บ้านวรรณกรรม..ชาลีจัง

งานร้อยแก้ว ร้อยกรอง "ชาลีจัง"

ฉันเป็นเศษดิน

November16

                             

 

 

                                         ….๐ ฉันเพียงเศษดิน

 

                                         ฉันไม่ยินดีเด่น

 

                                         ฉันเพียงเศษเลน

 

                                         ฉันเป็นคนธรรมดา ฯ

 

 

                                         ….๐ ฉันไม่ใช่คนดี

 

                                         ฉันไม่ใช่คนบ้า

 

                                         ฉันเพียงคนธรรมดา

 

                                         ฉันมีค่าเพียงเศษดิน ฯ

 

                                                                        “ชาลี” เขียน

 

                              

 

 

 

 

.

 

 

สวนโมกขพลาราม …ชื่อนี้คงเป็นชื่อที่คุ้นเคยของใคร ๆ หลายคน แต่จะมีซักกี่คน ที่จะมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสความเป็นสวนโมกข์…ที่มิใช่เพียงที่ผ่านทางของนักท่องเที่ยว

 

นานมาแล้ว… ฉันเคยคิดว่าจะไปสวนโมกข์ เพื่อที่จะกลับมาบอกใครๆ ว่าฉันก็เคยไปสวนโมกข์นะ แต่ความคิดนั้นเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันจำวันเวลาแน่นอนไม่ได้ ฉันติดปากที่จะเรียกท่านพุทธทาสว่าพระอาจารย์ แม้ท่านจะเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่ทำตามที่สอน อย่ามาอ้อนเรียกอาจารย์” ก็ตามที

 

วันนี้ สังขารของพระอาจารย์ไม่ได้อยู่ที่สวนโมกข์ ฉันก็ยังคิดเสมอว่าท่านยังอยู่ ท่านอยู่ในทุกที่ ท่านอยู่ในทุกแห่งหน เพียงเราน้อมนำคำสอนของท่านมาปฏิบัติให้ได้แม้มิได้เพียงเศษเสี้ยวของคำสอนก็เป็นสิ่งที่ควรเบิกบานใจ

 

 

 

 

 

 

ทุก ๑ หรือ ๒ ปี ฉันต้องหาเหตุเพื่อจะไปสวนโมกข์สักครั้ง ฉันไม่ได้ไปบวช ไม่ได้คิดจะไปนั่งวิปัสสนา หรือเข้าอบรมธรรมะเหมือนใครๆ สำหรับฉัน สวนโมกข์เป็นสถานที่บำรุงชีวิต ทำให้ฉันสดใสเบิกบานได้เสมอ บางที…ฉันเพียงหยิบหนังสือที่ซื้อไว้นานแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่าน นำติดตัวไปด้วย เพียงเพื่อจะไปอ่านหนังสือเล่มนั้นให้จบ บางที…ฉันเพียงเอาสมุดเปล่ากับดินสอ ไปนั่งเขียนความคิดของตัวเอง เรื่อย เรื่อย เขียนเพื่อที่จะอ่านเอง เขียนเพื่อที่จะสอนตัวเอง เพราะฉันมิใช่นักเขียน จึงไม่ได้หวังที่จะเขียนหนังสือเพื่อขายใคร บางที…ฉันก็ไปเพื่อทำงาน ทำภาระกิจบางอย่าง

 

