CHAIYAN00

การเดินทางของข้าพเจ้า

CHAIYAN00

Archive for the ‘วิทยาศาสตร์’ Category

นิพาน

leave a comment

ข้อมูลจากวีดีโอ ที่มหาวิทยาลัียต่างๆกำลังศึกษาเรื่องธาตุและสิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นตัวเป็นตนจากธาตุต่างๆ ทำให้เราสามารถตอบคำถามให้กับตัวเองว่า พุทธศาสนา มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดจากคำถามถึงสิ่งที่มาของมนุษย์ชาติทั้งหลายทั้งปวง..พระพุทธทาสภิษุท่านได้เทศสั่งสอนย้ำแล้วย้ำอีกว่า พุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ไสยศาสตร์ เป็นธรรมชาติที่มีอยู่แล้วตามความจริงที่เป็นเช่นนั้นเอง..มนุษย์ สัตว์ เกิดขึ้นมาตามการปรุงแต่งของธาตุที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ ที่ดูเหมือนจะสอดคล้องกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ต่างๆที่ได้ค้นพบสิ่งที่เล็กที่สุดของธาตุ เห็นได้และ เห็นไม่ได้ แล้วก็มาหยุดอยู่ที่คำถามที่ว่าสิ่งที่พวกเขาค้นพบมันไม่แน่ไม่นอน เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป ตามสภาพธรรมที่มีอยู่จนพวกเขาไม่สามารถที่จะทำความกระจ่างชัดให้แน่นอนลงไปได้่ จนต้องวิ่งมาหาพระอริยะเจ้าอย่าง ดาลัย ลามะ ให้ตอบคำถามให้ชัดแจ้งลงไป แสดงว่านักวิทยาศาสตร์ชั้นนำเหล่านี้ยอมสยบให้กับพุทธศาสนาอย่างไม่มีกังขาใดๆเหลืออยู่.. สิ่งที่พวกเขามองหา คือความเป็นธาตุ หรือที่ภาษายุโรปเรียกว่า ฟิสิคส์..และกฏของ ฟิสิคส์ ตามคำสอนของพระพุทธทาส ท่านเคยได้เทศเอาไว้ในเรื่อง ไกวัลยธรรม และกฏอิีทัปปัจยา ปัจฎิจสมุปบาท ว่า มีสิ่งสองสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้น ตั่งอยู่ แล้วก็ดับไปตามธรรมชาติ สิ่งแรกคือ อสังขตะธาตุ คือสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว และจะมีอยู่ต่อๆไปโดยไม่มีอะไรไปสามารถที่ทำให้มันเปลี่ยนแปลง เป็นกฏตายตัวของ สามัญลักษณะ เป็นสิ่งที่มาของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในจักรวาลและอนัตจักรวาล ที่เรียกว่า สังขตะธาตุ ถูกควบคุบโดยกฏอีทัปปัจยตา และปฎิจสมุปบาท ตามกระแสธรรมที่เป็นอยู่ ถ้าเรามามองคำสอนของพระพุทธองค์ในเรื่องนี้เราจะเห็นได้ว่า สิ่งต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อะไรเลยเป็นเพียงเรื่องธรรมชาติเรื่องหนึ่งๆที่พวกเขาต้องการเอามาใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์การ เช่นเรื่อง นาโน เทคโนโลยี หรือเรื่อง วิทยาศาสตร์ควอมตัม ที่มีแต่จะสะสมปัญหาให้กับอนาคตของมนุษ์โลกในความทุกข์ต่อๆไปไม่มีที่สิ้นสุด สนองกิเลสตัญหาให้มนุษย์ชาติได้รับความทุกข์เพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่งในอนาคต
จุดหมายปลายทางในคำสอนของพระพุทธองค์ คือ นิพาน..คำว่านิพานนี้เองที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจในความหมาย..ท่านพระพุทธทาสได้กล่าวคำจำกัดความของคำว่านิพานเอาไว้ว่า นิพาน แปลว่า เย็น.. มองดูแล้วก็เข้ากับธาตุเล็กๆที่เร้าร้อนของนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ วิ่งไปวนมาอยู่ในสนามอสังขตะ ที่พวกเขาเรียกมันว่า เชือก หรือ string หรือ corde ในภาษาฝรั่งเศส วับๆวาวๆอยู่จนจับต้นชนปลายอะไรไม่ได้ สร้างคำถามให้กับผู้่รู้ให้มีมากขึ้นเป็นลำดับ.ถ้าเรามองการอธิบายถึงการเข้านิพานของหลวงตาบัวบรรลุอรหันต์เจ้า เราก็จะเข้าใจว่า ท่านทำให้สิ่งที่ร้อนนั้นเย็นลง ไปอย่างถาวรจนไม่กลับมาเร้าร้อนขึ้นอีก หรือเรียกว่าการ ดับจิต ถ้าจิต มีอวิชาเป็นตัวเกิด การดับถึงจิตก็เป็นการดับตัวเกิดเข้าสู่สนามของอสังขตะตามธรรมตามธรรมชาติ..แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่คิดอย่างที่เราคิด พวกเขาคิดแต่ว่าจะเอาความรู้เหล่านี้มาสร้่างทุกข์ทรมารให้กับมนุษย์โลกต่อไปได้อีกอย่างไร อย่างการค้นพบ อตอม จนสร้างนิวเคลียรขึ้นมาเป็นอาวุธ ทำลายล้างกันเองในสังขธรรม สร้างความเกิดขึ้นใหม่ เปลี่ยนขึ้นใหม่ และดับขึ้นใหม่ อยู่ในสังสารวัฎตราบหาจุดจบไม่…..

