CHAIYAN00

การเดินทางของข้าพเจ้า

CHAIYAN00

Archive for the ‘การเมือง’ Category

Geopolitique

leave a comment

ความเร้าร้อนในอาฟริกาใต้และตะวันออกกลางได้เพิ่มระดับขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง..จนทำให้สื่อหลายๆสำนักลืมความขัดแย้งในยูเครนไปจนหมดสิ้น.

ครั้งหลังสุดอเมริกันชนดูเหมือนเริ่มจะเปลี่ยนขั่วภูมิศาสตร์การเมือง โดยเริ่มที่จะเข้าไปจูบปากจูบคอกับอิหร่านมากยิ่งขึ้นถึงขนาดเซ็นสนธิสัญญาให้อิหร่านในเรื่องนิวเคลียร์ไปเมื่อไม่นานที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จนทำให้จ้าวพ่อยิวต้องวิ่งโร่ไปกดดันให้เปลี่ยนแนวทาง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จจนต้องกระห่องกระแห่งกับประธานาธิปดี บารัค โอบามาไปในที่สุด

อีกประเทศหนึ่งที่กำลังทุลนทุลายจนน้ำตานองหน้าก็คงจะหนี้ไม่พ้น ซาอุดิ อาราเบีย ที่ถูกเอาอกเอาใจจากอเมริกามาเป็นเวลานานเพราะเรื่องน้ำมันจนเคยตัว พอเห็นลูกพี่อเมริกันจะตีฉาก ก็เริ่มนาวๆร้อนๆขึ้นมา จนต้องส่งฝูงบินเข้าไปโจมตีคู่อริของรัฐบาลเยเมนที่ตนสนับสนุนอยู่ และเพิ่มกำลังเงินซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์จนเป็นที่หนึ่งของโลกไปเมื่อไม่นาน

ทางด้านอีรัคและซีเรียก็ไม่ว่าเล่น การบุกเข้าไปยึดเมืองสำคัญต่างๆของ ไอซีส ได้ก้าวกระโดดเข้าไปมากจนเกือบจะถึงเมืองหลวง ดามาส ของซีเรียและเขตแดนต่างๆของประเทศ.

ส่วนในอาฟริกา สงครามระหว่างพันธมิตร่วมอาฟริกันกับโบโก อาฮัมทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากจนสื่อไม่มีอะไรมาลงให้ได้ยินได้ฟัง เหตุการณ์หลังสุดเห็นจะเป็นการโจมตีของกลุ่มชิบับในมหาวิทยาลัยของประเทศเคนยาทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก.

ครับที่เห็นๆกันอยู่เต็มตาตอนนี้ก็คงจะหนี้ไม่พ้นความล่มสลายของโลกในยุคโลกาภิวัติที่มีผลให้เห็นให้เป็นให้ไปตามกระแสอธรรมที่ถูกกำหนด.

ส่วนประเทศไทยหลุดพ้นจากอเมริกันพาราเมตรไปได้อย่างหวุดหวิดเพราะทหารเข้ามากั้นกลางเอาไว้ทำให้ภูมิภาคในเอเซียตะวันออกอยู่ในสภาพที่ดูเหมือนจะถูกลูกหลงน้อยไปกว่าภูมิภาคอื่นๆ มาเลเซียถ้าเอาไม่อยู่ก็คิดว่าคงจะเป็นประเทศต่อไปในอเมริกันพาราเมตรจากการกลับมาของชาวมาเลย์ที่ไปร่วมเป็นร่วมตายในสงครามศาสนากับพวก ไอเอส ในตะวันออกกลางและอาฟริกาที่จะมีกระแสที่ดุร้ายเหี้ยมโหดจนอาจจะลามไปถึงตอนใต้ของประเทศไทย การหายไปของ มาเลเซียแอไลน์ MH370 ยังเป็นปริสนาธรรมที่ไม่มีวันกระจางด้วยการถูกกลบเอาไว้ใต้มหาสมุทรไม่ไกลจากเกาะ ดิเอโก การ์เซีย.

