเสื้อสีเหลือง ร้องโอดโอยจากการมีรอยแผลลึกที่หน้าแข้ง และ ตามตัวหลายแห่ง ขณะที่ตำรวจซึ่งใส่ชุดสีกากีนั้น หมดสติไปแล้วจากการถูกของของแข็งบางอย่างฟาดเข้าตามร่างกาย

หลังจากเข้าทำการรักษาในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลได้เปลี่ยนชุดทั้งคู่เป็นชุดของโรงพยาบาล และ พาเข้าพักฟื้นในห้องเดียวกัน ในห้องมีครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายมาเยี่ยมตามคาด แต่ต่างไม่ได้คุยกันด้วยไม่รู้จักกันมาก่อน มีเพียงม่านบางๆกั้นระหว่างความเป็นส่วนตัวของครอบครัวทั้ง 2

“พ่อเป็นไงบ้าง เจ็บไหม?” เสียงเล็กๆที่บริสุทธิ์ดังมาจากฝั่งหนึ่งของห้อง

“เจ็บนิดหน่อยลูก” เสียงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในชุดของโรงพยาบาล พยายามพูดเพื่อปลอบใจลูกรัก

“หนูไม่อยากให้พ่อออกไปทำงานอีกแล้ว ทำไมเขาถึงต้องตีพ่อด้วย” เสียงเล็กๆยังถามต่อไปด้วยความไม่ประสีประสาเรื่องของผู้ใหญ่

“มันเป็นงานนะลูก ….พ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย หัวหน้าสั่งก็ต้องทำ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นกฎ ”

คำสนทนาเหล่านี้ดังเพียงพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมห้องของเขาต้องเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ

“ถึงพ่อไม่ชอบพ่อก็ต้องทำเหรอ”

“พ่อไม่อยากจะทะเลาะกับคนไทยด้วยกันเลยลูก บ้านเราก็ไม่ได้ชอบรัฐบาลนี่ ”

“แล้วพ่อจะออกไป ให้เขาทำร้ายแบบนี้ทำไม” เสียงเล็กๆเริ่มสั่นเครือ เพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่พ่อของเธอพยายามจะอธิบาย

บรรยากาศในห้องเริ่มผู้ป่วยเริ่มเงียบงัน มีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่บรรดานักวิจารณ์ ต่างพร่ำบอกกับสังคมว่า ตำรวจรังแกประชาชน ประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต ตรงกันข้ามกับภาพที่เด็กน้อยเห็นเบื้องหน้า เธอกับพ่อของเธอต่างหากที่ถูกทำร้าย

เสียงเล็กๆในห้อง กำลังร่ำไห้บอกกับโทรทัศน์ บอกกับคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นว่า แล้วพ่อหนูล่ะ ….พ่อหนูอยู่ที่นี่ นอนอยู่ตรงนี้ บอกหน่อยได้มั้ยว่า แล้วพ่อหนู ไม่ใช่คนไทยหรือไง ใครทำพ่อของหนู???

ทันใดนั้นม่านบางๆซึ่งกั้นระหว่างเตียงของ บุรุษผู้รักชาติและผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ได้ถูกเปิดขึ้น

“คุณตำรวจ….ผมขอโทษ” คำพูดสั้นๆคำแรกที่บรรยายความรู้สึกนับพัน หลุดออกมาจากความรู้สึกของชายมีอายุผู้รักชาติคนนั้น

นายตำรวจในชุดผู้ป่วย แปลกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะได้ยิน ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา กับการต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรทุกวี่วัน เขาเคยชินซะแล้วกับคำพูดถากถางต่างๆ จากฝ่ายที่ได้ชื่อว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือ เป็นฝ่ายรักชาติอะไรก็ตามแต่

“คุณลุงเป็นใครคะ ?” เสียงใสๆถามด้วยความสงสัย

“ลุงก็อยู่กลุ่มเดียวกับคนที่ทำให้พ่อหนู เข้าโรงบาลนั่นแหละ” เสียงชายสูงอายุพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แล้วเพื่อนคุณลุงทำร้ายพ่อหนู ทำไม?” เสียงเล็กๆเริ่มถามอย่างคาดคั้น

“บางครั้งหนูก็ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับความถูกต้อง วันหน้าหนูจะได้อยู่ในสังคมที่ดีนะหนูนะ”

“แล้วลุงไม่คิดเหรอคะว่า ถ้าพ่อหนูตาย …ลุงได้สังคมทีดี แล้วหนูต้องเป็นเด็กกำพร้า…..หนูทำผิดอะไร ?” เด็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากให้น้ำตา แทนคำพูดที่เหลือทุกๆอย่าง

“บางครั้งเมื่อลุงอยู่กับเพื่อน ลุงอยู่กับคนคิดเหมือนกัน …ลุงเห็นคนข้างหน้าคือศัตรู ที่ต้องจัดการ ลุงเห็นคนใส่เสื้อไม่เหมือนลุงคิดไม่เหมือนลุง เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น…..พอวันนี้เราใส่เสื้อเหมือนกัน …..ได้ฟังหนูกับพ่อคุยกัน ลุงว่า….ลุงเหมือนพึ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ลุงต้องขอโทษหนูจริงๆ…” เสียงกับแววตาของชายสูงอายุ มีท่าทีสำนึกต่อเสียงเล็กๆนั้น

“ผมก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกัน ถ้าทำอะไรให้ประชาชนอย่างคุณโกรธ หรือ เข้าใจผิด…หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมโดนเสียดสีและยั่วโมโหจากผู้คนและสังคมมากมาย เหมือนผมไม่ใช่คน เหมือนเป็นสัตว์ร้ายอะไรสักอย่าง ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร ผมก็มีลูกเมีย ผมอยากกลับบ้าน อยากพาลูกเมียไปเที่ยว ผมก็ไม่ได้ทำ ผมต้องออกมาทำงานทุกวันในรอบ 1 เดือนมานี้ ผมคิดถึงลูกเมียผมมาก ภาวนาว่าขอให้เรื่องนี้มันจบๆเสียทีจะได้กลับไปเห็นหน้าลูกเมีย พึ่งจะเห็นหน้าลูกครั้งแรกก็ตอนที่ลูกต้องมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล….แต่ถ้าคุณเข้าใจผม ผมคิดว่านาทีนี้ ตรงนี้มันคุ้มค่ามาก ” เสียงคุณตำรวจ พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี

วันนั้นภายในพื้นที่เล็กๆของห้องพักฟื้นสี่เหลี่ยม หัวใจของชาย 2 คนทำให้ห้องนี้ดูกว้างขวางขึ้น อย่างน้อยก็ดูกว้างกว่าที่ทำเนียบ หรือ รัฐสภา กรอบที่พันธนาการคนทั้งคู่ไว้ด้วยหัวโขนที่แต่ละคนใส่อยู่ด้วยความโกรธและเกลียด ถูกทำลายลงหลังจากที่ได้มีการพูดคุย และตระหนักต่อความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ด้วยกัน … ใช่แล้ว!!!เรายังคุยกันด้วยภาษาไทย และมีพ่อคนเดียวกัน ทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้ ทำไมปากของเรา ความเห็นของเราถึงถูกใช้เพื่อนำพาไปสู่ความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นความสามัคคี น้ำตาหยดนี้จะไม่มีวันไหลเลย ถ้าเราหยุดคิดสักนิดเพื่อพูดจากัน เปิดใจรับความเห็นต่างกันบ้าง?