ใช่…ฉันมีเหตุผลเสมอที่จะไปสวนโมกข์ แล้วฉันก็รู้ตัวว่ามันเป็นเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง ชีวิตที่สวนโมกข์ในทุกเช้ามืดเวลาตีสี่ ฉันไปทำวัตรเช้าเหมือนคนอื่นๆ ในระหว่างวันนอกจากจะทำความสะอาดบริเวณวัด ล้างห้องน้ำกวาดลานวัด ฉันก็หามุมสงบเพื่อนั่งอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอย่างที่ตั้งใจจะไปแต่ละครั้ง ถึงเวลาอาหารฉันก็เดินไปที่โรงอาหาร ที่เขาทำอาหารมังสะวิรัติไว้ ตกเย็นได้เวลาทำวัตรเย็น ฉันก็ไปร่วมทำวัตรเย็น หากเป็นวันพระ หลวงพ่อก็จะมาแสดงธรรมให้พวกเราได้ฟังกันที่ลานหิน เสียงไก่ขันเป็นเอกลักษณ์ของสวนโมกข์ พอๆกับเสียงสวดมนต์ สวนโมข์ทำให้ฉันรับรู้ได้ว่า สิ่งรอบข้างล้วนคือครูที่สอนชีวิตแก่เรา เพียงแต่เราจะรู้จักเรียนรู้จากครูของเรา ชีวิตก็สามารถเติมเต็มสิ่งที่ไม่รู้ได้เสมอ

 

 

 

 

….๐ และนี่เองที่ทำให้ฉันสยบยอมที่จะเป็นเพียงเสี้ยวเศษดิน มันไม่ใช่การยอมพ่ายแก่ชะตาชีวิต หากเป็นการบอกกับตัวเองว่า ฉันมิใช่ผู้ยิ่งใหญ่ และฉันไม่ต้องการความยิ่งใหญ่เหนือใคร ฉันจึงมิบังอาจให้ความสำคัญแก่ตัวเองมากไปกว่าการเป็นธุลีดิน ที่อาจพัดผ่านไปได้ทั่วทั้งแผ่นดิน โดยที่ใครๆ ก็สามารถพากันมาเหยียบย่ำเพื่อผ่านทางได้เสมอ แล้วฉันก็อิ่มเอมใจในความเป็นเศษดินของฉัน

 

….๐ เมื่อใดฉันหมดแรง เมื่อใดที่หัวใจของฉันไร้ความเบิกบาน หรือแม้ในเวลาที่ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ฉันจะทอดอาลัยกับชีวิต ความสงบ เย็น ต่างหาก คือความอิ่มเอมของชีวิต บ่อยครั้งที่ฉันกับกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมรองเท้าแตะธรรมดา ไม่มีอุปกรณ์ปรุงโฉมใดๆ แล้วนั่งรถไฟไปลงไชยา นั่งรถท้องถิ่นไปลงหน้าสวนโมกข์ แล้วไปขอกุญแจเข้าที่พักจากหลวงพี่จ้อย บอกกับท่านว่า มาคราวนี้จะอยู่กี่วัน

 

….๐ ทุกครั้งที่ไปสวนโมกข์ ฉันจึงได้อะไรใหม่ ๆ กลับบ้านเสมอ อย่างน้อย ฉันก็ได้จิตใจที่สงบเย็นฉันได้พลังใจที่เบิกบานกลับมาด้วย แล้วคุณล่ะมีที่สงบเย็นและเบิกบานรึเปล่า หากยังไม่มี ลองค้นหาความสงบเย็นในใจคุณเอง เพื่อพร้อมรับความเบิกบานให้กับตัวเราและคนรอบข้าง ลองดูสิ

 

 

 

            …เรื่อง และ ภาพ ::: ชาลี 

            ::::::::: สถานที่ สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

 

16 Comments to

“ฉันเป็นเศษดิน”

  1. November 20th, 2008 at 5:41 pm       chaleejang Says:


  2. November 17th, 2008 at 8:49 pm       athenaz Says:

    ใช่ค่ะ

    เมื่อไรที่หมดกำลังใจ ไร้หวัง หดหู่

    ธรรมของท่านพระพุทธทาสจะนำเรากลับมา
    สร้างพลังให้เราเห็นความจริง

    …เห็นว่าทุกข์เกิดแล้วก็ดับลงตรงนั้น
    สุขเกิด แล้วทุกข๋ก็กลับ
    เห็นว่าทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องสมมุติ …