อะไรจะเกิดขึ้น ตั่้งอยู่และดับไปเราก็คงจะได้เห็นกันในเร็ววัน ว่าโลก เปลี่ยนไป คนเปลี่ยนไป ไม่มีอะไรแน่แท้ที่จะต้องมายึดมาติด ไอ้คนที่เคยรวยก็ไม่ยากจน ไอ้คนที่่ยากจนก็ยากรวย ความต้องการของกิเลสมนุษย์ไม่มีวันสุดสิ้น เสพ ทุกอย่างที่กว้างหน้าตามกำลังซื้อที่มีอยู่จนนำมาถึงที่ความเบียดเบียนของสัตว์โ่ลกอื่นๆให้ได้รับผลกรรมของกิเลสตน ่นำมาซึ้งความเสื่อมของมนุษย์ในโ่ลกในระบอบ ประชาธิปไตยที่ส่วนใหญ่ตามประวัติศาสตร์เกิดขึ้นบนความขัดแย้งและสงคราม……

Written by chaiyan00

April 6th, 2015 at 3:28 pm

วันนี้ที่ชมพูทวีป

leave a comment

ดูเหมือนปัญหาในยุโรปจะยังไม่จบไม่สิ้น หลังจากประเทศกรีกที่ขอความร่วมมือในการปฎิรูปหนี้สาธาณะที่พะรุงพะรังอย่างไม่มีวันจบ จนต้องถูกปฏิเสธจากกลุ่มยูโรโซนอย่างไม่มีเยื่อใย ต้องแบกหน้ากลับบ้านไปอย่างไม่มีหวัง ท้ายสุดก็คงต้องโวตความเชื่ิอมั่นของรัฐบาลปัจจุบัญ.

ยูเครน เป็นประเทศที่กำลังซุมไฟกองใหญ่ให้กับยุโรป ในปัญหาการแบ่งแยงดินแดนของฝ่ายนิยมรัฐเซียจนเกิดสงครามการเมืองขึ้นมาอย่างหาที่สุดไม

รัสเซียที่ให้ความสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในขณะนี้ดูเหมือนจะถือไพ่เหนือกว่ากลุ่มยุโรปที่ใช้มาตรการคว่ำบาทรัสซียมาเมื่อปีที่แล้ว จนผู้นำของเยอรมันนีและฝรั่งเศสต้องวิ่งโร่เข้าไปปรับความเข้าใจเพื่อที่จะเกลี่ยกล่อมประนีประนอมปัญหาสงครามการเมืองของประเทศยูเครนให้จบสิ้นลงให้เร็วที่สุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้

สงครามในประเทศกลุ่มอาหรับก็ระเบิดขึ้นเรื่อยๆจากอิรัค ลิเบีย สู่ซีเรียตอนนี้ก็เข้าไปสุ่จอร์เดนหลังจากนักบินของจอร์เดนได้ถูกเผาทั้งเป็นไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำความเร้าร้อนในกับกลุ่มรัฐอิสลามและโลกตะวันตกมากยิ่งขึ้น.

ด้านอาฟริกา กลุ่ม โบโก ฮารัม ก็เปิดฉากการรบแย่งดินแดนในประเทศไนจีเรีย จนประเทศเพื่อบ้านอย่าง ทซาด ไนเจอร์ กำรูน อดรนทนไม่ได้จนต้องส่งทหารเข้าไปทำส่งครามในพื้นที่เพื่อนบ้านเพื่อปกป้องไม่ให้ โบโก ฮารัม บุกเข้ามาในดินแดน

อเมริกา หลังจากที่เซี่ยมให้หลายๆประเทศในโลกตีกันเองเพื่อขายประชาธิปไตยและอาวุธสงครามแล้ว ขณะนี้ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาปั่นดอลลารห์ ให้ถีบตัวสูงขึ้นเพื่อนำความร่ำรวยกลับคืนมา โดยเริ่มสร้างสัมพันธไมตรีกับประเทศคิวบา อิหร่านเพื่อความอยู่รอดของตน

ส่วนทางประเทศในกลุ่มเอเซียและเอเซียอาคเนย์ที่ดูเหมือนจะคลายความเร้าร้อนลงไปจากการทำรัฐประหารของประเทศไทย ที่บ่อยครั้งจะถูกสหรัฐอเมริกาใช้ให้เป็นแหล่งบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมในภูมิภาคเพื่อผลประโยชน์ของตนจนทำให้พี่ไทยใจอเมริกันหูตาสว่างขึ้น ถึงขั้นจะตัดพี่ตัดน้องกันที่เดียว