วันต่อมาสงครามทางความคิดยังคงอยู่ แต่คนที่ได้อ่านบทความนี้จะได้ตระหนักมากขึ้นว่าการให้อภัย และ เห็นความจริงในมุมเล็กๆที่ไม่มีใครคาดคิด ก็คงจะตอบคำถามได้ว่า เรากำลังสู้ทำไม สู้เพื่อใคร และ ถามด้วยเหตุผลต่อทั้ง 2 ฝ่ายว่า วันนี้คุณเห็นคุณค่าน้ำตาหยดนั้นแค่ไหน ชัยชนะของประชาชนหรือตำรวจในวันนี้ แลกกับหยดน้ำตาของคนอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าฝ่ายไหน คุณจะเรียกมันว่าชัยชนะ หรือ ความพ่ายแพ้ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์ ต่อคนที่สูญเสีย เบื้องหลังของชัยชนะ มีความพ่ายแพ้ของคนมากมายที่คุณอาจไม่เคยนึกถึง….มุมเล็กๆที่ไร้เสียงหล่านี้ เคยเห็นเคยได้ยินกันบ้างไหม???

พ่อบอกว่า”ถ้าไปพธม ถึงตายก็ไม่ไปรับศพ”
งงเลยๆๆ หนูเปล่าเป็นพันธมิตรนะ
เรา”นี่พ่อ ถ้าหนูไปแบบในทีวีอะ เหอะๆ”
พ่อบอกว่า “ตายก็ไม่ไปรับหรอก ปล่อยไป ตอน14ตุลา พ่อก็เคยหนีเข้าป่า แต่นั้นเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ตอนนี้เรียกร้องเผด็จการ ใช่ปะหละ คิดเอง”
เราก็เอ่อะ รู้แล้ว แต่แบบว่า ลูกไม่ได้บอกว่าลูกเป็นพธม

จริงใจแล้วไม่เคยคุยเรื่องการเมืองกับพ่อเลยด้วยซ้ำ
แนวคิดทางการเมืองจากรั้วมหาลัยไม่ได้ซึมซับเข้าหัวเท่าไร
จริงๆก็รับข่าวสารบ้าง ทั้งทีวี เมลล์ เว็บไซด์ แต่ก็ไม่ได้สนใจจริงๆเท่าไหรนัก
เพราะตัวเองยอมรับว่า “การเมือง:-) ไกลตัว”

พอหลังจากที่เข้ามาทำงาน เวลาว่างเริ่มเยอะ555 ก็เลย อ่านข่าวมากขึ้น อ่านกระทู้ ปกติจะเข้าแต่ห้องหว้ากอ หรือไม่ก็BP แต่พออ่านๆในราชดำเนินไป เฮ้ย จริงเหรอว้า ต้องไปดูในASTV youtube ประชาไท CNN บ้างเพื่อให้เข้าใจอะไรในมุมกว้างขึ้น
เลยรู้ว่า ในเว็ปไซด์ต่างๆเ หมายถึงข่าว ไม่ใช่พวกบล็อกอะ เป็นการสื่อสารแบบone way communication
ถ้าบางเวปเขาพูดอะไร เฮ้ย ตรงวะๆตรงกับทัศนิคติเดิม เออ กะรูเชื่อ

เราเองได้เมลล์ฟอร์เวิด ทั้งการเมือง ทั้งคนนั้นจะโค่นล้มสถาบัน ทั้งคนนั้นทำอย่างงี้ โจรใต้
แต่ข้อมูลพวกนี้ ยากจะพิสูจน์ได้ เพราะไม่เคยมีข้อมูลไหนที่โชว์แหล่งที่มี ทำให้รู้ชัดเจน แจ่มเเจ้ง
…เออ ใช่ เรื่องจริง…
เราไม่เคยเชื่อกะสิ่งที่แค่อ่าน แล้วเอาความคิดเราไปตัดสินแค่นั้นไม่ใช่
เรายอมรับความเห็นคนอื่นก็มองว่าอะไรถูก อะไรผิด

ก่อนหน้านี้เราตั้งกระทู้หลายๆกระทู้ ซึ่งเคยมั่นอกมั่นใจว่าเป็นกลาง เกลียดอำนาจเก่า และเกลียดพธม
แต่พอหลังจากที่คิดอยู่นาน เราเลือกที่จะอยู่ข้างที่เราคิดว่าถูกต้องที่สุด
ข้างที่มาจากการเลือกตั้งที่เรียกว่าประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

แต่ตอนนี้ พวกพันทิพและข้อมูลจากเว็บอื่นๆนี่แหละที่ทำให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร เป็นการสื่อสารแบบสองทางอย่างแท้จริง

ทุกคนสามารถเชื่อ ในสิ่งงที่ตัว้เองคิดว่าใช่ได้ แต่การเชื่อนั้น จะได้อะไรมากขึ้นถ้าเอาความเห็นของคนอื่นมาตรองดูบ้าง

หากจะเลือกสีเสื้อ ไม่ว่าเสื้อสีอะไรก็เป็นการแบ่งพวกทั้งนั้น แต่อย่างน้อย สีเสื้อที่เราเลือกก็ไม่ได้ เอาบุคคลได้มาอ้าง ทำให้บุคคลนั้นต้องแปดเปื้อนไปด้วย

ขอพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า เลือกใส่เสื้อแดง เพราะ พวกเขาชุมนุมอย่างคนที่เรียกว่าปัญญาชน ไร้ความรุนแรง

ผิดกับการกระทำของคนบางกลุ่มที่อย่างว่า ชุมนุมอย่างสันติ
ไม่กระดากใจบ้างเหรอคะ ที่โกหกคนทั้งประเทศ

ตอนนี้ถ้าจะไปกับพวกเสื้อแดงด้วยกัน ถ้าพ่อจะว่า ก็จะแอบไป55555

พวกเราชาวพันธมิตรจะสานภาระกิจให้สำเร็จเอง
พี่รอดูบนสวรรค์เลยนะครับ
อีกไม่นาน

ขอให้ไปสู่สรวงสวรรค์นะคะ

พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี ข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเกิดมาเพื่อชาติและแผ่นดินโดยแท้จริง
ไปสู่สรวงสวรรค์และน้องโบว์ด้วย

