คนของเรา ด้วยมือของเรา

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง | Posted on 22-05-2009




๒๕ พ.ค. ๒๕๕๑
วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ผมนั่งชมติดตาม
ASTV ในระหว่างสัปดาห์
ผมพยายามพูดคุยกับคนรอบๆข้าง เพื่อที่จะอธิบายว่าสถานการณ์บ้านเมืองเราในตอนนี้
“มันเกิดอะไรขึ้น”

๒๕ พค. ๒๕๕๑


 

.


ผมโชคดีมาก
ที่เจอแต่ “ผู้ฟังที่ดี” มี “เถียง”

และ
“ด่าทอ” นักการเมืองเลวบ้าง



 

  ๒๕ พค. ๒๕๕๑



มีใครคุ้นๆชายเสื้อดำบ้างไหม !!!! สวัสดีครับพี่ Kathatyai



๒๕
พ.ค. ๕๑ นี้เขานัดกันชุมนุมที่

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ไปด้วยกันไหมครับ ?

 

“ไม่นะ”,
“เป็นกลาง” และยิ่งไปกว่านั้น

“ไม่เอานะ
ชีวิตเรายังอีกยาว” !!!!

 



 ๒๕ พค. ๒๕๕๑ 



      ผมย้อนกลับมาถามตัวเอง “หรือว่าเราบ้าไปแล้ว
ทำไมคนรอบข้างเราถึงเอาด้วยกับพันธมิตรฯ”


 







พี่ปองในวันที่   
  ๒๕ พค. ๒๕๕๑



      แต่อันที่จริงแล้ว
“เขาไม่ได้รับข่าวสารอย่างที่พวกเราได้รับ” นี่เอง ผมออกเดินทางไปกับภรรยาของผม
มุ่งหน้าที่ชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 


ผมยื่นใบคัดค้านการแก้
รธน. ที่เตรียมมาจากบ้าน ผมพยายามจะรวบรวมรายชื่อ
และคนที่เข้าใจอะไรบ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนั้น

 





 ๒๕ พค. ๒๕๕๑ 


 



ต่อคำถามว่า
“พี่ไปเลือกตั้งหรือเปล่า” กับตอบว่า “เปล่า” ผมจึงไม่ได้รายชื่ออย่างที่ตั้งใจ
!!!

 

คุณวสันต์ วันที่    ๒๕ พค. ๒๕๕๑

“พวกเขา”
พยายามที่จะเข้าใจ พยายามที่จะ “แสดงออก” ถึงการรักชาติ บ้านเมือง

 



พยายาม “แสดงออก”
ถึงการปกป้อง “บ้านเมือง” ด่าทอนักการเมืองที่โกงชาติ ขายชาติบ้าง “ด่าตามกระแส” บ้าง
สำหรับคนที่พอที่จะได้รับข่าวสารจากกลุ่มพันธมิตรฯ

 

บางพวกทำมึน ทำงง
“โกงบ้างก็ไม่เป็นไร” และบ้างก็ไม่ “สนใจ”

 

หาใช่เรื่องของเรา
“ไม่ใช่หน้าที่ของเรา”

 




 ๒๕ พค. ๒๕๕๑ 

 



อ.ปานเทพ นำเราร้องเพลงชาติในวันที่    ๒๕ พค. ๒๕๕๑

แล้วเราจะไปร่วมร้องเพลงชาติกันอีกครั้งในวันที่ ๒๕ พค. ๒๕๕๒

 

พวกเราเริ่มนับ
๑ กันตรงนั้นและวันนั้น

 





๒๕ พค. ๒๕๕๑



 



ไม่มีใครทราบว่าเราจะต้องเดินทางไกลสักเท่าใด
จะมีใครต้องจากเราไปกลางทางหรือเปล่า ลุงชวนเรานับเลขทุกวัน ตลอด ๑๙๓
วันของการต่อสู้ ตั้งแต่ ๒๕ พ.ค. ๕๑ ถึง ๓ ธ.ค. ๕๑ เราทำมันได้
ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ศรัทธา ความกล้า และ “เอาธรรมนำหน้า”

 






๒๕ พค. ๒๕๕๑ 


 


 



วันนี้พวกเราคิดที่จะ
“ทำการเมืองใหม่” การเมืองที่ใหม่ในความคิดของผม คือ
“การเมืองที่ชาวบ้านเขาทำกันมาแล้ว” การเมืองที่สุจริต
นักการเมืองทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเมืองที่
“ทำเพื่อประชาชนของตนเองเท่านั้น”

 




๒๕ พค. ๒๕๕๑ 



 

อ.ภูวดล วินาทีก่อนที่ นปก. จะเข้ามาทำร้ายเรา

ในวันที่    ๒๕ พค. ๒๕๕๑


 


 ……………………………………………………………………….

 

วันนี้
“แนวความคิดจัดตั้งพรรคการเมือง” ที่มีรากฐานมาจาก

“มวลมหาประชาชนพันธมิตรฯ”

 

……………………………………………………………………….

 

 

๒๕ พค. ๒๕๕๑ 




 

      ในช่วงชุมนุมนั้นเมื่อผมได้ยินถึงการตั้งพรรคของบุคคลใด
บุคคลหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรฯ ผมก็ได้แต่นึกในใจว่า
“เขาเอาพลังของเราไปล้อเล่น”

 



เหมือนเช่นดั่งตอนปี
๒๕๔๙ ก็มีพวกที่ขึ้นเวทีปราศรัยด่าทักษิณเพื่อหาเสียง เกาะกระแสคน กทม.
สุดท้ายแล้วก็ไปลงเลือกตั้ง “สว.” ส่งลูกลง “สส.” ในพรรคของ “ไอ้คนขายชาติ”
ที่มันด่าบนเวทีปราศรัยนั้นแหล่ะ

 ๒๕ พค. ๒๕๕๑ 


“มัน” ผู้นั้นก็ต้อง
“ดับ” และ “สันดานเลว” ที่ “ปกปิด” ไว้ก็ถูกลอกออก ต้องหันกลับไป “เปิดฟ้า ส่องดูเงา”
ตัวเอง ไม่รู้หลอกชาวบ้านอีกม้วนอีกหรือเปล่า?