การบุกเข้ามาของกลุ่มทุนต่างประเทศ ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศไทยเป็นอันมาก ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังวิปริตในความขัดแย้งภายในชาติจนกลายเป็นสงครามสีเสื้อระหว่างชน

ทฤษฎีการแบ่งแยกเพื่อปกครองดูเหมือนได้ถูกนำเอามาใช้อีกครั้งหลังจากระบอบอาณานิคมได้สิ้นสุดไป แต่รอบนี้มาในรูปแบบของประชาธิปไตยสาขาอเมริกันที่ยังมีผลใช้ได้ดีอยู่ทุกๆทวีปตามข้อเขียนเบื้องต้น

ครับข้อเขียนนี้เป็นเพียงข้อมูลการวิจัยในความเห็นส่วนตัวกับสังคมรอบๆตัวที่เป็นอยู่ ในความไม่เที่ยงแท้ของสังขธรรมในโลก ที่จำเป็นต้อง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในวัฎสังสารที่ถูกมหาอำนาจเอามาปรุงมาแต่งเพื่อเพิ่มความทุกข์ให้คนในโลกส่วนใหญ่ในความสุขของตนเองที่ต้องการเสพสุขในชมพูทวีปต่อไปอย่งไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย.

 

 

 

Written by chaiyan00

February 8th, 2015 at 1:00 pm

Judgment of 15 June 1962

leave a comment

CASE CONCERNING THE TEMPLE OF PREAH VIHEAR
(MERITS)

Judgment of 15 June 1962

Proceedings in the case concerning the Temple of Preah Vihear, between Cambodia and Thailand, were instituted on 6 October 1959 by an Application of the Government of Cambodia; the Government of Thailand having raised two preliminary objections, the Court, by its Judgment of 26 May 1961, found that it had jurisdiction.

In its Judgment on the merits the Court, by nine votes to three, found that the Temple of Preah Vihear was situated in territory under the sovereignty of Cambodia and, in consequence, that Thailand was under an obligation to withdraw any military or police forces, or other guards or keepers, stationed by her at the Temple, or in its vicinity on Cambodian territory.

By seven votes to five, the Court found that Thailand was under an obligation to restore to Cambodia any sculptures, stelae, fragments of monuments, sandstone model and ancient pottery which might, since the date of the occupation of the Temple by Thailand in 1954, have been removed from the Temple or the Temple area by the Thai authorities.

Judge Tanaka and Judge Morelli appended to the Judgment a Joint Declaration. Vice-President Alfaro and Judge Sir Gerald Fitzmaurice appended Separate Opinions; Judges Moreno Quintana, Wellington Koo and Sir Percy Spender appended Dissenting Opinions.

*

* *

In its Judgment, the Court found that the subject of the dispute was sovereignty over the region of the Temple of Preah Vihear. This ancient sanctuary, partially in ruins, stood on a promontory of the Dangrek range of mountains which constituted the boundary between Cambodia and Thailand. The dispute had its fons et origo in the boundary settlements made in the period 1904-1908 between France, then conducting the foreign relations of Indo-China, and Siam. The application of the Treaty of 13 February 1904 was, in particular, involved. That Treaty established the general character of the frontier the exact boundary of which was to be delimited by a Franco-Siamese Mixed Commission

In the eastern sector of the Dangrek range, in which Preah Vihear was situated, the frontier was to follow the watershed line. For the purpose of delimiting that frontier, it was agreed, at a meeting held on 2 December 1906, that the Mixed Commission should travel along the Dangrek range carrying out all the necessary reconnaissance, and that a survey officer of the French section of the Commission should survey the whole of the eastern part of the range. It had not been contested that the Presidents of the French and Siamese sections duly made this journey, in the course of which they visited the Temple of Preah Vihear. In January-February 1907, the President of the French section had reported to his Government that the frontier-line had been definitely established. It therefore seemed clear that a frontier had been surveyed and fixed, although there was no record of any decision and no reference to the Dangrek region in any minutes of the meetings of the Commission after 2 December 1906. Moreover, at the time when the Commission might have met for the purpose of winding up its work, attention was directed towards the conclusion of a further Franco-Siamese boundary treaty, the Treaty of 23 March 1907.