เสียงไซเรน ณ โรงพยาบาลวชิระ ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นสัญญาณบอกถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองฟ้าอมร กรุงเทพมหานคร หมอและพยาบาลในชุดขาว ต่างทำหน้าที่กันอย่างหนักเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บที่ร่างกายล้วนนองเลือด โดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะใส่ชุดสีกากี หรือ สีเหลือง บุรุษในเสื้อสีเหลือง ร้องโอดโอยจากการมีรอยแผลลึกที่หน้าแข้ง และ ตามตัวหลายแห่ง ขณะที่ตำรวจซึ่งใส่ชุดสีกากีนั้น หมดสติไปแล้วจากการถูกของของแข็งบางอย่างฟาดเข้าตามร่างกาย

หลังจากเข้าทำการรักษาในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลได้เปลี่ยนชุดทั้งคู่เป็นชุดของโรงพยาบาล และ พาเข้าพักฟื้นในห้องเดียวกัน ในห้องมีครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายมาเยี่ยมตามคาด แต่ต่างไม่ได้คุยกันด้วยไม่รู้จักกันมาก่อน มีเพียงม่านบางๆกั้นระหว่างความเป็นส่วนตัวของครอบครัวทั้ง 2

“พ่อเป็นไงบ้าง เจ็บไหม?” เสียงเล็กๆที่บริสุทธิ์ดังมาจากฝั่งหนึ่งของห้อง

“เจ็บนิดหน่อยลูก” เสียงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในชุดของโรงพยาบาล พยายามพูดเพื่อปลอบใจลูกรัก

“หนูไม่อยากให้พ่อออกไปทำงานอีกแล้ว ทำไมเขาถึงต้องตีพ่อด้วย” เสียงเล็กๆยังถามต่อไปด้วยความไม่ประสีประสาเรื่องของผู้ใหญ่

“มันเป็นงานนะลูก ….พ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย หัวหน้าสั่งก็ต้องทำ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นกฎ ”

คำสนทนาเหล่านี้ดังเพียงพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมห้องของเขาต้องเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ

“ถึงพ่อไม่ชอบพ่อก็ต้องทำเหรอ”

“พ่อไม่อยากจะทะเลาะกับคนไทยด้วยกันเลยลูก บ้านเราก็ไม่ได้ชอบรัฐบาลนี่ ”

“แล้วพ่อจะออกไป ให้เขาทำร้ายแบบนี้ทำไม” เสียงเล็กๆเริ่มสั่นเครือ เพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่พ่อของเธอพยายามจะอธิบาย

บรรยากาศในห้องเริ่มผู้ป่วยเริ่มเงียบงัน มีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่บรรดานักวิจารณ์ ต่างพร่ำบอกกับสังคมว่า ตำรวจรังแกประชาชน ประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต ตรงกันข้ามกับภาพที่เด็กน้อยเห็นเบื้องหน้า เธอกับพ่อของเธอต่างหากที่ถูกทำร้าย

เสียงเล็กๆในห้อง กำลังร่ำไห้บอกกับโทรทัศน์ บอกกับคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นว่า แล้วพ่อหนูล่ะ ….พ่อหนูอยู่ที่นี่ นอนอยู่ตรงนี้ บอกหน่อยได้มั้ยว่า แล้วพ่อหนู ไม่ใช่คนไทยหรือไง ใครทำพ่อของหนู???

ทันใดนั้นม่านบางๆซึ่งกั้นระหว่างเตียงของ บุรุษผู้รักชาติและผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ได้ถูกเปิดขึ้น

“คุณตำรวจ….ผมขอโทษ” คำพูดสั้นๆคำแรกที่บรรยายความรู้สึกนับพัน หลุดออกมาจากความรู้สึกของชายมีอายุผู้รักชาติคนนั้น

นายตำรวจในชุดผู้ป่วย แปลกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะได้ยิน ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา กับการต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรทุกวี่วัน เขาเคยชินซะแล้วกับคำพูดถากถางต่างๆ จากฝ่ายที่ได้ชื่อว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือ เป็นฝ่ายรักชาติอะไรก็ตามแต่

“คุณลุงเป็นใครคะ ?” เสียงใสๆถามด้วยความสงสัย

“ลุงก็อยู่กลุ่มเดียวกับคนที่ทำให้พ่อหนู เข้าโรงบาลนั่นแหละ” เสียงชายสูงอายุพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แล้วเพื่อนคุณลุงทำร้ายพ่อหนู ทำไม?” เสียงเล็กๆเริ่มถามอย่างคาดคั้น

“บางครั้งหนูก็ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับความถูกต้อง วันหน้าหนูจะได้อยู่ในสังคมที่ดีนะหนูนะ”

“แล้วลุงไม่คิดเหรอคะว่า ถ้าพ่อหนูตาย …ลุงได้สังคมทีดี แล้วหนูต้องเป็นเด็กกำพร้า…..หนูทำผิดอะไร ?” เด็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากให้น้ำตา แทนคำพูดที่เหลือทุกๆอย่าง

“บางครั้งเมื่อลุงอยู่กับเพื่อน ลุงอยู่กับคนคิดเหมือนกัน …ลุงเห็นคนข้างหน้าคือศัตรู ที่ต้องจัดการ ลุงเห็นคนใส่เสื้อไม่เหมือนลุงคิดไม่เหมือนลุง เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น…..พอวันนี้เราใส่เสื้อเหมือนกัน …..ได้ฟังหนูกับพ่อคุยกัน ลุงว่า….ลุงเหมือนพึ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ลุงต้องขอโทษหนูจริงๆ…” เสียงกับแววตาของชายสูงอายุ มีท่าทีสำนึกต่อเสียงเล็กๆนั้น

“ผมก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกัน ถ้าทำอะไรให้ประชาชนอย่างคุณโกรธ หรือ เข้าใจผิด…หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมโดนเสียดสีและยั่วโมโหจากผู้คนและสังคมมากมาย เหมือนผมไม่ใช่คน เหมือนเป็นสัตว์ร้ายอะไรสักอย่าง ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร ผมก็มีลูกเมีย ผมอยากกลับบ้าน อยากพาลูกเมียไปเที่ยว ผมก็ไม่ได้ทำ ผมต้องออกมาทำงานทุกวันในรอบ 1 เดือนมานี้ ผมคิดถึงลูกเมียผมมาก ภาวนาว่าขอให้เรื่องนี้มันจบๆเสียทีจะได้กลับไปเห็นหน้าลูกเมีย พึ่งจะเห็นหน้าลูกครั้งแรกก็ตอนที่ลูกต้องมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล….แต่ถ้าคุณเข้าใจผม ผมคิดว่านาทีนี้ ตรงนี้มันคุ้มค่ามาก ” เสียงคุณตำรวจ พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี

