CHAIYAN00

การเดินทางของข้าพเจ้า

CHAIYAN00

Archive for October, 2013

ตรงไปยังพระพุทธเจ้ากันเถิด

leave a comment

Written by chaiyan00

October 30th, 2013 at 9:57 pm

ความว่าง แต่ไม่เปล่า

leave a comment

ตามคำอธิบายจากท่านอาจาร์ยในศาสนาและนอกศาสนาเรื่องธาตุ หรือฟิสิกค์ ทำให้เราเกิดความคิดแปลกๆใหม่ในการสังเคาะห์คำสอนของท่านเหล่านี้ถึงที่มาของสภาวะธรรมที่มีอยู่รอบๆตัวเราไกลบ้างใกล้บ้างตามความเกี่ยวข้องหรือกรรม..ท้ายสุดของการสรุปเรื่องการเกิดของธาตุต่างๆหลายๆท่านคงจะพอเข้าใจแล้วว่ามันมีต้นตอมาจากที่ใด แต่จะเป็นที่สุดของเหตุนั้นไม่มีใครกล้าฟันธง จากการทดลองของ LHC ครั้งสุดท้ายที่เผยแพร่ออกมาทำให้เราเข้าใจที่ไปที่มาของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตและสิ่งประกอบของมนุษย์สัตว์พืชทั้งหลายทั้งปวงในสากลโลก ที่มีที่มาจากความว่าง เกิดขึ้นจากอนุภาคเล็กๆของสะสารไปทำปฏิกริยาในสนามของ ฮิกส์ จนทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปและเป็นนาม..รูป เป็นอนุภาคที่มีความเร็วต่ำในขณะที่ทำปฏิกริยาในสนามของฮิกส์มันก็จะเกาะตัวกันเป็นมวลสารและสะสารต่างๆทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ในจักรวาลและอนัตจักรวาล ส่วนนามก็คงจะหนี้ไม่พ้น อนุภาคที่วิ่งด้วยความเร็วของแสงผ่านสนามของฮิกส์โดยไม่เกิดเป็นตัวตนขึ้นมาหรือถ้าเราจะเรียกแบบธรรมะในพุทธศาสนาก็คงจะไม่พ้นคำว่าจิต.. รูปและนามเกิดขึ้นมาจากความว่างที่ไม่เปล่า คือ สภาพที่ปฏิสนธิของสิ่งในสนามของฮิกส์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและหายไปอย่างรวดเร็วจนเราไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร ในที่นี้ต้องรอดูกการค้นคว้าในเรื่องวิทยาศาสตร์ ควอนตัมต่อไป ปริศนาที่เราได้ตั้งคำถามเอาไว้ตั้งแต่เกิด ว่าไก่เกิดก่อนไข่หรือไก่เกิดก่อนไข่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะได้รับคำตอบเท่าที่ควร.. ในคำอธิบายของพระพุทธทาสภิขุเรื่องปฏิจสมุปบาท ก็เป็นการอธิบายที่ถูกต้องตามกฏของฟิสิคก์ที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยุ่ ดับไป เป็นปัจจัยซึ่งกันและกันให้ดำรงความเที่ยงอยู่ชั่วขณะใดขณะหนึ่ง ท่านได้กล่าวเอาไว้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดมาจา่กไกวัลยธรรม หรือ สิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว ไม่เปลี่ยน ไม่เกิด ไม่มีอะไรทำให้มันเปลี่ยนไปอย่างอื่น สิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้วนี้เอง คงจะเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ฟิสิกค์คงจะต้องศึกษาต่อไป สรุปโดยรวม เราเกิดมาจากสิ่งที่เรียกว่าความ ว่าง ที่ไม่เปล่า ถ้าจะให้พูดเหมือนท่านพระพุทธทาสก็คงจะหนี้ไม่พ้นคำว่า อสังขตะ.. หลักการสอนของพระพุทธองค์ในการดับทุกข์ดูเหมือนว่าจะแจ่มแจ้งแน่ชัดลงไปแล้วว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นวิธีๆเดียวที่จะทำให้ตัวของเรากลับเข้าไปสู่สิ่งที่มีอยู่ก่อนนี้โดยไม่มากระโดดโรดเต้นในสนามกรรม เวียน วาย ตาย เกิด ในสังสารวัฎ ตามกฏของปัฏิจสมุปบาท พระอรหันต์ทุกรูปท่านจึงดับกระแสของปฏิจสมุปบาทด้วยกระแสของปฏิจนิโรธะ จนเข้าสู่นิพาน หรือสนามของอสังขตะที่เป็นความว่าง […]