    โลกนี้ต้องการความสงบมาสยบอธรรม
    ขอจงเจริญในธรรม สาธุ …


  3. November 17th, 2008 at 8:48 pm       athenaz Says:

    ใช่ค่ะ

    เมื่อไรที่หมดกำลังใจ ไร้หวัง หดหู่

    ธรรมของท่านพระพุทธทาสจะนำเรากลับมา
    สร้างพลังให้เราเห็นความจริง

    …เห็นว่าทุกข์เกิดแล้วก็ดับลงตรงนั้น
    สุขเกิด แล้วทุกข๋ก็กลับ
    เห็นว่าทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องสมมุติ …

    โลกนี้ต้องการความสงบมาสยบอธรรม
    ขอจงเจริญในธรรม สาธุ …


  4. November 17th, 2008 at 10:02 am       chaleeja Says:

    คุณ hanzen
    —————◦♥ คุณพี่ อะน่ะ รูปจิ๊ด ๆๆๆ ขนาดเท่าหัวไม้ขีด พอโชว์ได้ ไม่โชว์ภาพที่ใหญ่กว่านี้เจ้าค่ะ ขอบอก คริ คริ :)

    คุณ nelumbo
    —————◦♥ ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย มีพระอาจารย์ดี ๆ มากมาย มีพื้นที่น่าไปอีกมากมาย
    และถูกของคุณนะคะ ไปเยือนถิ่นใกล้ๆ บ้าน ก็ดีนะคะ เราต่างมีที่สงบ ที่ร่มเย็น และเบิกบานใจสำหรับเรา
    ได้อย่างหลากหลายเลยค่ะ …..–ขอบคุณ คุณ nelumbo เช่นกันนะคะ–

    :)


  5. November 17th, 2008 at 9:52 am       chaleeja Says:

    ♥ tabebuiarosea
    —————◦♥ ยัยเพื่อน พยายามเข้าไว้ แล้วความพยายามจะอยู่กับเธอนะ ฉันเอาใจช่วย คริ คริ :)

    คุณ saran
    —————◦♥ ประกาศหาเพลงแบบนี้เลยเหรอคะ เคยเห็นในเวปผู้จัดการมีนะคะ แล้วก็ที่ตลาดพันธมิตรเขาก็มีเจ้าค่ะ
    แล้วก็ที่ทำเนียบ มีอยู่ซุ้มหนึ่งเขารับบริการโหลดเพลงพวกนี้ด้วยล่ะค่ะ ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ก็ลองแวะไปดูนะคะ
    แต่ถ้าเมลที่คุณเขียนให้ไว้ เป็นเมลที่ถูกต้อง จะส่งไปให้นะคะ ยังไงถ้ากลับมาอ่านช่วยบอกด้วยว่าเป็นเมลที่ถูกต้องรึเปล่า :)


  6. November 17th, 2008 at 9:52 am       chaleeja Says:

    คุณ prypilas
    —————◦♥ ใช่ค่ะ คำสอนของท่านไม่ล้าสมัยเลย ด้วยเป็นคำสอนจากพระพุทธองค์
    ที่พระอาจารย์นำมาเผยแพร่ต่อในแบบอย่างของท่าน นั่นย่อมทำให้เราอิ่มเอม
    และรู้ค่าของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ไม่เคยล้าสมัยจริง ๆค่ะ คุณพราย ขอบคุณนะคะ

    คุณ arunsuk
    —————◦♥ ขอบคุณ ที่ช่วยชี้แนะความคิดของชาลีค่ะ จะพยายามนะคะ แม้บางครั้งจะรู้สึกว่าะยากเย็นก็ตามที :)


  7. November 17th, 2008 at 9:14 am       nelumbo Says:

    ตั้งใจอยากจะไปเยี่ยมชมสวนโมกข์สักครั้งเจ้าค่ะ

    ข้าพเจ้าเป็นสาวอีสานรอรัก จึงไม่มีโอกาสไปเยือนถิ่นใต้บ่อยนัก …

    ส่วนมากจะไปกราบพระเกจิ แถบอีสานมากกว่าค่ะ …

    ขอบคุณสำหรับเรื่องดี ๆ นะเจ้าคะ …


  8. November 17th, 2008 at 8:56 am       hanzen Says:

    บล็อกนี้มีเปิดหน้าเปิดตานะเนี่ยะคุณน้อง ว่าจะเปิดบล็อกใหม่สะสมกลอนด่าเหมือนกัน


  9. November 17th, 2008 at 7:22 am       saran Says:

    ใครมี เพลงเหลี่ยมที่สามารถโหลดใส่โทรศัพย์ ช่วยส่งมาให้หน่อย เพราะเราเคยมีแล้วโทรศัพท์เสีย เข้าศูนย์ถูกลบไป เสียดายมากและหาไม่ได้เลย


