…สำนึกรักบ้านเกิด…

 

 

 

 

“การศึกษาได้ดึงเด็กชนบทให้ห่างบ้านเกิดไปทุกขณะ”

(ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส)

 

 

.

การแวะเวียนไปตามบ้านสมาชิกต่างๆ

ได้อ่านบันทึกสาธารณะและความคิดเห็นต่างๆในบ้านหลังนั้นๆ

นอกจากได้ความรู้ ความบันเทิง ความเบิกบานใจ และคติข้อคิดต่างๆแล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่ได้ คือ “แรงบันดาลใจ”

 

อย่างวันนี้ ผู้เขียนไปเยี่ยมบ้านคุณ Zodiac หรือ คุณกล้วย

อ่านบันทึกสาธารณะของเธอ และอ่านความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก

 

มีอยู่ตอนหนึ่งสมาชิกพากันพูดคุยถึงเรื่อง “สำนึกรักบ้านเกิด”

ต่อไปนี้ คือตัวอย่างหนึ่ง

 

************

 

ใฝ่ฝัน ว่าซักวันจะกลับไปทำงานที่บ้านบ้าง

อิจฉาคุณกล้วยจริงๆ ที่ได้ใช้โอกาสนี้แล้ว

ทุกๆเช้า คงตื่นมาพร้อมกับอากาศดีๆ

ผมก็เป็นเด็ก ตจว อีกคนครับที่เข้ามาเรียนในเมืองหลวง

และตอนนี้ก็ยังทำงานในเมืองหลวง

และยังไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่

อาศัยว่าช่วงสุดสัปดาห์ก็ไปเที่ยวตาม ตจว ใกล้ๆบ้าง

คุณ chonsurin

จากคำพูดของคุณหมอประเวศ วะสี

“การศึกษาได้ดึงเด็กชนบทให้ห่างไกลบ้านเกิดไปทุกขณะ”

โดนมากครับ

มีครั้งนึงเคยได้ไปออกรายการร่วมกับคุณประเวศ

เป็นบุคคลที่มีแนวคิดที่น่าชื่นชมมาก

Green Earth | 01 ตุลาคม 2551 | 09:47:17

 

*****************

 

ความคิดเห็นที่ 12, เว็บไซต์ :


คุณชนคะ อยู่ที่นี่สังเกตทั้งเจ้านายและลูกน้องค่ะ

เน้นว่าสังเกตนะคะ ไม่ได้จับผิด 5555

กับเจ้านาย ก็ใส่เสื้อยี่ห้อตราจระเข้ทุกวันค่ะ

แรกๆก็คิดว่าแพงจังนิ แต่สังเกตเห็นว่าก็เป็นตัวเดิมๆวนอยู่ทุกวัน บางตัวก็ซีดมากๆ จนจะเปื่อยแล้วมั้ง 5555 ล้อเล่นๆ

แสดงว่าเค้าซื้อของดีที่ใช้จนคุ้มเนาะ .. ^^

 

สำหรับลูกน้องที่รายได้ไม่มากนัก..

คิดว่าเค้าก็อยู่แบบเพียงพอในแบบของเค้าอ่ะค่ะ

คำว่า “เพียงพอ” ของคนเราไม่เท่ากัน

หากว่าเค้ารายได้มากขึ้น “เพียงพอ” ของเค้าอาจจะมากกว่านี้ก็ได้

เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ไงคะ ความต้องการย่อมแปรผันตรงกับรายได้ .. :)


สำหรับบันทึกวันนี้ เพียงอยากจะเสนอมุมมองของตัวเองค่ะ

ที่ได้ค้นพบแล้วว่า ความสุขทางใจ ที่ได้รับจากครอบครัวมันสามารถเติมเต็มเรา

จนไม่ต้องไปพี่งพาวัตถุใดๆ จนเกินพอดี

 

ไม่ได้บันทึกเพื่อต่อต้านแบรนด์เนมนะคะ เพราะตัวเองก็ยังใช้อยู่ 555

เพียงแต่สิ่งที่คิดเวลาซื้อมันเปลี่ยนไป ..

