ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ : เริงอำนาจ (ตอนที่ ๒)

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง, ศิลปะ-วรรณกรรม | Posted on 24-03-2009




ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ : เริงอำนาจ (ตอนที่ ๒)











     ต้นกำเนิดของยุคสามก๊กก็คือยุคของ
“จิ๋นซีฮ่องเต้” ครับ เท้าความกันสักนิดหนึ่ง ก่อนจะมาเป็นพระนามว่า “จิ๋นซีฮ่องเต้”
นั้น นามเดิมชื่อ “จิ๋นอ๋อง” เป็นผู้ปกครองแคว้นจิ๋น
จิ๋นอ๋องเป็นผู้ที่รวบรวมหัวเมืองทั้ง 7 เข้าด้วยกันและสถาปนาราชวงศ์จิ๋นขึ้นมา



.

     ประเทศจีนจึงถูกเรียกตามแคว้นจิ๋นนับแต่นั้นมา และในยุคนี้เองที่เป็นต้นกำเนิดของคำว่า
“ฮ่องเต้” โดยเหล่าขุนนางเป็นผู้ถวายสมญานามแด่จิ๋นอ๋อง



     ซึ่งในสมัยนั้น คำว่า
“อ๋อง” นั้นมีค่าประมาณ “เจ้าเมืองธรรมดา” ยังดูมีค่าไม่เพียงพอ มันดูพื้นๆไปสำหรับผู้ที่สามารถรวบรวมหัวเมืองทั้ง
7
เข้าด้วยกัน





       อย่ากระนั้นเลยเหล่าขุนนางจึงคิดคำว่า
“ฮ่องเต้” ซึ่งหมายถึง ความเป็นใหญ่ใน 5 ทวีป
หรือความยิ่งใหญ่เหนือแผ่นดิน ภูเขา แม่น้ำ ความดี ความชั่ว





       ดูคุ้นๆไหมครับ
เป็น พอตอ.ทอ. เป็น ดอ.รอ เป็น นายก เป็น อดีตนายกฯ อยู่ดีๆ ก็มีพวกชอบหลอก
พวกชอบยกยอ ก็หลอกให้เป็น “เจ้ากือนา” บ้างหล่ะ “เจ้ามูลเมือง” บ้างหล่ะ “เจ้าสิน”
บ้างหล่ะ และสุดท้ายจากสูงสุดคืนสู่สามัญ ก็กลายเป็น “หมา”





       จิ๋นซีฮ่องเต้
นั้นเป็นผู้ที่ฝักใฝ่ใน “อำนาจ” ต้องการ “ครองอำนาจให้นานที่สุด” แต่กระนั้นแล้ว “อำนาจ”
ก็ไม่สามารถ “หยุดเวลา” ได้ ความแก่ชราก็เข้ามาเยือน แต่ตนนั้นยังต้องการที่จะ
“หยุดยั้งความชรา”





     ต้องการที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป จึงมีรับสั่งให้แสวงหา “ยาอายุวัฒนะ”
ในสามก๊กฉบับคนขายชาติของ เรื่องวิทยาคม กล่าวถึงตอนนี้ไว้ว่า
“จิ๋นซีฮ่องเต้ก็เกิดความคิดกลัวตาย แต่ก็ไม่อยากตาย ดังนั้น
จึงได้พยายามแสวงหายาอายุวัฒนะ เมื่อความอยากเกิดขึ้น ความโง่ก็ได้เข้าครอบงำ
พวกแพทย์หลวงและแพทย์บ้านตลอดจนนักพรต ต่างก็อาสาทำยาอายุวัฒนะ
แต่ในที่สุดก็ไม่สำเร็จ”





ในที่สุดพระองค์ก็ทรงประกาศว่า





“ถ้าผู้ใดสามารถนำข้าพเจ้ากลับบ้านได้

ข้าจะปูนบำเหน็จอย่างอักโข”





     เอ้ย…ไม่ใช่
“ถ้าผู้ใดสามารถที่จะปรุงยาอายุวัฒนะได้ ข้าจะปูนบำเหน็จเป็นอย่างงาม”





     รางวัลมหาศาลย่อมเป็นที่หมายปองและดึงดูด
สำหรับผู้ที่สามารถปรุงยาอายุวัฒนะให้พระองค์ได้ ก็ได้มีผู้อาสามากมาย มาปรุงยา
มันต้องมีความกล้ามากมาย บ้ามากมาย ไม่กลัวชั่ว ไม่กลัวบาป ไม่กลัวตาย
ขันอาสาเข้ามารับงานนี้





