CHAIYAN00

การเดินทางของข้าพเจ้า

CHAIYAN00

Archive for September, 2013

Notre Dame de Paris

leave a comment

  มหาวิหาร Notre-Dame de Paris และวิหาร Notre-Dame ของคาทอลิกอัครสังฆมณฑลแห่งปารีส ตั้งอยู่บนครึ่งทางทิศตะวันออกของ Île de la Cité ในเขตที่สี่ของปารีส ซุ้มด้านตะวันตกครอบงำตาราง Notre-Dame – Place Jean-Paul II อาคารนี้ถูกขยายออกไปหลายสิบปี (สองศตวรรษ) สไตล์จึงไม่สม่ำเสมอสมบูรณ์จึงมีลักษณะของต้นโกธิค (ห้องใต้ดินของโบสถ์ sexpartite) และกอธิคสูง ประดับประดาด้วยแขนข้างหนึ่งของปีกแต่ละกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและแต่ละมาตรการ 13 เมตรใน​​เส้นผ่าศูนย์กลาง ก็เมื่อเสร็จหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดวิหารตะวันตก หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปฏิวัติโบสถ์ได้รับความเสียหายการ ฟื้นฟูที่สำคัญนำโดยสถาปนิก วิโอเลต์-le-Duc ได้มีการรวบรวมองค์ประกอบและลวดลายที่อนุสาวรีย์ซ้ายโดยยุคกลางมี ไม่เคยมี

Written by chaiyan00

September 30th, 2013 at 1:02 pm

ตาบอดคลำช้าง

leave a comment

ในศตวรรษที่21 ซื่งเป็นกาลเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่กับระบอบประชาธิไตย..ความแตกแยกความแตกต่าง ไม่ว่าทั้งความคิดปัชญาเศษฐกิจ การเมือง ทำให้มนุษย์เปลี่ยนไป..มันจะเป็นเพระเหตุปัจจัยต่างๆที่รุ่มเร้ากันเข้ามาจากภายนอกและภายในประเทศที่ทำให้คนไทยเปลี่ยนไปถึงขนาด..ตะวันตกนิยมกำลังเมามันปั่นกิเลสตัญหาให้ไทยชนได้สำเริ่งสำราณอยู่กับความทุกข์ในรูปของความสุขที่ดาหน้าเข้ามาเพื่อบริโภคนิยม. ผลทำให้สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นที่ไม่เคยมีมาก่อนกีมีมา ต่างคนต่างพูดต่างคนต่างทำ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว พอประเทศประสพปัญหาเข้าจริงๆ ดูเหมือนไม่มีใครสักคนจะแก้ไขปัญหาให้รอดปลอดภัย. สมัยก่อน หน้าแล้ง ฝนไม่ตก นายหลวงท่านก็หาวิธีแก้ไขโดยใช้ฝนหลวง..หน้าน้ำหลาก ท่านก็หาวิธีแก้ไข้ให้น้ำไหล มาสมัยประชาธิปไตยขณะนี้ หน้าแล้ง ขาดน้ำ หน้าน้ำขาดดิน คนไทยต้องอยู่ในความเดือดร้อนไม่เว้นแต่ละปี รัฐดูเหมือนจะไม่นิ่งนอนใจตามที่ดูโดยรูปธรรม รีบกู้เงินจำนวนมาเข้ามาเพื่อไปจ้างบริษัทต่างชาติมาแก้ไข้ปัญหาที่มีอยู่ ผลประเทศไทยจำเป็นต้องมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ้ง. มานั่งคิดควรดูแล้วทำให้นึกถึงนิทานพระพุทธทาสที่เล่าเอาไว้หลายสิบปีว่า ตาบอดคลำช้าง..ไอ้คนคลำที่ห้างก็บอกว่า ช้างเหมือนไม้กวาด ไอ้คนคลำทีหัวก็บอกว่า เหมือนท่อสูบน้ำ..คือต่างคิดต่างทำ จนช้าง จะจมไม่จมแหล่อยู่ในกลางสระตืนๆ..

