ฟ้าคุณคูณ

fakunkoon

ชมภาพเตรียมงานปีใหม่ราชธานีอโศก

 

 

 

พระพุทธาพิธัมมนิมิต (หลวงพ่อพุทโต) ราชธานีอโศก

สำนึกดีปีใหม่ปี๕๓

 

 

 

ทีมงานคณะจัดงานวางแผนพื้นที่เพื่อเตรียมจัดสถานที่บริเวณตลาดอาริยะ

 

 

เตรียมสถานทีบริเวณร้านค้า

 

 

 

หนูเตียมข้าวเหนียว-ส้มตำเพื่อเลี้ยงพี่ๆ น้าๆ อาๆที่ช่วยกันเตรียมงานปีใหม่ค่ะ

 

 

ลงสินค้ารถบรรทุก๑๘ ล้อ

 

 

รวมแรงรวมใจลำเลียงสินค้าลงจากรถ๑๘ ล้อ

 

 

 

 

 




Tag: เตรียมงานปีใหม่ราชธานีอโศก

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-26 20:07:04 น. ราชธานีอโศก 3 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

“พระโพธิสัตว์” เป็นคำศัพท์ทางศาสนาที่ใช้เฉพาะกับบุคคลฯลฯ

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหตุใดจึงมีผู้ถวายพระนาม พระโพธิสัตว์เจ้า

 

 

พระโพธิสัตว์ เป็นคำศัพท์ทางศาสนาที่ใช้เฉพาะกับบุคคลผู้มีบทบาทในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

 

หากจะเทียบกับ ชาวคริสต์ก็จะเป็น  “saint” หรือ นักบุญ หรือ ระดับบิ๊กๆ คือ เมสไซอา 

 

ตำแหน่งนี้ ไม่มีใครแต่งตั้ง แต่เนื่องมาจากผลงานล้วนๆ

 

บางท่านได้รับมาขณะ มีชีวิต

 

บางท่านได้รับเมื่อ เสียชีวิตแล้ว

 

และบางท่านประกาศตัวเอง เด่นชัดกันไปเลย!

 

สำหรับผู้ประกาศอย่างเปิดเผย ย่อมได้รับแรงกดดันสูง เหมือนเรียกไฟสปอร์ตไลท์มาส่องหน้าหาก กายกรรม- วจีกรรม-มโนกรรม ไม่เป็นไปเพื่อเมตตาธิคุณ-กรุณาธิคุณจริง ย่อมเป็นที่เย้ยไยไพของเหล่ามหาชน!

 

การประกาศตัวท้าทายชาวโลกนั้น เป็นเรื่องเข้าใจยากของชาวบ้าน ภาษาทางการต้องบอกว่า แล้วแต่ นโยบาย ของท่าน

 

นโยบายนี้เป็นไปตามอุดมการณ์ของพระโพธิสัตว์แต่ส่วนเดียว คือ เพื่อประโยชน์แก่มหาชนเท่านั้น

 

พระโพธิสัตว์ท่านมี “bird view” แต่ปุถุชนมี ไส้เดือน view!”

 

ตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรมจะต้องมีรายละเอียดของเนื้องานเนื้องานหรือปริมาณงานมาก ตำแหน่งย่อมใหญ่โตตาม!

 

โพธิกิจของโพธิสัตว์ หน้าที่หลักคือ การเสียสละ

 

เป้าหมายของการเสียสละคือ การช่วยคนพ้นทุกข์

 

พ้นทุกข์ มี ๒ ประเภท

 

ก)  ให้ความรู้ทางธรรม

 

ข)  ให้ความรู้ทางโลก

 

ความรู้ทางธรรม หมายถึง การพัฒนาจิตวิญญาณสู่ความพ้นทุกข์

 

นัยที่ลึกซึ้งไปอีกก็คือค้นหาทายาทและสร้างเผ่าพันธุ์โพธิสัตว์ให้มากขึ้นๆ

 

ขณะเดียวกัน ก็มี ธรรมกาย หรือ การดำรงชีวิต ที่สามารถลอกเลียนแบบ (copy) ได้

 

ความรู้ทางโลก ให้รู้จักทำอาชีพ รู้จักทำมาหากิน

 

รวมไปถึงให้สามารถประทังชีวิตได้

 

ขอบเขตการช่วยเหลือ เป็นไปตามบารมีของพระโพธิสัตว์

 

บารมีน้อย ก็จะช่วยในพื้นที่น้อย ชุมชนน้อยๆ

 

บารมีมากก็จะเพิ่มพื้นที่เพิ่มชุมชน

 

จากระดับประเทศ เป็นระดับโลก!

