….รามเกียรติ์…ตอนจบ…โดย..คัมภีร์ราม…

October14

.

    หนุมานกับองคตมาถึงอาศรมพระฤๅษีก็แกล้งมารยาร้องห่มร้องไห้เกาะแข้งเกาะขาพระฤๅษีโคตรบุตร   รำพันรำพึงว่าทำความดีไม่เห็นใจถูกพระรามขับไล่ไสส่งมา  ตนเองอยากเข้ารับใช้ทศกัณฐ์แต่ติดที่กาลก่อนเคยทำไม่ดีไว้มาก

     ฝ่ายพระฤๅษีไม่ร่วงรู้ความเป็นไป   จึงนึกสงสารเลยอาสาพาหนุมานและองคตไปเฝ้าทศกัณฐ์    หนุมานก็ออกอุบายอีก  โดยบอกว่าพระฤๅษีไม่น่าพกพากล่องดวงใจเข้าเฝ้า   เดี๋ยวดวงใจกระโจนกลับเข้าร่างเดิมแล้วจะยุ่ง   พระฤๅษีเห็นดีด้วย   หนุมานจึงแนะให้ฝากกล่องดวงใจไว้กับองคต


    แล้วพระฤๅษีโคตรบุตรก็พาหนุมานเข้าเฝ้า…พอใกล้ประตูเมืองเห็นมียักษ์มากมาย    หนุมานจึงออกอุบายอีก   กลัวว่าทหารลาดตระเวนจะไปเจอองคตแล้วจะต่อสู้กัน  ขอกลับไปบอกข่าวก่อน…ฤๅษีชักรำคาญแต่ก็เออออให้หนุมานไป

    เมื่อหนุมานมาถึงก็เอากล่องดวงใจไปฝากไว้กับพระสมุทรแล้วเนรมิตรกล่องดวงใจปลอมให้องคตถือไว้    แล้วจึงกลับไปหาฤๅษีโคตรบุตร

    พอทศกัณฐ์รู้ว่าหนุมานและองคตแปลพรรคก็ยินดีและดีใจมาก   แต่นางสีดาไม่ไว้ใจ   หนุมานจึงอาสาออกรบ

     หนุมานจัดทัพออกมารบกับพระลักษมณ์  พลางยักคิ้วหลิ่วตาบอกเป็นนัยแต่พระลักษมณ์ไม่รู้ความจึงโกรธเกรี้ยวแล้วหนุมานก็ยกทัพกลับ

     หนุมานได้รับความไว้วางใจจากทศกัณฐ์มากจนถึงกับยกนางสุวรรณกันยุมาเมียอินทรชิตให้   ฝ่ายพระลักษมณ์ไม่รู้ความเรื่องหนุมาน   พระรามเห็นไม่ได้การเมื่อรุ่งขึ้นจึงคุมทัพออกไปรบเอง

    หนุมานก็คุมทัพมากับทศกัณฐ์แล้วออกอุบายจะไปลอบจับตัวพระรามกับพระลักษมณ์มาให้ทศกัณฐ์ฆ่าทศกัณฐ์ก็เชื่อ……แล้วหนุมานก็แอบเหาะออกไปเอากล่องดวงใจไปถวายพระรามก่อนถวายก็มาเยาะเย้ยทศกัณฐ์อีก

   พอทศกัณฐ์รู้ว่าเสียท่าหนุมานก็โกรธเกรี้ยวเป็นฟืนไฟ    หน้าซีดปากสั่นเห็นทีคราวนี้กลับต้องตายแน่ ๆ
จึงตัดพ้อต่อว่าหนุมานเป็นการใหญ่    แล้วจึงยกทัพกลับกรุงลงกาด้วยความกลัดกลุ้ม…..พอถึงเมืองจึงสั่งเสียเมียรักและนางสนมกำนัล     ต่างร้องไห้คร่ำครวญเป็นที่น่าเวทนายิ่ง

