Blog completefeeling

พระจันทร์รำพึง….พระจันทร์ไกลไหม..จะไปพระจันทร์

ถนนของฉัน

August31

ไม่เป็นไรถูกใช้ในการแก้ตัวเมื่อเราทำเรื่องน่าละอายที่แม้แต่ตัวเราก็รับมันไม่ได้

ไม่เป็นไรถูกเก็บไว้ใต้ฝ่าเท้า

ที่เปื้อนคราบน้ำลายของเรา

ยามหมิ่นค่าคนที่กระทำการอันไม่เห็นพ้องต่อเรา

ไม่เป็นไร มีไว้เพื่อ การเข้าข้างตนเอง

ไม่เป็นไร มีไว้เพื่อปลอบประโลมใครสักคนในวันท้อแท้

ไม่เป็นไร คำที่ฉันมักบอกต่อตนเอง

ในยามที่ความเหงามาเคาะประตู

ไม่เป็นไร ถูกใช้พร่ำเพื่อจนฉันเริ่มไม่เชื่อตนเอง

และหวังพึ่งพาใครสักคน

ให้ใช้ คำว่า ไม่เป็นไร ต่อฉัน

ในยามที่ฉันอ่อนแอ…

แต่เหมือน…มันเป็นเพียงความฝัน…

และความหวังอันลางเลือน…

.

 

ไม่เป็นไรถูกใช้ในการแก้ตัวเมื่อเราทำเรื่องน่าละอายที่แม้แต่ตัวเราก็รับมันไม่ได้

ไม่เป็นไรถูกเก็บไว้ใต้ฝ่าเท้า

ที่เปื้อนคราบน้ำลายของเรา

ยามหมิ่นค่าคนที่กระทำการอันไม่เห็นพ้องต่อเรา

ไม่เป็นไร มีไว้เพื่อ การเข้าข้างตนเอง

ไม่เป็นไร มีไว้เพื่อปลอบประโลมใครสักคนในวันท้อแท้

ไม่เป็นไร คำที่ฉันมักบอกต่อตนเอง

ในยามที่ความเหงามาเคาะประตู

ไม่เป็นไร ถูกใช้พร่ำเพื่อจนฉันเริ่มไม่เชื่อตนเอง

และหวังพึ่งพาใครสักคน

ให้ใช้ คำว่า ไม่เป็นไร ต่อฉัน

ในยามที่ฉันอ่อนแอ…

แต่เหมือน…มันเป็นเพียงความฝัน…

และความหวังอันลางเลือน…

 

.

.

.

.

.

.

 

 

.

 

เส้นทางของฉัน เหมือนหนูที่วิ่งอยู่ในกงล้อ

เหน็ดเหนื่อย และไม่ได้ไปไหน

ฉันวิ่งสุดตัว อย่างหนู่โง่ๆที่ไม่มีอะไรจะทำ

ละโมบ หิวโหยและเกียจครั้าน

เมื่อครั้งที่ฉันเป็นเด็กเล็กๆฉันเฝ้ามองเส้นทางของมดพลางสงสัยว่า…เส้นทางของมันไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการเฝ้ามองมัน

แล้วแม่ก็บอกว่าฉันควรเอาเวลาไปช่วยแม่กวาดบ้านแล้วเอายามาฉีดรังมดเสียดีกว่า

ไม่เป็นไร…ลืมความตั้งใจนั้นเถอะ…

แล้วทำอย่างที่แม่บอก…ทำอย่างที่คนเขายอมรับกัน…

พอโตขึ้นหน่อยฉันได้เห็นน้ำในลำธารจากน้ำตก

ทำให้ฉันวาดๆๆๆๆเส้นทางของน้ำและฉันฝันวาดว่าโตขึ้นจะได้เป็นจิตรกร

แต่พ่อบอกว่าฉันวาดรูปได้แย่มาก ควรเอาเวลาไปตั้งใจเรียนดีกว่า

ไม่เป็นไร…ลืมความตั้งใจนั้นเถอะ…

แล้วทำตามที่พ่อบอก…ทำอย่างที่คนเขายอมรับกัน…

พอโตขึ้นหน่อย ฉันเริ่มรู้สึกว่าอยากเดินทาง และฉันรู้จักถนนจริงๆจากคนรักคนแรก

เมื่อเขาพาฉันเดินทางด้วยการหัดให้ฉันขี่รถจักรยานยนต์

.

.

ในตอนนั้นฉันเฝ้าวาดหวังไม่อยากให้ถนนนั้นสิ้นสุดลง

แต่ชีวิตจริงและความฝันนั้นต่างกัน

ช่วงวันที่ถนนความจริงและความฝันขนานกันจึงจบลง

เขาเดินจากไป…

ฉันบอกตัวเองว่า…ไม่เป็นไร…ลืมมันซะเถอะ

แล้วใช้ชีวิต…อย่างคนทั่วไปต่อไป…

.

ฉันเลือกเดินบนถนนชีวิตเส้นหนึ่ง

วันแล้ววันเล่า

ฉันอยู่ในถนนเส้นเก่าๆและเดินวกไปวนมา

ช้าบ้างเร็วบ้างราวกับหนูถีบจักร

ด้วยความขลาดกลัว หรือเพราะจริงๆ ฉันหยาบกระด้างเกินกว่าจะสนใจใครนอกเสียจากตัวเราเอง

.

.

.