Written by chaiyan00

October 28th, 2013 at 12:17 am

กระแสปฏิจจสมุปบาท.

leave a comment

Written by chaiyan00

October 25th, 2013 at 7:30 pm

?…..

leave a comment

การที่เราเอาคำอธิบายในอดีตและปัจจุบันมาถ่ายทอดความรู้ในเรื่องธาตุต่างๆนั้น เราก็พอจะจับใจความสำคัญจากคำสอนของท่านอาจารย์ต่างๆได้โดยสังเขปว่าธาตุเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? หลวงปู่พุทธทาสท่านสอนเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ จิตธาตุ วิญญาณธาตุ ที่ได้ผสมผสานในเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและนามธรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปใน สัจจธรรมของพระพุทธองค์ ท่านอาจารย์จาก มหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด ท่านอธิบายสิ่งที่เล็กที่สุดของธาตุ ที่เรียกว่า โฟตอน กลูออน ทอป quarks แอนติทอป quarks จนถึง ธาตุที่ค้นพบใหม่ในปัจจุบันคือ ฮิกส์ บอสัน.หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า อนุภาคของพระเจ้า.. ธาุตุหรืออนุภาคต่างๆเหล่านี้เป็นตัวผสมผสานที่ทำให้เกิดขึ้นของมวลสารเล็กๆที่ผสมผสานกันจนใหญ่ขึ้นๆเป็นรูปเป็นนามขึ้นมาเป็นสัตว์ที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตอยูในโลกท่ามกลางจักรวาลและอนัตจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุดตามคำสอนของพระพุทธองค์ในกฏ ธรรมชาติ ( อีทัปปัจจยตา ปัฏิจสมุปบาท.) คือเป็นปัจจัยซึ้งกันและกันจนทำให้เกิดขึ้น ตั้งอยู่และ ดับไป. ไม่มีมนุษย์ยุคใหนสมัยไหนที่จะไม่มีคำถามว่าเราเกิดมาจากไหน ทำไม อย่างไร? คำตอบอย่างที่พระพุทธองค์เคยตอบมาว่าเราเกิดขึ้นมาด้วยอวิชาก็เริ่มที่จะเป็นรูปเป็นธรรมขึ้น. ถึงแม้นว่าเราจะมีคำตอบให้กับรูปธาตุที่เล็กที่สุดหรืออนุภาคของฮิกส์ในปัจจุบันแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่มีมาก่อนจากฮิกส์บอสันก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรอย่างไร? พระพุทธทาส อธิบายเรื่องนี้จากคำสอนของพระพุทธองค์ว่าเป็นไกวัลยธรรม หรือสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว ไม่เปลียน แปลง ไม่เป็นอย่างอื่น ไม่ไม่อะไรทำให้มันเปลี่ยนแปลงไปได้ มีมาอยู่ก่อนสิ่งทั้งหลายทั้งปวงอยู่ในอนุภาคและอนูของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงครอบคลุมไปหมดทั้วจักรวาลและอนัตจักรวาล ตามพุทธวัจจนะที่กล่าวว่า พระพุทธองค์จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม สิ่งๆนี้ได้มีอยู่ก่อนแล้ว. […]

Written by chaiyan00

October 21st, 2013 at 1:14 pm

Higgs mechanism

leave a comment

Written by chaiyan00

October 21st, 2013 at 2:07 am

ไกวัลยธรรม ในฐานะที่เป็นธาตุ

leave a comment

   