     รุ่งขึ้น….ด้วยขัติยะมานะ   ทศกัณฐ์จึงจัดทัพออกรบแม้รู้ว่าตัวจะต้องตายก็ตาม….อวสานของทศกัณฐ์ก็มาถึง…..เมื่อพระรามแผลงศรไปต้องอกทศกัณฐ์ตกจากราชรถ..หนุมานก็ขยี้กล่องดวงใจจนแหลกราญ…..ทศกัณฐ์ก็สิ้น  

     ฝ่ายพิเภกกลับเข้ากรุงลงกา   ได้รับสถาปนาให้ผ่านเมืองจึงจัดพิธีศพทศกัณฐ์อย่างสมพระเกียรติจากนั้นจึงทูลเชิญนางสีดาเข้าเฝ้าพระราม….ฝ่ายนางสีดากลัวว่าพระรามจะแคลงพระทัยเนื่องจากมาอยู่เมืองยักษ์นานจึงขอทำพิธีลุยไฟเพื่อแสดงความบริสุทธิ์

    แล้วนางก็อันเชิญเทพเทวาทั้งหลายมาเป็นพยาน  เมื่อบอกกล่าวเสร็จเรียบร้อยนางก็เดินเข้ากองไฟ….เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่ไฟไม่ไหม้นางเลยแม้แต่ปลายเส้นเกศา   พระรามดีพระทัยยิ่งจึงเสด็จรับขวัญนางขึ้นมาบนพลับพลา

     กล่าวฝ่าย..อัศกรรณ..พอรู้ข่าวว่าทศคีรีวรรณกับทศคีรีธรสองโอรสตายก็โกรธเกรี้ยวเป็นที่สุดจึงสั่งทหารยกทัพไปนครลงกา

    พระรามก็มีคำสั่งให้สุครีพจัดทัพ….ทัพทั้งสองประจัญหน้ากันแล้วเข้าตะลุมบอน…พลลิงพลยักษ์ตายเกลื่อนกราด   พระรามแผลงศรไปต้องท้าวอัศกรรณจนตัวขาดสองท่อนแต่ท้าวอัศกรรณกลับฟื้นแล้วกลายเป็นสองร่าง  พระรามก็แผลงศรไปอีกท้าวอัศกรรณก็ฟื้นคืนร่างเป็นสี่…ยิ่งตายก็ยิ่งฟื้นคืนร่างเป็นทวีคูณพระรามจึงตรัสถามภิเภก

      ภิเภกทูลว่า…อัศกรรณได้พรจากพระอิศวรแม้ตายก็จะกลับฟื้นขึ้นเป็นทวีคูณ  วิธีแก้ก็คือฆ่าแล้วกวาดเอาร่างกายทิ้งลงแม่น้ำ…อัศกรรณก็จะสิ้น…พระรามได้สดับเช่นนั้นก็แผลงศรไปต้องอัศกรรณจนตัวขาดแล้วกวาดลงแม่น้ำ…อัศกรรณก็สิ้น

    กล่าวถึง…บรรลัยกัลป์…บุตรของทศกัณฐ์เกิดกับนางอัคคีโดยมี..พระกาฬนาค..รับไปชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่   บรรลัยกัลป์กลับมาเข้าเฝ้าพอทราบข่าวทศกัณฐ์ตายจึงโกรธแค้นมากรับศรขอของบิดาแล้วรีบตามไปแก้แค้นพระรามซึ่งกำลังเดินทัพกลับกรุงศรีอยุธยา    บรรลัยกัลป์เร่งเดินทางจนเกิดเสียงอึกทึกอื้ออึง    พระรามจึงถามภิเภก

    ภิเภกทูลว่าเป็นบรรลัยกัลป์บุตรของทศกัณฐ์ตามมาแก้แค้น    พระรามจึงสั่งให้หนุมานออกไปรับมือ

