คลิปรายงานข่าวคำพิพากษา “ทักษิณ” อยากเป็นประธานาธิบดี-พฤติกรรมชัดจ้องล้มสถาบันฯ

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง | Posted on 01-07-2009

เปิดคำพิพากษา! “ทักษิณ” อยากเป็นประธานาธิบดี-พฤติกรรมชัดจ้องล้มสถาบันฯ

     คำพิพากษายกฟ้องคดี “ทักษิณ” ฟ้องหมิ่น
“สุเทพ” แฉอยากกลับมาเป็นประธานาธิบดี ศาลชี้ชัดมีหลักฐาน
พฤติกรรมโจทก์อันไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์-จ้องล้มสถาบันพระมหา
กษัตริย์
อ้างผู้มีบารมีเหนือรัฐธรรมนูญมาก่อความวุ่นวายต่อระบอบประชาธิปไตย
พร้อมยอมรับคนเสื้อแดงเป็นพลังสนับสนุนที่สำคัญของโจทก์
โดยมีการตั้งโต๊ะเสนอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


 

 

.    

“ป๋าเปลว” ชี้ “วีระ” หลอกกินพ่อแม้ว ให้ความหวังถวายฎีกาฯ ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์

     วันนี้ (29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันนี้ ในหน้า 5 คอลัมน์ “คนปลายซอย” ของ “เปลว สีเงิน” ได้เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง ทักษิณ “ไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ ภายหลังแกนนำม็อบเสื้อแดงประกาศจะล่ารายชื่อทั่วประเทศเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนช.ทักษิณ ชินวัตร

………………………………..



 

     ใครจะคิดอย่างไรกับ “ทักษิณ ชินวัตร”
ที่โฟนอินมาอ้อนแฟนเสื้อแดงกลางสนามหลวงเมื่อค่ำวันเสาร์ (๒๗ มิ.ย.๕๒)
ผมก็ไม่ทราบนะ แต่สำหรับผมซึ่งบังเอิญเคล้าสายฝนแอบฟังเสียงสดๆ กับเขาด้วย
ขอบอกด้วยความเป็นห่วงว่า “นายใหญ่อาการน่าเป็นห่วง” เพราะโรค Bipola
ออกอาการ active mania เข้าขั้นระยะสุดท้าย พูดง่ายๆ คือ “ใกล้บ้า”
สมบูรณ์แบบเข้าไปทุกขณะแล้ว

       

       ก็ได้แต่ปลง “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นพลันสนอง” นั่นแหละ….ทักษิณเอ้ย!

       

       แล้วแทนที่พวกญาติพี่น้อง และข้าทาสบริวารทั้งหลายจะห่วงใย
คิดทางช่วยเหลือเพื่อแก้ไขให้ถูกเรื่อง-ถูกราว ก่อนที่จะ “บ้าสนิท” ไปจริงๆ

       

       ตรงกันข้าม กลับช่วยกัน “หลอกกิน-หลอกใช้” ทักษิณ
เหมือนกับไม่สังเกตเห็นน้ำเสียง-คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความรู้สึกที่
แปรปรวนตลอดเวลาโฟนอินอันยาวนานเป็นพิเศษเมื่อคืนวันเสาร์?!

       

       โดยเฉพาะ “นายวีระ มุสิกพงศ์” หนึ่งในสามเกลอหัวขวด
ผมชักสงสัยว่าทักษิณหลอกใช้นายวีระ หรือว่านายวีระหลอกกินทักษิณกันแน่
เพราะเรื่อง “ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ” ที่วีระแผล็บๆ
เสนอทักษิณขณะโฟนอินนั้น พูดกันตรงๆ
นอกจากเป็นรายการหลอกขายแพกเกจใหม่กับทักษิณแล้ว

       

       ยังเป็นการหลอกลวงคนเสื้อแดงทุกคนให้ “หลงเชื่อผิดๆ” ด้วย!



………………………………..