เรามองว่า เราซื้อกระเป๋าใบนึงที่มันทน มันคุ้มราคา คุ้มต้นทุนนะ

ไม่ใช่มองเพียงว่าเป็นแบรนด์แค่อย่างเดียว ^^

 

คุณชน อย่าพูดเรื่องสำนึกรักบ้านเกิดกับกล้วยเชียวนะ

เพราะเดี๋ยวเจอเล่ายาวกว่าบุญชูอีกค่ะ 555

เวลาเพื่อนถามถึงที่บ้านทีไร ความรักถิ่นกำเนิดพุ่งปรี้ด

เล่าได้เป็นฉากๆเลย

อย่างวันก่อนมีคนชวนคุยเรื่องกินเจ ..

ถึงตอนนี้ยังเล่าเรื่องนี้ให้เค้าฟังได้ทุกวันเลยค่ะ ไม่รู้คนฟังจะเบื่อรึยังน้อ ?

คิดอยู่ว่าเราเกิดที่นี่ โตมากับที่นี่ เราก็ต้องกลับมาทำสิ่งดีๆให้กับที่นี่

แม้ว่าวันนึงอาจจะต้องไปไกลบ้านอีก แต่สักวันข้างหน้า ยังไงเราก็ต้องกลับบ้านอยู่ดีค่ะ ^^

 

    | zodiac | 01 ตุลาคม 2551 | 11:28:18

 

*********************

 


สำนึกที่คุณกรีนเอิร์ธ และคุณกล้วยพูดถึงนั้น

ทำให้ผู้เขียนคิดถึงตนเองอย่างมาก

 

ชีวิตพวกเราแต่ละคน

โลดแล่นไปตามจังหวะเหวี่ยงของ “ความจำเป็น” และ “ความอยาก”

พวกเราแต่ละคนจำเป็นต้อง “ห่างบ้านเกิด” เพื่อไปทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่า อยากทำ

อยากหาประสบการณ์ชีวิต อยากเรียนรู้โลกกว้าง อยากสร้างเครือข่ายมิตรภาพ

อยากสะสมเครือข่ายงานเอาไว้เผื่ออนาคต

อยากทำงานในที่ที่คิดว่า น่าจะได้เงินมากกว่าที่บ้านเกิดของเราเอง

แต่ก็มีอยู่ไม่น้อย ห่างบ้านเกิดเพราะ“หน้าที่”

 

หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และผู้รับหน้าที่ต้องรับผิดชอบต้องไปทำ

เช่น งานของกองการทูต ท่านทูตในประเทศต่างๆ

บุคคลเหล่านี้ต้องห่างบ้านเกิดเพราะ “หน้าที่”

ยังมีบุคคลในหลายหน่วยงานที่ห่างบ้านเกิดเพราะสาเหตุนี้


เท่าที่นั่งตรึกตรองดู ไม่ใช่ว่าไม่รักบ้านเกิดนะ

รักเหมือนกัน แต่ว่า  ความกล้าที่จะบุกเบิกงานใหม่ซึ่งไม่ใช่แนวถนัดของตนเอง

บวกกับยังรักการพลัดถิ่นอยู่ จึงบอกใครๆว่า “ยังไม่ถึงเวลากลับบ้าน”

กลับในที่นี้หมายถึง กลับถาวร กลับไปอยู่ใกล้ชิดพ่อแม่อย่างถาวร

ไม่ย้ายไปที่ไหนอีกแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็ยังหาเวลาไปเยือนถิ่นเก่าตามเทศกาลและโอกาส

 

ครั้งแรกที่ผู้เขียนอ่านเจอคำพูดของคุณหมอประเวศ วะสี นั้น

รู้สึกว่าคำพูดของคุณหมอ กระทุ้งหัวใจอย่างแรง

คุณหมอพูดถูก

 

“การศึกษาได้ดึงเด็กชนบทให้ห่างบ้านเกิดไปทุกขณะ”

 

ความจริงคุณหมอยังพูดต่อไปอีกว่า การศึกษาที่ดึงคนท้องถิ่นให้ห่างบ้านเกิดนั้น

เป็นการศึกษาที่ผิด  การศึกษาที่ถูกต้อง ต้องเป็นการศึกษาที่ทำให้คนในท้องถิ่น

เมื่อเรียนจบแล้ว คิดกลับไปช่วยกันพัฒนาท้องถิ่นของตน

 

