ทฤษฎีนักร้องท่อนฮุค-ฉาบฉวย ย่อยง่าย

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง, ชีวิต-สังคม | Posted on 03-11-2008

     การศึกษาทุกวันนี้ เคยคิดไหมว่า ทฤษฎีต่างๆที่ได้เรียนในห้องเรียนนั้น เคยย้อนคิดกลับไปบ้างไหมว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร มาจากไหน คนคิดเป็นอย่างไร!!!


.     ทฤษฎีต่างๆที่พวกเราได้เล่า ได้เรียนกันในทุกวันนี้นั้น ผมเคยคิดนะว่าทฤษฎีต่างๆที่ผมได้้เรียนในห้องเรียนวันนี้นั้น กฏแรงโน้มถ่วงก็ดี ทฤษฎีแรงกระทำ = แรงปฏิกริยาก็ดี การหากำลังของวัสดุก็ดี

     ผู้ที่คิดค้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่อยู่ในระดับอาจารย์ ศาสตราจารย์ หรือนักวิจัยในระดับชั้นนำ

     แต่ในวันนี้ที่ผมได้รับรู้ ได้เรียนรู้ในขณะที่ผมเป็นนักศึกษาเท่านั้น (ถ้าคิดในแง่ของการได้รับรู้นะครับ)

     จากนั้นเมื่อผมได้ศึกษาในระดับที่ต้องทำวิจัย ผมจำได้อาจารย์ของผมบอกว่า “การทำวิจัย คือการค้นคว้าหาความรู้ใหม่”

     ตอนทำก็งงนะครับ “ทำไปจะได้อะไรไหมเนี่ย” “ทำไปจะได้ดีไหมเนี่ย” “ทำแล้วจะได้อะไร” “จะพิสูจน์อะไรได้บ้างไหม่เนี่ย”

จนกระทั้งได้พบคำปราฐกถาของ ไอน์สไตน์เกี่ยวกับงานวิจัย






“If you know what you have done,

it doesn’t research”

คือ

“ถ้าคุณรู้ว่าสิ่งที่คุณทำคืออะไร มันก็ไม่ใช่งานวิจัยนะเฟ้ย”


 

     อ่านจบก็ยังเฉยๆ ยังไม่เข้าใจ แต่ทุกครั้งที่มีความรู้สึกว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ เราสงสัยกับสิ่งที่เราทำอยู่ทุกครั้งผม และผมก็กลับมาตั้งหน้า ตั้งตาทำตามคำแนะนำของอาจารย์ ตามที่ได้ศึกษาตามแนวทางการศึกษาของนักวิจัยที่ผ่านมา “ตามแนวทางที่ผมเชื่อ” ต่อไป

 



     เมื่อถึงคราวที่จะต้องสอบ หรือที่เรียกว่าปกป้องงานวิจัย (Defend) ถึงตอนนั้นผมก็ต้องเข้าใจงานวิจัยที่ผมทำอย่างทะลุ ปุโปร่ง ถามอะไร
ตอบได้ในงานวิจัย ในห้องนั่นจะมีคณะอาจารย์ นักศึกษาที่สนใจเข้าฟังการบรรยายงานวิจัยของเรา แล้วเราก็จะต้องคอยตอยข้อซักถามในงานวิจัยของเรา

   จากตรงนั้นมาทำให้ผมรู้ว่า การเรียนไม่ใช้การท่องจำ

ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว

แต่ “การเรียนจะต้องรู้พื้นฐานให้กระจ่างแจ้ง

และเมื่อมีการต่อยอดทางความรู้เราก็จะเข้าใจอย่างถ่องแท้

สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ปัญหาได้อย่างถูกต้อง”





 

เมื่อพ่อ-แม่-พี่-น้อง มีความรู้แล้วก็จะต้องเอาความรู้นั่นไปบอกต่อ

การสื่อสารต่อไปนั่นเป็นการพิสูจน์ตนเอง

เป็น “การสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ของตนเอง”

     เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น เราก็จะรู้ที่มาที่ไปของมัน มันมาอย่างไร มันจะไปทางไหน เราสามารถคาดเดา คำนวณได้ว่ามันเป็นอย่างไร ประมาณการณ์ได้อย่างแม่นยำ คลาดเคลื่อนน้อยที่สุด เพราะเรามีความรู้พื้นฐานที่แน่น แน่นอน และเมื่อบวกกับความรู้่ต่อยอด ยิ่งทำให้เรามีความมั่นใจยิ่งขึ้น