ย้อนกลับไปที่ทักษิณ ถ้าท่านฟังจะต้องรู้สึกเหมือนผมว่า ทักษิณอยู่ในสภาพสูญเสียการควบคุมตัวเองด้วยสติ-สัมปชัญญะแล้ว

       

       ตลอดเวลาที่พูด อารมณ์แปรปรวนตลอด เดี๋ยวเศร้า-หดหู่
อ้อนวอนขอร้องให้พากลับบ้าน เหมือนเด็กรบเร้าผู้ปกครอง
เดี๋ยวเกรี้ยวกราด-คุคลั่งหลั่งเลือด เดี๋ยวอวดรวย อวดเศรษฐี
เหมืองทองไม่เอาแล้ว-กระจอก ชวนชาวบ้านไปทำเหมือนเพชร
รวยกันวันละเป็นร้อย-เป็นพันล้าน เดี๋ยวบอกเหงา ทอดอาลัยตายอยาก
กลัวตายกลางทะเลทรายขึ้นมาแล้ว

       

       เดี๋ยวบอกว่าเป็นนักปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนากรรมฐาน
อยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลับก็สบายใจ เดี๋ยวเอาอีกแล้ว
อ้อนจะกลับมาบริหารกอบกู้เศรษฐกิจไทยให้รวยกันทั้งประเทศ

       

       ผมฟังแล้วสมเพช-เวทนาจริงๆ เพราะอาการอย่างนี้ มันอาการของคน “บ้าเข้าขั้น” แล้ว!

       

       แล้วมาถูกนายวีระหลอกคนบ้าเข้าอีก หลอกจะให้โฟนอิน นัน-สต็อป
ยันสว่าง เคราะห์ดีลูกพี่บ้าน้อยกว่าลูกน้อง ข้อเสนอนี้เลยพับไป
แต่นายวีระก็ยังนำแพกเกจใหม่มาหลอกขายต่อจนได้ นั่นคือแพ็กเกจ
“ล่ารายชื่อคนเสื้อแดงทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ”

       

       แพกเกจนี้จะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ไม่รู้นะ?

       

       จะขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นไปได้อย่างไร ผมต้องรีบบอก
เดี๋ยวประชาชนทั่วไปจะพลอยหลงผิดตามนายวีระไปด้วย ก่อนอื่น
ต้องทราบก่อนว่า การพระราชทานอภัยโทษนั้น กรอบมีอยู่ว่า

      

………………………………………

      

       “การพระราชทานอภัยโทษ”หมายถึง
การพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แก่ผู้ต้องโทษ
ให้ได้รับการปล่อยตัว หรือลดโทษ แล้วแต่กรณี
ทั้งเป็นไปในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเป็นการเฉพาะรายแก่ผู้ต้องโทษที่ได้
ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นมา

      

       และในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาส
หรือในวาระที่สำคัญเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ และบ้านเมือง
โดยจะกำหนดเป็นพระราชกฤษฎีกา”

      

       เนี่ยะ..กรอบหลักการใหญ่ๆมีอย่างนี้
แล้วทักษิณมันเข้ากรอบหลักการที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ที่ไหน
วีระต้องรู้ ยิ่งนายมานิตยิ่งต้องรู้ใหญ่
แล้วเอาสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชนเพื่อให้เข้าใจผิดต่อ
สถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรกัน หือ?

      

       แปลความง่ายๆ คือ การพระราชทานอภัยโทษมี ๒ แบบ คือแบบทั่วไป
อย่างที่เห็นกับนักโทษตอนวันสำคัญๆ ของพระมหากษัตริย์
เช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น กับแบบเฉพาะรายบุคคล อย่างกับทักษิณนี้
ถือว่าเป็นรายบุคคล

      

       แต่สาระหลักคือ ไม่ว่าจะแบบไหน การอภัยโทษนั้น มีให้เฉพาะ
ผู้ต้องโทษ อยู่ในขณะนั้นเท่านั้น
จะขอพระราชทานอภัยโทษให้กับบุคคลที่ยังไม่ต้องโทษไม่ได้

      

       เอากันตรงๆ คือ คนที่ติดคุก
ตัวอยู่ในคุก-เป็นนักโทษเด็ดขาดแล้วเท่านั้น
จึงจะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ
ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

      

       แล้วทักษิณติดคุกหรือยัง ตัวอยู่ในคุก-เป็๋นนักโทษหรือเปล่า?

      

       คำตอบคือ เปล่า ทักษิณยังไม่ได้ติดคุก และตัวก็ไม่ได้อยู่ในคุก!!