    หนุมานเหาะกลับไปแล้วแปลงกายเป็นควายป่าติดหล่มอยู่….ฝ่ายบรรลัยกัลป์พอผ่านมาก็ร้องถามว่าเห็นมนุษย์ผ่านมาหรือไม่    ควายแปลงก็ร้องตอบว่าให้ช่วยขึ้นจากหล่มก่อนแล้วจะบอกบรรลัยกัลป์จึงเข้าช่วยจนขึ้นจากหล่ม   หนุมานมีจิตเมตาตาจึงร้องบอกว่าพระรามนั้นคือพระนารายณ์อวตาน..อย่าไปคิดสู้   บรรลัยกัลป์ไม่เชื่อและยังใช้คันศรไล่ตีควายแปลงเป็นการใหญ่   ควายแปลงจึงวิ่งหนีไปแล้วกลายร่างเป็นหนุมานตามเดิมดักรออยู่    พอบรรลัยกัลป์ตามทันก็ต่อสู้กัน  หนุมานฆ่าบรรลัยกัลป์ตายแล้วตัดหัวไปถวายพระราม

    พระรามเดินทางต่อมาถึงแม่น้ำสะโตงที่อยู่ของพรานกุขัน    แล้วใช้ให้หนุมานและพรานกุขันรีบไปส่งข่าวถึงการเสด็จกลับ

    ฝ่ายพระพรตและพระสัตรุตเฝ้าคอยพระรามนานถึงสิบสี่ปี   วันนี้เป็นวันครบกำหนดแต่ยังไม่เห็นพระรามเสด็จกลับจึงเตรียมก่อกองไฟเพื่อฆ่าตัวตายตามคำสัตย์ที่ให้ไว้   พอดีกับหนุมานและพรานกุขันมาถึงและเข้ามาห้ามปรามได้ทันท่วงที….แล้วพระรามก็เสด็จเข้ากรุงศรีอยุธยา

    จากนั้นพระรามก็ปูนบำเหน็จให้ทหารหาญอย่างทั่วหน้า….หนุมานเห็นว่าตนไม่สมควรได้ครองกรุงศรีอยุธยาครึ่งหนึ่งจึงเข้ากราบทูล  พระรามไม่ขัดข้องจึงแผลงศรออกไปตกที่ใดก็จะสร้างเมืองให้ใหม่แล้วตั้งชื่อว่า..เมืองนพบุรี..

     กล่าวฝ่าย…มหาบาล…เป็นเพื่อนของทศกัณฐ์พอรู้ข่าวเพื่อนตายก็ยกทัพมาประชิดเมืองลงกา     พระรามทราบข่าวจึงให้..พระยาอนุชิต( หนุมาน
).. ยกทัพไปช่วย


     หนุมานยกทัพมาถึง    ภิเภกก็ดีใจมาก   แล้วทัพทั้งสองก็เข้าตะลุมบอน    หนุมานจับท้าวมหาบาลฉีกแขนฉีกขาแต่ท้าวมหาบาลกลับฟื้นขึ้นมาอีก….พิเภกจึงร้องบอกว่าให้ขยี้ดวงใจท้าวมหาบาลจึงจะตาย….แล้วหนุมานก็ขยี้ทำลายดวงใจท้าวมหาบาลก็สิ้น

     กล่าวถึงนางมณโฑ….นางมีท้องอ่อน ๆ
กับทศกัณฐ์ก่อนที่จะสิ้นแต่พิเภกไม่รู้  พอคลอดออกมา

ก็รักเหมือนแก้วตาดวงใจตั้งชื่อให้ว่า…ไพรนาสุริยวงศ์…แล้วให้..นางวรณีสูญเป็นพี่เลี้ยง

  ฝ่ายนางเบญกายเมื่อได้กับหนุมานก็เกิดลูกชื่อ..อสูรผัด..ทั้งไพรนาสุริยวงศ์และอสุรผัดต่างเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เล็กแต่น้อย        