The final stage of the delimitation was the preparation of maps. The Siamese Government, which did not dispose of adequate technical means, had requested that French officers should map the frontier region. These maps were completed in the autumn of 1907 by a team of French officers, some of whom had been members of the Mixed Commission, and they were communicated to the Siamese Government in 1908. Amongst them was a map of the Dangrek range showing Preah Vihear on the Cambodian side. It was on that map (filed as Annex I to its Memorial) that Cambodia had principally relied in support of her claim to sovereignty over the Temple. Thailand, on the other hand, had contended that the map, not being the work of the Mixed Commission, had no binding character; that the frontier indicated on it was not the true watershed line and that the true watershed line would place the Temple in Thailand, that the map had never been accepted by Thailand or, alternatively, that if Thailand had accepted it she had done so only because of a mistaken belief that the frontier indicated corresponded with the watershed line.

The Annex I map was never formally approved by the Mixed Commission, which had ceased to function some months before its production. While there could be no reasonable doubt that it was based on the work of the surveying officers in the Dangrek sector, the Court nevertheless concluded that, in its inception, it had no binding character. It was clear from the record, however, that the maps were communicated to the Siamese Government as purporting to represent the outcome of the work of delimitation; since there was no reaction on the part of the Siamese authorities, either then or for many years, they must be held to have acquiesced. The maps were moreover communicated to the Siamese members of the Mixed Commission, who said nothing. to the Siamese Minister of the Interior, Prince Damrong, who thanked the French Minister in Bangkok for them, and to the Siamese provincial governors, some of whom knew of Preah Vihear. If the Siamese authorities accepted the Annex I map without investigation, they could not now plead any error vitiating the reality of their consent.

The Siamese Government and later the Thai Government had raised no query about the Annex I map prior to its negotiations with Cambodia in Bangkok in 1958. But in 1934-1935 a survey had established a divergence between the map line and the true line of the watershed, and other maps had been produced showing the Temple as being in Thailand: Thailand had nevertheless continued also to use and indeed to publish maps showing Preah Vihear as lying in Cambodia. Moreover, in the course of the negotiations for the 1925 and 1937 Franco-Siamese Treaties, which confirmed the existing frontiers, and in 1947 in Washington before the Franco-Siamese Conciliation Commission, it would have been natural for Thailand to raise the matter: she did not do so. The natural inference was that she had accepted the frontier at Preah Vihear as it was drawn on the map, irrespective of its correspondence with the watershed line. Thailand had stated that having been, at all material times, in possession of Preah Vihear, she had had no need to raise the matter; she had indeed instanced the acts of her administrative authorities on the ground as evidence that she had never accepted the Annex I line at Preah Vihear. But the Court found it difficult to regard such local acts as negativing the consistent attitude of the central authorities. Moreover, when in 1930 Prince Damrong, on a visit to the Temple, was officially received there by the French Resident for the adjoining Cambodian province, Siam failed to react.

From these facts, the court concluded that Thailand had accepted the Annex I map. Even if there were any doubt in this connection, Thailand was not precluded from asserting that she had not accepted it since France and Cambodia had relied upon her acceptance and she had for fifty years enjoyed such benefits as the Treaty of 1904 has conferred on her. Furthermore, the acceptance of the Annex I map caused it to enter the treaty settlement; the Parties had at that time adopted an interpretation of that settlement which caused the map line to prevail over the provisions of the Treaty and, as there was no reason to think that the Parties had attached any special importance to the line of the watershed as such, as compared with the overriding importance of a final regulation of their own frontiers, the Court considered that the interpretation to be given now would be the same.

The Court therefore felt bound to pronounce in favour of the frontier indicated on the Annex I map in the disputed area and it became unnecessary to consider whether the line as mapped did in fact correspond to the true watershed line.

For these reasons, the Court upheld the submissions of Cambodia concerning sovereignty over Preah Vihear.