      

       นั่นคือ ทักษิณยังไม่ใช่นักโทษ เป็นเพียงผู้หลบหนีคำสั่งศาล
และคำตัดสินของศาลเท่านั้น ขอย้ำชัดๆ….ทักษิณยังไม่มีโทษ
ยังไม่ได้เป็นนักโทษ

      

       และเมื่อไม่มีโทษ ยังไม่ได้เป็นนักโทษเด็ดขาด
แล้วจะทูลเกล้าฯถวายฏีกาของพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณได้อย่างไรกัน
ไม่มีที่ไนในโลกหรอกครับที่ คนไม่มีโทษแล้วจะไปขออภัยโทษ

      

       และก็ไม่มีระบบที่ไหนอีกเช่นกัน จะพระราชทานอภัยโทษให้กับคนที่ไม่มีโทษ!

      

       เข้าใจกันให้ชัดตามนี้นะครับ
อย่าไปหลงเข้าใจผิดตามการสร้างกระแสของนายวีระ
เขาคงหวังหลอกใช้ทักษิณเป็นสะพานไปสู่เป้าหมายลัทธิแดงของพวกเขา
เพราะเมื่อประชาชนคนเสื้อแดงไม่ได้ดังหวัง
กระแสก็จะตีกลับไปเป็นการมองด้วยเข้าใจผิดๆต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

      

       อาจเป็นการ “เดินตามแผน”
ไปสู่การล้มอำมาตย์-สถาปนาลัทธิแดงรูปแบบประธานาธิบดีของเขาก็ได้
ผมก็เดาใจพวกเขาไม่ถูก เห็นแต่หมู่นี้พวกสัตว์ป่าสลัดลายออกมาปลุกระดม
โชว์หมวกดาวแดง โชว์เครื่องแบบแดงกันให้รึ่มไปหมด!

      

       เอ้า…ก็ทราบองค์ประกอบตามหลักการอีกนิด
คนที่จะมีสิทธิ์ถวายฏีกาขอพระราชทานยอภัยโทษได้นั้น
ต้องเป็นนักโทษคดีถึงที่สุดแล้วเท่านั้น คือเป็นนักโทษเด็ดขาด
ไม่มีอุทธรณ์-ฏีกาอะไรอีก และคนที่จะยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฏีกา
ก็จะต้องเป็นตัวนักโทษเอง หรือ พ่อ แม่ ลูก เมีย เท่านั้น

      

       คนอื่นนอกจากนี้ ต่อให้คนเสื้อแดงเป็นล้าน ก็ไม่มีสิทธิ์!

      

       นั่นก็คือ ทักษิณไม่เข้าข่ายที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้
ถึงแม้คำตัดสินศาลฏีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจะเป็นที่สุด แต่ทักษิณหลบหนี
ยังไม่ได้มารับโทษ จึงไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ
นอกจากกลับมาติดคุก-เป็นโทษอยู่ในคุกก่อนเท่านั้น
จึงจะมีสิทธิ์ยื่นฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษผ่านเรือนจำ หรือกระทรวงมหาดไทย
หรือสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูล

      

       ก็จะเห็นชัดว่า ที่นายวีระประกาศจะรวบรวมรายชื่อถวายฏีกานั้น
ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำ และไม่มีสิทธิ์ที่จะถวายฏีกา

     ๑.คนเสื้อแดงไม่ใช่พ่อ
ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ลูก และไม่ใช่เมียของทักษิณ

     และ ๒.ตัวทักษิณไปมุดหัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่มีตัวอยู่ในคุก
แถมยังคุยโขมงทั้ง ๖ โมงเช้า และ ๖ โมงเย็นว่า
ตัวเองไม่มีความผิดแล้วจะขอพระราชทานโทษให้กับคนไม่มีความผิด-ไม่มีโทษได้
อย่างไร?

       ถ้าคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย รักจริง-ปรารถนาดีจริง ต่อทักษิณ
ต้องช่วยกันเอาตัวทักษิณกลับมาเข้าคุกให้ได้เสียก่อน เป็น
“นักโทษชายทักษิณ” เต็มตัวเมื่อไหร่แล้วนั่นแหละ ด้วยโทษที่มีนั้น
ทักษิณและญาติจึงมีสิทธิ์ยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ
ส่วนจะได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัยขององค์พระมหากษัตริย์
อย่าเที่ยวปลุกปั่นหวังเอาคนหมู่มากมาบีบเช่นนี้เป็นอันขาด.

 

………………………………………….