   ส่วนทางหนุมานเกิดเบื่อหน่ายในการครองเมืองจึงกราบลาพระรามออกบวชถือศีลในป่า

   นางวรณีสูญพี่เลี้ยงยังมีจิตคิดถึงทศกัญฐ์เจ้านายเก่าอยู่เสมอ  เห็นไพรนาสุริยวงศ์หลงคิดว่าพิเภกเป็นพ่อจึงแอบเล่าความจริงให้ฟัง    ไพรนาสุริยวงศ์ได้ฟังก็โกรธแค้นจึงคิดหาวิธีแก้แค้นโดยออกอุบายไปกรุงมลิวรรณเพื่อเฝ้าท้าวจักรรดิวรรดิ์สหายเก่าของพ่อ

    ท้าวจักรรดิวรรดิ์พอได้ฟังก็โกรธเกรี้ยวสั่งให้จัดทัพ  ส่วนไพรนาสุริยวงศ์กับนางวรณีสูญก็ขอตัวกลับกรุงลงกาก่อนเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย 

     ท้าวจักรรดิวรรดิ์ยกทัพมาถึงกรุงลงกา    ฝ่ายพิเภกก็จัดทัพออกรบแต่สู้ไม่ได้และถูกจับกุมคุมขังท้าวจักรรดิวรรดิ์จึงสถาปนาไพนาสุริยวงศ์ขึ้นครองกรุงลงกา…นามทศพิน..

    อสุรผัดเกิดความคับแค้นใจที่เห็นพิเภกถูกจับกุม   จึงออกไปตามหาหนุมานผู้พ่อที่บวชอยู่บนเขาใหญ่   อสุรผัดเหาะไปถึงอาศรมก็เข้าไปกราบกรานแล้วเล่าเรื่องให้ฟัง
….หนุมานพอรู้ว่าอสุรผัดเป็นลูกก็ดีใจมากแล้วจึงพาเข้าเฝ้าพระรามเล่าความต่าง ๆ
ให้ฟัง

    พระรามจึงสั่งให้พระพรตและพระสัตรุดจัดทัพออกรบ…นิลพัทก็อาสาร่วมรบ….ทัพของพระพรตและพระสัตรุดก็ออกเดินทางไปกรุงลงกา

    รุ่งขึ้น…ทศพินก็จัดทัพออกรบกับทัพของอสุรผัด…ทศพินสั่งให้ทหารเข้าต่อสู้แต่ทหารเกรงกลัวจึงพากันหนีเข้าป่าไปหมด  ทศพินโกรธกริ้วเป็นอันมากจึงตรงเข้าต่อสู้…อสุรผัดจึงตีด้วยศรจนทศพินตกจากราชรถ

    ฝ่ายยามมลิวันกันยุเวกบุตรของอินทรชิตคอยทีอยู่แล้วจึงรีบเข้าไปจับทศพินและนางวรนีสูญมัดแล้วพาไปถวายพระพรตทันที

    พระพรตสั่งให้ไปถอดพิเภกออกจากที่คุมขังแล้วให้ประหารทศพินกับนางวรนีสูญเอาหัวเสียบประจาน…..ฝ่ายนางมณโฑพอรู้ว่าลูกรักตายก็เศร้าเสียใจเป็นอันมาก

     หลังจากสังหารทศพินแล้ว    ทัพของพระพรตก็ยกไปเมืองมลิวรรณ   ทำลายด่านไฟกรดจนพินาศ

     ท้าวจักรรดิวรรดิ์จึงส่งแม่ทัพออกรบแต่ก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น…..ท้าวจักรรดิวรรดิ์จึงส่ง..สุริยภพ..โอรสออกรบ…สุริยภพมีหอกเมฆพัทเป็นอาวุธ  

