ครั้งสำคัญ…..

0

Posted by chairojt | Posted in การเมือง | Posted on 18-05-2010

     วันนี้ผมต้องเดินทางเข้ามาทำงาน
ใน กทม. จากบ้านนอกด้วยระยะทางกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร
ท่ามกลางรัฐบาลประกาศให้วัน
ที่
๑๗-๑๘ พ.ค. ๒๕๕๓ เป็นวันหยุดราชการใน กทม. แต่ผมทำงานเอกชน และมีประกาศว่า
“ถ้าใครคิดว่าไม่ปลอดภัยก็ใ
ห้แจ้ง
กับหัวหน้างานลาเป็นค
รั้งๆไป”

.     แล้วถ้าระหว่างที่พนักงานเดินทาง
มาทำงานให้บริษัท แล้วเกิดโดนลูกหลงระหว่างทา
งหล่ะ….จะทำยัง
หรือมองอีกด้านหนึ่ง…รัฐค
วรที่
จะให้เกิดคงามชัดเจนใน
การหยุด
อย่างที่เขาพูดกันทั้งบ้าน ทั้งเมืองว่าประกาศ “เคอฟิว”

     
ประกาศครึ่งๆ กลางๆ ให้คิดกันเอาเอง ให้รับผิดชอบกันเอาเอง
ให้รักษาตัวรอดกันเอาเอง ตายไม่เป็นเดี๋ยวรัฐเอาภาษีมาช่วย ไม่ต้องห่วงงั้นเหรอครับ…

 

     
ประกาศแต่รัฐบาลหยุด วันหยุดของภาครัฐก็เยอะอยู่
แล้ว สถานการณ์อย่างนี้ก็ “ลำเอียง”
ที่จะประกาศอีก มันก็ยังหมายความว่า “พนักงานเอกชน” ก็ยังต้องไปทำงาน
ต้องมีรถขับอยู่ครึ่งค่อน กทม. มีผู้คนเดินทางเข้าที่ทำงาน
ที่อยู่ใน “สมรภูมิเสื้อแดง” อยู่

     งานก็ไม่ทำ…ประสิทธิภาพเป็นศูนย์…เอาเงินภาษีไ่ปใช้จ่ายสุรุยสุร่าย…แถมในสภาวะ “สงครามกลางเมือง” อย่างนี้
“ยังให้ไปทำงาน” อีกทำงานเพื่อจะได้ “รีดภาษีเข้ารัฐ” อีก….นี่แหล่ะ
“ประชาชนต้องมาก่อน”


วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่่งที่ผม
ทำงานอย่างไม่ค่อยมีสมาธ
ิเท่า
ไหร่….จริงๆก็ตั้งแต
่วัน
เสาร์(๑๕ พ.ค. ๒๕๕๓) แล้วหล่ะครับ

ตั้งแต่เช้าก็นับถอยหลังคอยเวลา
๑๕.๐๐น. ที่ประกาศให้เสื้อแดงออกนอก
พื้นที่
ราชประสงค์ ทั้งวันนี้ sms ข่าวเข้าถี่มากๆ แต่พอถึงเวลาที่รอคอย
๑๕.๐๐น…… sms เงียบเลยครับ….ผมก็นึกในใ
จ “แห้วอีกสิ”…ก็จริงเอาซะจริงๆ

     แต่เกิดการปะทะกันที่ดินแดง มีการเข็นรถบรรทุกน้ำมันออกมาที่แนวปะทะตรงพระราม ๔
และมีการจงใจที่จะยิิงระเบิดใส่ปั๊มพ์
น้ำมัน

 


เอาผู้ชุมนุมออกไม่ได้…ทหารก็โดนโจมตี…ประชาชนโดนลูกหลง…

ไืทยมุงโดนยิง…ดูดบุหรี่อยู่บนระเบียงชั้น ๒๐ ก็โดนส่อง

     
ผมออกจากบ้านวันนี้ก็ได้ทานข้าว
เช้าที่เตี่ยจะทำให้ ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านและผม
ก็จะใส่ปิ่นโตมาทานกลางวันที่ทำงานด้วย เพื่อเป็นการประหยัดเงิน
วันนี้เตี่ยทำไข่เจียวใส่สา
รพัด
ทั้งหมูสับ หอมใหญ่ มะเขือเทศ ทอดแบเกรียมๆ แต่คนอื่นมาเห็นจะบอกว่า
“ไหม้” แต่สำหรับผม “มันอร่อยที่สุดในโลก” เลย