 

เพราะมัน
“หลอกลวงประชาชน”

 

 


๒๕ พค. ๒๕๕๑





      ทุกวันนี้
“ผม” เห็นแล้วว่า “การเมือง” เป็นอย่างไร ผมเข้าใจอะไรๆมากกว่าเดิม ไม่ได้มานั่งกลัว
ไม่กล้าคิดเหมือนแต่ก่อน ผมอยากเห็นถนนหนทางที่เป็นระเบียบ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงๆจังๆอย่างที่ผมเห็นที่บ้านอื่น
เมืองอื่น

 



      นักการเมือง
“คิดถึงและทำเพื่อ”
พี่น้องประชาชนที่เสียภาษีเพื่อเป็นเงินเดือน เป็นแสนๆให้กับนักการเมือง ไม่ใช่
“ทำเพื่อตนเองและพวกพ้อง”

 


  ๒๕ พค. ๒๕๕๑




      นักการเมืองมี
“คุณธรรม
จริยธรรม” รู้จัก “ผิด ชอบ ชั่ว ดี” อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ไม่ใช่มีแต่
“กุ๊ย” ข้างถนน “นักเลง” ข้างทาง ที่ “ชูนิ้วกลาง
ท้าตีท้าต่อย”
กลางสภาฯ หรือ “คน” ที่พี่น้องในท้องที่เห็นหน้าก็ “จำได้แต่เรื่องเลวๆของมัน”

 



      กฎหมายถูกบังคับใช้อย่างจริงๆจังๆ
ไม่มีประวิงเวลา รอให้มันหนีไปก่อนค่อยตามจับมัน ไม่ใช้บังคับอย่างจริงๆจังๆเฉพาะ
“คนที่ไม่ใช่พวกกู”

 



      นักการเมือง
“ต่อรอง” ตำแหน่งอำนาจโดยไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของประชาชน นักการเมือง “วิ่งโร่”
คราง หงิ้งๆ เข้าไปกราบตีนนักโทษหนีคดี แถมยังเทียวไป เทียวมาได้อย่างสบายใจ
โดยที่ตำรวจซึ่งเป็น “ผู้คุมกฎ” นิ่งดูดาย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่ใสใจที่จะไปตามสืบ ตามจับ

 



 

ถึงเวลาแถวหรือยัง
“สำหรับนักการเมือง”

ที่เป็นของเรา เกิดจาก “หน่อเนื้อ” ของเราเอง ?


 …………………………………………………………………….



      ถึงเวลาแล้วหรือยัง
“สำหรับนักการเมือง” ที่มีแนวคิด แนวทางอุดมคติเดียวกับเรา ?

 

      ถามใจตนเองว่าเรารู้สึกเช่นไร
เมื่อเราเห็น อ.เจิมศักดิ์ อ.สมเกรียติ คุณคำนูณ หรือคุณรสนา ลุกขึ้นพูดในสภาฯ ?

 


 


  ๒๕ พค. ๒๕๕๑

 



      สำหรับผมแล้ว
ผมจะเฝ้าดู หาข้าว หาปลามานั่งเฝ้าหน้าทีวีไม่ยอมให้คราดสายตา และตบหน้าขาฉาดใหญ่
เมื่อเห็นท่านเหล่านั้นลุกขึ้นพูด

 

“นั้นแหละคนของผม
นี่แหล่ะคนของกู

นั้นแหล่ะอย่างที่ผม
นี่แหล่ะมันต้องอย่างนั้น”

 

ไม่ใช่จะลุกขึ้นพูดแต่ละทีต้องรอ
“โพย” หรือ

ดะคนโน้น
ติดคนนี้ เกรงใจท่าน ล้ำเส้นนาย


แล้วก็ต้อง
“แบะปาก”

เมื่อได้ฟังคนพวกนั้นอภิปรายในสภาฯ

“มันคิดได้ไง
หมาที่บ้านยังฉลาดกว่า

ยังซื่อสัตย์กว่ามันเลย”

 


ทั้งๆที่
“กู” นี่แหล่ะนาย “มึง” ไม่เคยเกรงใจกูสักที

 




๒๕ พค. ๒๕๕๑ 


 


 



ถ้าเรามี “คนของเรา”
เข้าไปช่วย อ.สมเกรียติ คุณคำนูณ คุณรสนา อีกมากๆ คุณจะคิดว่าไง? มันจะดีขึ้นไหม?
การเมืองเก่าหล่ะจะเป็นอย่างไร ? นักการเมืองเฮงซวยจะอยู่อย่างไร?

 




อย่างน้อยเราก็จะได้นั่งเฝ้าดูการประชุมสภาฯ

อย่างมีความหวังมากขึ้นอีก

 




คุณพี่เทิดภูมิ ในวันที่   ๒๕ พค. ๒๕๕๑




เราพันธมิตรฯ “ล้ม”
คนเลว คนจัญไร คนชั่วขายชาติ มาแล้วนับไม่ถ้วน และนี้คืออีก “ภารกิจ” หนึ่งของการ
“ล้มการเมืองเก่า” ชนิดเด็ดหญ้าถึงราก เด็ดทีละนิด ถอนทีละต้น

 



ในใจผมก็ “กลัว”
เหมือนกันว่า เมื่อ “คนของเรา” เข้าไปมีอำนาจแล้ว “เกิดอาการเปลี่ยนสี” หรือเป็นพวกที่
“อิงแอบพันธมิตรฯ” เข้าไปหาผลประโยชน์เหมือนอย่างที่หลายๆคนกลัว