Written by chaiyan00

November 12th, 2013 at 2:23 pm

ความว่าง แต่ไม่เปล่า

leave a comment

ตามคำอธิบายจากท่านอาจาร์ยในศาสนาและนอกศาสนาเรื่องธาตุ หรือฟิสิกค์ ทำให้เราเกิดความคิดแปลกๆใหม่ในการสังเคาะห์คำสอนของท่านเหล่านี้ถึงที่มาของสภาวะธรรมที่มีอยู่รอบๆตัวเราไกลบ้างใกล้บ้างตามความเกี่ยวข้องหรือกรรม..ท้ายสุดของการสรุปเรื่องการเกิดของธาตุต่างๆหลายๆท่านคงจะพอเข้าใจแล้วว่ามันมีต้นตอมาจากที่ใด แต่จะเป็นที่สุดของเหตุนั้นไม่มีใครกล้าฟันธง จากการทดลองของ LHC ครั้งสุดท้ายที่เผยแพร่ออกมาทำให้เราเข้าใจที่ไปที่มาของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตและสิ่งประกอบของมนุษย์สัตว์พืชทั้งหลายทั้งปวงในสากลโลก ที่มีที่มาจากความว่าง เกิดขึ้นจากอนุภาคเล็กๆของสะสารไปทำปฏิกริยาในสนามของ ฮิกส์ จนทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปและเป็นนาม..รูป เป็นอนุภาคที่มีความเร็วต่ำในขณะที่ทำปฏิกริยาในสนามของฮิกส์มันก็จะเกาะตัวกันเป็นมวลสารและสะสารต่างๆทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ในจักรวาลและอนัตจักรวาล ส่วนนามก็คงจะหนี้ไม่พ้น อนุภาคที่วิ่งด้วยความเร็วของแสงผ่านสนามของฮิกส์โดยไม่เกิดเป็นตัวตนขึ้นมาหรือถ้าเราจะเรียกแบบธรรมะในพุทธศาสนาก็คงจะไม่พ้นคำว่าจิต.. รูปและนามเกิดขึ้นมาจากความว่างที่ไม่เปล่า คือ สภาพที่ปฏิสนธิของสิ่งในสนามของฮิกส์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและหายไปอย่างรวดเร็วจนเราไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร ในที่นี้ต้องรอดูกการค้นคว้าในเรื่องวิทยาศาสตร์ ควอนตัมต่อไป ปริศนาที่เราได้ตั้งคำถามเอาไว้ตั้งแต่เกิด ว่าไก่เกิดก่อนไข่หรือไก่เกิดก่อนไข่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะได้รับคำตอบเท่าที่ควร.. ในคำอธิบายของพระพุทธทาสภิขุเรื่องปฏิจสมุปบาท ก็เป็นการอธิบายที่ถูกต้องตามกฏของฟิสิคก์ที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยุ่ ดับไป เป็นปัจจัยซึ่งกันและกันให้ดำรงความเที่ยงอยู่ชั่วขณะใดขณะหนึ่ง ท่านได้กล่าวเอาไว้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดมาจา่กไกวัลยธรรม หรือ สิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว ไม่เปลี่ยน ไม่เกิด ไม่มีอะไรทำให้มันเปลี่ยนไปอย่างอื่น สิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้วนี้เอง คงจะเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ฟิสิกค์คงจะต้องศึกษาต่อไป สรุปโดยรวม เราเกิดมาจากสิ่งที่เรียกว่าความ ว่าง ที่ไม่เปล่า ถ้าจะให้พูดเหมือนท่านพระพุทธทาสก็คงจะหนี้ไม่พ้นคำว่า อสังขตะ.. หลักการสอนของพระพุทธองค์ในการดับทุกข์ดูเหมือนว่าจะแจ่มแจ้งแน่ชัดลงไปแล้วว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นวิธีๆเดียวที่จะทำให้ตัวของเรากลับเข้าไปสู่สิ่งที่มีอยู่ก่อนนี้โดยไม่มากระโดดโรดเต้นในสนามกรรม เวียน วาย ตาย เกิด ในสังสารวัฎ ตามกฏของปัฏิจสมุปบาท พระอรหันต์ทุกรูปท่านจึงดับกระแสของปฏิจสมุปบาทด้วยกระแสของปฏิจนิโรธะ จนเข้าสู่นิพาน หรือสนามของอสังขตะที่เป็นความว่าง แต่ไม่เปล่า นิพานจึงมีอยู่และไม่มีอยุ่ในเวลาเดียวกันสักแต่ว่าเราจะเข้าไปอยู่ในมิติใหน?ของธาตุ นิพานเปรียบเสมือนแสงเทียนที่จุดขึ้นในห้องมืด ทำให้เราเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในห้องมืดที่มีอยุ่ก่อนแล้ว “สัมมาสัมพุทธวัจนะ”

