CHAIYAN00

การเดินทางของข้าพเจ้า

CHAIYAN00

Archive for the ‘ต่างประเทศ’ Category

Geopolitique

leave a comment

ความเร้าร้อนในอาฟริกาใต้และตะวันออกกลางได้เพิ่มระดับขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง..จนทำให้สื่อหลายๆสำนักลืมความขัดแย้งในยูเครนไปจนหมดสิ้น.

ครั้งหลังสุดอเมริกันชนดูเหมือนเริ่มจะเปลี่ยนขั่วภูมิศาสตร์การเมือง โดยเริ่มที่จะเข้าไปจูบปากจูบคอกับอิหร่านมากยิ่งขึ้นถึงขนาดเซ็นสนธิสัญญาให้อิหร่านในเรื่องนิวเคลียร์ไปเมื่อไม่นานที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จนทำให้จ้าวพ่อยิวต้องวิ่งโร่ไปกดดันให้เปลี่ยนแนวทาง แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จจนต้องกระห่องกระแห่งกับประธานาธิปดี บารัค โอบามาไปในที่สุด

อีกประเทศหนึ่งที่กำลังทุลนทุลายจนน้ำตานองหน้าก็คงจะหนี้ไม่พ้น ซาอุดิ อาราเบีย ที่ถูกเอาอกเอาใจจากอเมริกามาเป็นเวลานานเพราะเรื่องน้ำมันจนเคยตัว พอเห็นลูกพี่อเมริกันจะตีฉาก ก็เริ่มนาวๆร้อนๆขึ้นมา จนต้องส่งฝูงบินเข้าไปโจมตีคู่อริของรัฐบาลเยเมนที่ตนสนับสนุนอยู่ และเพิ่มกำลังเงินซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์จนเป็นที่หนึ่งของโลกไปเมื่อไม่นาน

ทางด้านอีรัคและซีเรียก็ไม่ว่าเล่น การบุกเข้าไปยึดเมืองสำคัญต่างๆของ ไอซีส ได้ก้าวกระโดดเข้าไปมากจนเกือบจะถึงเมืองหลวง ดามาส ของซีเรียและเขตแดนต่างๆของประเทศ.

ส่วนในอาฟริกา สงครามระหว่างพันธมิตร่วมอาฟริกันกับโบโก อาฮัมทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากจนสื่อไม่มีอะไรมาลงให้ได้ยินได้ฟัง เหตุการณ์หลังสุดเห็นจะเป็นการโจมตีของกลุ่มชิบับในมหาวิทยาลัยของประเทศเคนยาทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก.

ครับที่เห็นๆกันอยู่เต็มตาตอนนี้ก็คงจะหนี้ไม่พ้นความล่มสลายของโลกในยุคโลกาภิวัติที่มีผลให้เห็นให้เป็นให้ไปตามกระแสอธรรมที่ถูกกำหนด.

ส่วนประเทศไทยหลุดพ้นจากอเมริกันพาราเมตรไปได้อย่างหวุดหวิดเพราะทหารเข้ามากั้นกลางเอาไว้ทำให้ภูมิภาคในเอเซียตะวันออกอยู่ในสภาพที่ดูเหมือนจะถูกลูกหลงน้อยไปกว่าภูมิภาคอื่นๆ มาเลเซียถ้าเอาไม่อยู่ก็คิดว่าคงจะเป็นประเทศต่อไปในอเมริกันพาราเมตรจากการกลับมาของชาวมาเลย์ที่ไปร่วมเป็นร่วมตายในสงครามศาสนากับพวก ไอเอส ในตะวันออกกลางและอาฟริกาที่จะมีกระแสที่ดุร้ายเหี้ยมโหดจนอาจจะลามไปถึงตอนใต้ของประเทศไทย การหายไปของ มาเลเซียแอไลน์ MH370 ยังเป็นปริสนาธรรมที่ไม่มีวันกระจางด้วยการถูกกลบเอาไว้ใต้มหาสมุทรไม่ไกลจากเกาะ ดิเอโก การ์เซีย.

อะไรจะเกิดขึ้น ตั่้งอยู่และดับไปเราก็คงจะได้เห็นกันในเร็ววัน ว่าโลก เปลี่ยนไป คนเปลี่ยนไป ไม่มีอะไรแน่แท้ที่จะต้องมายึดมาติด ไอ้คนที่เคยรวยก็ไม่ยากจน ไอ้คนที่่ยากจนก็ยากรวย ความต้องการของกิเลสมนุษย์ไม่มีวันสุดสิ้น เสพ ทุกอย่างที่กว้างหน้าตามกำลังซื้อที่มีอยู่จนนำมาถึงที่ความเบียดเบียนของสัตว์โ่ลกอื่นๆให้ได้รับผลกรรมของกิเลสตน ่นำมาซึ้งความเสื่อมของมนุษย์ในโ่ลกในระบอบ ประชาธิปไตยที่ส่วนใหญ่ตามประวัติศาสตร์เกิดขึ้นบนความขัดแย้งและสงคราม……