“ถวายฎีกา” แผนร้ายทำลายสถาบัน

โดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง29 มิถุนายน 2552

 


     ยิ่งกว่านั้น ในการจะถวายฎีกาครั้งนี้
ก็พยายามจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดอีกครั้ง ว่าหากมีการถวายฎีกา
ทักษิณจึงจะสามารถกลับประเทศไทยได้


       

       ดังปรากฏว่า หนังสือพิมพ์บางฉบับ ถึงกับพาดหัวข่าวว่า “เสื้อแดงล่าชื่อ ถวายฎีกา ช่วยทักษิณกลับประเทศ”

       

       ทั้งๆ ที่ ในความเป็นจริง ทักษิณสามารถกลับประเทศไทยได้อยู่แล้ว
และทางการทุกฝ่ายล้วนต้องการให้กลับเข้ามารับโทษและต่อสู้คดีตามกระบวนการ
ยุติธรรม เฉกเช่นประชาชนคนไทยทุกคน เพียงแต่ทักษิณตัดสินใจหลบหนีออกไปเอง


       

       และที่ไม่ยอมกลับเข้ามา ก็เพราะตนเองไม่ต้องการติดคุก

       

       5. สิ่งที่ทักษิณต้องการมากที่สุด 2 อย่าง คือ 1) ไม่ติดคุก และ 2) ไม่ถูกยึดทรัพย์

       

       6. ทักษิณให้สัมภาษณ์โจมตีอำนาจตุลาการ องคมนตรี และกองทัพ หลายครั้ง รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

       

       “ศาล”คือ สถาบันยุติธรรม ทำหน้าที่ตัดสินพิพากษาอรรถคดีไปตามกฎหมาย
เพื่อเป็นที่ยุติของข้อขัดแย้งทั้งปวง
โดยปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

       

       “คณะองคมนตรี” คือ สถาบันที่ปรึกษาส่วนพระองค์ หรือเป็นสัญลักษณ์ของผู้ทำงานแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

       

       “กองทัพ” คือ สถาบันที่มีกำลังอำนาจ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นจอมทัพไทย

       

       พ.
ต.ท.ทักษิณ จงใจกล่าวหาต่อสถาบันเหล่านี้
เพื่อยกระดับตัวเองให้คนดูเสมือนว่า
ตนถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสถาบันดังกล่าวทั้งหมด
อันเป็นการใส่ร้ายสถาบันดังกล่าว และกระทบกระเทือนถึงสถาบันเบื้องสูง

       

 

 

       7. ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ
เคยปราศรัยต่อหน้าคนเสื้อแดงที่สนามกีฬาหัวหมากว่า
หนทางที่ตนเองจะกลับบ้านมี 2 ทาง คือ 1.คนเสื้อแดงพากลับ และ
2.พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานอภัยโทษ

       

       ปรากฏต่อมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ
ได้เลือกใช้วิธีการให้คนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหว
สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง กระทั่งลุกลาม
กลายเป็นเหตุการณ์จลาจลในช่วงสงกรานต์ แต่ก็ไม่บรรลุเป้าหมาย


      

 


       8.
พ.ต.ท.ทักษิณก็ดี นายวีระก็ดี ต่างก็รู้กันว่า การถวายฎีกาที่แท้จริง
ตามแบบแผนและขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้อง
ในแบบวิธีที่คนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์พึงกระทำนั้น
ควรต้องกระทำเยี่ยงไร


      

 


       ไม่ใช่หนีโทษ ละเมิดศาล จาบจ้วงสถาบัน แล้วเอาจำนวนประชาชนมาลงชื่อถวายฎีกา กดดันพระบรมราชวินิจฉัยเช่นนี้

      

 


       การ
ถวายฎีกาในแบบที่ขบวนการเสื้อแดงของทักษิณจะกระทำนั้น
จึงเป็นการผลักภาระและปัญหาส่วนตัวของตนไปที่สถาบันพระมหากษัตริย์
แล้วทำเสมือนหนึ่งชี้เป้าหมายและความกดดันไปที่สถาบันดังกล่าว

       

       ซึ่งเป็นการไม่บังควรอย่างที่สุด

       

       แต่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของ “แผนทักษิณ” ที่มีการกระทำกันต่อเนื่องมาโดยตลอด

      




 


คลิปรายงานข่าว นช.ทักษิณ “ไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ”

ขอขอบคุณ

คุณเปลวสีเงิน แห่งไทยโพส

อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ASTV ผู้จัดการ

Comments (0)

คุณ hataraki ครับ

จะเอาอะไรกับ “ลูกไม้มีพิษ”

ที่ไม่ยอมตอบก็เพราะ ยังไงก็ได้ กลับมาก็มี ไม่กลับมากูก็บินไปหาได้อยู่แล้ว

ที่ไม่พูดอะไรก็เพราะ “กำลังหลอกใช้” เขาอยูนะดิ

พูดมากเดี๋ยวเขารู้ไต๋หมด

พี่ pijika

มันบ้าอย่างนี้ เดี๋ยวมีอีกคลิปหนึ่งเป็นรายการของคุณเติมศักดิ์

มาเน้นย้ำความบ้าของมัน !!!