Written by chaiyan00

October 28th, 2013 at 12:17 am

?…..

leave a comment

การที่เราเอาคำอธิบายในอดีตและปัจจุบันมาถ่ายทอดความรู้ในเรื่องธาตุต่างๆนั้น เราก็พอจะจับใจความสำคัญจากคำสอนของท่านอาจารย์ต่างๆได้โดยสังเขปว่าธาตุเกิดขึ้นมาได้อย่างไร? หลวงปู่พุทธทาสท่านสอนเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ จิตธาตุ วิญญาณธาตุ ที่ได้ผสมผสานในเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและนามธรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปใน สัจจธรรมของพระพุทธองค์ ท่านอาจารย์จาก มหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด ท่านอธิบายสิ่งที่เล็กที่สุดของธาตุ ที่เรียกว่า โฟตอน กลูออน ทอป quarks แอนติทอป quarks จนถึง ธาตุที่ค้นพบใหม่ในปัจจุบันคือ ฮิกส์ บอสัน.หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า อนุภาคของพระเจ้า..

ธาุตุหรืออนุภาคต่างๆเหล่านี้เป็นตัวผสมผสานที่ทำให้เกิดขึ้นของมวลสารเล็กๆที่ผสมผสานกันจนใหญ่ขึ้นๆเป็นรูปเป็นนามขึ้นมาเป็นสัตว์ที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตอยูในโลกท่ามกลางจักรวาลและอนัตจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุดตามคำสอนของพระพุทธองค์ในกฏ ธรรมชาติ ( อีทัปปัจจยตา ปัฏิจสมุปบาท.) คือเป็นปัจจัยซึ้งกันและกันจนทำให้เกิดขึ้น ตั้งอยู่และ ดับไป.

ไม่มีมนุษย์ยุคใหนสมัยไหนที่จะไม่มีคำถามว่าเราเกิดมาจากไหน ทำไม อย่างไร? คำตอบอย่างที่พระพุทธองค์เคยตอบมาว่าเราเกิดขึ้นมาด้วยอวิชาก็เริ่มที่จะเป็นรูปเป็นธรรมขึ้น.