วันนั้นภายในพื้นที่เล็กๆของห้องพักฟื้นสี่เหลี่ยม หัวใจของชาย 2 คนทำให้ห้องนี้ดูกว้างขวางขึ้น อย่างน้อยก็ดูกว้างกว่าที่ทำเนียบ หรือ รัฐสภา กรอบที่พันธนาการคนทั้งคู่ไว้ด้วยหัวโขนที่แต่ละคนใส่อยู่ด้วยความโกรธและเกลียด ถูกทำลายลงหลังจากที่ได้มีการพูดคุย และตระหนักต่อความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ด้วยกัน … ใช่แล้ว!!!เรายังคุยกันด้วยภาษาไทย และมีพ่อคนเดียวกัน ทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้ ทำไมปากของเรา ความเห็นของเราถึงถูกใช้เพื่อนำพาไปสู่ความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นความสามัคคี น้ำตาหยดนี้จะไม่มีวันไหลเลย ถ้าเราหยุดคิดสักนิดเพื่อพูดจากัน เปิดใจรับความเห็นต่างกันบ้าง?

วันต่อมาสงครามทางความคิดยังคงอยู่ แต่คนที่ได้อ่านบทความนี้จะได้ตระหนักมากขึ้นว่าการให้อภัย และ เห็นความจริงในมุมเล็กๆที่ไม่มีใครคาดคิด ก็คงจะตอบคำถามได้ว่า เรากำลังสู้ทำไม สู้เพื่อใคร และ ถามด้วยเหตุผลต่อทั้ง 2 ฝ่ายว่า วันนี้คุณเห็นคุณค่าน้ำตาหยดนั้นแค่ไหน ชัยชนะของประชาชนหรือตำรวจในวันนี้ แลกกับหยดน้ำตาของคนอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าฝ่ายไหน คุณจะเรียกมันว่าชัยชนะ หรือ ความพ่ายแพ้ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์ ต่อคนที่สูญเสีย เบื้องหลังของชัยชนะ มีความพ่ายแพ้ของคนมากมายที่คุณอาจไม่เคยนึกถึง….มุมเล็กๆที่ไร้เสียงหล่านี้ เคยเห็นเคยได้ยินกันบ้างไหม???

หลับเถิดท่าน เราจะสานต่อเอง!!!

เสียงไซเรน ณ โรงพยาบาลวชิระ ในคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เป็นสัญญาณบอกถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองฟ้าอมร กรุงเทพมหานคร หมอและพยาบาลในชุดขาว ต่างทำหน้าที่กันอย่างหนักเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บที่ร่างกายล้วนนองเลือด โดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะใส่ชุดสีกากี หรือ สีเหลือง บุรุษในเสื้อสีเหลือง ร้องโอดโอยจากการมีรอยแผลลึกที่หน้าแข้ง และ ตามตัวหลายแห่ง ขณะที่ตำรวจซึ่งใส่ชุดสีกากีนั้น หมดสติไปแล้วจากการถูกของของแข็งบางอย่างฟาดเข้าตามร่างกาย

หลังจากเข้าทำการรักษาในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน พยาบาลได้เปลี่ยนชุดทั้งคู่เป็นชุดของโรงพยาบาล และ พาเข้าพักฟื้นในห้องเดียวกัน ในห้องมีครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายมาเยี่ยมตามคาด แต่ต่างไม่ได้คุยกันด้วยไม่รู้จักกันมาก่อน มีเพียงม่านบางๆกั้นระหว่างความเป็นส่วนตัวของครอบครัวทั้ง 2

“พ่อเป็นไงบ้าง เจ็บไหม?” เสียงเล็กๆที่บริสุทธิ์ดังมาจากฝั่งหนึ่งของห้อง

“เจ็บนิดหน่อยลูก” เสียงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในชุดของโรงพยาบาล พยายามพูดเพื่อปลอบใจลูกรัก

“หนูไม่อยากให้พ่อออกไปทำงานอีกแล้ว ทำไมเขาถึงต้องตีพ่อด้วย” เสียงเล็กๆยังถามต่อไปด้วยความไม่ประสีประสาเรื่องของผู้ใหญ่

“มันเป็นงานนะลูก ….พ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย หัวหน้าสั่งก็ต้องทำ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นกฎ ”

คำสนทนาเหล่านี้ดังเพียงพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมห้องของเขาต้องเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ

“ถึงพ่อไม่ชอบพ่อก็ต้องทำเหรอ”

“พ่อไม่อยากจะทะเลาะกับคนไทยด้วยกันเลยลูก บ้านเราก็ไม่ได้ชอบรัฐบาลนี่ ”

“แล้วพ่อจะออกไป ให้เขาทำร้ายแบบนี้ทำไม” เสียงเล็กๆเริ่มสั่นเครือ เพราะไม่เข้าใจเหตุผลที่พ่อของเธอพยายามจะอธิบาย

บรรยากาศในห้องเริ่มผู้ป่วยเริ่มเงียบงัน มีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่บรรดานักวิจารณ์ ต่างพร่ำบอกกับสังคมว่า ตำรวจรังแกประชาชน ประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต ตรงกันข้ามกับภาพที่เด็กน้อยเห็นเบื้องหน้า เธอกับพ่อของเธอต่างหากที่ถูกทำร้าย

เสียงเล็กๆในห้อง กำลังร่ำไห้บอกกับโทรทัศน์ บอกกับคนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นว่า แล้วพ่อหนูล่ะ ….พ่อหนูอยู่ที่นี่ นอนอยู่ตรงนี้ บอกหน่อยได้มั้ยว่า แล้วพ่อหนู ไม่ใช่คนไทยหรือไง ใครทำพ่อของหนู???