     พระพรตสั่งให้พระสัตรุดออกรบ….พระสัตรุดพลาดท่าถูกหอกเมฆพัทล้มลง   ภิเภกทูลว่าต้องไปเอาจันทร์แดง   มูลโคอศุภราชครกและหินบดยาที่เมืองบาดาล…นิลพัทก็รับอาสาไปเอายา…พอได้มาครบก็ก็บดและพอกตัวยาลงไปพระพรตก็ฟื้น

    รุ่งขึ้นสุริยภพก็ยกทัพออกมาคราวนี้พระพรตออกทัพเองแล้วสังหารสุริยภพจนสิ้น….พอท้าวจักรรดิวรรดิ์รู้ข่าวโอรสตายก็เศร้าเสียใจเป็นอันมาก    แล้วจึงมีสาสน์ไปถึง..บรรลัยจักร..ลูกอีกคน…บรรลัยจักรขอไปชุบศรก่อนโดยให้..กระบิลมาร..ออกรบขัดตาทัพ

    พิเภกทูลว่าควรให้องคตกับอสูรผัดไปทำลายพิธีชุบศรของบรรลัยจักรส่วนกระบิลมารให้นิลพัทไปจัดการ

    กระบิลมารถูกสังหารบรรลัยจักรชุบศรไม่สำเร็จ…รุ่งขึ้นจึงจัดทัพออกรบ…..แล้วบรรลัยจักรก็ตายใต้ศรของพระพรตและพระสัตรุด….ท้าวจักรรดิวรรดิ์เสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ลูกทั้งสองต้องตายลงรุ่งขึ้นตนเองจึงจัดทัพออกรบแต่ก็ถูกศรของพระพรตเจียนตายจึงยกพลกลับเมือง

    ฝ่าย..นนยุพักตร..น้องอีกคนของบรรลัยจักรไปทรมานตนเพื่อขออาวุธจากพระอิศวรแต่ไม่สำเร็จจึงเดินทางกลับพอรู้ข่าวจึงอาสาออกรบแต่ก็ต้องตายลงอีก

    ท้าวจักรรดิวรรดิ์เสียใจมากเมื่อลูกทั้งสามตายลงจึงมีสาสน์ส่งไปถึง…ท้าวไวยตาล..สหายให้มาร่วมรบ     ท้าวไวยตาลยกทัพมาช่วยรบ   การรบเป็นไปอย่างดุเดือด  ท้าวไวยตาลพลาดถูกศรจนแทบสิ้นจึงหนีไปทำพิธีชุบกระบองให้มีฤทธิ์แล้วให้..เพตรา..มาขัดตาทัพ  เพตราก็ถูกสังหารจนสิ้นฝ่ายท้าวไวยตาลก็ถูกนิลพัทเข้าทำลายพิธีและฆ่าท้าวไวยตาลตาย

     ท้าวจักรรดิวรรดิ์พอรู้ข่าวว่าเพื่อนรักตายก็ตกใจมาก    รุ่งขึ้นจึงจัดทัพออกรบ….แล้ววันนี้ก็เป็นวันชะตาขาดเมื่อท้าวจักรรดิวรรดิ์ถูกศรของพระพรต    

    เมื่อการรบเสร็จสิ้น…ทัพของพระพรตและพระสัตรุดก็กลับเมืองศรีอยุธยา

     ฝ่ายไวยวิกและมัจฉานุครองเมืองบาดาลคนละครึ่ง   คิดถึงพระรามเป็นอันมากจึงประชุมไพร่พลเพื่อไปเข้าเฝ้า……ฝ่ายท้าวมหาชมพูก็พาไพร่พลมาเข้าเฝ้าเหมือนกัน  ทัพทั้งสองประจัญหน้ากันต่างก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นศัตรู   หนุมานจึงเข้าไกล่เกลี่ยพอรู้ความการรบจึงไม่เกิด

     พระรามเห็นมัจฉานุมีหางดูขัดตาจึงมีบัญชาจะตัดหาง   หนุมานและมัจฉานุดีใจมาก..พระรามจึงใช้พระขรรค์ตัดหางปลานั้นออก