ถึงแม้นว่าเราจะมีคำตอบให้กับรูปธาตุที่เล็กที่สุดหรืออนุภาคของฮิกส์ในปัจจุบันแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่มีมาก่อนจากฮิกส์บอสันก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรอย่างไร?

พระพุทธทาส อธิบายเรื่องนี้จากคำสอนของพระพุทธองค์ว่าเป็นไกวัลยธรรม หรือสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว ไม่เปลียน แปลง ไม่เป็นอย่างอื่น ไม่ไม่อะไรทำให้มันเปลี่ยนแปลงไปได้ มีมาอยู่ก่อนสิ่งทั้งหลายทั้งปวงอยู่ในอนุภาคและอนูของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงครอบคลุมไปหมดทั้วจักรวาลและอนัตจักรวาล ตามพุทธวัจจนะที่กล่าวว่า พระพุทธองค์จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม สิ่งๆนี้ได้มีอยู่ก่อนแล้ว.

หลักคำสอนของพระพุทธองค์จึงทวนกระแสให้เราหยุดกระบวนการที่ทำให้เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปของธรรมธาตุต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปธาตุและนามธาตุ.

การดับของรูปธาตุดูเหมือนว่าจะเป็นไปตามธรรมชาติ แต่นามธาตุยากที่จะดับมันลงได้ถ้าเราไม่รู้คำสอนของพระพุทธองค์เรื่องมรรค8 หรือทางสายกลางที่จะดับจะวางให้จิตธาตุสลายไปไม่ก่อให้เกิดแก่เจ็บตายไปอีกตามสังสารวัฎที่หมุนเป็นวงกลม เวียน เปลี่ยนไปตามกระแสของกฏ อีทัปปัจยตา.

พระอรหันต์เท่านั้นที่สามารถดับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวเป็นตนได้อย่างสิ้นเชิง ผลทำให้สภาพของพระอรหันต์นั้นไม่มีรูปมีนามและไม่มีตัวแปลที่จะทำให้เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป ต่อไป. สภาวะธรรมของอรหันต์ดูเหมือนจะเป็นสภาวะที่กลับคืนสู่สภาพของไกวัลหรือต้นต่อที่มาของสรรพสิ่งต่างๆในสากลโลก มีวิชาเป็นที่ตั้ง.

เราจึงได้ยินได้ฟังพระอรหันต์ในบ้านเราพูดเรื่อดับจิตหรือทำกรรมฐานเพื่อจะดับจิต แต่ปุถุชนทั้งหลายทั้งปวงที่ไม่เคยปฏิบัติในเรื่องนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจิตคืออะไร และการทำงานของจิตเกิดขึ้นได้อย่างไร จนทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก เพราะตัววิญญาณธาตุหรือธาตุรู้มันอยู่ในจิต ถ้าเราไม่เข้าถึงจิตเราจะหาตัวรู้ได้อย่างที่จะทำให้ตัวรู้ รู้วิชา

สรุป…นี้เป็นที่มาของคำถามในทุกยุคทุกสมัย ว่าฉันเกิดมาจากที่ไหน ?ทำไม่ ? และอย่างไร? ที่มองดูแล้วถูกทาง ทั้งทางวิทยาศาสตร์และพุทธศาสตร์ที่อธิบายเอาไว้อย่างละเอียดเพื่อตอบคำถามของท่านทั้งหลายทั้งปวงที่มีชีวิตอยู่และยังมี ? อยู่ในจิต.