Written by chaiyan00

October 15th, 2013 at 6:59 pm

HIGGS BOSON

leave a comment

Written by chaiyan00

October 15th, 2013 at 6:52 pm

อนุภาคของพระเจ้า

leave a comment

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิคในปีนี้ได้ถูกมอบหมายให้นักฟิสิค ชาวเบลเยียมและชาวอังกฤษเชื่อสายสกอตแลนด์ ที่ชื่อว่า François Englert et Peter Higgs ในการที่ทั้งสองท่านได้ค้นพบ อนุภาคที่ เราเรียกกันว่า Boson de HIGGS จนทำให้สิ่งที่เหลืออยู่ในฟิสิคแสตนดาร์ดได้ครบถ้วนถึงจุดหมายปลายทางที่ปูเอาไว้เมื่อสี่สิบปีก่อนจาการทดสอบโดยการนำอนุภาคโปรตอนมากระทบกันด้วยความเร็วจนแตกกระจ่ายออกไปเป็นพื้นที่ว่างและในพื้นที่ว่างนี้เองที่เราเรียกกันว่า สนามของ HIGGS ที่เป็นแหล่งที่เกิดของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในจักรวาลและอนัตจักวาล นักวิทยาศาสตร์หลายท่านเรียกมันว่า อนุภาคของพระเจ้า. ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาในปี 2556 นี้ก็เพราะว่าการค้นพบนี้เป็นการยืนยันความความถูกต้องที่พระพุทธองค์ได้ตรัสเอาไว้เมื่อ 2556 ปีที่ผ่านมาที่พระพุทธองค์ท่านได้ค้นพบโดยการตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้เรื่องอะไรถึงได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของนักวิทยาศาสตร์สองคนนี้.. ถ้าเราเรียนธรรมะจากพระอริยะเจ้าอย่างพระพุทธทาส ภิขุ เราก็จะทราบได้ว่าท่านได้พูดถึงเรื่อง ไกวัลยธรรม อิทัปปัจยตา และปัจฎิจสมุปบาท ที่เราๆท่านๆทราบกันอยู่ หรือที่พระพุทธวัจนะที่ ตรัสเอาไว้ว่า พระองค์จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีมาอยู่ก่อนแล้ว และสิ่งนี้เองได้แยกออกเป็นสองชนิด คือ สังขตะ และ อสังขตะ. ตามที่ท่านทั้งหลายทั้งปวงที่มีธรรมชั้นสูงได้รับรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นอะไรโดยที่เราไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากไปกว่านี้. สนามของ HIGGS นั้นหลายคนทีีไม่ได้เรียกฟิสิคจะไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร ฝรั่งเขาเปรียบเสมือนพื้นทุ่งอนุภาคที่มีอยู่ในจักรวาลและอนัตจักรวาลที่เราไม่สามารถที่จะเห็นได้มันครอบคุมพื้นที่ทั้งหมดทั้งปวงเหมือนในทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล เมื่อจิ้งเหลนที่วิ่งเร็วๆไปบนพื้นที่มันก็จะไม่มีอะไรไปติดตีนมัีนขึ้นมา แต่ถ้าเตาเดินไปเดินมาอย่างช้าๆ ผลที่ได้รับก็คือทรายจะเข้าไปเกาะกลุ่มอยู่้ที่สี่ตีนของเตาสร้างเป็น Masse ขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรม. นี้เป็นการเปรียบเทียบให้รู้ว่า สิ่งที่ฝรั่งค้นพบไม่ใช่อะไรที่ไหนเลยเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสเอาไว้ในเรื่อง อิทัปปัจยตา […]