  10. November 17th, 2008 at 7:09 am       tabebuiarosea Says:

    แม่นางชาลี

    งงกับบล็อกใหม่มาก

    แจะพยายามนะ


  11. November 17th, 2008 at 1:44 am       arunsuk Says:

    ธรรมดาและนะคือไม่ธรรมดา..
    การไปสวนโมกข์ของคุณชาคือการไปหาแรงจูงใจและ
    การไปตั้งสติให้ตรงมั้งครับ..การที่สติตรงไม่เอียงเฉ
    ก็สามารถทำมห้เรา..รับรู้สิง่ที่เราคิด..หรือที่เรียกว่า
    การติดตามความคิดของตนเอง..สิ่งนี้หากได้รับการ
    ฝึกปรืออย่างสม่ำเสมอ..จะเทีบเท่ากับการวิปัสสนา
    นั่นเอง..ครับ..


  12. November 17th, 2008 at 12:12 am       prypilas Says:

    ผมยังไม่เคยไปเลยครับคุณชาลี
    พูดถึงสวนโมกข์ ที่นึกถึงได้ก็มีแต่หลวงพ่อพุทธทาส
    ท่านเป็นพระภิกษุที่ควรกราบไหว้บูชาจริงๆ ครับ
    น่าทึ่งด้วยที่ว่า .. คำสั่งสอนของท่านไม่เคยล้าสมัยเลย

    มีความสุขมากๆ นะครับ
    ขอบคุณที่นำความสงบมาแบ่งปันด้วยครับ


  13. November 16th, 2008 at 11:16 pm       chaleeja Says:

    คุณ Suwarn
    —————◦♥ ความจำแม่นจัง เป็นชาลี คงต้องไปพลิกหนังสือดูว่า ท่านสอนอะไรบ้าง
    ยกเว้นคำ ที่ชาลี จำได้แม่น คือที่เขียนไว้ในเรื่องนี้ไง
    “ไม่ทำตามที่สอนอย่ามาอ้อนเรียกอาจารย์”

    ขอบคุณ คุณสุวาร ค่ะ :)


  14. November 16th, 2008 at 11:14 pm       chaleeja Says:

    ท่าน 11arrows
    —————◦♥ สวัสดียามดึกค่ะ ท่าน 11 คำสอนของท่านอาจารย์
    มีผู้คนนำมาเผยแพร่ต่อมากมาย เป็นสิ่งน่ายินดียิ่งค่ะ สำหรับการสืบสานต่อพุทธศาสนา

    ขอบคุณท่าน 11 มาเยือนยามดึกค่ะ


  15. November 16th, 2008 at 11:08 pm       Suwarn Says:

    ผมก็ได้อ่านหนังสือของท่านบ้างนะครับ
    มีอะไรหระ อืมม นึกก่อน

    ….ความ ทุกข์ เกิด ที่ จิด
    เพราะ ทำ ผิด เรื่อง ผัสสะ
    ….ความ ทุกข์ จะ ไม่ โผล่
    ถ้า ไม่ โง่ เมื่อ ผัสสะ
    ….ความ ทุกข์ เกิด ไม่ ได้
    ถ้า เข้า ใจ เรื่อง ผัสสะ

    นี่แหระครับ ที่พอนึกได้บ้าง


  16. November 16th, 2008 at 11:07 pm       11arrows Says:

    ดีที่คำสอนของท่านพุทธทาส ถูกตีพิมพ์ไว้มากมาย
    คิดถึงท่าน ก็ยังพอจะอ่านหนังสือของท่านได้


You must be logged in to post a comment.