 




๒๕ พค. ๒๕๕๑ 

 



ผมให้คำตอบกับตัวเองไว้ว่า

“ลูกของเรา
เราขอตีเอง

ไม่ยอมให้ใครมาตีลูกของเราเป็นเด็ดขาด”

 

 

ในเมื่อพรรคการเมืองใหม่ที่จะเกิดจาก
“หน่อเนื้อ เชื้อไขของพันธมิตรฯ” ที่เคยล้ม “สัตว์นรก” มาแล้ว จะกลัวอะไร
!!! มันเกิดได้จากพันธมิตรฯ มันก็ต้องตายได้เพราะพันธมิตร

“ถ้าผิดจากนี้
ไม่ใช้เรา”

 

 



และถ้ามีวันนั้นที่
“ผิดไปจากเรา”

ผมนี่แหล่ะที่วันนี้

“เขียนด้วยมือ และวันนั้นผมจะลบมันด้วยเท้า”

ของผมเอง

 




ลุย…เลยครับ
การเมืองใหม่ที่เราคุยกันไว้

ตรงสนามหญ้าที่เชอะแชะหน้าทำเนียบฯ

หน้ารัฐสภาฯ
หน้า บช.น.

ในคืนที่อันธพาลยกพวกมาตีเรา

ในเต็นท์ที่ข้างแรม
ริมถนนราชดำเนิน

ข้างกองขวดน้ำที่เอาไว้ขว้างใส่กลุ่มแก็สน้ำตา



ที่เราตกลงกันไว้ “กลางเสียงปืนและแก็สน้ำตา”

  ๒๕ พค. ๒๕๕๑


 


 

มันต้องเกิด!!!!ด้วยมือของเราเอง

ด้วย
“คนของเราเอง”

๑๙๓ วันรำลึก

ขอบคุณ   zumeth

สำหรับ เพลง ๑๙๓ วันรำลึก พร้อมเนื้อร้อง

ขอบคุณ www.manager.co.th

Comments (0)

Hyde Park entrance
ดอกไม้พันธมิตร …

ผมว่า “อะไรจะเกิด…มันก็ต้องเกิด” นะพี่ชบา

กรรมกำหนด สวรรค์ลิขิต และมานะตนฝ่าฟัน ครับ

ขอบคุณสำหรับการรำลึกครบรอบ 1 ปีของการชุมนุมพันธมิตร

————-*

หลายคนไม่เว้นแม้แต่พี่เอง ก็กลัว “คนของเรา” เปลี่ยนสี
แต่ก็นั่นหล่ะนะ ใครทำอะไรไว้ ก็จะได้รับสิ่งตอบสนอง
อันสมควรแก่การกระทำแหละ

วันนี้พี่ยังรู้สึกเห็นใจ คุณไทกร อ.ไชยวัฒน์ ที่โดนพวกเรา
ตอกกลับ เมื่อมีความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ทางที่ควรผู้มีบทบาท
ใน ASTV ควรจะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยอาการสงบบ้าง
คงจะเป็นภาพที่น่ารักอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“การเมืองใหม่”คืออะไรในใจท่าน?

* เปลว สีเงิน 27 พฤษภาคม 2552

อืม มมม….ก็เป็นมาตรฐานใหม่ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ในการเอารัฐมนตรีเข้า-เอารัฐมนตรีออก คือมาตรฐาน “เพื่อน หรือไม่ใช่เพื่อนเนวิน” จากที่เคยสงสารนายกฯ อภิสิทธิ์ ตอนนี้ชักสมเพชขึ้นมาตงิดๆ เพราะการที่ปล่อยให้พรรคภูมิใจไทย ทั้งไล่ ทั้งลาก ทั้งถีบ “นายชาติชาย พุคยาภรณ์” ออกจากรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ นั้น เป็นปรากฏการณ์ปกติของการเมืองด้อยคุณภาพก็จริง แต่ควรให้เกียรติสถาบันชาติ-สถาบันประชาชน ด้วยการบอกถึงสาเหตุที่เข้าใจได้มากกว่านี้ซักหน่อย ไม่ใช่ให้ออกดิบๆ ด้วยสาเหตุ “ไม่ใช่เพื่อนเนวิน”

แต่เท่าที่ฟังนายชาติชายเขาแถลงในการประกาศลาออกบ่ายวานนี้ (๒๖ พ.ค.๕๒) ผมก็ว่าคนคนนี้เขามีวุฒิภาวะ สมกับตำแหน่งหน้าที่การงานระดับรัฐมนตรีนะครับ เพราะแทนที่จะแถลงด้วยอารมณ์แค้นเคียด แล้วลากไส้ชนิด “ตายไปด้วยกัน” ทั้งนายเนวิน นายสรอรรถ กระทั่งนายชวรัตน์คนเป็นหัวหน้าพรรคที่ร่วมปิดประตูปล้นเก้าอี้

นายชาติชายกลับมีใบหน้าราบเรียบ มีธรรมในข้อทมะ-คือการข่มใจ พูดจาด้วยสติ ด้วยรอยยิ้ม ด้วยวุฒิภาวะของคนมีการศึกษา มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อธิบายถึงงานที่ทำไป และขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกคนที่ให้โอกาส และให้ประสบการณ์ด้วยการให้เรียนรู้งานในมิติใหม่ๆ ทางการเมือง

ผมก็ว่าน่ารักดีนะ เป็นการแถลงที่ให้บรรยากาศผู้ดี นักข่าวและคนที่รอฟังอาจผิดหวังบ้าง คือนึกว่าจะได้ฟังแถลงชนิดบู๊ล้างผลาญเป็นการส่งท้าย กลับเป็นคำแถลงสร้างสรรค์สไตล์บัณฑิตสอนโจร ก็เอาเถอะ…ถึงจะชื่อใหม่-หน้าใหม่ในสารบบการเมือง แต่ถ้าวางบุคลิก วางคุณภาพตัวเองไว้ได้ระดับนี้ ทบทวนเหตุการณ์ครั้งนี้สอนใจ ถ้ายังรักจะอยู่ในสนามการเมือง

น่าจะมีอนาคตนะ ถ้าใช้สมองนำหน้าเงิน!