     อยู่มาไม่นานเมื่อนางสีดาตั้งครรภ์ได้อ่อน ๆ
พระรามออกประพาสป่า   ส่วนนางก็อยู่แต่ในปราสาท…กล่าวถึงนางอาดูลยักษีเป็นปีศาจอยู่ใต้ดินเผ่าพงศ์เดียวกับทศกัณฐ์   นางปีศาจจะแก้แค้นให้พระรามกับนางสีดาแตกกัน   จึงแปลงกายเป็นนางกำนัลแล้วออกอุบายให้นางสีดาเขียนรูปทศกัณฐ์ให้ดู…นางสีดาหลงกลวาดรูปทศกัณฐ์   พอดีกับพระรามกลับมานางอาดูลจึงเข้าสิงในรูปภาพ….นางสีดาและนางกำนัลต่างตกใจมากจะเอาน้ำมาลบรูปอย่างไรก็ลบไม่ออกสุดท้ายจึงซ่อนไว้ใต้แท่นบรรทม

    เมื่อพระรามกลับมาเข้าที่บรรทมก็ให้รู้สึกร้อนพระทัยเหมือนมีตัวอะไรมาไต่ตามพระวรกายจึงสั่งให้พระลักษมณ์ตรวจดู

    พระลักษมณ์ตรวจดูพบรูปทศกัณฐ์ซ่อนอยู่ใต้แท่นบรรทมจึงนำไปถวายพระราม….พระรามเห็นก็โมโหโกรธาเป็นอย่างมาก    นางสีดาจึวงทูลความเป็นไปให้ฟังแต่พระรามกับไม่เชื่อหาว่านางสีดาเป็นนางกาลกินีจึงสั่งให้พระลักษมณ์นำไปฆ่าทิ้ง    พระลักษมณ์ตกใจมากจึงรีบพานางสีดาออกมา

    พระลักษมณ์พานางสีดาออกมาถึงกลางป่าแล้วร้องไห้คร่ำครวญ  นางสีดาก็ให้พระลักษมณ์ฆ่าตนเสียเพื่อทำตามคำสั่งพระราม   พระลักษมณ์ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงหักใจใช้พระขรรค์ฟันไปที่นางสีดาแล้วตนเองก็เป็นลมสิ้นสติไป

     พอฟื้นขึ้นมาพบว่านางสีดายังไม่ตาย  พระขรรค์กลับเป็นพวงมาลัยคล้องคอนางสีดาพระลักษมณ์จึงปล่อยนางสีดาไปแล้วพระลักษมณ์ก็กลับเมือง    พระลักษมณ์เดินกลับพบเนื้อทรายนอนตายจึงแหวกอกเอาหัวใจไปถวายพระรามแล้วบอกว่าเป็นหัวใจนางสีดา

     นางสีดาออกเดินไปกลางป่า   พระอินทร์จึงแปลงกายเป็นควายป่าแล้วพานางสีดาไปฝากกับ..พระฤๅษีวัชมฤค…

     นางสีดามีท้องกับพระรามพอครบกำหนดคลอด   พระอินทร์ก็ให้ชายาทั้งสี่เสด็จมาช่วยประคองแล้วนางก็คลอดกุมารผิวพรรณงามผ่องพรรณ

   วันหนึ่งนางสีดาฝากกุมารไว้กับพระฤๅษีแล้วลงไปท่าน้ำ  นางเห็นลิงเอาลูกเกาะหลังจึงร้องบอกว่าลูกจะตก   ฝ่ายนางลิงจึงบอกว่าลูกของเราอยู่กับเราจึงปลอดภัยแต่ลูกของนางฝากเขาไว้ไม่เป็นห่วงหรือ   นางสีดาได้ยินดังนั้นจึงรีบกลับไปโอบอุ้มกุมารไปด้วย

    ฝ่ายพระฤๅษีออกจากการนั้งสมาธิกลับพบว่ากุมารนั้นหายไป   เกิดความสงสารจึงทำพิธีชุบกุมารขึ้นมาอีกคน   เมื่อนางสีดากลับมาเห็นเข้าก็ดีใจมากจึงขอเอาไว้    นางก็รักเหมือนบุตรในอุทรพระฤๅษีจึงตั้งชื่อให้ผู้พี่ว่า..พระมงกุฏ..ส่วนผู้น้องชื่อ..พระลบ..