ฉันเชื่อมั่นว่า สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดก็คือไม่ควรจะเปลี่ยนแปลงอะไร

โดยเฉพาะเส้นทางถนนที่คุ้นชิน

ฉันจึงย่ำเดินอยู่เพียงถนนเส้นเก่า

ฉันหลงลืมไปว่า ถนนที่ฉันเดินอยู่ทุกวัน

หน้าที่ของมัน ไม่ได้มีเพียงนำฉันไปสู่ใครๆ หรือย่ำอยู่ตามที่ๆฉันปรารถนาเท่านั้น

หากแต่หน้าที่อีกอย่างของมันคือ นำคนบางคนเข้ามาสู่ชีวิตด้วยเช่นกัน

.

.

.

.

 

วันหนึ่ง

ถนนของฉันจึงนำพาใครบางคนเข้ามา

แรกเริ่ม…

ฉันไม่ได้แปลกใจอะไรนัก

มีคนผ่านมาผ่านไปมากมาย…

เพราะทุกคนล้วนย่อมเดินทางเข้ามาและจากไป…

เวลาผ่านไป…ฉันหลงลืมที่จะสังเกตว่า

ฉันไม่ได้เป็นเช่นหนูถีบจักรอีกแล้ว

สองข้างทางดูสวยงาม

เมื่อเขาเดินข้างๆ

ฉันเริ่มเดินช้าลงอย่างมั่นคง…สม่ำเสมอ

ใส่ใจในรายละเอียดบางอย่าง

และรู้สึกเป็นสุข

เส้นทางของฉัน…ช่างสวยงาม

จนฉันหลงลืมนึกถึงจุดหมาย

ไม่เป็นไร…เดินช้าหน่อยก็ได้…

ลืมเรื่องจุดหมายสักครู่…คงไม่เป็นไร…

ในเมื่อความสุขระหว่างทางช่างรื่นรมย์…

.

.

.

.

.

ชีวิต…

ยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อวันนึง

ความสุขไปเที่ยวเล่น

และเขาออกเดินทางในเส้นทางของเขา

ฉันทำได้เพียง

หยุดเดินตรงทางแยกนั้น

เฝ้าร้องไห้

เส้นทางที่คุ้นชิน

ดูน่ากลัวและฉันหวาดระแวงเกินกว่าจะไปต่อ

ฉันยังเฝ้ารอตรงทางแยกนั้น

อย่างหวังว่า

เขาจะกลับมาและพาฉันร่วมเดินทางอีกครั้ง

หวังว่า…เขาจะกลับมา…

จับมืออย่างปลอบประโลม

และเอ่ยว่า”ไม่เป็นไร”



.


การรอคอยของฉันหยั่งรากลึก

เติบโตเป็นต้นไม้แห่งความสิ้นหวังออกดอกผลเป็นน้ำตา

วันแล้ววันเล่า

จนกระทั่งคืนหนึ่ง

พายุชีวิตพัดโหมกระหน่ำ

และฉันมิอาจเสียใจได้อีกต่อไป

แม้ว่าจะบอบช้ำเพียงใด

แต่ความขลาดกลัวร้องบอกต่อฉันว่า

ฉันควรจะกลับไปเดินในเส้นทางเดินของตน

ทันทีที่ฉันตัดสินใจหันหลังกลับ

ต้นไม้ตรงทางแยกนั้น

ทิ้งตัวโค่นลง

ต้นความทรงจำผุดขึ้นมาแทน

ฉันไม่ได้กลับไปมองมันแม้แต่น้อย

ด้วยกลัวหัวใจตนเอง



.


ฉันกลับมาเดินในเส้นทางเดิมๆ

และใช้ชีวิตที่หยาบกระด้าง

เฝ้าบอกตัวเองเพียงแผ่วเบา

ว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

และย่ำเดินอย่างไร้จุดหมายราวกับหนูถีบจักรไปวันๆ

อย่าถามถึงความหลัง

เพราะฉันจำมันไม่ได้

และฉันพึงพอใจต่อการมีชีวิตและสมองเท่าหนูถีบจักร

ไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร…

สมองของฉัน…อ่อนล้า…

จนบางที…ฉันก็จำไม่ได้…

ว่าฉันเดินมาจากไหน…และจะไปไหน…

ไม่เป็นไร…ไม่เป็นไร…

 

 

ช่วงนี้

เป็นช่วงสอบค่ะ

ต้องโหมอย่างหนัก

ขอโทษที่ไม่มีเวลาไปเยี่ยมตามบล็อก…

ยังไงเมื่อมรสุมผ่านไปจะแวะเวียนไปเยี่ยมค่ะ

เอนทรีแนะนำ

บุหลันบินหลา…สู่เบตง

http://www.oknation.net/blog/spellmoon/2009/08/28/entry-1/comment#post

by posted under Uncategorized | 4 Comments »    
4 Comments to

“ถนนของฉัน”

  1. September 1st, 2009 at 11:37 am       lady007 Says:

    Good luck in your exams… na ja :)


  2. August 31st, 2009 at 11:17 pm       xanax71 Says:

    ชอบทั้งภาพและข้อความค่ะ
    ..

    The show must go on….Keep walking
    (แต่ไม่จำเป็นต้องดื่มจอห์นนี่ วอล์กเกอร์นะคะ อิอิ)

    สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้


  3. August 31st, 2009 at 9:13 pm       athenaz Says:

    ทบทวนความรู้สึกได้แม่นยำ..
    เวลาพาเรามาเจอสิ่งนี้เสมอนะคะ

    ก้าวเดินไปด้วยกำลังใจและพลังความหวังในสิ่งทีดีกว่าตามเส้นทางสายเดิมก็ได้นะคะ

    ชอบกลอนเปล่าเรื่องนี้มากค่ะ..


  4. August 31st, 2009 at 8:44 pm       sazzie Says:

    เป็นกำลังใจให้ เทคแคร์ค่ะ :)


You must be logged in to post a comment.