Written by chaiyan00

November 14th, 2013 at 8:03 pm

International Court of Justice (ICJ) Hears Cambodia v. Thailand

leave a comment

Written by chaiyan00

November 14th, 2013 at 7:44 pm

ทูตไทยในปารีส สมัย รัชกาลที่ 4

leave a comment

วันนี้อยู่ว่างๆ อากาศรู้เห็นเป็นใจ เราเลยเข้าไปเที่ยวในปารีส อีกครั้ง เพราะดูเหมือนว่า จะเหินห่างมาเป็นเวลานาน หลังจากออกไปทำงานในต่างประเทศเสียสิบกว่าปี..เราเดินไปแถบแถวที่เคยอยู่ในเขตที่สิบเอ็ด มองดูรอบๆ เห็นว่าปารีสมีความเงียบเหงากว่าที่เคยเป็นอยู่..ผ่านไปหน้าบ้านที่เคยอยู่ก็ยังพบภารโรงหญิงยังอยู่ที่นั้นเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแต่ดูท่าทางแกแก่ลงไปมาก..หน้าบ้านที่เคยอยู่มีห้องสมุดที่เราจะใช้อยู่เป็นประจำสมัยเรียนหนังสือตอนมาอยู่ปารีสใหม่ๆ..เลยดอดย่องเข้าไปดูก็มองเห็นว่าเหมือนๆเดิมแต่ได้ถูก ไอที สอดแทรกเข้ามาบ้าง.เดินดูไปเรื่อยๆ ตามปะสาคนหนอนหนังสือ..เหลิอบไปเห็นหนังสือเก่าแก่เล่มหนึ่งที่เขียนถึงความสัมพันธุ์ ระหว่างเอเซียและปารีส เลยหยิบมานั่งดู…เราก็เห็นภาพขางล่างนี้ที่สมัยรัชกาลที่สี่ได้ส่งทูตไปประจำกรุงปารีส เลยเอามาโพสให้ลูกๆหลานๆได้ดูกันจะได้นึกย้อนประวัติศาสตร์ในสมัย

amb

 

Nai Sap Wijitsi  Premier Ambassadeur   1861

 

amb1

 

Klun Mahasiddhiwoharn Second Sécretaire et Porte parole du Roi Rama IV

 

am

 

คณะทูตไทย

Written by chaiyan00

September 25th, 2013 at 9:26 pm

DSK

one comment

ค่ำนี้..เราได้นั่งฟัง DSK ออกมาพูดถึงเหตุการ์ณที่เกิด
ขี้น ในห้องพักของโรงแรม โซฟีเตล นิวยอร์..แกสารภาพอย่างหมดเปลือกว่า ม้นเป็นความผิดพลาดของตัวแกเองที่มีจุดอ่อนเรื่องผู้หญิง แต่แกตอบปฏิเสธว่าไม่เคยข่มขืนทำชำเราพนักงานทำห้องเลย ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความสมัครใจและเงินเท่านั้น..ความผิดพลาดครั้งนี้แก่ให้อภัยกับตัวแกยากที่ทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน..แก่ได้พูดเปลยๆไว้ว่าการเมืองอาจเป็นต้นเหตุสำคัญในเหตุที่เกิดขึ้น..และแกจะไม่ขอเล่นการเมืองอีกต่อไปในขณะนี้..ครับ..เป็นใหญ่เป็นโต ควรทำอะไรให้ระวังหน้าระวังหลัง เพราะคู่ต่อสู้อย่างซากโกไม่เป็นหมูให้ใครมาเฉือนเอาไปได้ง่ายๆ..นักการเมืองหลายคนเคยเจอดีมาแล้ว เช่น เดอวิลแปลน โดมินิค..บักโบ เลอร์รองน์และท้ายสุดเห็นจะเป็นใครไปเสียไม่ได้ นอกเสียจาก กัดดาฟี ที่หลังชนฝาอยู่ในขณะนี้..ส่วนฮุนเซน รอดตายไปอย่างปาฏิหารเพราะการเมืองไทยเปลี่ยไป…

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

September 19th, 2011 at 1:45 am

Eco Greek

leave a comment

จากการกดดันของสหภาพยุโรปบนการเมืองกรีก…ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สภากรีก ต้องยอมรับการโวตรัดเข็มขัดอย่างหลีกเหลี่ยงได้ยาก..ถึงแม้ว่า กรีกชน จะออกมาร้องแรกแหกกระเชิงหยุดงานหยุดการกันเป็นขบวน แต่ เงิน กับอำนาจของเงินก็ยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของการเมืองในประเทศต่างๆในโลกอย่างเห็นได้
เป็นรูปเป็นธรรม….ผล ทำให้ยุโร วิ่งขึ้นไปเป็นบวกอีกครั้ง หลังจากที่เหี้ยวเฉามานาน..