     แต่ก็มีหมอกลุ่มหนึ่งซึ่งรู้อยู่แก่ใจว่า
“มันเป็นไปไม่ได้” ไม่มีหรอกไอ้ยาอายุวัฒนะน่ะ หมอกลุ่มนี้จึงคิด “ตีจาก” หวังที่จะไปอยู่“ภูมิใจไทย” ดีกว่าที่จะอาศัยอยู่กับ “ซากเน่า”





       กลุ่มหมอจึงกราบทูน
ขันอาสาไปเสาะแสวงโดยการออกเรือไปทางทิศตะวันออก บางบันทึกเล่าว่า
ออกเรือไปพร้อมกับ เด็กชาย เด็กหญิง พรหมจรรย์ และก็ไม่หายเข้ากลีบเมฆไปเลย
ไม่เคยส่งข่าวกลับมาให้รับทราบ แต่ในของ เรืองวิทยาคม ได้สันนิษฐานต่อว่า “หมอกลุ่มนี้น่าจะเป็นบรรพบุรุษกลุ่มแรกของชนชาติญี่ปุ่น”





     ไม่แน่นะในหนังสือ“คนรักหมา” ของท่าน หม่อมคึกฤทธิ์  ได้เขียนถึง “หมาดิงโก้”
ที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียว่า
สมัยก่อนนั้นทวีปเอเชียกับทวีปออสเตรเลียนั้นเชื่อมติดกันโดยธารน้ำแข็ง
บรรพบุรุษสมัยนั้นก็เดินไปบนธารน้ำแข็ง จากทวีปเอเชีย เดินเล่นไปเรื่อยๆ ยอกหมาเล่นไปเรื่อยจนไปถึงทีปออสเตรเลีย



     โดยพาหมาที่เลื้ยงไว้ไปด้วย
พอธารน้ำแข็งละลาย เอาหล่ะซิกลับบ้านไม่ได้ ก็เลยตั้งรกรากอยู่ในทวีปออสเตรเลีย
คนตาย เจ้าของตาย แต่หมาไม่ตาย ตามสัญชาตญาณเอาตัวรอดของหมา จากหมาบ้าน หมาเชื่อง
ก็ค่อยๆหลายเป็นหมาที่อาศัยในป่า จึงกลายเป็น “หมาดิงโก้” ท่านคึกฤทธิ์ว่า
“มันถึงหน้าตาคล้ายกับหมาพันธุ์ Rim road บ้านเรา





หมาดิงโ้ก้ในออสเตรเลีีย

รูปจาก Internet เยอะแยะ



    

     และประวัติศาสตร์มันก็ไล่ล่าเราอีกครั้ง
เมื่อมี “หมา” จากเอเชียเร่ร่อน ไปทาง “ตะวันออกกลาง”ครั้งนี้มันไม่ต้องเดินไปบนธารน้ำแข็ง ไม่ต้องตรากตรำบนหนทางอันยาวไกลอีกแล้ว
“มันไปด้วยเครื่องบินส่วนตัว”



     การบันทึกของผมครั้งนี้ อาจจะเป็น “หลักฐานบันทึกอันสำคัญ”
ของสายพันธุ์หมา พันธุ์ใหม่ที่กำเนิดขึ้นก็เป็นได้ และ “มันก็ไปจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อีกกครั้ง







อ่านย้อนหลัง

  ประวัติศาสตร์ไล่ล่าคุณ 







 อ้างอิงเป็นหลัก

สามก๊กฉบับคนขายชาติ
โดยเรืองวิทยาคม

Comments (0)

อี่….เหม็นนะครับพี่ Hanzen

คอยตอดตามนะพี่ sazzie

ยืนยันได้อย่างเดียวว่ามันไม่ใช่ พระเจ้ามูลเมืองครับ แต่เป็นพระเจ้ามูลเปียก สังเกตได้จากคราบขาวรอบปากมันเวลาสำรากจนน้ำลายเหนียว

อ่านต่อก่อนค่า :)

ซ้ำๆ ไอ้เวร ตอแหลเปลี่ยน “ชื่อ”

ปัญญาอ่อนเหมือน “หมาแม้ว” เหมือนนายมันไม่ผิด

เป็นหมา น่าจะดีกว่า ….