Written by chaiyan00

April 6th, 2015 at 3:28 pm

EU QE

leave a comment

วันวานธนาคารกลางยูโรป ได้เริ่มพิมพ์ ธนาบัติกงเต็กออกมาเพ้นพล่านในโลกการเงิน เพื่อไล่ซื้อ หนี้สาธารณะของประเทศสมาชิกร่วม ผลทำให้ค่าเงินยูโรวิ่งลงเหวไปเมื่อเทียบค่ากับเงินดอลลารห์สหรัฐ

ส่วนหุ้นในยูโรป กลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว cac 40วิ่งขึ้นไปแตะอยูที่ 5000 จุดหน้าตาเเฉยเหมื่อนจะทำให้ดูว่าไม่มีอะไรในก่อไผ่

ดอกเบี้ยถูกหั่นลงไปเป็น 0 เปอร์เซนต์ เพื่อปลุกปั่นเศรษกิจให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง บนความชอกชำ้ของมนุษย์เงินเก็บที่ถูกบีบให้เอาเงินที่ตนเก็บหอมรอมริดมาโปรยใส่ในตลาดหุ้นเพื่อทำกำไรโดยเพิ่มความเสี่ยงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

นั้นก็หมายความว่า เงินกงเต็กที่พิมพ์ออกมาแต่ละวันแทนที่จะเอาไปลงขันในเศรษฐกิจแท้จริงภายในประเทศ กลับเอาไปลงในหุ้นของบริษัทยักษใหญ่ข้ามชาติ ทำกำไรเพิ่มศักยภาพให้คนรวย

มนุษย์เงินเดือน กับมนุษย์เงินเก็บภายในประเทศถูกลูกหลงให้กำลังซื้ออ่อนตัวไป เพราะเงินเดือนไม่ขึ้น ดอกเบี้ยลดลง เงินเฟ้อเพิ่มกำลังขึ้นมาอีกหลายเท่าตัวเพื่อรัฐจะได้เก็บภาษีมูลค้าเพิ่มเข้ากระเป๋า

ผู้รู้หลายท่านแสดงความคิดเห็นว่า มันใช่เวลาของยุโรปหรือที่เทเงินกงเต็กออกมาในตลาด? ตามความคิดส่วนตัว ตอบว่าไม่ใช่ เหตุเพราะอเมริกัน อังกษฤ และญี่ปุ่น เพิ่งทำการบ้านจบไปยกๆ โดยทำสงคราม และขายอาวุธ เอาเงินสกปรกจากการยุให้ชาวบ้านทำลายล้างกันเองในตะวันออกกลางและอาฟริกา จน ประเทศ ท่วมท้นใหม่ ต้องร่อแร่ไปตามๆกัน ตามทฤษีมาตรฐาน ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ยุโรปออกมาทำ QE หลังประเทศต่างๆข้างต้นอาจส่งผลให้ไม่ได้รับอานิสงค์เท่าที่ควร การพิมพิ์เงินออกมาทุ่มตลาดครั้งนี้อาจมีผลให้ยุโรปต้องมีปัญหามากยิ่งขึ้น ภายในกลุ่ม

อีกทั้งปัญหาเรื่องกรีกและรัฐเซียที่เอาปืนจ่อหน้าบ้าน จนทำให้หลังสุดอเมริกาต้องยกพล สามพันกว่าอาวุธครบมือตรึงกำลังตามแนวเขตแดนของยุโรป

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ยุโรปตีกันเอง จนทำความรำ่รวยให้กับอเมริกันที่มีอาการร่อแร ในการขายอาวุธยุทโธปกรณ์ จนขนะสงครามและกลายเป็นมหาอำนาจของโลกไปเมื่อสงครามยุติลง ครั้งนี้ก็คงจะเป็นลักษณะเดียวกันถ้ายุโรปดับสงครามกลางเมืองไม่สำเร็จก็จะส่งผลพลอยได้ให้ กันชน เข้าแทรกแทรงอีกครั้งตามทฤษี

มองเข้าไปในบ้านเราแถวๆเกาะสมุย ที่มีเศสชนดื่มดำความสุขอยู่ไม่น้อย คงจะต้องสดุงเฮือกออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะค่าเงินยูโรมันวิ่งลงไปอยู่ที่ สามสิบสี่บาท ลดกำลังซื้อความสุขของตนให้อ่อนเปลียเพียรแรงไปตามๆกัน เศรษฐกิจ สมุย ภูเก็ตคงจะต้องอับเฉ่าไปอีกระดับหนึง

ส่วนเขยฝรั่งแถบอีสานบ้านเฮาก็คงจะมีลักษณะคล้ายๆกันเท่าๆกับนักลงทุนไทยและคนงานไทยที่อยู่ในโซน ที่เคยส่งเงินกลับบ้านในอัตราเก่า พอส่งไปในอัตราใหม่ แม่บ้านคงจะไม่เข้าใจว่าอะไรมันเกิดขึ้น

ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นพวกพ่อค้าส่งออกในโซน กับครัวไทยไปครัวโลก คงไดัรับอานิสงค์ไปตามๆกัน