Written by chaiyan00

October 21st, 2013 at 1:14 pm

Higgs mechanism

leave a comment

Written by chaiyan00

October 21st, 2013 at 2:07 am

HIGGS BOSON

leave a comment

Written by chaiyan00

October 15th, 2013 at 6:52 pm

อนุภาคของพระเจ้า

leave a comment

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิคในปีนี้ได้ถูกมอบหมายให้นักฟิสิค ชาวเบลเยียมและชาวอังกฤษเชื่อสายสกอตแลนด์ ที่ชื่อว่า François Englert et Peter Higgs ในการที่ทั้งสองท่านได้ค้นพบ อนุภาคที่ เราเรียกกันว่า Boson de HIGGS จนทำให้สิ่งที่เหลืออยู่ในฟิสิคแสตนดาร์ดได้ครบถ้วนถึงจุดหมายปลายทางที่ปูเอาไว้เมื่อสี่สิบปีก่อนจาการทดสอบโดยการนำอนุภาคโปรตอนมากระทบกันด้วยความเร็วจนแตกกระจ่ายออกไปเป็นพื้นที่ว่างและในพื้นที่ว่างนี้เองที่เราเรียกกันว่า สนามของ HIGGS ที่เป็นแหล่งที่เกิดของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในจักรวาลและอนัตจักวาล นักวิทยาศาสตร์หลายท่านเรียกมันว่า อนุภาคของพระเจ้า. ที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาในปี 2556 นี้ก็เพราะว่าการค้นพบนี้เป็นการยืนยันความความถูกต้องที่พระพุทธองค์ได้ตรัสเอาไว้เมื่อ 2556 ปีที่ผ่านมาที่พระพุทธองค์ท่านได้ค้นพบโดยการตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้เรื่องอะไรถึงได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของนักวิทยาศาสตร์สองคนนี้.. ถ้าเราเรียนธรรมะจากพระอริยะเจ้าอย่างพระพุทธทาส ภิขุ เราก็จะทราบได้ว่าท่านได้พูดถึงเรื่อง ไกวัลยธรรม อิทัปปัจยตา และปัจฎิจสมุปบาท ที่เราๆท่านๆทราบกันอยู่ หรือที่พระพุทธวัจนะที่ ตรัสเอาไว้ว่า พระองค์จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีมาอยู่ก่อนแล้ว และสิ่งนี้เองได้แยกออกเป็นสองชนิด คือ สังขตะ และ อสังขตะ. ตามที่ท่านทั้งหลายทั้งปวงที่มีธรรมชั้นสูงได้รับรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นอะไรโดยที่เราไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากไปกว่านี้. สนามของ HIGGS นั้นหลายคนทีีไม่ได้เรียกฟิสิคจะไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร ฝรั่งเขาเปรียบเสมือนพื้นทุ่งอนุภาคที่มีอยู่ในจักรวาลและอนัตจักรวาลที่เราไม่สามารถที่จะเห็นได้มันครอบคุมพื้นที่ทั้งหมดทั้งปวงเหมือนในทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล เมื่อจิ้งเหลนที่วิ่งเร็วๆไปบนพื้นที่มันก็จะไม่มีอะไรไปติดตีนมัีนขึ้นมา แต่ถ้าเตาเดินไปเดินมาอย่างช้าๆ ผลที่ได้รับก็คือทรายจะเข้าไปเกาะกลุ่มอยู่้ที่สี่ตีนของเตาสร้างเป็น Masse ขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรม. นี้เป็นการเปรียบเทียบให้รู้ว่า สิ่งที่ฝรั่งค้นพบไม่ใช่อะไรที่ไหนเลยเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสเอาไว้ในเรื่อง อิทัปปัจยตา เมื่อ 2556 ปีมาแล้ว ต้องขออภัยถ้าคำอธิบายไม่สมเหตุสมผล แต่ตามความเห็นของข้าพเจ้ามันไม่ใช่เรื่องอะไรอื่นไปนอกเสียจาก ไกวัลยธรรม และกฏของอิทัปปัจยตา ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบด้วยพระองค์เองเมื่อ2556 ปีเอาไว้แล้ว

images

 