ธนาคารเยอรมันเป็นตัวแปลที่สำคัญในครั้งนี้ในการบริหารการเงิน
กรีกในวันข้างหน้าแทนที่ธนาคารฝรั่งเศสที่แห้วเหี่ยวไปตามสภาพที่เคยเป็นมา..

การรัดเข็มขัดเพื่อขอเงินช่วยของกรีก..จะเป็นผลดีผลร้ายต่อเศรษฐกิจยุโรปอย่างไรเราไม่ทราบ แต่ปัญหาที่จะตามมานั้นก็คือ การเจริญเติบโตของกรีกต้องหดหัวลงอย่างไม่มีปัญหา ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุดนั้นก็คือ นักลงทุน ที่จะได้รับเงินตอบแทนคืนจากประเทศกรีกหลังจากแทบหมดหวังในสองสามอาทิตย์ก่อน..

หลายๆท่านได้ตั้งคำถามว่า ทำไม่ยุโรปถึงตำน้ำพริกละลายแม่น้ำในครั้งนี้…คำตอบง่ายๆก็คือ..
ถ้าไม่ตำ..ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปจะเพิ่มมากขึ้นจากการขาดความเชื่อมันของนักลงทุนและถ้า
กรีกล้มเมื่อไหร่ยุโรปก็จะล้มเป็นโดมิโนไปตามๆกัน..การละลายแม่น้ำของยุโรปกลุ่มในครั้งนี้เป็น
ซื้อเวลาและรักษาชื่อเสียงของกลุ่มไม่ให้ถล่ำลึกลงไปมากกว่านี้..แต่ปัญหาข้างหน้าที่อีกหลายๆ
ประเทศกำลังประสพจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่ที่รู้ๆตอนนี้ประเทศกลุ่ม PIIGS รีบประกาศรัดเข็มขัดกันเป็นทิวแถว เพราะไม่รู้ว่าวันใดประเทศของตนจะเข้าไปในสภาพของประเทศกรีกเหมือนในปัจจุบัน จนทำให้ความตรึงเครียดในสังคมของกลุ่มเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามเงิน…

ในประเทศฝรั่งเศส เมื่อสองวันที่แล้ว ประธานาธิปดี นิโคลา ซากโกซี ได้ถูก กระชากคอ ระหว่างการเดินเยี่ยมเยือนประชาชนที่มาต้อนรับ. แต่ดูเหมือนว่า ซากโกซี จะไม่เอาเรื่องเอาราวอะไร เพราะแกทราบดีว่าความไม่พอใจของ เศสชนมีมากในยุคปัจจุบัน.

ครับ…นักการเมืองและนักหาเสียงบ้านเราระวังเอาไว้ให้มากๆ..ไปรับปากรับคำ ชวนเชิญ ว่าจะให้อย่างโน้นให้อย่างนี้ เพื่อตนจะได้รับเลือก ถ้าทำไม่ได้อย่างที่กล่าว คงจะไม่ใช้จะถูกกระชากคออย่างเดียว การถูกกระทืบคงจะมีผลตามมาอย่างแน่ๆ..

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

July 1st, 2011 at 5:39 pm

Los Indignados

leave a comment

กระแสเศรษฐโศรกในยุโรปดูเหมือนจะไม่สิ้นสุดอยู่เพียงแค่นี้หลังจากกลุ่มเยาวชนไร้ศักดิ์ศรี ในประเทศสเปน ได้ออกมาชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรมทางสังคมที่สร้างพวกเข้าออกมาเพื่อเป็น
คนตกงานโดยไม่มีมาตรการรัฐในการช่วยเหลือรองรับ..
จาก Puerta del Sol, place centrale de Madrid ถึง place de la Bastille
กรุงปารีส….เยาวชนไร้ศักศรี ประกาศกร้าวที่จะตั้งหลักปักสู้กับความอยุติธรรมที่ยุโรปรัฐหยิบยื่นให้ การมองหาอนาคตที่มืดมนของกลุ่มเป็นการบ่งบอกถึงความยากจนในอนาคตของยุโรปชาติที่
มองหาทางออกจากบ่วงเศรษฐกรรมที่กระทบแล้วกระทบอีก จนความทดถอยของวิถีชีววิตยุโรเยาวชนได้เปลี่ยนไป..