ท้ายสุด มีสำนักการเงินใหญ่ๆออกมาทำนายทายทักว่าอีกสองปีข้างหน้าคงจะหนักกว่านี้ หลายๆท่านบอกว่าเข้กำลังเตรียมการทางเศรษฐกิจเพื่อปูทางถ้าเกิดการระเบิดของยูโรโซนขึ้น

ครับ   โลกเปลี่ยนไป เงินเปลี่ยนเป็นเครื่องวัดความโง่และความฉลาดของผู้บริหารประเทศในแต่ละมุมโลกว่าใครจะเหนือกว่าใครในยุคโลกาภิวัติ ประเทศไทยที่เป็นแหล่งสรา้งความสุขให้เพื่อนมหาอำนาจคราวนี้คงถูกลูกหลงกับเขาเข้าไปอย่างเต็มเปา ทษฤีสองสูงของผู้นำเจริญโภค ภ้ณท์ ที่จะเอาข้าวเท่านำ้มันคงจะริบหรี่ๆเข้าไปทุกขณะ

 

Written by chaiyan00

March 13th, 2015 at 10:14 pm

ของสูง

leave a comment

ดูเหมือนการเมืองในหลายๆประเทศไม่ว่าจะเป็นระบอบการปกครองในรูปแบบไหน ในขณะนี้จะหนี้ไม่พ้น ของสูง หรือสิ่งที่เราคนไทยเรียกกันว่า ศาสนา และความเชื่อของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในโลก.

ยุโรปได้เผชิญกับการเล่นของสูงของหนังสือพิมพ์ล้อเรียน ชาร์ลี เอฟโด หรือ ชาร์ลี รายสัปดาห์ของฝรั่งเศสที่ถูกคนร้ายบุกเข้าไปยิงถึงห้องประชุมบรรณาธิการ จนมีคนตายไปหลายศพ จากการล้อเรียนศาสดาของชาวมุสลิม ทำให้ประเทศต้องเกิดการระส่ำระสายในสังคมปัจจุบันมากยิ่งขึ้น.

อีกสองสัปดาห์ต่อมาก็เกิดเหตุการ์ณคล้ายๆกันขึ้นในประเทศเดนมาร์ค แต่มีคนตายไม่มากไปกว่าเหตุการ์ณข้างต้น โชคดีที่ท่านทูตฝรั่งเศสประจำประเทศรอดตัวไปอย่างหวุดวิด

การผลักดันให้เกิดสงครามศาสนาของโลกตะวันตกกับโลกตะวันอื่นๆดูเหมือนจะเพิ่มรสเพิ่มชาดให้มากยิ่งขึ้น เมืื่อวันวาน การทานอาหารค่ำประจำปีของ ผู้นำศาสนายิว ที่ได้เชิญผู้นำต่างๆในประเทศฝรั่งเศสมาร่วม ต้องมีเรื่องให้พูด เพราะ ผู้นำศาสนา อิสลามไม่ยอม มาตามคำเชิญ เหตุก็เพราะ ผู้นำศาสนายิวได้พูดกล่าวหาชาวอิสลามว่าเป็นตัวบ่อนทำลายในสังคม ทำความไม่พอใจเป็นอย่างมากแก่ผู้นำชาว อิสลามในประเทศฝรั่งเศส.

ความขัดแย้งในศาสนาของสังคมประชาธิปไตยในประเทศฝรั่งเศสได้เพิ่มตัวเครียดยิ่งขึ้นเมืองประธานาธิปดี อิสราเอลได้ประกาศเรียกชาวยิวให้กลับไปใช้ชีวิตในประเทศของตนเพราะประเทศฝรั่งเศสกำลังเป็นประเทศที่มีอันตรายสูงต่อชาวยิว ถึงขนาดประธานาธิปดี ฟรังซัว ฮอลลองค์ ต้องออกมายับยั้ง

ความขัดแย้งในความเชื่อที่มีระบอบประชาธิปไตยเป็นตัวกลางของชนชาติได้แผ่ขยายตัวออกไปกว้างขวางมากยิ่งขึ้นในยุโรปที่ สลัดศาสนาจักรของตนออกไปจากการเมืองในรูปแบบประชาธิปไตย แต่มันก็เป็นแค่หลุ่มพลางที่หลอกล้อผู้คนให้ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรในก่อไผ่
แต่แท้ที่จริงแล้วเบื้องหลังเสรีประชาธิปไตยนั้นมันมีตัวกำอำนาจที่มาจากศาสนา จนหลายๆสังคมในประเทศยอมรับไม่ได้

ประวัติศาสตร์ยุโรปจะซ้ำรอยหรือไม่ช้ำรอยอย่างไรก็ตามทุกๆครั้งที่มีสงครามโลก บ่อเกิดของสงครามแต่ละครั้งมีต้นเหตุมาจากยุโรปทั้งนั้น
แต่สงครามโลกครั้งที่สามคงจะหนี้ไม่พ้นสงครามของสูงที่ได้เริ่มขึ้นแล้วในโ่ลกปัจจุบัน.