ความบ้าของไอ้ขี้ขลาด ตาขาว

นักข่าว : จะร่วมลงชื่อขอพระราชทานอภัยโทษกับคนเสื้อแดงไหม
“ดูสถานการณ์ก่อน” ..คำตอบจากยัยพิณเตร๊งเตรง ลูกสาวอ่ะ
เหลี่ยมได้ยิน จะสะอึกมั้ย

คนที่เชื่อว่าล่าชื่อกดดันเป็นเรื่องควรและทำได้ เขาไม่ได้มาอ่านน่ะสิ คุณชัยโรจน์

เบื่อเนาะ ไหนจะที่รอบเขาพระวิหารอีก
เฮ้ออออออ

มันบ้าค่ะ บ้าแล้ว ไม่ใช่ใกล้บ้า
ไม่บ้าอย่างเดียว โง่อีก ที่ให้ไอ้วีระหลอกกิน (ที่จริงต้องพูดว่าหลอกแดก)

เรื่องล่ารายชื่อ 1 ล้าน ขออภัยโทษนี่นะ
อยากกลับไปเป็นสมัยก่อนจริงๆ
ใครหมิ่นสถาบัน จะถูกเอามะพร้าวห้าวยัดปาก
ใครยื่นฎีกา ต้องถูกโบยถูกเฆี่ยนหลายที

ฮ่าๆๆ ใครจะโบยไหวหว่า ตั้งล้านคน (ถ้ามันบ้าหามาได้)

โอ้ยยย… พ่อเจ้าแม่เจ้า เบื่อจริงๆ ค่ะ

เบื่อจนเขียนเรื่องการเมืองไม่ออก!!!

**เพิ่มเติม**

ไม่ใช่ครับพี่ Chaleeja ….ทั้งรูปทั้งเนื้อหานะ

เก็บมาจากที่อื่นทั้งนั้นคร้าบบบ

ที่ลงมือเองนะ….ตัดคลิปเท่านั้นจ้า

เดี๋ยวเข้าใจผิด….: )

ไม่ใช่พี่….ทั้งรูปทั้งเนื้อหานะ

เก็บมาจากที่อื่นทั้งนั้นคร้าบบบ

ที่ลงมือเองนะ….ตัดคลิปเท่านั้นจ้า

เดี๋ยวเข้าใจผิด….: )

ช่างเก็บเรื่องมาเล่า
ช่างเก็บคลิป
แล้วไปแทรกอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงเนี่ยนะ
เก่งแฮะทนอยู่ในนั้นได้…
ฮ่า….เคยแอบไปป้วนเปี้ยนเหมือนกัน แต่อยู่ได้ไม่นาน
เพราะทนไม่ไหว กลัวตัวตนของตัวเองจะเปิดเผยให้มันรู้

————————————
ไอ้เหลี่ยมไม่ใช่ “ใกล้บ้า”…แต่มันบ้าไปแล้ว
:::

สวัสดีครับพี่ nataya

ผมกำลังเตรียมอีกชุดหนึ่ง คงเป็นพรุ้งนี้น่าจะเอามาให้ดูกันได้นะครับ

พักเรื่องไว้ประเดี๋ยว เล่น นช.แม้ว ก่อน แล้วจะพาไปเที่ยวอิตาลีต่อนะครับ

ขอบคุณน้องชัยโรจน์นะคะที่นำมาแบ่งปัน พี่อ่านมันส์เลย ดูคลิบอีกต่างหาก เดี๋ยวจะขออนุญาตส่งลิงก์ในเพื่อนคนไทยในอังกฤษได้ดูด้วยนะคะ

ตอนนี้ห่างไกลเมืองไทย แต่ยังรักและคิดถึงเมืองไทยและเพื่อนไทยผู้รักชาติทุกคนค่ะ

หวังว่าน้องชายคงสบายดีนะคะ

ส่งความสุขและความปรารถนาดีไปให้น้องและครอบครัวทุกคนด้วยค่ะ