ในขณะที่ผู้รับผิดชอบทางการเมือง หืน ได้สร้างความอื่อฉาวไปทั่วโลก..โดยต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมากในการซื้อความถูกต้อง…ริมทางเดินในบางเขตของปารีส เราจะมองเห็นได้บ่อยๆว่า คนไร้บ้านจะจับจองเป็นที่อยู่อาศัยกันมากขึ้น..ความเหลื่อม ล้ำ ต่ำ สูง ได้กลับมาในยุโรปสังคมอีกครั้งหลังจากที่เหือดหายไปเป็นเวลาหลายแรมปี…
กระแส เยาวชนไร้ศักดิ์ศรี จะมีผลอย่างไรต่อการเมืองยุโรป เราก็ต้องรอดูเขาต่อไป ในขณะที่จี8 ขนเม็ดเงินเข้าไปสนับสนุนผลิใบอาหรับ..โดยไม่คำนึ่งนึกเลยว่า แตกใบในประเทศตนกำลังจะแผ่ขยายออกไปเป็นหอกข้างแค่ที่จะบันทอนสเถียร
ภาพ ของการเมืองชนในโซนอย่างหลีกเหลี่ยงได้ยาก……
 

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

May 30th, 2011 at 2:46 pm

Posted in การเมือง

Tagged with

Néocolonialisme

leave a comment

การประชุมของมหาอำนาจจี8 ในครั้งนี้…เรามองกว้างๆออกไปแล้วทำให้นึกถึงการล่าอาณานิคมใหม่ของประเทศตะวันตก ที่พยายามทุ่มเม็ดเงินจำนวนมากเข้าไปก้าวก่ายการเมืองภายในประเทศของประเทศต่างๆใน
โลกที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับตน..การล้มล้างรัฐบาลในประเทศที่ด้อยแสนญานุภาพกว่า เป็นไปตามกฏที่ตนสร้างขึ้นมาให้รับโดยใช้เครื่องมือขององค์กรระหว่างประเทศเป็นตัวขับ
เคลื่อน..การลงทุนของชาติตะวันตกในระบอบประชาธิปไตยในครั้งนี้มันก็เท่าๆกับการล่าเมืองขึ้นใหม่ แต่ใช้รูปแบบที่แตกต่างออกไป..ในศตวรรษก่อนๆ การล่าเมืองขึ้นดูเหมือนจะเป็นในรูปในแบบคลาสสิคโดยชาติตะวันตก เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน โปรตุเกต เข้าไปครองพื้นที่ต่างๆทั่วโลกและบีบให้ประชาชนทำตามระบบประเพณีของตนเป็นเวลาช้านาน
มาในศตวรรษนี้ รูปแบบเปลี่ยไปแต่พื้นฐานก็ยังเหมือนๆเดิม คือ สนับสนุนคนในชาติให้ลุกขึ้นมาล้มล้างรัฐบาลที่ตนต้องการให้เป็นให้ไปและสามารถสั่งให้หัน
ซ้ายหันขวาได้ตามคำ..ทำไม่ชาติยุโรปถึงต้องการให้ชาติอื่นๆทำตามตน?..คำตอบง่ายๆก็คือ
พวกเข้าสามารถเข้าไปขุดคุ้ยเอาทรัพยากรณ์ธรรมชาติมาบำรุงบำเรอในบ้านเมืองเหมือนสมัย
ก่อนๆได้ง่าย…เราจึงมองว่าประเทศที่เคยถูกเล่นงาน เช่น จีน พม่า อินเดีย และอินโดจีน ขยาดแขยงนักล่าอาณานิคาเหล่านี้จนบางประเทศต้องปิดประเทศจนถึงในยุคปัจจุบัน. และหันมาสร้างแสนญานุภาพเพื่อความมั่นคงของประเทศมากขึ้น…
บ้านเรา…รอดพ้นสิ่งร้ายๆเหล่านี้มาเป็นเวลาช้านานด้วยพระปรีชาสามารถของกษัติย์ไทยที่ชาญฉลาดในการรักษาเอกภาพของประเทศเอาไว้จากเงื้อมมือของมหาอำนาจ จี….
มาในยุคนี้..การนำเข้าวิถีชีวิตของชาติตะวันตกมีมากขึ้น ความกระเหี้ยนกระหือรือในการที่จะทำตามมีมากขึ้น..จนลืมไปว่า ตนเป็นคนไทย…จากเหลือง ตะวันตกและ แดง คอมมิวนิสท์ ที่กำลังงัดข้อกันอยู่ในบ้านในเมืองในขณะนี้..ที่ต่างฝ่ายต่างงัดคำว่าประชาธิปไตยออกมาสู้กันจนไทยชนต้องล้มหายตายจากกันไปเป็นเบือ…การเลือกตั้งครั้งต่อไปคงจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจคนไทยว่า..ใคร ที่เราควรเลือกเข้ามาเพื่อความเป็นไทยในอนาคต…….