กลับไปดูบ้านเราก็ดูเหมือนจะไม่น้อยหน้าน้อยตาไปจากยุโรปอะไรเท่าไร เพราะหลายๆคดีในปัจจุบันดูเหมือนจะมีที่มาจากของสูงเสียเป็นส่วนมาก จากประชาธิปไตย เสรีภาพ ภราดรภาพ ที่หลายๆคนเอาความเสรีเหล่านี้มาเล่นกับของสูงผลก็คงจะเห็นๆกันอยุ่ในปัจจุบัน

Written by chaiyan00

February 25th, 2015 at 1:52 pm

วันนี้ที่ชมพูทวีป

leave a comment

ดูเหมือนปัญหาในยุโรปจะยังไม่จบไม่สิ้น หลังจากประเทศกรีกที่ขอความร่วมมือในการปฎิรูปหนี้สาธาณะที่พะรุงพะรังอย่างไม่มีวันจบ จนต้องถูกปฏิเสธจากกลุ่มยูโรโซนอย่างไม่มีเยื่อใย ต้องแบกหน้ากลับบ้านไปอย่างไม่มีหวัง ท้ายสุดก็คงต้องโวตความเชื่ิอมั่นของรัฐบาลปัจจุบัญ.

ยูเครน เป็นประเทศที่กำลังซุมไฟกองใหญ่ให้กับยุโรป ในปัญหาการแบ่งแยงดินแดนของฝ่ายนิยมรัฐเซียจนเกิดสงครามการเมืองขึ้นมาอย่างหาที่สุดไม

รัสเซียที่ให้ความสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในขณะนี้ดูเหมือนจะถือไพ่เหนือกว่ากลุ่มยุโรปที่ใช้มาตรการคว่ำบาทรัสซียมาเมื่อปีที่แล้ว จนผู้นำของเยอรมันนีและฝรั่งเศสต้องวิ่งโร่เข้าไปปรับความเข้าใจเพื่อที่จะเกลี่ยกล่อมประนีประนอมปัญหาสงครามการเมืองของประเทศยูเครนให้จบสิ้นลงให้เร็วที่สุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้

สงครามในประเทศกลุ่มอาหรับก็ระเบิดขึ้นเรื่อยๆจากอิรัค ลิเบีย สู่ซีเรียตอนนี้ก็เข้าไปสุ่จอร์เดนหลังจากนักบินของจอร์เดนได้ถูกเผาทั้งเป็นไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำความเร้าร้อนในกับกลุ่มรัฐอิสลามและโลกตะวันตกมากยิ่งขึ้น.

ด้านอาฟริกา กลุ่ม โบโก ฮารัม ก็เปิดฉากการรบแย่งดินแดนในประเทศไนจีเรีย จนประเทศเพื่อบ้านอย่าง ทซาด ไนเจอร์ กำรูน อดรนทนไม่ได้จนต้องส่งทหารเข้าไปทำส่งครามในพื้นที่เพื่อนบ้านเพื่อปกป้องไม่ให้ โบโก ฮารัม บุกเข้ามาในดินแดน

อเมริกา หลังจากที่เซี่ยมให้หลายๆประเทศในโลกตีกันเองเพื่อขายประชาธิปไตยและอาวุธสงครามแล้ว ขณะนี้ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาปั่นดอลลารห์ ให้ถีบตัวสูงขึ้นเพื่อนำความร่ำรวยกลับคืนมา โดยเริ่มสร้างสัมพันธไมตรีกับประเทศคิวบา อิหร่านเพื่อความอยู่รอดของตน

ส่วนทางประเทศในกลุ่มเอเซียและเอเซียอาคเนย์ที่ดูเหมือนจะคลายความเร้าร้อนลงไปจากการทำรัฐประหารของประเทศไทย ที่บ่อยครั้งจะถูกสหรัฐอเมริกาใช้ให้เป็นแหล่งบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมในภูมิภาคเพื่อผลประโยชน์ของตนจนทำให้พี่ไทยใจอเมริกันหูตาสว่างขึ้น ถึงขั้นจะตัดพี่ตัดน้องกันที่เดียว

การบุกเข้ามาของกลุ่มทุนต่างประเทศ ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศไทยเป็นอันมาก ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังวิปริตในความขัดแย้งภายในชาติจนกลายเป็นสงครามสีเสื้อระหว่างชน

ทฤษฎีการแบ่งแยกเพื่อปกครองดูเหมือนได้ถูกนำเอามาใช้อีกครั้งหลังจากระบอบอาณานิคมได้สิ้นสุดไป แต่รอบนี้มาในรูปแบบของประชาธิปไตยสาขาอเมริกันที่ยังมีผลใช้ได้ดีอยู่ทุกๆทวีปตามข้อเขียนเบื้องต้น

ครับข้อเขียนนี้เป็นเพียงข้อมูลการวิจัยในความเห็นส่วนตัวกับสังคมรอบๆตัวที่เป็นอยู่ ในความไม่เที่ยงแท้ของสังขธรรมในโลก ที่จำเป็นต้อง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในวัฎสังสารที่ถูกมหาอำนาจเอามาปรุงมาแต่งเพื่อเพิ่มความทุกข์ให้คนในโลกส่วนใหญ่ในความสุขของตนเองที่ต้องการเสพสุขในชมพูทวีปต่อไปอย่งไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย.