คำว่า “ภาวะสมองไหล”  ความจริงมันเริ่มไหลตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นแล้ว

คือไหลจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง

จากอำเภอหนึ่งไปยังอำเภอหนึ่ง

จากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง

และจากนั้นก็ไหลออกนอกประเทศ

 

คนที่ยอมให้ตัวไหลออกจากบ้านเกิดนั้น

อันนี้เราก็ไม่ทราบเหตุผลแน่ชัด

แต่มีเหตุผลประการหนึ่งที่คิดว่า น่าจะมีส่วนถูก คือ  “โอกาสที่ดีกว่า”

 

อันเนื่องมาจากคำว่า “โอกาสที่ดีกว่า” 

ทำให้เด็กบ้านนอกที่คลุกกลิ่นโคลนสาบควายมาแต่เกิด

เคล้ากลิ่นไอดินมาแน่น้อย

นอนบนกองฟางมองดาว อาบแสงจันทร์มาแต่วัยประถมนั้น

ยอมก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านที่พ่อแม่ยังคงอยู่ตรงนั้น

อยู่รอคอยการกลับไปเยี่ยมเยียนของลูก

หรือรอ “เงิน” ที่ลูกจะส่งไปให้

และเมื่อก้าวออกไปแล้ว ก็ไม่ค่อยคิดอยากกลับไปคลุกคลีกับสภาพชนบทแบบนั้นอีก

 


ในหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านดูท่าจะดีไม่น้อย

ถ้าหากจะมี สมาชิกในหมู่บ้าน ลูกของตาสียายสา ตามียายมา

ที่เรียนจบ ดอกเตอร์ จบปริญญาโท จบปริญญาตรี

กลับไปช่วยกันคิดพัฒนาหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอของตนเองเต็มไปหมด

 

ทั่วประเทศ แต่ละหมู่บ้านคงจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษขึ้น

ถ้ามีการแข่งขันพัฒนาหมู่บ้านโดยลูกหลานในหมู่บ้านที่จบชั้นการศึกษาสูงๆ

แต่นี่คงเป็นเพียงฝันไปเท่านั้น

ฝันที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเป็นจริงขึ้นมา

เพราะเท่าที่เห็นในเวลานี้

ลูกยายสาตาสี ที่เรียนจบดอกเตอร์ เขาไปเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยในเมืองกรุง

ได้เงินเดือนแพงๆ  สอนให้นักศึกษาช่วยกันพัฒนาบ้านเกิด

ในขณะที่ที่หมู่บ้านของเขาเองนั้น

ผู้ใหญ่บ้านเรียนจบแค่ ป. ๔

ทุกวันนี้ดีขึ้นมาหน่อย เรียนจบ ม.๓ และม. ๖

 

เคยอ่านกลอนของ ช. ศรีนอก  มีตอนหนึ่งประทับใจมาก

 

“ลูกยายสาตาสีน้องพี่ครับ

ชั่วกัลป์กัปทำนาชะตาสิ้น

ขาดวันนี้ค่าคงน้อยด้อยเพียงดิน

มีสีกลิ่นก็คงเพียง…เด็กเลี้ยงควาย”

 


คำว่า “วันนี้” ที่ผู้ประพันธ์กล่าวถึง คือ “วันรับปริญญา”

ชนสุรินทร์เคยเอากลอนบทนี้ไปเขียนให้กำลังใจน้องๆที่เรียนจบทีหลังหลายครา

 

วันนี้มานั่งคิดดู  ลืมบอกพวกเขาไปว่า

 

“น้องเอ๋ย…ถ้าเป็นไปได้ หลังจากหาประสบการณ์สักระยะหนึ่งแล้ว

พี่อยากให้เห็นน้องๆ กลับไปช่วยพัฒนาบ้านเกิดของเรา”

 

ความจริงไม่กล้าบอกมากกว่า…

เพราะตัวเอง ก็ยังไม่หวนกลับไปช่วยพัฒนาบ้านเกิดเลย

แล้วจะกล้าไปอ้าปากบอกน้องๆได้อย่างไร…..