ทันใดนั้นม่านบางๆซึ่งกั้นระหว่างเตียงของ บุรุษผู้รักชาติและผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ได้ถูกเปิดขึ้น

“คุณตำรวจ….ผมขอโทษ” คำพูดสั้นๆคำแรกที่บรรยายความรู้สึกนับพัน หลุดออกมาจากความรู้สึกของชายมีอายุผู้รักชาติคนนั้น

นายตำรวจในชุดผู้ป่วย แปลกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะได้ยิน ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา กับการต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรทุกวี่วัน เขาเคยชินซะแล้วกับคำพูดถากถางต่างๆ จากฝ่ายที่ได้ชื่อว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือ เป็นฝ่ายรักชาติอะไรก็ตามแต่

“คุณลุงเป็นใครคะ ?” เสียงใสๆถามด้วยความสงสัย

“ลุงก็อยู่กลุ่มเดียวกับคนที่ทำให้พ่อหนู เข้าโรงบาลนั่นแหละ” เสียงชายสูงอายุพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แล้วเพื่อนคุณลุงทำร้ายพ่อหนู ทำไม?” เสียงเล็กๆเริ่มถามอย่างคาดคั้น

“บางครั้งหนูก็ไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับความถูกต้อง วันหน้าหนูจะได้อยู่ในสังคมที่ดีนะหนูนะ”

“แล้วลุงไม่คิดเหรอคะว่า ถ้าพ่อหนูตาย …ลุงได้สังคมทีดี แล้วหนูต้องเป็นเด็กกำพร้า…..หนูทำผิดอะไร ?” เด็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากให้น้ำตา แทนคำพูดที่เหลือทุกๆอย่าง

“บางครั้งเมื่อลุงอยู่กับเพื่อน ลุงอยู่กับคนคิดเหมือนกัน …ลุงเห็นคนข้างหน้าคือศัตรู ที่ต้องจัดการ ลุงเห็นคนใส่เสื้อไม่เหมือนลุงคิดไม่เหมือนลุง เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น…..พอวันนี้เราใส่เสื้อเหมือนกัน …..ได้ฟังหนูกับพ่อคุยกัน ลุงว่า….ลุงเหมือนพึ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ลุงต้องขอโทษหนูจริงๆ…” เสียงกับแววตาของชายสูงอายุ มีท่าทีสำนึกต่อเสียงเล็กๆนั้น

“ผมก็ต้องขอโทษด้วยเหมือนกัน ถ้าทำอะไรให้ประชาชนอย่างคุณโกรธ หรือ เข้าใจผิด…หลายวันที่ผ่านมานี้ ผมโดนเสียดสีและยั่วโมโหจากผู้คนและสังคมมากมาย เหมือนผมไม่ใช่คน เหมือนเป็นสัตว์ร้ายอะไรสักอย่าง ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร ผมก็มีลูกเมีย ผมอยากกลับบ้าน อยากพาลูกเมียไปเที่ยว ผมก็ไม่ได้ทำ ผมต้องออกมาทำงานทุกวันในรอบ 1 เดือนมานี้ ผมคิดถึงลูกเมียผมมาก ภาวนาว่าขอให้เรื่องนี้มันจบๆเสียทีจะได้กลับไปเห็นหน้าลูกเมีย พึ่งจะเห็นหน้าลูกครั้งแรกก็ตอนที่ลูกต้องมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล….แต่ถ้าคุณเข้าใจผม ผมคิดว่านาทีนี้ ตรงนี้มันคุ้มค่ามาก ” เสียงคุณตำรวจ พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี

วันนั้นภายในพื้นที่เล็กๆของห้องพักฟื้นสี่เหลี่ยม หัวใจของชาย 2 คนทำให้ห้องนี้ดูกว้างขวางขึ้น อย่างน้อยก็ดูกว้างกว่าที่ทำเนียบ หรือ รัฐสภา กรอบที่พันธนาการคนทั้งคู่ไว้ด้วยหัวโขนที่แต่ละคนใส่อยู่ด้วยความโกรธและเกลียด ถูกทำลายลงหลังจากที่ได้มีการพูดคุย และตระหนักต่อความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ด้วยกัน … ใช่แล้ว!!!เรายังคุยกันด้วยภาษาไทย และมีพ่อคนเดียวกัน ทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้ ทำไมปากของเรา ความเห็นของเราถึงถูกใช้เพื่อนำพาไปสู่ความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นความสามัคคี น้ำตาหยดนี้จะไม่มีวันไหลเลย ถ้าเราหยุดคิดสักนิดเพื่อพูดจากัน เปิดใจรับความเห็นต่างกันบ้าง?

วันต่อมาสงครามทางความคิดยังคงอยู่ แต่คนที่ได้อ่านบทความนี้จะได้ตระหนักมากขึ้นว่าการให้อภัย และ เห็นความจริงในมุมเล็กๆที่ไม่มีใครคาดคิด ก็คงจะตอบคำถามได้ว่า เรากำลังสู้ทำไม สู้เพื่อใคร และ ถามด้วยเหตุผลต่อทั้ง 2 ฝ่ายว่า วันนี้คุณเห็นคุณค่าน้ำตาหยดนั้นแค่ไหน ชัยชนะของประชาชนหรือตำรวจในวันนี้ แลกกับหยดน้ำตาของคนอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าฝ่ายไหน คุณจะเรียกมันว่าชัยชนะ หรือ ความพ่ายแพ้ มันก็ไม่ได้มีประโยชน์ ต่อคนที่สูญเสีย เบื้องหลังของชัยชนะ มีความพ่ายแพ้ของคนมากมายที่คุณอาจไม่เคยนึกถึง….มุมเล็กๆที่ไร้เสียงหล่านี้ เคยเห็นเคยได้ยินกันบ้างไหม???

ป้าไม่เคยไปงานของใครถึงสองครั้งเลย ถ้าไม่ใช่ญาติสนิท
แต่ครั้งนี้ป้าได้ไปงานของหนูโบว์ และคุณเมธี สองวันติดกัน
วันเสารที่ 11 และ วันจันทร์ที่ 13 ต.ค. ไปงานหนูโบว์
วันอาทิตย์ที่ 12 และวันอังคารที่ 14 ต.ค. ไปงานคุณเมธี
ขอให้หนูโบว์ และคุณเมธี ไปสู่สรวงสวรรค์ และคอยดูความสำเร็จของพันธมิตร ที่พิทักษ์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

พ่อบอกว่า”ถ้าไปพธม ถึงตายก็ไม่ไปรับศพ”
งงเลยๆๆ หนูเปล่าเป็นพันธมิตรนะ
เรา”นี่พ่อ ถ้าหนูไปแบบในทีวีอะ เหอะๆ”
พ่อบอกว่า “ตายก็ไม่ไปรับหรอก ปล่อยไป ตอน14ตุลา พ่อก็เคยหนีเข้าป่า แต่นั้นเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ตอนนี้เรียกร้องเผด็จการ ใช่ปะหละ คิดเอง”
เราก็เอ่อะ รู้แล้ว แต่แบบว่า ลูกไม่ได้บอกว่าลูกเป็นพธม

จริงใจแล้วไม่เคยคุยเรื่องการเมืองกับพ่อเลยด้วยซ้ำ
แนวคิดทางการเมืองจากรั้วมหาลัยไม่ได้ซึมซับเข้าหัวเท่าไร
จริงๆก็รับข่าวสารบ้าง ทั้งทีวี เมลล์ เว็บไซด์ แต่ก็ไม่ได้สนใจจริงๆเท่าไหรนัก
เพราะตัวเองยอมรับว่า “การเมือง:-) ไกลตัว”