     
แม่เล่าให้ผมฟังว่า “เตี่ยบอกว่ามีหมูหมักเค็มอยู่ในตู้ แต่ไม่อยกาทำกลัวผมเบื่อ
ก็เลยทอดไข่” แล้วก็ให้ผมเอากับข้าวที่ซื
้อมาพร้อมกับกับข้าวที่จะใส่บาตร มาทานกลางวันด้วย
“เอาไปสิเตี่ยซื้อมาเผื่อ ให้เอาไปกินด้วย”

วันนี้ภรรยาผมเธอไม่ได้ไปทำงาน
เพราะที่ทำงานของเธอ “ประกาศให้หยุด” ผมก็ไปจัดปิ่นโตให้ผม
โดยให้ผมอุ้มเจ้า “ข้าวเจ้า” ไว้เพราะเจ้าข้าวเจ้าติดผมม
าก เธอเลยอยากให้ผมอุ้มเขาไว้ก่อน

     
ใน “ปิ่นโต” ก็มีข้าวกล้องอัดเต็ม ๑ กล่อง และกับข้าวอีกหนึ่งกล่อง
ผมคว้าขนมเค็กฝอยทองที่เหลื
๑ ชิ้นมาด้วย

     บ้านเราจะอุดหนุนจากเพื่้อนสมัยเรียนของผมทุกวัน
โดยเธอจะให้ลูกๆของเธอเดินม
าขาย
บางครั้งเธอก็เดินมาขาด้วย โดยครอบครัวของเธอนั่นได้รั
บผลกระทบ “จากยาเสพติด”
ทางบ้านเราก็จะช่วยอุดหนุนเ
ธอทุก
วันเพื่อให้เธอมีรายได

จะได้ไม่หันไปหา “ยาเสพติดอีก”

     
ผมทานกลางวันจาก “ปิ่นโต” วันนี้เป้นไข่เจียวที่ทานเมื่อเช้าและหมูทอดที่เตี่ยซื้อมา (ไม่อยากทอดกลัวผมเบื่อ
แต่ก็ไม่ซื้อมาให้ ^^ ) และเสริมด้วย “ลูกชิ้นหมูปิ้ง” ๔ ไม้เล็กๆ
แล้วก็็กลับไปที่โต๊ะทำงาน เช็คข่าวเล็กน้อย แล้วก็พักสายตาสักประเดี๋ยว
เืพื่อเตรียมพร้อมกับงานในตอนบ่าย

     
วันนี้งานยากมากๆ….ผมมาเลิกงาน
เอาเกือบ ๒๐.๓๐น. ก่อนเลิกงานภรรยาผมได้ดทรมา
บอกว่า “พรุ้งนี้เธอจะเข้ามาทำงาน” โดยได้นัดพี่ที่ทำงานไว้แล้วว่าจะเดินทางมาด้วยกัน

      
ผมก็ว่าอย่าเพิ่งเข้ามาเลย เธอก็ไม่ยอม เพราะเธอให้เหตุผลว่า
“น้องเขาบ้านอยู่ตรงบ่อนไก่ยัง
ไปทำงานเลย” ก็เอาเป็นว่าระวังตัวแล้วกั

      
เก็บข้าวเก็บของ..เดินทางกลับที่
พัก…”เอาว่ะวันนี้ทำ
งาน
มาเหนื่อยมาทั้งวัน ขอแอลกอฮอร์เย็นๆสักกระป๋อง
พร้อมไส้กรอกคอกเทลล์สักห่อแล้วกัน”


ผมจอดรถที่ปั๊มพ์อาศัยเติมลมยาง
แล้วก็เดินเข้าไปที่ “ร้านสะดวกซื้อ” คว้าตะกร้า….และความคิดแค
่เสี้ยวหนึ่งระหว่างขับรถมาเท่านั้น….แต่ตอนนี้มันกับมีอิทธิพลเหนือความคิดที่ตั้งใจไว้