ภูมิใจไทยจะเอา “เพื่อนเนวิน” คนไหนมาแทนนายชาติชาย ต้องคัดหน่อย อย่างน้อยก็อย่าให้ด้อยคุณสมบัติกว่าคนเดิมเขา ไม่ใช่ไล่ดอกเตอร์ออกไป แล้วไปเอา “ผีตองเหลือง” มาแทนล่ะ สังคมเขาจะฮาเอา

มาเรื่องสดๆ ออกจากเตากันบ้าง ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับประเทศไทยที่จะมี “พรรคการเมืองใหม่” ที่ประชาชนส่วนหนึ่งรวมใจกันตั้งขึ้น เอ้า…ก็ยินดีด้วยครับ แต่ว่าในเมื่อตัดสินใจตั้งพรรค….แล้วไงต่อ?

คำว่า “แล้วไงต่อ….” นี่ผมว่ามันยากกว่าตั้งพรรคอีก เพราะพรรคที่มวลพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตั้งขึ้น มันจะต้องไม่ใช่พรรคของพันธมิตรฯ เพื่อพันธมิตรฯ และโดยพันธมิตรฯ ต่อจากนี้ และตลอดไป เพราะมันจะต้องเป็นพรรคของคนไทยทุกคน เพื่อคนไทยทุกคน และโดยคนไทยทุกคน

ถ้าตีกรอบไว้ว่า “เป็นพรรคของพันธมิตรฯ” แค่นี้ไม่ยาก ก็ดำเนินกิจการพรรคไปแบบ “มูลนิธิประจำตระกูล” คนในตระกูลพันธมิตรฯ คนไหนจะ โกนจุก-แต่งงาน-สวดศพ มูลนิธิพันธมิตรฯ ก็ไปตั้งโต๊ะรับซอง ลงบัญชีจัดการให้เบ็ดเสร็จ แต่นี่เป็นพรรคการเมือง เป้าหมายสูงส่งเพื่อ “การเมืองใหม่” ฉะนั้น งานแรกคือ

ต้องทำความเข้าใจในเป้าหมายและทิศทางที่จะไปให้ “ตรงกัน” เสียก่อน ไม่งั้นมีหวังเรือล่มก่อนหัวเรือถึงตลิ่ง!

ผมอ่านข่าว เห็นทางแกนนำบอกว่า กำหนดชื่อพรรคไว้เลือก ๓ ชื่อ พรรคพันธมิตรฯ พรรคเทียนแห่งธรรม และพรรคการเมืองใหม่ หรืออะไรนี่แหละ-ลืมไปแล้ว แต่เท่าที่สดับ เสียงส่วนใหญ่กระเดียดไปทางอยากได้ชื่อ “พรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

มันก็ตรง และชัดเจนดี แต่ผมว่า…อย่าเลย!

ก็อย่างที่บอกแต่ต้น พรรคจะต้องไม่เป็นพรรคของพันธมิตรฯ ไม่เป็นของคนเสื้อเหลือง ในเมื่อตั้งพรรคขึ้นมาแล้ว จะต้องถอดแว่นสีออกทั้งหมด ไม่มีสีเหลือง-สีแดง หมายความว่า ใครก็ได้ ถ้าศรัทธาในทิศทางและปณิธานของพรรคแล้ว มาสาบานร่วมธรรมนูญใต้ธงพรรคด้วยกันได้ทุกคน เพราะพรรคนี้

ของคนไทยทุกคน เพื่อคนไทยทกุคน และโดยคนไทยทุกคน!

รักษาชื่อ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ไว้เป็นสมบัติกลางทางจิตวิญญาณเสรีแห่งมวลชนผู้มีท้องถนนเป็นพื้นที่ลาด ตระเวนเพื่อการพิทักษ์ชาติ พระศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์เถิด และผมเชื่อ ยังมีพันธมิตรฯ บางส่วนยินดีเป็นพันธมิตรฯ ในถนน มากกว่ายินดีเป็นพรรคพันธมิตรฯ ในสภาฯ

ก็เผื่อว่า….สักวันพรรคที่พันธมิตรฯ ตั้งขึ้น โตแล้วแตกลายกลายเป็นอื่น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ในถนน จะได้ออกมาทำหน้าที่ “ฆ่ามันทิ้งไป” ให้สะใจคามือของผู้ให้กำเนิดมากะมือไงล่ะ!?

ฉะนั้น ความเห็นผม ชื่อพันธมิตรฯ ดี เป็นแบรนด์ติดตลาดแล้ว แต่ไม่ดี ถ้าจะนำมาผูกขาดใช้ตั้งเป็นชื่อพรรค ที่กว้างจะกลายเป็นแคบ พรรคที่สาธารณะ จะกลายเป็นพรรคมีเจ้าของ และจะเป็นพรรคที่มีปฏิปักษ์ตั้งแต่เกิดตลอดไป ผิดความหมายที่พรรคจะต้องเป็นของประชาชน โดยไม่มีชนชั้นวรรณะ ความรัก ความชัง ของคนใด-กลุ่มใดมากั้นกลาง