พอหลังจากที่เข้ามาทำงาน เวลาว่างเริ่มเยอะ555 ก็เลย อ่านข่าวมากขึ้น อ่านกระทู้ ปกติจะเข้าแต่ห้องหว้ากอ หรือไม่ก็BP แต่พออ่านๆในราชดำเนินไป เฮ้ย จริงเหรอว้า ต้องไปดูในASTV youtube ประชาไท CNN บ้างเพื่อให้เข้าใจอะไรในมุมกว้างขึ้น
เลยรู้ว่า ในเว็ปไซด์ต่างๆเ หมายถึงข่าว ไม่ใช่พวกบล็อกอะ เป็นการสื่อสารแบบone way communication
ถ้าบางเวปเขาพูดอะไร เฮ้ย ตรงวะๆตรงกับทัศนิคติเดิม เออ กะรูเชื่อ

เราเองได้เมลล์ฟอร์เวิด ทั้งการเมือง ทั้งคนนั้นจะโค่นล้มสถาบัน ทั้งคนนั้นทำอย่างงี้ โจรใต้
แต่ข้อมูลพวกนี้ ยากจะพิสูจน์ได้ เพราะไม่เคยมีข้อมูลไหนที่โชว์แหล่งที่มี ทำให้รู้ชัดเจน แจ่มเเจ้ง
…เออ ใช่ เรื่องจริง…
เราไม่เคยเชื่อกะสิ่งที่แค่อ่าน แล้วเอาความคิดเราไปตัดสินแค่นั้นไม่ใช่
เรายอมรับความเห็นคนอื่นก็มองว่าอะไรถูก อะไรผิด

ก่อนหน้านี้เราตั้งกระทู้หลายๆกระทู้ ซึ่งเคยมั่นอกมั่นใจว่าเป็นกลาง เกลียดอำนาจเก่า และเกลียดพธม
แต่พอหลังจากที่คิดอยู่นาน เราเลือกที่จะอยู่ข้างที่เราคิดว่าถูกต้องที่สุด
ข้างที่มาจากการเลือกตั้งที่เรียกว่าประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

แต่ตอนนี้ พวกพันทิพและข้อมูลจากเว็บอื่นๆนี่แหละที่ทำให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร เป็นการสื่อสารแบบสองทางอย่างแท้จริง

ทุกคนสามารถเชื่อ ในสิ่งงที่ตัว้เองคิดว่าใช่ได้ แต่การเชื่อนั้น จะได้อะไรมากขึ้นถ้าเอาความเห็นของคนอื่นมาตรองดูบ้าง

หากจะเลือกสีเสื้อ ไม่ว่าเสื้อสีอะไรก็เป็นการแบ่งพวกทั้งนั้น แต่อย่างน้อย สีเสื้อที่เราเลือกก็ไม่ได้ เอาบุคคลได้มาอ้าง ทำให้บุคคลนั้นต้องแปดเปื้อนไปด้วย

ขอพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า เลือกใส่เสื้อแดง เพราะ พวกเขาชุมนุมอย่างคนที่เรียกว่าปัญญาชน ไร้ความรุนแรง

ผิดกับการกระทำของคนบางกลุ่มที่อย่างว่า ชุมนุมอย่างสันติ
ไม่กระดากใจบ้างเหรอคะ ที่โกหกคนทั้งประเทศ

ตอนนี้ถ้าจะไปกับพวกเสื้อแดงด้วยกัน ถ้าพ่อจะว่า ก็จะแอบไป55555

เขมรคือเรื่องปลายเหตุ… ต้นเหตุมันอยู่ที่ พธม และ ปชป… ถ้าพวกนี้ยังอยู่ พรุ่งนี้ก็มีเรื่องกับลาว เวียดนาม หรือพม่า
ถ้ามีเรื่องแล้วทำให้พวกมันได้ประโยชน์… มันก็ทำ ไม่สนใจว่า ตำรวจทหารจะ
ต้องเสี่ยงชีวิตอย่างไร

แล้วมันก็ทะเลาะกับเขาไปทั่ว… คือประเทศรอบๆข้างไม่มีใครดีเลย
สิงคโปร… พม่า… เขมร มีปัญหากับเขาไปทั่วมาแล้วทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นขอร้องอย่ามาเรียกร้องให้สามัคคีเพื่อรบกับคนอื่น

ต้นเหตุของปัญหามันอยู่ที่ทำเนียบ…

พ่อบอกว่า”ถ้าไปพธม ถึงตายก็ไม่ไปรับศพ”
งงเลยๆๆ หนูเปล่าเป็นพันธมิตรนะ
เรา”นี่พ่อ ถ้าหนูไปแบบในทีวีอะ เหอะๆ”
พ่อบอกว่า “ตายก็ไม่ไปรับหรอก ปล่อยไป ตอน14ตุลา พ่อก็เคยหนีเข้าป่า แต่นั้นเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ตอนนี้เรียกร้องเผด็จการ ใช่ปะหละ คิดเอง”
เราก็เอ่อะ รู้แล้ว แต่แบบว่า ลูกไม่ได้บอกว่าลูกเป็นพธม

จริงใจแล้วไม่เคยคุยเรื่องการเมืองกับพ่อเลยด้วยซ้ำ
แนวคิดทางการเมืองจากรั้วมหาลัยไม่ได้ซึมซับเข้าหัวเท่าไร
จริงๆก็รับข่าวสารบ้าง ทั้งทีวี เมลล์ เว็บไซด์ แต่ก็ไม่ได้สนใจจริงๆเท่าไหรนัก
เพราะตัวเองยอมรับว่า “การเมือง:-) ไกลตัว”

พอหลังจากที่เข้ามาทำงาน เวลาว่างเริ่มเยอะ555 ก็เลย อ่านข่าวมากขึ้น อ่านกระทู้ ปกติจะเข้าแต่ห้องหว้ากอ หรือไม่ก็BP แต่พออ่านๆในราชดำเนินไป เฮ้ย จริงเหรอว้า ต้องไปดูในASTV youtube ประชาไท CNN บ้างเพื่อให้เข้าใจอะไรในมุมกว้างขึ้น
เลยรู้ว่า ในเว็ปไซด์ต่างๆเ หมายถึงข่าว ไม่ใช่พวกบล็อกอะ เป็นการสื่อสารแบบone way communication
ถ้าบางเวปเขาพูดอะไร เฮ้ย ตรงวะๆตรงกับทัศนิคติเดิม เออ กะรูเชื่อ

