คนไม่รัก ทำอย่างไร ก็ไม่รัก

IMG_2426

 

‘ถึงไทรโยค ไม่มีไทร ที่ไหนโยค

หรือไทรโศก โยกไปซบ หลบอยู่ไหน

เห็นแต่สัก อักโข โตเต็มไพร

ไม่มีไทร สักต้น จนใจจริง

เขาเล่าว่า เจ้าสัก หลงรักไทร

เข้ารุกไล่ ปลุกปล้ำ ทำสุงสิง

ไทรวิโยค โศกทรุด สุดประวิง

ทอดต้นกลิ้ง ลงน้ำ เสียงครามโครม

ตัดใจพราก จากผา ที่อาศัย

ขอฝากไว้ แต่ชื่อ บันลือโฉม

ว่าไทรโยค น้ำตกผา ซ่าๆ โครม

งามพอโน้ม จิตให้ คลายอาวรณ์…’

 

บทกลอนข้างต้น ถ้าใครเคยไปเที่ยวน้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คงพอจะได้อ่านผ่านตามาบ้างกระมัง

ผมไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ประพันธ์กลอนบทนี้ แต่ครั้งแรกที่ได้อ่านเพียงแค่บาทเริ่มก็อดที่จะเหลียวมองไปรอบๆ บริเวณมิได้ แล้วก็เห็นจริงตามนั้นคือ ‘ไม่มีไทรที่ไหนโยค’ เพราะต้นไม้ที่เห็นโดยรอบอุทยานฯ จะเป็นต้นสักที่ยืนต้นทอดร่มเงาเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนร่มไทรผมคะเนด้วยสายตาแล้วยังไม่เห็นมีซักต้น…นั่นทำให้ผมรู้สึกว่าผู้ประพันธ์กลอนบทนี้ช่างสังเกต และนอกจากช่างสังเกตแล้ว ท่านยังเป็นผู้มีอารมณ์ขันอีกด้วย

ที่ว่าผู้ประพันธ์มีอารมณ์ขันก็คือ ท่านสามารถหยิบเอาข้อสังเกตมาสร้างเป็นเรื่องราวผ่านบทกลอนได้อย่างชวนหัว เป็นเรื่องของต้นไทรที่ยอมทอดต้นลงน้ำทิ้งผาที่อาศัย เพื่อหนี ‘ต้นสัก’ ที่มาทำเจ้าชู้กรุ้มกริ่มหมายจะปลุกปล้ำ

‘คนมันไม่รัก ต่อให้ข่มขืนใจอย่างไร มันก็ไม่รัก’ ถ้าเปรียบไทรเป็นคน เธอก็คงคิดแบบนี้…สู้หนีหรือไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า…ว่างั้น !!

พูดถึงเรื่อง ‘คนไม่รักทำอย่างไรก็ไม่รัก’ นี้  เคยมีแซวถามผมเกี่ยวกับเรื่องการเมืองว่า ถ้าสังคมไม่ตีแผ่เรื่องราวการทุจริตชนิดโกงระดับชาติของทักษิณ ผมจะเกลียดผู้ชายคนนี้ไหม ?

ผมตอบไปตามจริงว่า ถ้าผมไม่รู้พฤติกรรมของทักษิณ ผมก็คงจะไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์อะไรเขา แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่ชอบผู้ชายหน้าเหลี่ยมคนนี้อยู่ดี เพราะถ้าผมชอบเขา ตอนที่พรรคไทยรักไทยได้คะแนนเสียงเสียงถล่มทลายเมื่อปี 44 จากคนที่เบื่อพรรคการเมืองเก่าๆ ผมคงมอบอีกหนึ่งคะแนนเสียงให้เขาไปแล้ว…แต่โชคดีที่เสียงของผมตกเป็นของ ‘อำนวย วีรวรรณ’ ซึ่งตอนนั้นตั้งพรรคอะไรขึ้นมาหาเสียงผมก็ออกจะลืมๆ ไปแล้ว (แบบว่าเบื่อพรรคการเมืองเก่าๆ เหมือนกันแต่ไม่เอาทักษิณ)

สรุปก็คือ สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าทักษิณจะดีเด่นเป็นใครมาจากไหน คนมันไม่รัก ต่อให้มาปลุกปล้ำความคิดอย่างไร มันก็ไม่รัก

แต่ก็นั่นแหละ, มีหลายคนเกลียดทักษิณเพราะนอกจากจะรู้ว่าเขามีพฤติกรรมทางการเมืองที่ไม่ดีแล้ว ยังเจ็บใจที่ตอนนั้นดันไปเทคะแนนเสียงให้คนเหลี่ยมทั้งหน้าเหลี่ยมทั้งเล่ห์คนนี้ให้ได้มาเป็นนายกฯ  อยู่ตั้งหลายปี

เอ, ว่าแต่ผมคุยเรื่องไทรโยคอยู่ไม่ใช่รึ ?

จากกระดูกเป็ดถึงฮอตด็อก !!~

ตอนเด็กๆ เวลาพ่อซื้อเป็ดพะโล้หรือเป็ดย่างมา ผมเห็นพ่อชอบเลือกเอากระดูกเป็ดที่มีเนื้อติดอยู่เล็กน้อยไปแทะกินกับข้าวอยู่บ่อยๆ ซึ่งทำให้ผมที่นั่งกินข้าวกับเนื้อเป็ดล้วนๆ ลอบมองด้วยความสงสัยว่า ไอ้กระดูกเป็ดที่พ่อชอบนั้น มันอร่อยตรงไหน ?

หลายวันก่อน คุณภรรยาซื้อฮอตด็อกไว้ให้ผมอันหนึ่ง ขณะกำลังจะกิน พลันสายตาของผมก็สบเข้ากับสายตาของลูกสาววัยเจ็ดขวบที่นั่งส่งยิ้มหวานมาให้อย่างมีความหมาย ผมในฐานะพ่อผู้ไม่เพิกเฉยจึงออกปากถามเธอว่า หนูจะกินกับพ่อไหม? เธอพยักหงึกหงักส่งเสียงใส

“กินค่ะ…แต่หนูขอกินไส้กรอกที่อยู่ข้างในนะคะ”

ผมมองหน้าเธอและมองเจ้าฮอตด็อกในมือสลับกัน ก่อนจะแบะขนมปังแท่งยาวที่ประกบกันไว้ออก หยิบไส้กรอกที่อยู่ตรงกลางส่งให้ลูกสาวสุดที่รัก แล้วเราสองพ่อลูกก็ก้มหน้าก้มตากินฮอตด็อกในส่วนของตัวเองอย่างมีความสุข

ลูกกินไส้กรอก…ส่วนผมกินขนมปัง…ความรักทำให้พ่อแม่กินอะไรก็ได้ เพื่อให้ลูกได้กินในสิ่งที่เขาชอบ

ตอนนี้ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อของผมในเวลานั้น ถึงกินกระดูกเป็ดอย่างเอร็ดอร่อย !!~

hotdog

 

ป.ล. ผมประเดิมบล็อกแรกของ MBlog เวอร์ชั่นใหม่ หลังจากที่ทิ้งร้างไว้นานมาก ด้วยเรื่องที่โพสต์เอาไว้ในเฟซบุ๊คเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อทดสอบการใช้งานและสร้างความคุ้นเคยอีกครั้งหนึ่ง

Posted in Uncategorized | 1 Reply