“เทียนแห่งธรรม” เพราะดี ให้ความรู้สึก สะอาด สว่าง สงบ แต่นิ่มเหลว วันๆ มีแต่น้ำตาไหล กัดเซาะกินแต่ไส้ กินแต่ไขตัวเองจนตายไป และในข้อเท็จจริงทางการเมือง พรรคการเมือง เป็นสถานที่สกปรกล้างสกปรก เป็นสถานที่มืดขับไล่ความมืด และเป็นสถานที่วุ่นวายขจัดความวุ่นวาย ดังนั้น ชื่อเทียนแห่งธรรมจึงให้ความรู้สึกขัดแย้งกับสิ่งที่ต้องทำในขั้นต้นไปสู่ ขั้นปลาย จึงไม่เหมาะสม

ส่วนชื่อ “การเมืองใหม่” ใน ๓ ชื่อนี้ ผมว่าชื่อนี้ ดีที่สุด-เหมาะที่สุด เพราะประกอบด้วย “เย็น-ร้อน-อ่อน-แข็ง” เป็นทั้งรูป เป็นทั้งนาม เป็นทั้งประธาน เป็นทั้งกิริยา รวมธาตุทั้ง ๔ มีความหยุ่นเหนียวอยู่ในตัว และที่สำคัญเป็นชื่อภาษาไทย ให้ความหมายชัดเจน-ตรงตัว

การ-คือการกระทำ

เมือง-คือประเทศชาติบ้านเมือง

ใหม่-คือการเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งที่ดีกว่า

ฉะนั้น ใครก็ได้ที่ต้องการให้บ้านเมืองสู่สภาพที่ดีกว่าเดิม จะเป็นสีเหลือง สีแดง สีขาว สีเขียว สีดำ หรือสีไหนๆ มาร่วมกันทำ “การเมืองใหม่” ได้ด้วยกันทุกคน เพราะ “การเมืองใหม่” เป็นพรรคไม่ผูกขาดสี

เอ้า…สมมุติว่า มีพรรค มีชื่อแล้ว ยังขาดอะไรล่ะ ยังขาด “พิมพ์เขียวประเทศไทย” ที่จะเป็น Road Map ไปสู่จุดหมายปลายทาง คือ “การเมืองใหม่” ที่เห็นได้ จับต้องได้เป็นรูปธรรมไงล่ะ!

คนในชาติทุกคนจะต้องเห็นบิลบอร์ดขนาดใหญ่ขึ้น ๔ มุมประเทศให้รับรู้เป็นสัญญาประชาคมร่วมกันว่า “การเมืองใหม่” ที่เรากำลังตบเท้าเดินร่วมกันไปสู่นั้น มันคืออะไร แบบไหน ที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร?

ฝัน-จะได้เป็นฝันที่ตรงกัน ถ้าพรรคนำให้เกิดเป็นรูปธรรมไม่ได้ตามพิมพ์เขียว ตามกรอบเวลา ตามสัญญาประชาคม พวกเรา-ชาวบ้านจะได้รู้ว่า “การเมืองเก่า-การเมืองใหม่” มันก็เวรตะไล เชื่อไม่ได้พอกัน จะได้กลับหลังหันทันอย่างไรล่ะ!

แต่ผมเชื่อ บรรดาแกนนำพันธมิตรฯ เขาเจนจบในกลเกมการเมืองทั้งในภาคประชาชน ในภาครัฐมากันคนละมากๆ จึงไม่ยากที่จะกะเทาะเป็นบทที่ควรเลียน และบทที่ควรเลี่ยงสู่การเมืองใหม่ ฉะนั้น สิ่งที่คนวงนอกทั้งหลายอย่างท่าน อย่างผมควรทำก็คือ “ทำใจ” ให้เย็นเข้าไว้ รอดูเขาไปทีละขั้น ทีละตอน เพราะเขาต้องรู้ว่า เวลาไหน ขั้นตอนไหน ที่ต้องทำไปให้สอดคล้องกัน

ถ้าถามว่า “หวังกันมากไหมกับการเมืองใหม่”?

ผมว่าหวังกันทุกคนแหละ ทักษิณก็หวัง เพื่อไทยก็หวัง ประชาธิปัตย์ก็หวัง ภูมิใจไทยก็หวัง จตุพร-ณัฐวุฒิ-วีระ-จักรภพ ก็หวัง สีเหลืองก็หวัง สีแดงก็หวัง สีขาวก็หวัง สรุปแล้ว คนไทยทุกคนหวังกับการเมืองใหม่กันทุกคน เพียงแตกกิ่งก้านสาขากันไป แต่ไม่แตกต้นในความหมาย “ไทยผนึกคืนเดิม”

เพราะ “การเมืองใหม่” เท่านั้นจะช่วยตัดผุและยกเครื่องสังคมประเทศไทยให้เป็น “ใหม่-ประเทศไทย” เพื่อประชาชนคนไทยทุกคน และถ้าประเทศไทยจะเป็น “ใหม่-ประเทศไทย” ดังว่านี้

การเมืองใหม่บนการนำของแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง ๕ สนธิ-จำลอง-พิภพ-สมศักดิ์-สมเกียรติ จะต้องหาวิธีทำให้ทุกคน-ทุกฝ่ายมารวมเป็น “คนไทย-ประเทศไทย” เดียวกันให้สนิทดังเดิม

และคำว่า “การเมืองใหม่” จะต้องไม่ใช่ “ใหม่” ในแบบ แบ่งฝ่าย-แบ่งภาค-แบ่งประเทศ กันอยู่!

ผัว-เมีย นั้นหย่ากันได้ แต่คนไทยด้วยกัน ทำยังไงมันก็หย่าขาดจากกันไม่ได้ ผมอยากให้ข้อเตือนสติไว้อย่าง ทุกเรื่อง-ทุกปัญหา ธรรมชาติจัดสรรไว้ลงตัวหมดแล้วในความหมาย “กรรมใคร-กรรมมัน” ฉะนั้น บางเรื่องเราว้าวุ่นกันไปเอง หน้าที่ทำเป็นเรื่องของเรา หน้าที่ตัดสินเป็นเรื่องกรรม

ฉะนั้น เราทำหน้าที่สู่ “การเมืองใหม่” ด้วยการทำให้คนไทยหายแตกแยกเถอะ ส่วนคนที่ตั้งใจจะให้แต่แตกแยกนั้น ไม่ต้องไปสนใจ เพราะธรรมชาติใกล้ที่จะได้เวลาจัดสรรให้พลันปรากฏตามหน้าที่แล้ว!?