เราเองได้เมลล์ฟอร์เวิด ทั้งการเมือง ทั้งคนนั้นจะโค่นล้มสถาบัน ทั้งคนนั้นทำอย่างงี้ โจรใต้
แต่ข้อมูลพวกนี้ ยากจะพิสูจน์ได้ เพราะไม่เคยมีข้อมูลไหนที่โชว์แหล่งที่มี ทำให้รู้ชัดเจน แจ่มเเจ้ง
…เออ ใช่ เรื่องจริง…
เราไม่เคยเชื่อกะสิ่งที่แค่อ่าน แล้วเอาความคิดเราไปตัดสินแค่นั้นไม่ใช่
เรายอมรับความเห็นคนอื่นก็มองว่าอะไรถูก อะไรผิด

ก่อนหน้านี้เราตั้งกระทู้หลายๆกระทู้ ซึ่งเคยมั่นอกมั่นใจว่าเป็นกลาง เกลียดอำนาจเก่า และเกลียดพธม
แต่พอหลังจากที่คิดอยู่นาน เราเลือกที่จะอยู่ข้างที่เราคิดว่าถูกต้องที่สุด
ข้างที่มาจากการเลือกตั้งที่เรียกว่าประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

แต่ตอนนี้ พวกพันทิพและข้อมูลจากเว็บอื่นๆนี่แหละที่ทำให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร เป็นการสื่อสารแบบสองทางอย่างแท้จริง

ทุกคนสามารถเชื่อ ในสิ่งงที่ตัว้เองคิดว่าใช่ได้ แต่การเชื่อนั้น จะได้อะไรมากขึ้นถ้าเอาความเห็นของคนอื่นมาตรองดูบ้าง

หากจะเลือกสีเสื้อ ไม่ว่าเสื้อสีอะไรก็เป็นการแบ่งพวกทั้งนั้น แต่อย่างน้อย สีเสื้อที่เราเลือกก็ไม่ได้ เอาบุคคลได้มาอ้าง ทำให้บุคคลนั้นต้องแปดเปื้อนไปด้วย

ขอพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า เลือกใส่เสื้อแดง เพราะ พวกเขาชุมนุมอย่างคนที่เรียกว่าปัญญาชน ไร้ความรุนแรง

ผิดกับการกระทำของคนบางกลุ่มที่อย่างว่า ชุมนุมอย่างสันติ
ไม่กระดากใจบ้างเหรอคะ ที่โกหกคนทั้งประเทศ

ตอนนี้ถ้าจะไปกับพวกเสื้อแดงด้วยกัน ถ้าพ่อจะว่า ก็จะแอบไป55555

ไอ้บ้านี่ไปเอาระเบิดมาทำไม ทำไมขามันไปอยู่ในรถ ถ้ามันเอาระเบิดมาได้ ใครจะตายสักกี่คน โถ่อีควายไม่รู้จักคิด ตายซะดีแล้ว ไอ้สัตว์นรก

หนึ่ง พ.ต.ท. จบชีวิต อย่าง…วีรชน
อีกหนึ่ง พ.ต.ท. หลงสับสน วัฎสงสาร
ไร้แผ่นดิน ไร้สำนึก ทรมาน
นอนทับเงิน แสนล้าน ที่โกงชาติ โกงบ้าน โกงเมือง
โกงแผ่นดินฉ้อราชบังหลวงไป และขายชาติ
บังอาจ เลวชาติ ทำฟูเฟื่อง
ทรราช บั่นทอนราชา บาปหนา ครอบงำเมือง
หวังชาวไทย ฟื้นสู่ความรุ่งเรือง หันนำธรรมนำหน้า กู้แผ่นดิน

ยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติมันเลย….เลวกันนัก

ถึงไม่ค่อยได้คุยกับ แต่การสัมผัสที่อยู่ใกล้ๆ กับพี่จ๊าบก็รู้ว่า พี่จ๊าบเป็นคนดี พี่จ๊าบคอยสอนการ์ดมาตลอด ว่าจะสู้กับศัตรูอย่างไร แต่แล้ววันที่โหดร้ายสำหรับพี่จ๊าบก็มาถึง เมื่อฆาตกรร้ายมันเอาตัวพี่จ๊าบไป มันทำลายล้างยิงใส่พี่จ๊าบแบบไม่หยุดยั้ง เหมือนจะเอาให้ฉีกไม่เหลือแม้สักชิ้นเดียว เลือดเย็นสุด ๆ ขนาดมันรู้ว่าพี่จ๊าบเคยเป็นตำรวจเหมือนพวกมัน มันก็ยังกัดกินพี่เหมือนสัตว์นรก แต่ผมรู้ว่าวันใดวันหนึ่ง คนที่เอาชีวิตพี่ไป พวกมันจะยิ่งกว่าพี่เป็นร้อย พันเท่าครับ

ขอให้สารวัตรจ๊าบ ไปสู่สุคติได้พบแต่สิ่งที่ดี สมกับที่ได้ทำความดีถวายพระองค์ท่าน และได้ทำความดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
ดูเถิดพี่น้องผองไทย คนดีนั้นไซร้ยังมีอีกมากมายในแผ่นดิน

ขอเเสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ผมลบ ความคิดเห็นที่กวนใจพี่จ๊าบออกแล้วนะครับ

อ่านความคิดเห็นที่ไม่ลบแล้วอาจตกๆหล่นไม่ประติดประต่อนะครับ

ด้วยจิตคารวะ

เป็นที่น่าสังเกตุว่า
1.ภายหลังทราบว่าสารวัตรจ๊าบตายสื่อผู้จัดการไม่ยอมเสนอข่าว
2พธม.ไม่ให้ความสำคัญเท่าน้องโบว์ ทั้งที่เป็นการ์ด/แกนนำใน จ.บุรีรัมย์
3.รถยนต์ที่ระเบิดเป็นของ อ.ชัยวัฒน์ งามจิตร เลขาของ ทพ.ศุภผล พันธมิตรโคราช ซึ่งมีความใกล้ชิดกัน
4.902 ไม่ไปร่วมงานศพ
5.สนธิประกาศในทำนองว่า 1800 ของวันที่ 7 ต. ค. ทหารจะออกมา
6.แกนนำพันธมิตร และแนวร่วมพวกคุณกำลังทำอะไร/ทำตามคำบงการของใคร

นี่มันเวบของคนนี่ ทะไมมีหมามาเห่าหอนด้วยอ่ะ

น่าสงสารจัง จามีโอกาสได้เกิดมาเปนคนเป่าน๊าาา

เหอะๆๆๆๆ

พธม สู้ๆๆๆๆต่อไป

ขอให้วิญญาณท่านไปสู่สุขคติ และขอให้พลังแห่งความกล้าหาญและความดีที่ท่านฝากไว้จงสถิตย์ในใจ วิญญูชนคนกล้า …ตลอดกาล….