Boson de HIGGS

Written by chaiyan00

October 8th, 2013 at 10:30 pm

รอยหนาว

leave a comment

ตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนความหนาวเย็นที่ค่อยๆเลือนหายไปโดย..ทิ้งร่องรอยของความเจ็บปวดเอาไว้ให้กับสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในพื้นที่…ความหนาวที่ร้อน ….ตามการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก..สร้างความขัดแย้งต่อความจริงในสภาพอย่างสา หัสสากรร..การประชุมโลกร้อนที่เพิ่งจะยุติลงไปเมือไม่กี่วันก่อนในประเทศแมกซิโก ดูเหมือนจะเป็นความท้าทายธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการจะสร้างความเป็นอยู่ของโลกให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของตัวเองจน…..ทำให้โลกร้อนเป็นโลกร้อง…ดูเหมือนว่าการประชุมโลกร้อนแต่ละครั้ง สิ่งที่ตามมาคือโลกหนาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..หลายคนบอกว่าทำไม่โลกร้อนโลกหนาว?.. เราได้เคยเขียนเอาไว้ในบทตนๆว่า โลกไม่ได้ร้อนไม่ได้หนาว แต่มันเป็นธรรมชาติที่จะต้องเปลี่ยนไปตามสุริยะจักวาลที่กลไกลการทำงานบางครั้งเกิดขึ้น หายไป และ กลับมา…มนุษย์ซะเองซิที่อวดอ้างความสามารถในการคิดคำนวณว่ามันเป็นอย่างโน้นอย่างหนี้ โดยศาสตร์คณิตย์..แต่ความจริงที่ยังเหลืออยู่มันก็ยังเป็นความจริงที่ศาสตร์ต่างๆยังเข้าไม่ถึง..เรา ถึงได้พบได้เห็นความขัดแย้งกันอยู่บ่อยบนทษฤีต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นมาในเวลาใดเวลาหนึ่ง มิติใดมิติหนึ่ง..เพื่อผลประโยชน์ใดผลประโยชน์หนึ่ง… ครับ…….โลกหนาว กับความต้องการเปลี่ยนโลกให้ร้อนของนัก อีโค ทั้งหลาย สร้างความสับสนอลม่านให้กับมนุษย์ที่ธรรมชาติดูเหมือนจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวและเดินไปตามแนวทางที่จะเกิดและจะเป็นจะไปในมิติใดมิติหนึ่งในโลกกว้าง…..

 

 

 

 

 

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

December 21st, 2010 at 3:30 pm

น้ำท่วม

leave a comment

นั่งฟังข่าวน้ำท่วมบ้านเราจากทีเอ็นๆ24ด้วยความห่วงใยถึงพ่อแม่พี่น้องที่ตกระกำลำบากในเหตุการ์ณ…แต่ที่มันทะแมงๆเข้ามาในโสดประสาทตามข่าวที่พวกนักวิชาการแนะนำให้ย้ายเมืองหลวงในเจ็ดปีเพราะแผ่นดินไทยหลายๆจุดจะจมอยู่ในน้ำ…เหมือนเหตุการ์ณแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต..ฟังคำอธิบายของคุณ องอาจ
ชุมสาย ณ อยุทธยาแล้วมันน่าทึ้งน่ากลัวเสียนี้กระไร..ขนาดหมีจะไม่มีที่อยู่ในขั่วโลก…..โธเอ้ย…ฝรั่งเขาว่าอะไรก็เอามาว่าตามเขาโดยไม่คิดไม่ควรถึงขนาดจะให้ย้ายบ้านย้ายเมือง    เคยไปขั้่วโลกมาบ้างหรือเปล่า?..ไอ้ที่ๆจะไม่มีให้หมีมันอยู่มันไม่ใช้โลกร้อนโลกหนาวอะไรที่ไหน
แต่มันเป็นพวกที่ไปขุดเจาะน้ำมันกันเสียมากกว่าที่ทำให้น้ำแข็งละลาย…ไม่ืืเชื่อ
ลองเอา แก้วน้ำใส่น้ำแข็งสักก้อน และรอให้มันละลาย รอดูซิว่าน้ำมันจะล้นจากแก้วหรือไม่
? ถ้าล้นเราก็มีความเห็นด้วยในความคิด….อยู่ในยุโรป ไม่เห็นมันมีอะไรเปลี่ยน หน้าร้อนมันก็ร้อนหน้าใบไม้ลร่วง ไม้มันก็ร่วง
หน้าหนาวมันก็หนาวจับจิตรจับใจ..ต้องเสียเิงินเสียทองปั่นฮีทเตอร์กันทั้งวันทั้งคืน..มันอะไรกันนักกันหนา
ไอ้พวกที่จ้องจะบีบให้โลกมันร้อน..ทำให้คนตื่นกลัวโดย

ใช่เหตุ………สร้างเขื่อนสร้างฝายให้มันแข็งแรงเสียดีกว่าที่จะต้องย้านบ้านย้ายเมือง…..