    พระฤๅษีก็สอนสั่งวิทยาการให้กุมารทั้งสอง…นางสีดาก็เล่าความเป็นมาให้ฟัง….อยู่มาวันหนึ่งกุมารทั้งสองออกไปลองศรกันในป่าเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น    ขณะนั้นพระพรตกำลังประพาสป่าอยู่พอดี   คิดว่ามีพาลแผ่นดินกำเริบจึงตรัสสั่งให้แต่งม้า..อุปการ..ผูกสารแล้วให้หนุมานสะกดรอยตาม   หากใครจับม้าอุปการขี่ให้จับเอาตัวมา

    พระมงกุฏและพระลบออกมาเที่ยวพบม้าอุปการสวยงามดีจึงจับมาขี่เล่น  หนุมานแอบซุ่มอยู่เห็นเข้าก็แปลกใจจึงเข้าไปจะจับตัวไปถวายพระพรต        พระมงกุฏเห็นดังนั้นจึงตีด้วยคันศรจนหนุมานแน่นิ่ง   พอพระพายพัดต้องกายก็ฟื้นคืนแล้วจะเข้าไปจับอีกจึงถูกพระมงกุฏจับมัดด้วยเถาวัลย์และเศกคาถาโดยให้เจ้านายของหนุมานเป็นผู้แก้มัดได้เท่านั้น    หนุมานผู้มีฤทธิ์อายแสนอายเข้าไปหาพระพรตและพระสัตรุด    แต่สองพระองค์ก็แก้เถาวัลย์ไม่ได้จำต้องไปหาพระรามให้ช่วย   พระรามก็แก้เถาวัลย์นั้นได้แล้วจึงสั่งจัดทัพออกรบ

    ฝ่ายสองกุมารเห็นทัพใหญ่ก็แปลกใจแต่ก็ไม่หวั่นเกรงจึงแผลงศรออกไปแต่ศรนั้นกลับกลายเป็นดอกไม้พวงมาลัยบูชาพระราม  พระรามก็แผลงศรออกไปแต่ศรก็กลับกลายเป็นข้าวปลาอาหารจึงนึกแปลกพระทัย

    จึงสอบถามชื่อเสียงเรียงนามแต่สองกุมารกลับย้อนถาม   พระรามจึงบอกชื่อเสียงเรียงนามของพระองค์   สองกุมารได้ยินก็ตกใจมากและรู้ว่าพระรามเป็นบิดา  พระมงกุฏจึงบอกว่าตนเองมีแม่ชื่อสีดาอยู่ป่ากับพระฤๅษี   ไม่มีพ่อ….

     พระรามได้ยินดังนั้นจึงสงสัย   พระลักษมณ์จึงเล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด  พระรามดีใจมากจึงบอกกับกุมารว่าตนเองเป็นพ่อ…แล้วให้สองกุมารพาไปพบนางสีดา

     ฝ่ายสองกุมารก็กลัวนางสีดาผู้แม่จะว่า   พระลบจึงจูงมือพระมงกุฏกลับ  พระรามจึงออกตามสองกุมารไป…..เมื่อมาถึงพระมงกุฏและพระลบจึงเล่าความให้แม่ฟัง   พระรามก็โอดครวญอยู่ที่ด้านนอก    รำพันขอคืนดีแต่นางสีดาก็ไม่ยอม    แต่ยังยอมให้โอรสทั้งสองตามเสด็จกลับเมือง