 

 

 

Written by chaiyan00

February 8th, 2015 at 1:00 pm

ΣΥΡΙΖΑ

leave a comment

หลังจากมาตรการการพิมพ์แบงค์กงเต็กออกมาในตลาดเมื่อสัปดาห์ก่อน ยูโรโซนเริ่มเร้าร้อนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อผลการเลือกตั้งของประเทศกรีกซึ้งเป็นสมาชิกร่วมได้ออกมาตามคาด คือฝ่ายซ้ายจัด ของนาย Alexis Tsipras พรรค ΣΥΡΙΖΑ ซ้ายจัด,ที่ต่อต้านมาตรการการรัดเข็มขัดของยูโรได้รับการเลือกขึ้นมาอย่างท่วมท้น จนเป็นที่กังวลต่อประเทศเจ้านี้อย่างเยอรมัน ฝรั่งเศส ไปตามๆกัน.

หนี้ของประเทศกรีกได้ถูกจัดการออกเป็นสามฝ่ายหรือที่เราเรียกกันว่า โทรอิกา Troïka โดยมีธนาคารกลางของยูโร ฝ่ายหนึ่ง ไอเอ็มเอฟฝ่ายหนึ่ง และประเทศในโซนอีกฝ่ายหนึ่ง ( Commission européenne, Banque centrale européenne ฺ Fonds monétaire international,) ที่เป็นกำลังเงินให้กรีกได้กู้ไปใช้หนี้จำนวนมหาศาล (ประมาณ 180 เปอร์เซนต์ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ).

ผลที่ออกมาในรูปแบบนี้ทำความกังวลให้ประเทศในกลุ่มที่เกร่งว่ากรีกจะผิดนัดใช้หนี้จนทำให้กรีกต้องระเหเร่ร่อนออกไปจากกลุ่มจนหาใครมาใช้หนี้ไม่ได้ เงินที่ทุ่มเทให้กับกรีกก็จะต้องลองหนหายตัวไปโดยไม่มีใครรับผิดชอบ จนทำให้ประเทศในกลุ่มต้องซุ่มเสี่ยงต่อสถานะการณ์การเงินขึ้นมาอีกครั้ง.

สี่ปีทีี่ผ่านไปชาวกรีกได้ถูกทรมาทรกรรมอย่างแสนสาหัสในการใช้หนี้ที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันจบจนชาวกรีกส่วนใหญ่ต้องหนี้ออกจากประเทศไปหาแหล่งที่ทำกินในประเทศอื่นๆเป็นจำนวนมาก ทุนที่เคยมีอยู่ก็ถูกโยกย้ายไปในต่างประเทศ ชาวกรีกชนชั้นกลางและชั้นต่ำต้องถูกพายุการเงินในปี 2008 พัดตกหล่นลงมาจนโง่หัวไม่ขึ้น

การเลืิอกพรรคการเมืองซ้ายจัดขึ้นมาปกครองในครั้งนี้เราคิดว่าชาวกรีกหมดหนทางเลือกอื่นๆจนต้องลองผิดลองถูกอย่างน้อยก็ไม่มีอะไรจะเสียงอีกต่อไป.

ผลโดยรวมในกลุ่มยูโรโซนก็คงจะต้องรับวิบากกรรมจากกรีกและประเทศในกลุ่มยุโรปใต้ที่ไม่มีใครจะบอกได้เลยว่า จะไม่มีประเทศใดในกลุ่มที่มีสถานะภาพอย่างกรีกจะเลือกทางออกอย่างนี้ เพราะทนต่อมาตรการรัดเข็มขัดของประเทศเยอรมันนีต่อไปไม่ได้ เสถึยรภาพทางเศรษฐกิจการเมืองก็คงจะต้องเข้ากลียุคจนจับกลุ่มกันไม่ติด เพราะแต่ละประเทศในกลุ่มแบกรับหนึ้สินมหาศาลเอาไว้อย่างไม่มีทางชำระล้างได้.

Written by chaiyan00

January 27th, 2015 at 12:33 pm

promontoire

leave a comment

030609

 

สองสามวันที่ผ่านมา หลังจากที่ได้นั่งฟังคำพิภาคษาศาลโลกจากความขัดแย้งกันในพื้นที่เขาพระวิหาร ระหว่างไทยกับเขมร ฟังดูโดยทั่วๆไปแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่ไปกว่าการตัดสินครั้งก่อนเมื่อปี 1962 แต่สิ่งที่ต้องมานั่งคุ้นคิดมันอยู่ที่คำว่า..Promontoire ภาษาฝรั่งเศส  Promontory ภาษาอังกฤษ ที่มีความหมายเหมือนกันว่า  ยอดเขา สิ่งที่ยื่นออกไป จงอย แหลม หรือหน้าผา แล้วแต่จะจับใจความกันว่าอย่างไร คำๆนี้คงทำให้นักกฏหมายไทยที่ไม่ค่อยรู้ภาษาต่างประเทศงงงันกันเป็นแถวๆว่ามันอะไรกันแน เราเลยเอาคำแปลและความหมายมาทำความเข้าใจสำหรับผู้ที่ยังไม่มีความรู้ในภาษา..