ต้นกำเนิด-ปั้นปลาย-ต้นกำเนิด-ปั้นปลาย-และก็วนมากที่ต้นกำเนิด

     การวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองในวันนี้ของนักวิชาการ “กลางกลวง” หรือ “กลางลวง” (ของคุณลุงสารส้ม ในแนวหน้า) ไม่ได้วิเคราะห์จากต้นกำเนิดของปัญหา ไม่ได้วิเคาระห์จากสาเหตุที่แท้จริง และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

 

    และเมื่อ “กระดาษเปื้อนหมึก” เหล่านี้ได้เผยแพร่ออกไปนั้น ส่วนหนึ่งได้ไปแผร่เชื้อโรคร้ายที่บ่อนทำลายสังคม สร้างค่านิยมฉาบฉวยให้แก่สังคม





     วิเคราะห์ตื้นๆ ลวกๆ หยิบปัญหาที่ปลายเหตุมาวิเคราะห์ง่ายๆ เหมือนพวก “ขี้เกรียจ” “มักง่าย” “เอาง่ายเข้าว่า” หรือ “เขียนบนแบงค์แทนกระดาษ”

    จากนั้นเมื่อพวกเดียวกันที่ได้เห็น ได้ฟัง ก็หยิบกินแต่ “กากๆ” “ย่อยง่าย” แล้วก็อ้างว่า “ข้านี่รู้” “ข้าผู้ตื่น” “ข้าคือผู้เบิกบาน” เพราะ   “ข้านี่อ่านหนังสือนะเฟ้ย” “ข้ามีความรู้นะเฟ้ย” เห็นเขาอ่านหนังสือแล้วดูดี “ข้าก็เอาบ้าง” อ่านกับเขาบ้าง



     เห็นพวกที่ดูหน้าตาดี ดูเหมือนมีความรู้ พูดอย่างนั้นอย่างนี้ “ข้าก็คิดว่า มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ เป็นอย่างที่มีันว่าแน่” แต่หารู้ไม่ ไอ้ที่คิดว่ามันหน้าตาดีนั้น มันก็เอา “กาก” มาอ่าน
เอา “กาก” มายัดเหยียดให้ประชาชน โดยไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีจิตสาธารณะ

 

     แล้วมันก็จะวนกับมาที่พวก “นักร้องท่อนฮุค” อีกครับ พวกนักร้องท่อนฮุคก็จะเอามาอ้างว่า เห็นไหม “เขา” ว่าอย่างนั้น “เขา” ว่าอย่างนี้ “เขา” ทำกันอย่างนั้น “เขา” ทำกันอย่างนี้

     โดยไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ว่ามันเป็นอย่างไร “ถูก” “ผิด” ไม่รู้ มันก็ดำเนินการต่อมาเรื่อย มันก็เริ่มพัฒนาและแทรกซึมเข้าสังคม จนกลายเป็น “สังคมไม่รู้ถูกผิด” เป็น “สังคมไม่รู้ผิด ชอบ ชั่ว ดี”

———————————-

 

“ทฤษฎีนักร้องท่อนฮุค”  คือ เปรียบเสมือนวัยรุ่นที่เที่ยวผับ พอเพลงที่ชื่นชอบดังขึ้น ก็จะร้องได้แต่ “ท่อนฮุค” ไม่สามารถร้องเพลงทั้งเพลงได้

“ไม่เข้าใจเนื้อหาของเพลงทั้งเพลง เข้าใจแต่ท่อนฮุคที่ ร้องวนไปวนมา”

     ต่อมาเมื่อไปถ่ายทอด หรือไปร้องให้คนอื่นฟัง ก็แน่นอน “มันก็ร้องได้แต่ท่อนฮุค”

     เปรียบเสมือน การฉาบฉวย ตื้น วิเคราะห์ง่ายๆ เด็ดแต่ยอด ไม่ถอนราก

กินง่าย ย่อยง่าย


“เหมือนสายยางรั่ว ก็เอาเทปไปพัน แทนที่จะไปปิดก็อก”


     สังคมมันถึงได้ปั่นป่วนแบบนี้ยังไง สื่อมวลชนเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง(กลั่นกรองออกจากกากในตน จากขยะในตน)

วิเคราะห์โดยเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่รู้ผิด ชอบ ชั่ว ดี ไม่มีจิตสำนึกสาธารณะ