ขออนุญาตก็อปปี้คอมเม้นท์บางส่วนของผมเองมาตอบพี่ henggy ครับ

……………………………………

ผมเคยเลือก “ไทยรักไทย” มาแล้ว ผม เดินไปสู่ “จุดต่ำสุด”

และจากตรงนั้น “ผมก็เงยหน้ามองขึ้น” ผมก็เห็นทุกอย่างที่อยู่ด้านบน

“ตอนนี้ประชาชนไม่สามารถพึงพรรคใดได้”

ผม “ไม่กลัวที่กลับไปอยู่จุดต่ำสุด” อีกครั้ง

ฉนั้น—> “ลุย” อย่างเดียวครับ

เมื่อใด “พรรรคใหม่ เปลี่ยนไปจากเรา”

ผมจะออกมาไล่มัน !!!

เอ็นทรี่นี้ทำให้คิดถึงวันเก่าๆ ช่วงเ้วลานั้นกิจวัตรประจำวันพี่เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ พี่นั่งดูหน้าจอทีวีเกือบตลอดเวลา ปกตินอน 2ทุ่มครึ่งพร้อมลูกสาว ตื่นตี5 เปลี่ยนเป็นพาลูกเข้านอนแล้วนั่งดูทีวีจนตี3 ตื่นนอนตีห้ามาดูอีก ร่างกายอิดโรยแย่เหมือนกัน แต่ในเมื่อไปไม่ได้ (พี่ปอดแหก) จึงอยากเฝ้าเป็นกำลังใจให้พี่น้องพธม. ส่งsmsทั้งวันเลย พอเห็นฝนตกแล้วทุกคนยังอยู่ที่เดิม เท่านั้นแหละ น้ำตาแตกเลย ตอนนั้นคิดในใจว่า “ฉันเอาเปรียบพธม.ทุกคน ต้องออกไปช่วยกันได้แล้ว”

ใจเสียทุกครั้งที่เห็นคนหน้าเวทีเหลือน้อย ทุกครั้งที่คนเหลือน้อยพี่คิดถึงคนใต้มากๆ

พอละ รู้สึกพี่จะพร่ำำซะมากกว่าออกความคิดเห็น อิอิ

ขอบคุณที่นำมาเล่าให้ฟัง พี่ก็เจอพวกไม่เอาด้วยเยอะอยู่ ช่างแม่งมันค่ะ

เห็นจะตั้งพรรคของแป๊ะลิ้ม ขาดแต่ชื่อใช่มั้ย มามาตั้งให้

ชื่อพรรค ” เหี้ย สั่งมาเกิด ” หรือ ” พรรคชาติชั่ว ” ถูกใจจริง

“เราเศร้า เราก็ปลอบกันเอง

เราเหงา เราก็แก้เหงากันเอง

เราจะสู้…เราก็ต้องให้กำลังใจกันเอง….เท่านั้นครับ”

ที่แน่ใจว่าทิศทางที่เราจะเดินไป มีแสงที่ปลายอุโมง
จับมือกันไว้ค่ะ

ขอบคุณน้ำใจและจิตวิญญาณสู้ที่เปิดกว้าง
และให้โอกาศแก่ตัวเราเองของ chairojt…

P athenaz

เห่าแต่เช้าเลยนะ ไอ้แดงถ่อย IP 125.27.12.35

ไปหารถเมล์มาเผาเล่นป่ะ

ถึง Mblogtip ครับ

IP 125.27.12.35

โพสซ้ำๆ ใช้คำหยาบคาย อุบาท ถ่อย ตามสันดาน “ไอ้พวกถ่อยเสื้อดแดง”

เก็บ IP มันไว้เป็นหลักฐานด้วยครับ

เห็นจะตั้งพรรคของแป๊ะลิ้ม ขาดแต่ชื่อใช่มั้ย มามาตั้งให้

ชื่อพรรค ” เหี้ย สั่งมาเกิด ” หรือ ” พรรคชาติชั่ว ” ถูกใจจริง

พรรคไอ้เหี้ยลิ้มสารเลว

ขอบคุณพี่ athenaz มากๆครับ

เราเศร้า เราก็ปลอบกันเอง

เราเหงา เราก็แก้เหงากันเอง

เราจะสู้…เราก็ต้องให้กำลังใจกันเอง….เท่านั้นครับ

สิ่งที่เราสู้….เราสู้เพื่อตัวเองใช่ไหมครับ

แต่สิ่งที่เราต้องการจากการต่อสู้..คือประโยชน์ของ “ประเทศไทย”

ขอบคุณที่นำความทรงจำที่เราจะไม่ลืม
แต่จะไม่เก็บไว้บนหิ้งเพื่อขัดให้เงาเพียงอย่างเดียว…

ครบ ๑ ปี ลุย…ลุยนะคะ

เดี๋ยวเราจะตรวจสอบเรากันเอง…พี่เอาด้วยคน
เห็นด้วยกับ chairojt ที่เขียวไว้ในบล็อกพราย