Un promontoire est une masse de terre élevée qui domine une autre étendue terrestre ou une étendue d’eau. De nombreux promontoires sont composés d’une arrête rocheuse ayant résisté à l’érosion qui emporta leurs flancs, plus tendres. Il peut également s’agir d’une terre haute située au confluent de deux rivières. Au cours de l’histoire, les promontoires, en raison de leur position défensive naturelle, furent souvent utilisé comme emplacements pour la construction de forts ou de châteaux.

A headland is a mass of high ground overlooking another land area or a body of water. Many headlands are composed of a rocky ridge having resisted erosion that carried their sides, softer. It can also be a high ground at the confluence of two rivers. In the story, headlands, because of their natural defensive position, were often used as locations for the construction of forts or castles.

Written by chaiyan00

November 16th, 2013 at 2:49 am

Judgment of 15 June 1962

leave a comment

CASE CONCERNING THE TEMPLE OF PREAH VIHEAR
(MERITS)

Judgment of 15 June 1962

Proceedings in the case concerning the Temple of Preah Vihear, between Cambodia and Thailand, were instituted on 6 October 1959 by an Application of the Government of Cambodia; the Government of Thailand having raised two preliminary objections, the Court, by its Judgment of 26 May 1961, found that it had jurisdiction.

In its Judgment on the merits the Court, by nine votes to three, found that the Temple of Preah Vihear was situated in territory under the sovereignty of Cambodia and, in consequence, that Thailand was under an obligation to withdraw any military or police forces, or other guards or keepers, stationed by her at the Temple, or in its vicinity on Cambodian territory.

By seven votes to five, the Court found that Thailand was under an obligation to restore to Cambodia any sculptures, stelae, fragments of monuments, sandstone model and ancient pottery which might, since the date of the occupation of the Temple by Thailand in 1954, have been removed from the Temple or the Temple area by the Thai authorities.

Judge Tanaka and Judge Morelli appended to the Judgment a Joint Declaration. Vice-President Alfaro and Judge Sir Gerald Fitzmaurice appended Separate Opinions; Judges Moreno Quintana, Wellington Koo and Sir Percy Spender appended Dissenting Opinions.

*

* *

In its Judgment, the Court found that the subject of the dispute was sovereignty over the region of the Temple of Preah Vihear. This ancient sanctuary, partially in ruins, stood on a promontory of the Dangrek range of mountains which constituted the boundary between Cambodia and Thailand. The dispute had its fons et origo in the boundary settlements made in the period 1904-1908 between France, then conducting the foreign relations of Indo-China, and Siam. The application of the Treaty of 13 February 1904 was, in particular, involved. That Treaty established the general character of the frontier the exact boundary of which was to be delimited by a Franco-Siamese Mixed Commission

In the eastern sector of the Dangrek range, in which Preah Vihear was situated, the frontier was to follow the watershed line. For the purpose of delimiting that frontier, it was agreed, at a meeting held on 2 December 1906, that the Mixed Commission should travel along the Dangrek range carrying out all the necessary reconnaissance, and that a survey officer of the French section of the Commission should survey the whole of the eastern part of the range. It had not been contested that the Presidents of the French and Siamese sections duly made this journey, in the course of which they visited the Temple of Preah Vihear. In January-February 1907, the President of the French section had reported to his Government that the frontier-line had been definitely established. It therefore seemed clear that a frontier had been surveyed and fixed, although there was no record of any decision and no reference to the Dangrek region in any minutes of the meetings of the Commission after 2 December 1906. Moreover, at the time when the Commission might have met for the purpose of winding up its work, attention was directed towards the conclusion of a further Franco-Siamese boundary treaty, the Treaty of 23 March 1907.

The final stage of the delimitation was the preparation of maps. The Siamese Government, which did not dispose of adequate technical means, had requested that French officers should map the frontier region. These maps were completed in the autumn of 1907 by a team of French officers, some of whom had been members of the Mixed Commission, and they were communicated to the Siamese Government in 1908. Amongst them was a map of the Dangrek range showing Preah Vihear on the Cambodian side. It was on that map (filed as Annex I to its Memorial) that Cambodia had principally relied in support of her claim to sovereignty over the Temple. Thailand, on the other hand, had contended that the map, not being the work of the Mixed Commission, had no binding character; that the frontier indicated on it was not the true watershed line and that the true watershed line would place the Temple in Thailand, that the map had never been accepted by Thailand or, alternatively, that if Thailand had accepted it she had done so only because of a mistaken belief that the frontier indicated corresponded with the watershed line.