รู้คุณและรักบ้านเกิดนะ

แต่ยังไม่ได้ตอบแทนคุณ

กตัญญู แต่ยังไม่ได้กตเวที…

นิสัยดีหรือเปล่าก็ไม่รู้….เนาะ…

 

 

 

 

 


….ชนสุรินทร์….

๒  ตุลาคม ๒๕๕๑

 

ขอบคุณภาพประกอบ

 

http://i56.photobucket.com/albums/g162/ultrataro/manghongsorn/23.jpg




20 Responses to “…สำนึกรักบ้านเกิด…”

  1.   นัส on September 15, 2011 8:20 pm

    ช่วยคิคเรียงความสำนึกรักบ้านเกิดของยะลาบ้างน่ะ ขอบคุณล่วงหน้า…

  2.   chonsurin on October 2, 2008 10:21 pm

    คุณดาวอักษร

    สวัสดีครับ

    ด้วยความยินดี
    ความจริงตัวหนังสือของคุณดาวก็มีเสน่ห์และมากสาระเหมือนกันนะครับ
    คิดและเขียนต่อไปเถอะ

    ….

    อยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่บ้าง
    นี่ก็สองปีแล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าท่านทั้งสอง

  3.   alphabet on October 2, 2008 9:29 pm

    สวัสดีค่ะคุณชนฯ

    ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจในบลอกนะคะ
    เป็นปลื้มที่คุณเห็นเพชรในบ้านนั้น ^^

    อยากกลับบ้านเหมือนกันค่ะ
    ไม่ได้กลับมาหลายเดือนแล้ว
    และพรุ่งนี้จะได้กลับ

  4.   chonsurin on October 2, 2008 9:05 pm

    เคยเห็นแล้วครับพี่ลีฯ

    สนันสนุนๆๆๆ รักษาสวนร่มรื่นเอาไว้มากๆ
    อากาศจะได้ไม่เป็นพิษ

    เป็นปอดสำหรับคนในเมืองด้วย

    ขอบคุณมากพี่ลีฯ

    สำหรับความคิดเห็นดี และมาร่วมสำนึกรักบ้านเกิดด้วยคน

  5.   leelawadee2u on October 2, 2008 8:05 pm

    รักบ้านเกิดเหมือนกันค่ะ นอกจากนั้น ยังรักและถวิลหาอาหารอร่อย ๆ ที่ ๆ อื่นไม่มีเหมือนอีกแล้ว…ที่บ้านเกิด พี่มาแนวเห็นแก่กินเนาะ อิอิ

    พี่จากบ้านเกิดมา บ้านเกิดก็เจริญขึ้น ๆ พี่กลัวว่า หากพี่กลับไป บ้านเกิดจะเจริญลงฮวบ ๆ หรือเปล่าน้อ??? ล้อเล่นนะจ๊ะ

    พี่เกิดที่บ้านบึง จังหวัดชลบุรี จังหวัดที่ใกล้ ๆ กรุงเทพแค่นิดเดียว ตอนนี้ ที่พี่ทำเพื่อตอบแทนบ้านเกิด ก็คือ รักษาความเป็นสวนรมรื่น ไว้ใจใจกลางตัวอำเภอ ที่มีแต่สิ่งปลูกสร้างรายล้อมเต็มไปหมด และพี่คิดจะอนุรักษ์ความเป็นบ้านสวนแบบของพี่ไว้ให้ยั่งยืนที่สุดจ้ะ…น้องชนก็เคยเห็นสวนรก ๆ ของบ้านพี่แล้วใช่มั้ยล่ะ อิอิ

  6.   chonsurin on October 2, 2008 7:23 pm

    คุณกล้วย

    อ่านคอมเม้นต์ของคุณวันนี้แล้ว น้ำตาจะไหล
    ซึ้งใจครับ อ่านแล้วคิดตามจนซึ้งเลย

    สัญญาครับ ถ้ามีโอกาสและจังหวะ จะไมีรีรอ
    จะรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ให้เร็วที่สุดเลย