Written by chaiyan00

October 8th, 2013 at 10:30 pm

ปัจจัยห้า

leave a comment

โลกในยุคบริโภคนิยมที่ทุกๆรัฐบาลกำลังต้องการโชว์ผลงานการวัดอัตตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า จี ดี พี Gross domestic product (GDP) ที่เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาฝรั่งเศสกลับเรียกกันว่า เป อี เบ หรือ produit intérieur brut (PIB) เอาออกมาอวดกันให้สำนักลงทุนระหว่างประเทศน้ำลายหก. การสร้างระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือเสรีนิยมจะมองกันที่ตัวเลขรายได้เท่านั้นโดยไม่ได้คำนึงถึงเลยว่าตัวเลขที่ได้ออกมานั้นจะมาจากความเดือนเนื้อร้อนใจของคนในชาติขนาดไหน..ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มผลผลิตออกมาโดยใช้แรงงานที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นร่วมกับการกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน..เราชาวโลกที่พอจะรู้อยู่แล้วว่าต้องการความเป็นอยู่ที่เพียงพอเพื่อประทั้งชีวิตให้มีความสุขไปชั่วเวลาใดเวลาหนึ่งโดยการพึ่ง ปัจจัย สี่.ที่เราทั้งหลายพอจะทราบกันแล้วว่ามันคือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค.. ในโลกที่พัฒนาแล้วปัจจัยเหล่านี้มีเหลือกินเหลือใช้ จนลืมไปว่ามัีนได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานเพื่อนมนุษย์รวมโลกด้วยกัน แต่ชนชาติพัฒนาเหล่านั้นกำลังขาดปัจจัยที่ห้ากันอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว..ปัจจัยที่ห้าคืออะไร? ถ้าเรามองย้อนกลับไปในคำสั่้งสอนของพระพุทธทาสในอดีตที่ท่านเคยเทศเอาไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน เราก็คงจะต้องร้อง ออ…กันออกมาว่าท่านเทศเอาไว้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ปัจจัยที่ห้านั้นคืออะไร ปัจจัยห้าก็คือ ศาสนาที่สาธุชนทั้งหลายทั้งปวงกำลังคลำหากันอยู่ในจิตใจเพื่อตอบคำถามที่เป็นโจทย์ค้างคาใจอยู่ทุกๆวัน คนไทยมีศาสนาพุทธที่ผสมผสานพรามณ์ฮินดูและอะไรต่อมิอะไรอยู่เป็นส่วนใหญ่ ในยุคที่วัตถุนิยมกำลังพล่านด้วยกำลังการผลิต บริโภค มนุษย์แรงงานส่วนใหญ่คงจะพล่านกันด้วยการหาที่พึงทางจิตกันให้จ้าระหวั่น..หลายสำนัก ได้เอาคำสอนของพระพุทธองค์ออกมาทำพุทธพาณิชย์จนสร้างความร่ำรวยให้กับตนเองและพวกพ้องเป็นอันมาก อีกหลายสำนัก็เอามาเล่นแบบไม่ไว้หน้าพระพุทธองค์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองที่ดูเหมือนว่าผู้รับผิดชอบไม่มีใครเอาใจใส่ เกิดเป็นเรื่องครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้พุทธศาสนาไทยเสื่อมเสียไปทั่วโลก ปัจจัยที่ห้าจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสังคมไทยในยุคในสมัยที่มองหาความถูกต้องในความเชื่อถือทีมีอยู่หรือรับมาจากบรรพบุรุษ..สำนักใหม่ๆที่เกิดขึ้นหลายสำันักพยายามอธิบายสั่งสอนให้รู้จักพุืทธศาสนาในรูปแบบใหม่ๆจนบางท่านถึงออกมาตบหน้าพระพุทธรูป หรือบางท่านต้องไปคัดเลือกแปลพระไตรปิฎกออกมาให้ประชาชนรับทราบความถูกต้องของพุทธศาสนาอีกครั้งจนเกิดการขัดแย้งถ้าดวลกันทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความถูกต้องของพุทธศาสนา่ในยุคปัจจุบัน. ปัจจัยที่ห้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นของชนทุกชาติในโลกไม่ว่าจะเป็นชาติใดก็ขาดปัจจัยนี้ไปไม่ได้เพราะมันเป็นธรรมชาติที่มีอยู่กับมนุษย์มาช้านาน ความถูกต้องของปัจจัยที่ห้านี้จะมีอยู่ที่ไหนไม่มีใครทราบ แต่จิตมนุษย์เมื่อขาดกิเลส ตัณหา ของตนไปแล้ว จิตจะรู้ว่าความถูกต้องมันอยู่ที่ไหนและความรู้นี้เองเป็นของมนุษย์แต่ละคนที่ไม่ต้องมีใครมาบอกมาเล่าว่าอันไหนเป็นพุทธอันไหนไม่เป็นพุทธ เพราะพระพุทธ์องค์ก็ทรงตรัสรู้ด้วยตนเองโดยไม่มีใครไปบอกไปเล่าเก้าสิบให้ท่านฟัง พุทธศาสนิกชนทั้งหลายทั้งปวงก็คงจะมีจิตวิญญาณของพระพุทธองค์อยู่ไม่มากก็น้อย.. พึงใช้พุทธพิจรณาให้เป็นประโยชน์   […]