The Annex I map was never formally approved by the Mixed Commission, which had ceased to function some months before its production. While there could be no reasonable doubt that it was based on the work of the surveying officers in the Dangrek sector, the Court nevertheless concluded that, in its inception, it had no binding character. It was clear from the record, however, that the maps were communicated to the Siamese Government as purporting to represent the outcome of the work of delimitation; since there was no reaction on the part of the Siamese authorities, either then or for many years, they must be held to have acquiesced. The maps were moreover communicated to the Siamese members of the Mixed Commission, who said nothing. to the Siamese Minister of the Interior, Prince Damrong, who thanked the French Minister in Bangkok for them, and to the Siamese provincial governors, some of whom knew of Preah Vihear. If the Siamese authorities accepted the Annex I map without investigation, they could not now plead any error vitiating the reality of their consent.

The Siamese Government and later the Thai Government had raised no query about the Annex I map prior to its negotiations with Cambodia in Bangkok in 1958. But in 1934-1935 a survey had established a divergence between the map line and the true line of the watershed, and other maps had been produced showing the Temple as being in Thailand: Thailand had nevertheless continued also to use and indeed to publish maps showing Preah Vihear as lying in Cambodia. Moreover, in the course of the negotiations for the 1925 and 1937 Franco-Siamese Treaties, which confirmed the existing frontiers, and in 1947 in Washington before the Franco-Siamese Conciliation Commission, it would have been natural for Thailand to raise the matter: she did not do so. The natural inference was that she had accepted the frontier at Preah Vihear as it was drawn on the map, irrespective of its correspondence with the watershed line. Thailand had stated that having been, at all material times, in possession of Preah Vihear, she had had no need to raise the matter; she had indeed instanced the acts of her administrative authorities on the ground as evidence that she had never accepted the Annex I line at Preah Vihear. But the Court found it difficult to regard such local acts as negativing the consistent attitude of the central authorities. Moreover, when in 1930 Prince Damrong, on a visit to the Temple, was officially received there by the French Resident for the adjoining Cambodian province, Siam failed to react.

From these facts, the court concluded that Thailand had accepted the Annex I map. Even if there were any doubt in this connection, Thailand was not precluded from asserting that she had not accepted it since France and Cambodia had relied upon her acceptance and she had for fifty years enjoyed such benefits as the Treaty of 1904 has conferred on her. Furthermore, the acceptance of the Annex I map caused it to enter the treaty settlement; the Parties had at that time adopted an interpretation of that settlement which caused the map line to prevail over the provisions of the Treaty and, as there was no reason to think that the Parties had attached any special importance to the line of the watershed as such, as compared with the overriding importance of a final regulation of their own frontiers, the Court considered that the interpretation to be given now would be the same.

The Court therefore felt bound to pronounce in favour of the frontier indicated on the Annex I map in the disputed area and it became unnecessary to consider whether the line as mapped did in fact correspond to the true watershed line.

For these reasons, the Court upheld the submissions of Cambodia concerning sovereignty over Preah Vihear.