แป๊ะลิ้มเป็นเหี้ย “เรียกพ่อแม้ว” สายพันธุ์ “เทพ ” (เฮ้ยพรุ้งนี้ครบเดือนแล้วนี่หว่า แป๊ะลิ้มอย่าลืมพก “ผ้าอนามัยมาด้วยนะ เดี๋ยวไหลเต็มถนน) ..ชัวร์ป๊าด…

เป็นหมา น่าจะดีกว่า ….

แป๊ะลิ้มเป็นเหี้ย “เรียกพ่อแม้ว” สายพันธุ์ “เทพ ” (เฮ้ยพรุ้งนี้ครบเดือนแล้วนี่หว่า แป๊ะลิ้มอย่าลืมพก “ผ้าอนามัยมาด้วยนะ เดี๋ยวไหลเต็มถนน) ..ชัวร์ป๊าด…

เป็นหมา น่าจะดีกว่า ….

เป็นเหี้ย “เรียหพ่อ” สายพันธุ์ “เจ้าขี้ควาย ประจำเดือน” (เฮ้ยพรุ้งนี้ครบเดือนแล้วนี่หว่า อย่าลืมพก “ผ้าอนามัยมาด้วยนะ เดี๋ยวไหลเต็มถนน) ..ชัวร์ป๊าด…

55555

เป็นหมา น่าจะดีกว่า ….

เป็นเหี้ย สายพันธ์ แป๊ะลิ้ม ..ชัวร์ป๊าด…

55555

แม้….มันเข้ามาอ่านของพี่ pijika มันจะนึกว่าเป็นคำอวยพรมันเปล่าเนี่ย

สมัยนี้คงต้องเป็น “ความเลว ไล่ลาคุณ” น่ะค่ะ

แม้ไม่มีแผ่นน้ำแข็งละลายจนกลับไม่ได้
ก็ไม่เป็นไร
ขอแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดแทน
สาธุ

อีกสักหน่อย จะมีชาติพันธุ์ใหม่
หน้าเหลี่ยมๆ ผิวสีมืดๆ เดินเกะกะอยู่แถบแอฟริกา

มีสันดานโกงกินไม่เลือก
เนรคุณชาติ ฟาดฟันทุกอย่างไม่เลือกหน้า
แต่กรรมของมันนั้น
ปรกติพวกคนเผ่าผิวสี จะมีอาวุธประจำตัวมหึมา
แต่ไอ้ผิวสีเผ่าพันธุ์ใหม่หน้าเหลี่ยม จะมีหนอนน้อยเหี่ยวๆ กระจิ๊ดริด…
คริ คริ…
คิดได้ไงเนี่ย… เรา…

นั่นพี่ chaba2550 นับไอ้ตัวนั้นเข้าให้แล้ว

มันก็ “คือ คือ” กันนะพี่

นี่ “หมา” ตัวนี้จะไปแพร่พันธุ์ ไกลถึง แอฟริกาเลยนะท่าน Prypilas

พี่ว่าหมาที่กำลังเร่ร่อนอยู่นี่ ไม่ใช่สายพันธุ์ไทยแท้นะคะ
ดูรู้สึกว่า จะรูปร่างหน้าตาพิกล ๆ อยู่ ตามข่าวมีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน

ตัวหนึ่งเร่ร่อนไปถึงอังกฤษแล้ว วันก่อนก็ไปเห่าคนไทยหน้าตาหล่อ ๆ เลยโดนเตะ ร้องเอ๋ง ๆ เลย ..ว่าซั่น!!

ส่วนอีกตัว ล่าสุดข่าวจาก กู๊ดมอร์นิ่งไทยแลนด์ บาย สนธิ
เมื่อวันสองวันนี้เขาว่า อาจจะเร่ร่อน มาใกล้ ๆ
ถึงสามเหลี่ยมทองคำแล้วหน่ะนะ.. ;P

อ่า .. ท่าจะจริงของท่านชัยโรจน์
อีกไท่กี่ปีต่อจากนี้ไป
เบอร์มิวด้า นิคารากัว และหลายประเทศมนแอฟริกา และตะวันออกกลาง
อาจมีหมาหน้าเหลี่ยมเพ่นพ่านให้เห้นจนเป็นเรื่องชินตา คริ คริ