    ขอบคุณมาก
    คำพูดของคุณกล้วย
    ช่วยเตือนสำนึกได้ดียิ่งเลยครับ

  7.   chonsurin on October 2, 2008 7:19 pm

    ๕๕๕๕

    คุณมัท ชนสุรินทร์ก็แซวไปง้นเองแหละครับ

    รู้หรอกน่า ว่าคุณมัท ยังสนุกกับชีวิตโสดนี้อีกนาาน

    ขอบคุณที่แวะมาอีกรอบ นะ

  8.   chonsurin on October 2, 2008 7:17 pm

    ท่าน showshow

    เห็นด้วยเลยครับ
    พวกเรามัวแต่เสียเวลาไชว่คว้าหาสิ่งที่ไม่คุ้นเคยที่ไกลตัว
    จนลืมสิ่งคุ้นเคยใกล้ตัว
    ความจริงจะว่าไป สิ่งที่เคยคุ้นเมื่อวัยเยาว์
    เราก็ห่างมานานเหมือนกันนะ
    แต่กลิ่นโคลนสาบควาย ยังไม่จางหายไปไหน
    แค่หลับตานึกถึง ก็มองภาพเห็นชัดแล้วล่ะ

    ขอบคุณมากนะท่านที่มาร่วมสำนึกบ้านเกิดบ้านของข้าพเจ้า

  9.   chonsurin on October 2, 2008 4:37 pm

    พี่เลดี เป็นคนกทม.
    ก็เป็นต่างจังหวัดเหมิอนกันสินะครับ
    ต่างจากจังหวัดอื่น อิอิ…

    ขอบคุณมากครับที่มาร่วมสำนึกรักบ้านเกิด

  10.   zodiac on October 2, 2008 3:54 pm

    อูยยย.. เห็นเม้นต์ตัวเองแล้วอายจัง อิ อิ

    เคยเป็นหนึ่งคนที่บ่นๆอยู่เสมอว่า .. ‘สักวันจะกลับบ้าน’
    โดยที่ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เมื่อไหร่กันหนอ?
    และในที่สุดโอกาสก็ผ่านมา จึงตัดสินใจคว้าเอาไว้
    เพราะเป็นสิ่งที่อยากทำด้วย และได้กลับมาบ้านด้วย
    อยากกลับมาตอนที่ตัวเองยังมีแรง และแม่ยังมีแรงอยู่ค่ะ
    เวลาในชีวิตคนเรามันน้อยลงทุกวันๆ
    ไม่อยากจะรอให้มีอะไรพร้อมทุกอย่างแล้วกลับ ..
    เพราะถึงตอนนั้น คนที่รักเราที่สุดก็มีเวลาอยู่กับเราน้อยลงไปอีกนะคะ ^^

    ยังไงก็ตาม .. แต่ละคนมีหน้าที่ มีจังหวะเวลา มีโอกาสที่ต่างกัน
    ไม่ว่าตอนนี้คุณจะอยู่ที่ไหน จงทำหน้าที่ตรงนั้น และหน้าที่ลูกให้ดีที่สุดเป็นพอ
    และถ้ามีโอกาส.. จงอย่าได้รีรอ
    หาเวลากลับไปกอดคนที่รักคุณ.. หาเวลา ‘กลับบ้าน’ บ้างนะคะ :)

  11.   tomorrow02 on October 2, 2008 2:04 pm

    …55555555555 +
    แต่งงาน ยังไม่คิดเลยค่ะ

    คงอีกนานนนน ;-))

  12.   showshow on October 2, 2008 1:12 pm

    คนเราไขว่คว้าหาสิ่งที่ไกลตัวแต่ที่ที่เราคุ้นเคยใกล้ๆตัวบางทีนึกถึงคิดถึงก็ต้องรอให้เวลาผ่านไปนาน เสียเวลาไปกับการตามหาตามไขว่คว้าว่ามั้ยครับ ผมคิดเสมอว่าวันหนึ่งผมคงได้กลับไปในที่ที่ผมคุ้นเคยและรัก…บ้านเกิดนี่ละครับ:)