Written by chaiyan00

November 14th, 2013 at 8:03 pm

ฝรั่งเศส

leave a comment

ในขณะที่ประเทศฝรั่งเศสกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจถดท้อยในปีนี้..รอบๆตัวของเราดูมันเงียบเหงาอย่างไรบอกไม่ถูก..วันธรรมดาที่เคยเห็นรถวิ่งกันอยู่รอบๆบ้านอย่างคึกคัก กับจอดสงบนิ่งอยู่บนที่จอดรถอย่างหมดอาลัยตายยาก.เหตุคงจะมาจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น (ลิตรละ  60 บาท).นานๆ เราจะได้เห็นรถวิ่งออกมาสักคัน..ความเดือดเนื้อร้อนใจจากการลดเงินเดือนเพิ่มภาษีให้กับเศสชนสร้างบรรยากาศที่เป็นอยู่รอบๆตัว..วันๆเห็นแต่ข่าวการเลิกจ้างงาน คนตกงาน ค่าครองชีพแพงขึ้น หลายคนฝากความหวังไว้กับฮอลลองค์รัฐที่จะเข้ามาปกปักษ์รักษาให้สถานะการณ์ดีขึ้น..แต่ดูเหมือนว่า หนึ่งปีผ่านไป..สถานะการณ์จะดูทรุดโทรมมากขึ้นกว่าเดิม..จากหลายปีที่ผ่านมาประเทศฝรั่งเศสได้รับผู้อพยพจากชาติต่างๆเอาไว้มาโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแถบอาฟริกาเหนือและอาฟริกาใต้ที่เคยเป็นเมืองขึ้นมาก่อน ตอนเศรษฐกิจดีๆมันก็ไม่มีปัญหาแต่ตอนนี้เศรษฐกิจเข้าอาการโคมา ทำให้เรามองเห็นสภาพภายในประเทศและผู้คนรอบๆตัว กังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น..แต่ถ้าเรามองขึ้นไปบนกระดานหุ้น เราจะเห็นได้ว่า หุ้น CAC40 ของฝรั้งเศสเริ่มทำสถิติใหม่ โดยเกือบจะแต่ 4000 จุดหลังจากหล่นลงมา อยู่ที่ 3000 จุดเมือปีที่แล้ว..ทำให้เรามองความแตกต่างจากเศรษฐกิจที่แท้จริงกับเศรษฐกิจฟองสบู่ ได้ทะลุปุ่โป่ง..ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดจากการขึ้นราคาสิ้นค้าบริโภค อุปโภค และการกีดกันทางการค้านำเข้า เศสชนต้องรับการรัดเข็มขัดจากรัฐที่มอบให้โดยไม่ตั้งใจ..อาทิตย์ที่แล้ว การเดินขบวนขนาดใหญ่ของพวกซ้ายจัดที่ต่อต้านการรัดเข็มขัด ทำให้ฮอลลองค์รัฐเริ่มเปิดฉากโจมตีเยอร์มันนีเจ้าของตำรารัดเข็มขัด จนเกิดความบาดหมางทางการทูตซึ่งกันและกัน สภาพภายในประเทศในขณะนี้ดูเหมือนจะเป็นเหมือนประเทศกรีกเมืองสองสามปีที่แล้ว ความไม่แน่ไม่นอนในการดำเนินชีวิตเป็นส่วนหนึ่งที่เศสชนต้องรับเอาไว้อย่างปฏิเศสไม่ได้..จริงอยู่แม้ว่าประเทศฝรั่งเศสจะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 5 ของโลกก็จริงอยู่ และเงินออมของประเทศก็มีจำนวนมาก แต่มาตรการการรัดเข็มขัดไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจเท่าไร มีแต่ผลเสียที่จะเกิดขึ้นจาการที่เศรษฐกิจไม่ขยายตัว สุดท้ายประวัติศาสตร์มันก็จะซ้ำรอยเมือ เศสชนเลือกขวาจัดเข้ามาบริหารประเทศ…

Written by chaiyan00

May 9th, 2013 at 1:27 pm

Fiscal cliff

leave a comment

The middle classes are the first affected by austerity. Defense, it can take several months to take painful measures.

In cases where Washington fails to find a budget agreement, the major deadlines that await Americans in the coming months:
January 1st. U.S. debt will exceed the level authorized by Congress (16,400 billion). The White House will draw 200 billion in government funds to take a few more weeks, probably until March.
January 2. The law provides for allocations remove 2 million long-term unemployed who are no longer entitled to regional aid, depend entirely on the generosity of the federal government. Allowances are paid every two weeks, they will be penalized in the early days of January.
January 3. The new Congress is taking place. If no agreement is reached before the 1st January, it certainly will attempt to reach a new compromise on this occasion. Priority will be to restore tax exemptions for the 98% of Americans earning less than $ 250,000.
January 4. Some 120 million Americans will also lose the benefit of the two points of exemption from social security offered to them for two years. Workers are paid every other Friday, they will be affected from 4 or January 11. They will lose $ 40 on average on their payroll, and thus about twice each month.
February. The defense, which has lost 10% of its loans, which has taken several weeks to take painful measures. Layoffs and forced permissions could be postponed until February, even in the spring, the ministry said.
March 1. The law provides for the abolition of tax exemptions 200000000000 proposed to the Americans for ten years. Tax services will take several weeks to adapt their software. Tax refunds for 2012 will therefore be postponed for several weeks, on 1 March at the earliest.
March. If parliamentarians are not quickly debt ceiling, the U.S. will be in default in March, warned the Treasury. The United States would then have no right to borrow on the markets. And then they would stop paying their employees and pay benefits.

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

December 28th, 2012 at 3:33 am

Fiscal cliff

leave a comment

Since last week, U.S. administrations prepare their employees to worst case scenario. The Minister of Defense, Leon Panetta, has sent a letter to the military, indicating that there would certainly be necessary permissions forced to cope with budget cuts. The army has reason to be worried if Republicans and Democrats can not agree until next Monday, it will undergo a cutting-credits of 10% or $ 50 billion, in 2013. Effects will however not immediate: “It is more of a slope than a cliff budget,” cautions and Todd Harrison, a defense expert at Washington.
Most orders weapons are already paid for the next year, they would not be canceled. Layoffs and permissions enforced, in turn, may be delayed until spring. In the meantime, the military can hope that Congress fixes it and restore some of their credits. On Christmas Eve, Treasury officials have also received a letter from their employer: “It may be that we are forced to resort to forced leave or other actions” were warned Thursday Neal Wolin, the Deputy Treasury Secretary. Layoffs are still taboo, but the public will be forced to resort to actually decline if spending $ 100 billion next year.
The situation may be more brutal for 2 million long-term unemployed who no longer qualify for regional allocations depend entirely on the generosity of the state. The “fiscal cliff” plans to remove these benefits, established temporarily in 2008. Allowances are paid every two weeks, unemployed furthest from employment would therefore be penalized by mid-January.

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

December 25th, 2012 at 4:47 pm