     
ผมคว้าหมากฝรั่งเอาชนิดที่ “กัดแตกแล้วเย็นถึงขั่วหัวใจ” ๕ แผง เดินไปที่ตู้แช่หยิบกาแฟกระป๋อง “เอาชนิดที่ไม่มีชื่อสนับสนุนพวกเสื้อแดง” มา ๕ กระป๋อง

     ตรงไปที่ชั้นเครืองสำอาง หยิบ “แป้งเย็นชนิดที่เย็นสุดขั้ว” กระป๋องเล็กมา ๒ กระป๋อง
เลือกเอาชนิดที่ถ้าเอาไป “โรยไข่” หล่ะก็
“เป็นต้องเย็นจนลืมหายใจ” กันเลยแหล่ะ

     
ส่วนของผมก็เป็น “มะขามกระปุก” เอาใส่ไว้รถ เอาไว้แก้ง่วงเวลาขับรถเท่านั้น!!

คิดเงินเสร็จ ไม่กี่บาทก็จะ ๒๐๐ บาท ไม่พบเครื่องดืมแอลกอฮอล์
ไม่มีไส้กรอกคอกเทลล์ที่ตั้งใจ
ไว้

หยิบกระปุก “มะขามคลุก” ออกจากถุง ที่เหลือแยกรวมกันเป็นถุงเดียว เอายังไงดีว่ะ….ผมเปิดกระจกออกหยิบทั้งถุง “ยื่นให้”……

     
“ขอบคุณครับ” ด้วยความหนักแน่นและห้วน……พร้อมทั้งยกมือขวา “ชี้ที่หางคิ้ว”
พร้อมรอยยิ้มบนหน้าอันมันขอ
งทหาร
ทั้งๆที่มือซ้ายถือหมวก และมือขวากำลังเตรียมที่จะ “เช็ดเหงื่อ”

(จริงๆแล้วตามระเบียบของทหารจะ
ยกมือทำความเคารพได้นั้น
จะต้องอยู่ในลักษณะที่สวมหมวก
อยู่)

     ไม่น่าเชื่อครับ….ผมรู้สึ
“อิ่มอก อิ่มใจมากๆ” เป็นปลื้มที่สุด….”คิดถูก
นะเนี่ยที่ซื้อของกินของใช้ให้พี่น้องทหาร”

     วันนี้ผมไม่ได้ใช้เงินมากมายใน
การใช้จ่ายเท่าไหร่เลย..
..ตก
เย็นผมก็เลยยากที่จะหาแ
อลกฮอล์ทาน…..


     งานหนัก งานเหนื่อยของผม ก็ไม่เท่าที่ “ทหารหนัก-ทหารเหนื่อย”
ความรุ้สึกในการ “ระแหวดระวังภัย” มันเป็นความเครียดเป็นอย่างมาก….และมันเป็นความรู้สึกที่ผม “เคย” มาก่อน….ถ้าพลาดหรือจังหวะได้…นั่นหมายถึง “ชีวิต”

     
แต่ผมก็เปลี่ยน “โทษ” ที่จะเข้าร่างกายในวันนี้ ให้เป็น “ประโยชน์”
แต่เจ้าหน้าที่ทหารได้ในเป็
“การตัดสินใจครั้งสำคัญ” เพียงเสี้ยววินาที

     
ใครไม่เคย…ต้องลองนะครับ.…มัน
ไม่ง่ายในการที่ “คุณ” จะเห็น “ทหารใส่เสื้อเกราะหน้าเปื้
อนยิ้ม” ครายเครียดได้ไม่มากก็น้อย

Comments (0)

นึกถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มภายใต้เกราะเหล็ก =)

เย้อ…..นั่นม่น “คลอโรฟิล” ครับ….แต่เอ้….มีติดตัวไว้ก็ดีนะครับ

จะได้ไม่ต้องไปหาข้าวกิน….สังเคราะห์แสงกินเองเลย ^ ^

ไอ้ เคอฟิวส์ นี่มันสีเขียวๆ ที่พืชเอาไว้สังเคราะห์แสงใช่ปะครับ

อะล้อเล่น
เวลานี้ต้องหาอะไรมาทำให้ใจไม่แห้งเหี่ยว ไม่งั้นเดี๋ยวจิตตก อิอิ