ข้อสังเกตุ
1.สารวัตรจ๊าบชื่นชอบแนวทางเช กูวาร่า (ใส่เสื้อเชกูว่าร่าเกือบตลอดเวลา)
2.เช กูวาร่าคือนักปฏิวัติ,นักรบนอกแบบ ในอเมริกาใต้
3.ช่วงเรียน นรต.สารวัตรจ็บเป็นแกนนำประท้วงหลายเรื่อง
4.เป็นน้องเขยการุณ ใสงาม อดีต ผกค.ที่พ่อแม่พี่น้องหลายคนถูกทางการลอบฆ่า
5.เชกูว่าร่าตายตอนอายุ 39
6.สารวัตรจ๊าบตายตอนอายุ 39
7.สารวัตรจ๊าบเป็นผู้จัดหาอาวุธไปตีกับชาวบ้านภูมิซรอล
8.เป็นอดีตสารวัตรปราบปรามที่สายงานต้องเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด
9.ไม่สมหวังในตำแหน่งหน้าที่ในห้วงอยู่ สภ.อ.เมืองบุรีรัมย์ ในยุคพรรค ทรท. และเนวินครองเมือง จึงลาออก

you r hero and always in our heart foever.

ถึงคห15-21 อยู่ที่ใหนขึ้นมานานแล้ว ได้เวลากลับนรกอเวจีไปใช้กรรมต่อได้แล้วอย่ามัวมาเห่าให้เหล่าเทพรำคาญใจอยู่เลย

หมวดจ๊าบ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี จะเป็นดาวในใจของพันธมิตรทั้งประเทศตลอดไป
ความกล้าหาญและความทรหดอดทนและความเป็นนักสู้ขอหมวดจะจารึกอยู่ในจิตใจพวกเราตลอดไปตราบนานเท่านาน

โดนน้อยไปหน่อย เสียดาย ให้ทุกข์แก่ท่าน-ทุกข์นั้น ถึงตัว เวรกรรมมีจิง–ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่

ทำอะไรกับประเทศไทยไว้ระวัง…กรรมตามทัน
คิดดีคิดร้ายคุณรู้แก่ใจ..อย่าให้ใครจุงจมูก..พธมทำเพื่อใคร…

ใครที่คิดทำชั่ว
ใครที่เตรียมระเบิด
มันมีจุดประสงค์อะไร

นรกและยมบาล
รู้ดี เลยรับตัวไปทัวร์ยมโลก
ไปทรมานเถอะ
ดึงเพื่อนมรึงไปเยอะๆ

โดนระเบิดของตัวเองตาย
ยังสะเออะจะเป็นวีรบุรุษ
ถามหน่อย

พกระเบิดมาถล่มใครวะ

ตอบได้ป่าว

วีระบุรุษหรือทุรชน ยมบาลเท่านั้นที่รู้ พันธมิตรอาจจะโกหกคนอื่นๆได้ แต่คุณโกหกตัวคุณเองไม่ได้หรอก ถ้าความตายที่เกิดจากพวกคุณทำเองแล้วป้ายขี้ให้ตำรวจนะบาปนะครับ สันติอโศกไม่ได้สอนเหรอ

ขอสดุดีวีรชนคนกล้าเพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ท่านจะอยู่ในใจเราตลอดไป

เสียใจด้วยนะครับ ขอให้วิญญาณท่านสู่สุขคติ เกิดชาติหน้าอย่าเล่นกับระเบิดของตัวเองเหมือนชาตินี้ อย่าทำร้ายบ้านเมืองอีก ไปดีเถิดนะ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

ชาติมนตรีประกาศนาม
เมธีปราชญ์คงไว้
บุรุษเพื่อประชาธิปไตย
ชาวไทยจำนามระบือ
7ตุลา51วันพิฆาต
ร่างฺฉีกขาดไม่รู้ชี่อ
ระเบิดก้องไฟโหมกระพือ
บุรุษนี้หรือคือใคร
ปิศาจร้ายกรีดเข่นฆ่า
มวลประชาชูมือไสว
ป้องชาติธรรมกษัตริย์ใว้
เพือปวงไทยหรือใครกัน
เมธีปราชญ์พันธมิตร
ท่านสถิตย์ในใจฉัน
คนแซ่ซ้องสาธุกาล
เนิ่นนานนามปราชญ์ ‘ชาติมนตรี’

เราเกิดมาทุกคนก็ต้องตายแต่การตายของเราจะเป็นเพื่ออะไรการตายของสารวัตรจ๊าบตายแบบนักสู้เราชาวบุรีรัมย์ขอแสดงความเสียใจแด่นักสู้ผู้วายชน

สดุดี วีรชน คนกล้า เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

อยากให้คนที่ชาติได้ดูครับ.

ท่านทั้งสองคือสัญญลักษณ์ความเจริญเติบโตของการเมืองภาคประชาชน

ขอให้ดวงวิญญาณของ 2 ผู้กล้าแห่งพันธมิตร จงไปสวรรค์ ทั้ง 2 ท่าน เป็นคนดีทำเพื่อชาติ บ้านเมือง
ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้ไปแต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่าน จงสู้ต่อไป จนกว่าเราจะได้ชัยชนะ ขอเอาใจช่วยค่ะ สู้ สู้ๆๆๆๆๆๆๆ

ขอให้ผู้กร้าทั้ง 2 คนไปสู่สวรรเกิน พวกเราอยู่ทางนี้จะขอสู้เพื่อปกป้องสถาบันต่อไป

ถ้าพวกมึงไม่ต้องการพระมหากษัตริย์ให้พวกมึงไปตั้งประเทศใหม่ที่เกาะกองเสียแผ่นดินไทยจะได้สูง

คนโง่มองแต่ด้านเดียว ออกมากู้ชาติเถอะ ปอ น้องรัก อย่าเกิดเป็นคนเหี้ยในสังคมต่อไปเลย สงสารพ่อแม่น้องปอด้วยเถอะ ที่ตั้งท้องมาเก้าเดือน แต่ได้เหี้ยมาตัวนึง ขอสดุดีควากล้าหาญของ พตท. เมธี ด้วยครับ

ขอให้ดวงวิญญาณ สารวัตร เมธี ไปสู่ สุขคติ ท่านได้ทำหน้าเยี่ยง วีรบุรุษรักษาชาติ และราชบังลังก์ สมศักดิ์ศรีของนายร้อยที่ดี และเป้นสิ่งที่เงินทองซื้อไม่ได้ นั่นคือ ความภักดีต่อประเทศชาติ และราชบังลังค์

กูยังไม่เห็นพวกมึงกู้ชาติตรงไหนมีแตทำให้สังคมแตก

ขอสดุดีเหล่าวีรชนผู้กล้า ด้วยจิตคารวะ และน้ำตาแห่งความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

ขอให้ไปสู่สรวงสวรรค เราจะสานตอ่ประนิภารของนายเอง

อ่านแล้วได้แต่สดุดี วีรกรรม ของสารวัตรจ๊าบ

ขออนุญาติ ส่งไปให้เพื่อนได้อ่านด้วยนะคะ