  13.   lady on October 2, 2008 11:37 am

    บ้านเกิดพี่เลดี้ คือ กทม นี่เอง อิอิ

  14.   chonsurin on October 2, 2008 9:54 am

    คุณมัท

    ทนทำงานเก็บตังค์ไปอีกหน่อยก็ได้

    พอเก็บเงินได้มากพอแต่งงานแล้วก็ค่อยกลับบ้านเนาะ

    ดีไหม ? ฮ่าๆๆ

    ขอบคุณมากนะ

  15.   chonsurin on October 2, 2008 9:52 am

    คุณ gibsii

    เห็นด้วยอย่างยิ่งเรื่อวนโยบายรัฐบาล

    ความจริงก็ต้องเห็นใจน้องๆที่ว่านั้นนะ
    เพราะเขาไม่รู้จริงๆว่ากลับไปทำงานที่บ้านเกิดแล้ว
    มันจะทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นได้อย่างไร

    นอกจากกินอุดมการณ์ต่างข้าวเท่านั้นเอง

    ต้องมีหน่วยงานสนับสนุน
    ทำอะไรก็ได้ที่พอจะประกันได้ว่า
    ชีวิตเด็กบ้านนอก ชีวิตคนรักบ้านเกิด
    จะไม่แพ้ชีวิตมดงานในเมืองกรุง

    ขอบคุณมากครับที่ร่วมแสดงความคิดเห็น

  16.   chonsurin on October 2, 2008 9:49 am

    คุณสุพรรณิการ์

    ขอบคุณมาก
    เพลงที่คุณนำมานั้น เหมือนเคยได้ยินนะ แต่ว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพลงใครร้อง
    ไม่ได้สนใจมากนักก็เลยจำไม่ได้แล้ว

    คำพูดสำนึกรักบ้านเกิดของคุณ ดีจังเลย

    คนรักบ้านเกิดก็ต้องเอาสิ่งดีๆ เป็นประโยชน์จากเมืองนี้ไปพัฒนาบ้านเราเนาะ

    อดทนอีกหน่อย คงไม่นานหรอกมั้ง
    คุณก็จะได้กลับไปซบจูบดินบ้านเกิดแล้ว

  17.   tomorrow02 on October 2, 2008 9:39 am

    …สุขใดๆก็ไม่เท่า สุขที่บ้านเรา…;-))

  18.   tomorrow02 on October 2, 2008 9:38 am

    …เห็นภาพแล้ว ทำให้อยากกลับบ้านมากค่ะ…;-))

  19.   gibsii on October 2, 2008 9:04 am

    ทั่วประเทศ แต่ละหมู่บ้านคงจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษขึ้น
    การแข่งขันพัฒนาหมู่บ้านโดยลูกหลานในหมู่บ้านที่จบชั้นการศึกษาสูงๆ

    อยากให้เป็นไปได้จัง

    น้อง ๆ ที่ทำงานบอกว่า “ก็ไม่รู้จะกลับไปทำอะไรนี่พี่ จะให้กลับไปทำสวน ก็ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ หนูอยากแต่งตัวสวย ๆ เที่ยวห้าง มีเงินเดือนกินทุก ๆ เดือน ไปทำสวนมือพอง ราคาก้ไม่ดี ไม่คุ้มต้นทุนที่ลงไป”

    ได้ฟังแบบนี้แล้วทำให้คิดถึงนโยบายของรัฐบาล หากช่วยเหลือเกษตรกรให้มีผลผลิตได้ราคาดี เด็ก ๆ ก็คงสำนึกรักบ้านเกิด ไม่มากระจุกตัวที่กทม.

  20.   supanika on October 2, 2008 8:10 am

    ดินเอ๋ยดินจ๋า ข้าขอลาก่อน
    จะหนาวจะร้อนก็รักถิ่นนี้

    หากสมดังหวังเมื่อไหร่ แม้ไปได้ดี
    จะกลับถิ่นนี้มาซบจูบดิน

    สำนึกรักบ้านเกิด
    สำนึกมากๆ ตอนมาอยู่เสียไกลนี่แหละค่ะ คิดถึงบ้านจัง

    ภูมิใจที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย
    ภูมิใจที่มีในหลวงเป็นพระมหากษัตริย์
    ภูมิใจที่เป็นคนไทย
    และต่อไปก็จะภูมิใจ….
    ที่มีผืนแผ่นดินไทยกลบหน้า

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

    Replace me with a text widget (Sidebar 2 under 'Presentation') and tell the world about yourself!

    Blogroll
    Admin