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

May 28th, 2011 at 1:24 pm

G8

leave a comment

การประชุมกลุ่มจี8 ที่ โดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส ได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันวาน….การต้อนรับขับสู้เป็นไปอย่างเต็มหน้าเต็มตาสมเกียรต์สมผล โดยประธานาธิปดี นิโคลา ซากโกซี และภรรยาเป็นผู้ต้อนรับผู้นำมหาอำนาจในกลุ่ม..
โอบามา เม็ดแวเดฟ ดูเหมือนจะเป็นตัวแปลสำคัญในการประชุมครั้งนี้..
สาระการประชุมที่สำคัญก็ไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไหร่…ส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ ผลิใบอาหรับ ที่หลายๆฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าจะให้เงินจำนวนมากในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
รองลงมาคงจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของนิวเคลียร์และอินเทอร์เนทต์ที่ ซากโกซี ต้องการที่จะออกกฏเกณท์ใหม่ในการคุ้มครองลิขสิทธิ์..ส่วนที่เหลือก็ยังคงเหมือนเดิมที่การให้
เงินช่วยเหลือประเทศยากจนที่กลุ่มเคยรับปากเอาไว้ แต่ยังไม่ได้จ่าย.
ครับ…ความจำเป็นทางเสถียรภาพการเงินของกลุ่มคงจะเป็นปัญหาสำคัญของที่มาบนโสวแกนด์….โลกใหม่ ความคิดใหม่.( nouveau monde nouvelles idées ) ที่เอาออกมาใช้ในการประชุมครั้งนี้..แต่ใครจะรู้ว่า โลกใหม่ กับความคิดใหม่ๆ จะออกมาอย่างไรเราไม่รู้ แต่ที่รู้ๆหลายๆประเทศในโลกอาฟริกาที่ออกมาหารสู้ คงจะต้องถููกโละออกไปตามๆกันอย่าง จบักโบ และกัดดาฟีในขณะนี้..เพื่อป้องกันการขยายอำนาจของจีนและอินเดียที่กำลังขุดคุ้ยทรัพยากรณ์ธรรมชาติเอาไปทำกำไรในโลกาภิวัตน์ จนทำให้มหาอำนาจจี8 เป็นหนี้เป็นสิ้นกันพะรุงพะรัง.
สรุปง่ายๆก็คงจะหนี้ไม่พ้น ภูมิศาสต์การเมืองที่กลุ่มต้องการเปลี่ยนให้เป็นให้ไปตามกระแสที่กลุ่มต้องการเพื่อประโยชน์ของกลุ่มโดยไม่คำนึงถึงความเจริญก้าวหน้าของชาติอื่นๆที่พยายามที่จะพะงกหัวขึ้นมาให้รอดผล
จากความอดอยากปากแห้งโดยสงครามกลางเมืองที่ดูเหมือนจะไม่สิ้นไม่สุดในกาฟทวีป…..

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

May 27th, 2011 at 1:10 pm