Written by chaiyan00

September 29th, 2013 at 1:28 pm

ทูตไทยในปารีส สมัย รัชกาลที่ 4

leave a comment

วันนี้อยู่ว่างๆ อากาศรู้เห็นเป็นใจ เราเลยเข้าไปเที่ยวในปารีส อีกครั้ง เพราะดูเหมือนว่า จะเหินห่างมาเป็นเวลานาน หลังจากออกไปทำงานในต่างประเทศเสียสิบกว่าปี..เราเดินไปแถบแถวที่เคยอยู่ในเขตที่สิบเอ็ด มองดูรอบๆ เห็นว่าปารีสมีความเงียบเหงากว่าที่เคยเป็นอยู่..ผ่านไปหน้าบ้านที่เคยอยู่ก็ยังพบภารโรงหญิงยังอยู่ที่นั้นเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแต่ดูท่าทางแกแก่ลงไปมาก..หน้าบ้านที่เคยอยู่มีห้องสมุดที่เราจะใช้อยู่เป็นประจำสมัยเรียนหนังสือตอนมาอยู่ปารีสใหม่ๆ..เลยดอดย่องเข้าไปดูก็มองเห็นว่าเหมือนๆเดิมแต่ได้ถูก ไอที สอดแทรกเข้ามาบ้าง.เดินดูไปเรื่อยๆ ตามปะสาคนหนอนหนังสือ..เหลิอบไปเห็นหนังสือเก่าแก่เล่มหนึ่งที่เขียนถึงความสัมพันธุ์ ระหว่างเอเซียและปารีส เลยหยิบมานั่งดู…เราก็เห็นภาพขางล่างนี้ที่สมัยรัชกาลที่สี่ได้ส่งทูตไปประจำกรุงปารีส เลยเอามาโพสให้ลูกๆหลานๆได้ดูกันจะได้นึกย้อนประวัติศาสตร์ในสมัย   Nai Sap Wijitsi  Premier Ambassadeur   1861     Klun Mahasiddhiwoharn Second Sécretaire et Porte parole du Roi Rama IV     คณะทูตไทย

Written by chaiyan00

September 25th, 2013 at 9:26 pm

Bourgogne

leave a comment

หน้าร้อนปีนี้ ไม่รู้จะออกไปเที่ยวที่ไหนดี เพราะเหนือยจากการเรียนที่เพิ่งจะจบออกมา ทำให้เราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านนอกในเมืองนอก..อากาศในพื้นที่รู้เห็นเป็นใจให้ความร้อนตามความเพียงพอ เสาร์อาทิตย์ บ่อยครั้งจะมีงานขายของเก่าที่ทางแต่ละอำเภอจัดเอาไว้รับนักท่องเทียว..เราดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยพลาด เพราะของเก่าฝรั่งเศสที่ตามหา หายากมากต้องไปเดินหลายๆเที่ยวกว่าจะเจอ..ส่วนมากจะเป็นพวก ปอร์สเลนของ เจีย หรือ คลามซี และ รูออง ที่เราตามหาอยู่ ..ปีนี้ไม่ค่อยได้อะไรเป็นลำเป็นสันเพราะมีแต่ของใหม่ๆมาแทนที่..ของที่มีอยู่ราคาก็กดไม่ลง ไม่เหมือนสี่ห้าปีที่ผ่านมา…ที่ราครพอหาซื้อได้..แต่เราก็ได้ของอย่างอื่นๆมาทดแทน..        

Written by chaiyan00

September 23rd, 2013 at 12:28 am

Posted in Uncategorized

LOCKED LOVE PARIS

leave a comment

        วันสุดสัปดาห์ในปารีสที่อากาศยังปราณีให้ความอบอุ่นและแสงอาทิตย์อ่อนๆ ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะออกไปแสวงหาความสุขกับธรรมชาติที่มีอยู่..หลังจากเอารถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถแถวๆ สถานีรถไฟ ออสเตลิส แล้ว เราก็มุ่งหน้าเดินลงสพานลอดไปตามชายทางเดินริมแม่นำ้เซนฝั่งซ้ายมือ..ปล่อยใจไปกับความงามของปารีสในยามเช้าสวนกระแสน้ำที่ไหลเรื่อยๆไปกับเรือเดินทางรับผู้โดยสาร..ผ่านไปทาง นอทเตอร์ดัมเดอร์ปารีส รอดข้ามสพานของกรุงปารีสไปหลายสพาน แต่พอมาถึงสพานหนึ่ง ที่เรียกกันว่า สพาน เดอร์ อาร์ท เราก็จะเห็นตามราวสพานเต็มไปด้วยกุญแจที่นักท่องเที่ยวเอามาลอกค์เอาไว้เพื่อความทรงจำในการผ่านมาในกรุงปารีส กับคำย่อๆที่เขียนกำกับเอาไว้ที่ลูกกุญแจ มองดูแล้วน่าทึ่งมาก..        

Written by chaiyan00

September 22nd, 2013 at 7:22 am