Written by chaiyan00

October 4th, 2013 at 2:12 am

Posted in Uncategorized

ความถูกต้อง 8

leave a comment

ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาล คลาดเคลื่อนเปลี่ยนไปในแต่ละคราวที่เปลี่ยน..บีบบังคับสังขารที่มีอยู่ชั่วขณะใดขณะหนึ่งให้เปลี่ยนตามไป…ความรู้สึกที่เคยมีมา ทุกข์ สุข เกษมสำราณ ทำให้เราต้องย้อนกลับไปมองมันอีกครั้งว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันไม่เที่ยงเลย มันเปลี่ยนไปจนเรากำหนดมันไม่ให้เป็นไห้ไปไม่ได้..วันก่อนได้ศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของพุทธาตุ ที่ฝรั่งชาวอังกฤษ วิลเลียม เปเปไปขุดคุ้ยเจอในพุทธสถาน พิพราวะ กรุงเก่าของศากยะวงค์ในสมัยล่าอาณานิคม..ที่ทำความเคลีอบแครงใจให้ผู้รู้หลายท่านหลายคนตีความกันไปต่างๆนาๆ จน อังกฤษ ต้องการดับเรื่องทั้งหมดนี้โดยนำมาถวายรัชกาลที่ 5 เพื่อสัมพันธุ์ไมตรีที่ดีต่อกรุงสยาม ต่อมารัชกาลที่ 5 ได้นำไปสถิตไว้ที่วัดสระเกศ หรือที่เราเรียนกขานกันทุกวันนี้ว่า ภูเขาทอง ให้ประชาชนชาวไทยได้สัการะบูชา..ตามที่ทราบ การขุดค้นของ วิลเลียม เป เป เป็นการขุดค้นที่ค้นพบเพียง พระธาุตุ ในขั้นแรกเท่านั้นที่เป็นของจริงหรือไม่จริงไม่มีใครทราบเพราะสันนิฐานกันว่าเป็นของพระเจ้าอโศกที่นำมาฝังทับของจริงอีกครั้งหลังร้อยกว่าปีจากพุทธกาล ของจริงได้ถูกค้นพบในเวลาต่อมาโดยนักโบราณคดีชาวอินเดียที่ได้ขุดลงลึกต่อไปจากการขุดคุ้ยของ วิลเลียม เปเป และได้ไปพบพระธาติที่เป็นพระธาตุของที่ศากยะวงค์ได้ฝังเอาไว้ ตอนนี้อยู่ในพิภิทภัณสถานในประเทศอินเดีย..ทำให้เราต้องใครควรว่า สิ่งที่เรารับเขาเอาเข้ามาในอดีตไม่ว่าสมัยไหนสมัยใดก็ตาม จะมีความถูกต้องเที่ยงธรรมมากน้อยอย่างไร..ความขัดแย้งในคำสอนของพุทธศาสนาในสมัยนี้ในสำนักสงฆ์ต่างๆ ก็ดูเป็นของธรรมดาไป เปรียบเหมือนพุทธวัจนะที่กล่าวเอาไว้ว่า คนที่ถามก็ถามกันผิดๆ คนที่ตอบก็ตอบกันผิดๆ..ธรรมสังคมของคนไทยในปัจจุบันจึงเคลือบแคลงใจปัญญาชนในคำสอนที่ผสมผสานในศาสตร์ ที่มีเพียงพุทธศาสนาแฝงอยู่ในส่วน. อดีตคื่อการปรุงแต่งของจิต อนาคต ก็เป็นการปรุงแต่งของจิต. ถ้าปัจจุบันจิตไม่มีการปรุงแต่ง เราก็จะอยู่กับปัจจุบันที่ไม่มีอดีตและอนาคตต่อไปในความถูกต้อง 8

Written by chaiyan00

October 2nd, 2013 at 11:52 am