P athenaz

ไอ้พวกที่เรียกต้วเองว่า “นักรบไซเบอร์” ของ นช.แม้ว ณ นิคารากัว ไร้แผ่นดิน

มันนี่ช่างบ้องตื่นจริงๆ

IP 124.157.140.5 —> สงสัยจะเป็นลิ้วล้อ นช.แม้ว ณ นิคารากัว ไร้แผ่นดิน

ถึง Mblogtip ครับ

ไอ้เวร IP 124.157.140.5 เข้ามาโพสหยาบคาย หลายครั้ง

เก็บ IP มันไว้เป็นหลักฐานด้วยครับ

น่าจะชื่อพรรคไอ้เหี้ยลิ้ม สารเลว น่าจะเหมาะกว่า

เห็นจะตั้งพรรคของแป๊ะลิ้ม ขาดแต่ชื่อใช่มั้ย มามาตั้งให้

ชื่อพรรค ” เหี้ย สั่งมาเกิด ” หรือ ” พรรคชาติชั่ว ” ถูกใจจริง

อ้า…ผมเห็นด้วยกับคุณ “พรรคไอ้เหี้ยแม้ว” ครับ

ไอ้ชื่อพรรคอุบาทๆ เสนียดๆ ขนาดนั้นนะใช้ไม่ได้แล้วครับ

เพราะมันเหมาะกับพรรคของ นช.ทักษิณ มากกว่า….เอื๊อกๆ ก๊ากๆ ฮิๆ

” เหี้ย สั่งมาเกิด ” หรือ ” พรรคชาติชั่ว ” นะใช้ไม่ได้แล้ว เพราะมันเป็นชื่อพรรค “ไอ้เหี้ยแม้ว”

เห็นจะตั้งพรรคของแป๊ะลิ้ม ขาดแต่ชื่อใช่มั้ย มามาตั้งให้

ชื่อพรรค ” เหี้ย สั่งมาเกิด ” หรือ ” พรรคชาติชั่ว ” ถูกใจจริง

—ซ้อเจ็ด (ตัวปลอม)— ซ้อเข้าใจอะไรผิดๆหรือเปล่า

ชาวต่างชาติไม่มาแล้วเป็นไงเหรอ (หรือไอ้ประชาชนนิคารากัวมันเข้ามาไม่ได้หรือไงครับ)

ผมว่าชาวต่างชาติไม่เข้ามาเพราะ เขาเห็นไอ้พวก “เสื้อแดง” มันเผาบ้านเผาเมืองมากกว่า

อีกอย่างหนึ่ง ข่าวที่ว่า “สาวกเสื้อแดง” ที่หลอก “เอาเงิน” พวกเดียวก็รู้ไปทั่วโลก เขาคงกลัว “โดนหลอก” ด้วยเหมือนกัน เลยไม่กล้าเข้ามา

พันธมิตรฯไม่เคยเล่นใต้ดิน เห็นมีแต่ เจ้เพ็ญ จักรภพนั้นแหล่ะที่ประกาศ “เล่นใต้ดิน” และประกาศที่จะใช้ “ความรุนแรง”

แต่ก็ “วิ่งหนีหางจุกตูด” ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ทำผิดแล้วก็ไม่ยอมรับผิด “ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน” ตัวจริง (ที่เลวๆ)

เมื่อไหร่ จะตั้งพรรค ซะที เล่นใต้ดินมานาน
จะได้รู้ซะที ว่าประชาชนเค้าคิดยังไง
ปิดสนามบินจนต่างชาติ แขยงที่จะมาไทยแล้ว

ขอบคุณคุณ Kenji ครับ

มาร่วมด้วยอีกมือครับ
แต่ถ้าถึงวันที่ไม่อยากให้เกิด
วันนั้น ก็จะมาร่วมถีบด้วยครับ

ขอบคุณ คุณคนใต้อยู่เหนือ ครับ ผมนึกว่าจะไม่ใครคิดเหมือนผมซะแล้ว…

อ่านแล้วเหมือนใจนึกค่ะ ก่อนอื่นเมื่อมีการตั้งพรรคแม้ว่าแกนนำจะเป็นคนตั้ง หรือพวกพันธมิตรเราจะตั้งอย่างน้อยๆ ก็คงทำให้อ,สมเกียรติ ค่อยมีความมั่นใจมากขึ้นเพราะจะมีพวกช่วยถ้าหากจะมีนักเลงหัวไม้จะเข้ามาทำร้าย เพราะเราคงไม่ปล่อยให้อ.สมเกียรติโดนคนเดียวเราจะไปรวมสังฆกรรมกับพวกมันด้วย

ใจผมก็กลัวนะพี่ pijika ถ้าเป็นพรรคแล้ว

อย่างแรกเลย คนที่ไม่ชอบเราก็จะ ปรามาทเราก่อนแน่นอน

แต่ผมว่า…เราต้องทำ !!!

ผมอยากได้กฎหมายโชว์ห่วย

ผมอยากได้กฎหมายที่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงๆจังๆ ไม่ใช้การแทรกแซงราคาผ่าการ “รับจำนำข้าว” เอาเงินภาษีของเราไปผรานเล่น

แล้วก็เอาไปขายต่อแบบ “ขาดทุน” เงิน “เรา” ทั้งนั้น ไม่ใช้เงิน “มัน” เลยสักบาท

“การเมืองใหม่อยากได้ต้องทำเอาเอง ไม่มีขายใน 7-1”

หายไปนาน มาที ชุดใหญ่เลยนะคะ
เพิ่งมีเวลาเข้ามาอ่าน

ชอบมากค่ะ
ชอบตรงที่

““กลัว” เหมือนกันว่า เมื่อ “คนของเรา” เข้าไปมีอำนาจแล้ว “เกิดอาการเปลี่ยนสี” หรือเป็นพวกที่ “อิงแอบพันธมิตรฯ” เข้าไปหาผลประโยชน์เหมือนอย่างที่หลายๆคนกลัว”

นี่แหละคือสิ่งที่ไม่อยากให้ตั้งพรรค

เพราะไม่เคยเห็นนักการเมืองหน้าไหนเลย
จะไม่ถูกละลายพฤติกรรม

แต่…
ยังมีหวังกับคนของ “พันธมิตร” นะคะ

คุณเหมี่ยวครับ ผมยังไม่มีเสื้อเลย กะจะไปซื้อหน้างานนะครับ

แล้วเราจะได้ไปตะโกนร้องเพลงกันให้ดังลั่นเลยครับ คุณเอื้อง

จะเป็นคนหนึ่งในงานวันที่25อีกคนซื้อเสื้อรำลึก193วันแล้วค่ะ ดีใจที่ได้เจอกับพี่น้องทุกคนอีกค่ะ เราจะสู้เคียงข้างกันตลอดไป คิดถึงพี่น้องทุกคนค่ะ.