    พระรามกลับเมืองก็ร้อนรุ่มพระทัยจึงให้หนุมานไปออกอุบาย….หนุมานไปถึงอาศรมก็กล่าวว่าพระรามนั้นสิ้นแล้วขอให้นางสีดารีบเข้าวังไปเคารพศพ    นางสีดาตกใจและเสียใจมากรีบเข้าเมืองพอเห็นแท่นพระศพก็เป็นลมสลบไป….พอฟื้นขึ้นมากลับพบว่าพระรามยังไม่ตาย   รู้ว่าถูกหลอกจึงโกรธจัดอธิฐานให้ธรณีเปิดแล้วหนีไปอยู่เมืองบาดาล

    พระรามกลัดกลุ้มพระทัยมากจึงให้พิเภกตรวจดวงชะตา ..พิเภกบอกว่าพระรามต้องออกปราบอธรรมเข้าป่าอีกหนึ่งปีจึงจะหมดเคราะห์     ส่วนเรื่องนางสีดาจะมีผู้ใหญ่ช่วยเหลือ

     พระรามกับพระลักษมณ์และหนุมานจึงออกป่าอีกเป็นครั้งที่สอง   พระรามรบกับ…ตรีปักกัน..ผู้ลูกและ…ท้าวกุเวร…ผู้พ่อแล้วพระรามก็สังหารยักษ์ทั้งสอง

    พระองค์ช่วยให้กุมภัณฑนุราชผู้ถูกพระอิศวรสาปพ้นจากคำสาป   แล้วพระองค์ก็รบกับวายุพักตร์และอุนาราชสองยักษ์ที่ไม่อยู่ในทศพิธราชธรรม    พอปราบสองยักษ์เสร็จก็ครบหนึ่งปีพอดีพระรามจึงคืนพระนครส่วนนางสีดายังอยู่เมืองบาดาล   เรื่องถึงพระอิศวรจึงเสด็จลงมาไกล่เกลี่ย  นางสีดาจึงยอมคืนดีแล้วเสด็จกลับไปครองกรุงศรีอยุธยาตามเดิม

    ต่อมาเมืองไกยเกษถูก..ท้าวคนธรรพ์..กับลูกชื่อ..วิรุฬพัท..ซึ่งเป็นยักษ์ใจดำอำมหิตทัพมาต่อตี  พระรามทราบเรื่องจึงสั่งให้พระพรตและพระสตรุดเป็นจอมทัพ   ให้พระมงกุฏและพระลบเป็นทัพหน้ายกไปต่อสู้กับท้าวคนธรรพ์

    และในที่สุดก็ปราบเหล่าอธรรมจนพินาศหมดสิ้น     พระพรตและพระสัตรุดจึงไปครองเมืองไกยเกษ

     พระรามและนางสีดาก็ปกครองเมืองศรีอยุธยาและตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม   ทั้งสามโลกจึงอยู่เย็นเป็นสุขอีกครั้ง

                  จบข่าว

 

หนังสืออ้างอิง

หนังสือบทละคอนเรื่องรามเกียรติ์   พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

หนังสือบ่อเกิดรามเกียรติ์    พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

หนังสือชุดวรรณคดีอมตะของไทย   สำนวนร้อยแก้ว…โดย  เปรมเสรี

หนังสือเล่าเรื่องรามเกียรติ์  จิตรกรรมฝาผนังรอบระเบียงวัดพระแก้ว ๑๗๘ ห้อง

     …โดย วัชรพงศ์   หงษ์สุวรรณ

2 Comments to

“….รามเกียรติ์…ตอนจบ…โดย..คัมภีร์ราม…”

  1. November 4th, 2010 at 8:50 am       cumpreram Says:

    ขอบคุณที่ตามมาครับคุณเซพ


  2. October 14th, 2010 at 7:14 pm       septimus Says:

    จบแล้ะ..
    ขอบคุณที่ย่อให้อ่านมากค่ะคุณcumpreram

    ^^


You must be logged in to post a comment.