“ไม่ได้ยึดที่ผลประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติเป็นหลัก”






“จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้”

     ปล. การมีพื้นฐานความรู้ที่ดี มีความคิดที่ดี มีจิตสำนึกดี แล้วเราก็จะมีจินตนาการทีดี

“จินตนาการที่ดี ไม่สามารถนำไปใช้กับการนั่งเทียนเขียนนะครับ”

Very Ape-Nirvana

“Out of the Ground In to The Sky

Out of The Sky Into The Dirt”

Comments (0)

สวัสดีค่ะ

ตามลิงค์ของ pijika เช้ามา (เคยไปช่วยเฝ้าบ้านด้วยกัน)

บทความดีต่ะ เสียดายที่เด็ก และผู้ใหญ่ไทยเราขาดตรงนี้
คนไทยไม่สนใจจะหาสาเหตุ ดูแต่ปลายเหตุและก็สาละวนอยู่ตรงนั้นนะตะ

Imagination is more important than knowledge

อ่านแล้วโดนเลยทฤษฏีท่อนฮุก
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ

เยี่ยมมากเลยค่ะ อยากให้เพื่อนๆได้อ่านบ้างจะได้คุยกันได้ถูกคอกันมากขึ้น

เขียนได้ดีครับ

คิดว่าพวกสมุน หรือลิ่วล้อ นช. แม้ว คงอ่านไม่รู้เรื่อง และก็พวกกลางกลวงก็คงไม่อ่านเอาแต่ท่องคำว่าสมานฉันท์ๆๆๆๆๆ แทนคำว่าสวัสดีไปแล้ว

พวกเรากำลังสู้กับคนที่ฉลาดในการหลอกคนโง่ ใช่ไหมครับ?*-*

ขอบคุณ pijika, mr_yok, hanzen, TH!P, prypilas, greenbufff

ผมก็หวังว่าบทความของผมจะเป็นประโยชน์ และหวังยิ่งไปกว่านั้นคือบทความของผมจะได้ไปอธิบายต่อเรื่ือยๆแก่คนที่ยังไม่เข้าใจ

ขอบคุณ pijika, mr_yok, hanzen, TH!P, prypilas, greenbufff ครับ

ส่วนเด็กในรูปเป็นเพียงรูปประกอบที่หามาให้ตรงเนื้อหานะครับ

ไม่ทราบมาก่อนครับหรอกว่าเป็นของโรงเรียนอะไร

เห็นด้วยมากมากครับ

ตรงใจจริงๆ

ชัดเจนทั้งตัวอักษรที่บรรยายออกมาในบทความ
คมคายด้วยการเปรียบเทียบให้เห็นอย่างอจ่มชัด
เป็นบทความที่ดีมากๆ เลยครับ

แหะๆ ยังไม่ได้อ่านครับ
เเต่เซฟไว้แล้ว
แอบเข้ามาดูเพราะชุดพละ สาธิตเกษตร
จะกลับมาอ่านครับ

สุดยอดครับ
อ่านแล้วเห็นชัดเจน

ทฤษฎี กับความเป็นจริง ต่างกันอย่างไร

ไอ้ทักชอบร้องท่อนฮุค แม่งต้องเจอท่อน upper-cut จากทางพวกเรามั่ง ตามด้วย sky-kick และ Ha-Do-Ken (เก่าไปมั๊ย?)

เกลียดแม่งจริงๆ เมื่อวานลองเปิด 107.5 ฟังตั้งนานนึกว่าชมใคร บอกว่าเป็นตำรวจทำดีอย่างงู้นอย่างงี้ พ่อถึงท่อน “ทักษิณทำดีมากจะเป็นภัยนะ” แม่งกลิ่นตอแหลหึ่งเลย เลยด่าไปคำแล้วค่อยเปลี่ยนช่อง (แล้วจะเปิดฟังทำไมเนี่ย)

เห็นด้วยครับ
แต่ว่ามันก็เป็นความจริง ที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก
ในสังคมไทย เพราะว่ามันเริ่มมาจากสังคมผู้ใหญ่
ในแบบดังกล่าว เด็กรุ่นหลังหรือบุคคลที่ได้รับต่อๆ มา
ถ้าไม่ได้ ไตร่ตรองให้ดีก่อน ก็เป็นเช่นกัน

เพราะฉะนั้น เริ่มจากคนรอบข้างครับ

เห็นด้วยค่ะ….

เราต้องสู้ ต้องอย่าท้อ….