ขอเป็นหนึ่งในนั้นด้วยค่ะ
24-25เจอกันนะคะ

คราวนี้คงติดกันเลยแหล่ะคุณ bonkalasin….

คุณ natayaa ครับ ชมเต็ม สมบรณ์แบบได้ที่นี่ครับ

http://www.manager.co.th/Home/193/

วันนั้น เราอยู่ใกล้ๆกันจริงๆด้วยสิครับ
แล้วอีก 1 ปีของวันนั้น จะได้ยืนอยู่ใกล้ๆกันมั้ยเนี่ย ?

ขอบคุณคลิบเพลงตอนท้ายมากๆ เพิ่งได้ดูเต็มๆ ขนลุกเลยค่ะ บางทีแค่คิดง่ายๆ ว่า ศิลปินที่มาอยุ่ที่นี่ เป็นคนดีๆ ที่เราชื่นชอบทั้งนั้นเลย แต่พอเห็นฝ่าย นปช แมร่งแต่ละคน(ขอโทษที่ใช้คำหยาบค่ะ)ประมาณว่า ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไร(ว่ะ)มารวมกัน ว่ามะคะ

ขอบคุณบันทึกความทรงจำอันเก่า และภาพประกอบทั้งหลายในวันนี้ด้วยค่ะ

ร่วมรำลึกด้วยคนนะคะ ขอบคุณน้ำใจคนไทยรักชาติทุกคนค่ะ

๑๙๓ วันรำลึก
คำร้อง-ทำนอง….ศรัณยู วงษ์กระจ่าง

วันวาน ไม่เคยหวนคืน ย้อนมา
เวลา เมื่อผ่านไปแล้ว ก็แล้ว
ดวงดาว ที่เคยพร่างพราว วับแวว
ผ่านคืน ผ่านแล้ว ก็ผ่านเลย

แต่ใจเรา ยังคง เหมือนเคย เหมือนเดิม
คอยเติม พลัง ให้กัน มั่นไว้
คอยเตือน จดจำ ย้ำจำ ฝังใจ
จนตาย จะไม่ลืมเลือน

(๑) ที่เคยหยัดยืน ฝืนทน สู้ฝ่าฟัน
นับร้อยร้อยวัน เรารวมกัน อย่างไร
ยังจำได้ไหม เราตะโกน ส่งเสียงว่าไง…(ไล่ใคร)
ทุกลมหายใจ เก็บไว้ในความทรงจำ

วันใด หากใจ หวนคิดถึงกัน
ในวัน เนิ่นนาน อีกนานแค่ไหน
ตัวเรา จะไกล แสนไกล เท่าไร
หัวใจ คงอยู่ ใกล้กัน

(๒) ให้จำบทเพลง ที่เราเคยร้องกัน
ทุกครั้ง ทุกวัน เราเต้นกัน ใช่ไหม
ที่กิน ที่นอน ที่อาบน้ำ และ ที่ใดๆ
ทุกลมหายใจ เก็บไว้ในความทรงจำ

ยังจำ ที่เรา ทุกข์ทนร่วมกัน
บางวัน ที่มี รอยยิ้ม สดใส
บางที ที่เรา ร้องไห้ เสียใจ
เก็บมันเอาไว้ อย่าลืม

(๓) กี่หมื่นรอยเท้า ที่เรา เดินก้าวไป
แม้แดดเผากาย ยังสบายอยู่ดี
กี่พายุฝน ถั่งโถม ในทุกทุกที่
ยังจำได้ดี และคิดถึงอยู่ทุกวัน

**พี่น้องเอ๊ย พี่น้องเอ๊ย
พี่น้องเอ๊ย ยังคุ้นเคยเสียงนี้ไหม
**เราไม่ถอย เราไม่ท้อ
เราเฝ้ารอ รวมพลังกันต่อไป
**พ่อครับ แม่ครับ
พี่พี่ครับ น้องน้องครับ
**ไม่เหน็บหนาว ไม่เหน็บหนาว
พี่น้องเรา ไม่ต้องกลัวสู้ต่อไป

Solo ๑
จดจำขึ้นใจ เราทำเพื่อใคร
เผ่าพันธ์เชื้อไทย ไม่ให้ใครครอบครอง
เรารักชาติไทย แผ่นดินขวานทอง
หมู่ไทยทั้งผอง เรารักพระเจ้าอยู่หัว

ยำจำ ที่เรา ทุกข์ทนร่วมกัน
บางวัน ที่มี รอยยิ้ม สดใส
บางที่ ที่เรา ร้องไห้ เสียใจ
เก็บมันเอาไว้ อย่าลืม

(๑) (๒) (๓)…Solo ๒
กี่หมื่นรอยเท้า ที่เรา เดินก้าวไป
แม้แดดเผากาย ยังสบายอยู่ดี
กี่พายุฝน ถั่งโถม ในทุกทุกที่
ทุกวินาที ใน ๑๙๓ วัน
ยัง จำ ได้ ดี และ คิด ถึง อยู่ ทุก วัน
ยัง จำ ขึ้น ใจ ทั้ง ๑๙๓ วัน
ทุก ลม หาย ใจ…เก็บ ไว้ ใน ความ ทรง จำ