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

November 11th, 2010 at 12:57 am

Posted in วิทยาศาสตร์

Tagged with

GT200/คนหาน้ำ

leave a comment

นั่งฟังข่าวจากสือในบ้านเราในเรื่องที่ขึ้นหน้าขึ้นตากันอยู่ทุกวัีนนี้ก็คงจะไม่พ้น จีที200 ที่หลายคนตั้งคำถามว่ามีสรรพคุณในการทำงานมากน้อยอะไรแค่ไหน..ส่วนตัวเองไม่รู้จัก แต่มองดูในภาพที่สือเสนอทำให้เรานึกถึงภาพข้างล่างที่ทางประเทศฝรั่งเศสเขาเรียกว่าคนหาน้ำ (sourcier) เป็นเครื่องมือทางศัยศาสตร์ที่มีใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนแม้กระทั้งปัจจุบันก็ยังใช้กันอยู่ สม้ัยก่อนๆเขาจะใช้ไม้อย่างในภาพข้างล่างแต่ต่อมาได้วิวัฒนาการมาเป็นเครื่องมือคล้ายๆทีจี200 ที่ส่ายไปส่ายมาเพื่อชี้แหล่งน้ำใต้ดินที่มีอยู่ในพื้นที่..วิธีการใช้งานก็คล้ายๆกัน คือให้คนถือเีครื่องมือเดินไปตามที่ไม้ชี้ พอมันไปหยุดอยู่ทางไหนเขาก็จะเริ่มขุดค้นหาแหล่งน้ำในทันที. ในโลกกว้างทางการค้าการขาย ถ้าเราไม่มีความรู้ความสามารถที่จะรู้ว่าสิ่งที่เราไปซื้อเขามามันเป็นอะไรก็อาจจะถูกเข้าหลอกเอาง่ายๆ ดังที่เกิดขึ้นเป็นข่างอื้อฉาวที่บริษัทโคคาโคลา เคยเอาน้ำสาธารณะใส่ขวดขายเป็นน้ำแร่ในท้องตลาดในประเทศอังกฤษก่อนที่จะถูกจับได้จนต้องเลิกล้าไป ถนนราคาเครื่องหาน้ำในประเทศฝรั่งเศสตกประมาณ 15 ยุโร  ใครสนใจเขียนมาคุยได้จะส่งไปให้ดูเป็นตัวอย่าง…

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

February 3rd, 2010 at 4:54 am

Sida

leave a comment

วันนี้ทั้งวัน…ได้ออกไปตะรอนๆ หาซื้อของกินของใช้เข้าบ้านหลังจากที่ทิ้งเอาไว้นานจนไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ในตู้เย็น..กลับเข้าบ้าน อากาศเริ่มเย็นลงนิดหน่อย เราก็เลยต้องออกไปหอบไม้มาจุดไฟในเตาผิงเพื่อเพิ่มกำลังความร้อนภายในบ้านให้มากยิ่งขึ้น…ตกเย็น นั่งฟังข่าวจากสถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศสที่ได้พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า..นักวิทยาศาสตร์ไทยกับอเมริกันได้ประสพความสำเร็จในการค้นหาวัคซีนป้องกันโรค  สีดา (ภาษาฝรั่งเศส) หรือ โรค เอดส์ (ภาษาอังกฤษ). ครับครั้งแรกจากหลายๆปีที่ได้รับข่าวดีอันนี้มาจากบ้านจากเมือง ทำให้เรามีความภูมิใจในความเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ นอกจากเรื่องเสื้อ ร้ายๆ ที่ บีบีซีเอามาขึ้นหน้าหนึ่งแล้ว บ้านเรายังมีสิ่งดีๆและคนเก่งๆอีกมากมายที่ฝังตัวทำคุณงามความดีให้กับประเทศโดยที่สือบ้านเราแทบจะไม่ได้พูดถึงเลย..เป็นอีกก้าวหนึ่งของการแพทย์ไทยที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งเทียบหน้าเที่ยบตามหาอำนาจในโลก ถึงแม้ว่าจะรักษาได้เพียงสามสิบกว่าเปอร์เซนต์แต่ก็เป็นการค้นพบที่หลายชาติยังหาคำตอบไม่เจอ…ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ….

Read the rest of this entry »

Written by chaiyan00

September 25th, 2009 at 1:40 am

Posted in วิทยาศาสตร์

Tagged with