 

(หมายเหตุ ปริมาณพื้นที่และปริมาณชุมชนเป็นเกณฑ์ ชี้วัดบารมีของพระโพธิสัตว์ได้พอสังเขป)

 

 เล่าเส้นทางของพระโพธิสัตว์มาพอสมควร สมองก็ตรึกตรองคนโน้นคนนี้หาก ณ วันนี้  บุคคลที่ทำหน้าที่เหล่านี้ ค่อนข้างสมบูรณ์ผ่านเกณฑ์ชี้วัดสบายมาก ก้อจะมีใคร

 

............ในหลวงของเรานั่นเอง!

 

ความจริงแล้วในยุคประชาธิปไตย บทบาทของพระมหากษัตริย์ ถูกลดทอนไป

 

การช่วยเหลือประชาชนเป็นหน้าที่ของนักการเมือง

 

แต่ในหลวงของเรา มิได้นำพา ตลอดชีวิตพระองค์ท่าน เป็นที่ประจักษ์ของประชาชนชาวสยามตลอดมา

 

ทั้งชี้แนะ ทั้งทำให้ดูไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

 

แม้วจีน้อยนิด จะหยาบคาย จะประชดประชันสักนิด ก็ไม่เคยผ่านพระโอษฐ์

 

จะแสดงกิริยาขุ่นเคือง ไม่พอใจ ก็ไม่มีให้เห็น

 

เรื่อง เล็กๆ เชิงลบ ไม่มี เรื่อง ใหญ่ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

ในหลวงหรือพ่อใหญ่ของเรา สำรวมในทุกฝีก้าว ไม่แสดงตัวอย่างเชิงลบให้ลูกๆได้เห็น!

 

ไม่ใช่อัจฉริยภาพแต่เป็นการุณยภาพ มีหลายคนชื่นชมพระองค์ท่านเป็น นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ ตลอดเวลาท่านคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้สังคมไทยเสมอมา

 

ไม่ว่าจะเป็นบ่มฟ้าเพื่อเอาฝน

 

ค้นหาพลังงานทดแทนน้ำมัน

 

ตลอด โครงการอื่นๆ มากมาย

 

บางคนบอกอัจฉริยะ

 

บางคนบอกผู้เห็นอนาคต

 

แต่ความจริง สิ่งที่ผลักดันท่านให้คิดค้นนวัตกรรมใหม่เสมอ นั่นคือ กรุณาธิคุณ

 

เพราะเหตุนี้ นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ อาจจะคิดค้นสิ่งประดิษฐ์มากมาย แต่เขาเป็นได้แค่นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่เท่านั่นเอง

 

จิตกรุณาธิคุณเป็นของพระโพธิสัตว์เท่านั้น!

 

ทฤษฎีเพื่อบ้านเมือง....เศรษฐกิจพอเพียง

 

ในภาวะไร้ปัญญารัฐบาลชื่นชมแนวคิดตะวันเป็นบิดามารดา เดินตามระบบทุนนิยมอย่างลำพอง  เปลี่ยนรากแก้วของประเทศจากเกษตรมาเป็นอุตสาหกรรม ทำลายโครงสร้างสังคม ทำลายสิ่งแวดล้อมยับเยิน

 

ธุรกิจค้ากำไร คือชาตานที่แอบแฝงในคราบนักบุญ

 

วันนี้จึงไม่เหลือเลย!

 

ทฤษฎี เศรษฐกิจพอเพียง จึงคือเครื่องมือช่วยชีวิตประเทศไทย

 

ให้ถอยหลังเข้าคลอง

 

ให้ทำชีวิตให้เป็นคนจน

 

พัฒนาอย่างคนจน

 

แต่ละถ้อยคำเตือนสติ ก็ได้แต่หลังรัฐบาลแต่ละยุคจะเกิด ปัญญา เข้าใจแนวทางของพระองค์ท่าน

 

นักการเมืองทายาทของในหลวง

 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนมากมายการดูแลระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่น่าจะทั่วถึง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนการปกครอง....

 

บัดนั้นบุคลากรสายพันธุ์ใหม่ของการปกครองประเทศจึงอุบัติขึ้นฉายา นักการเมือง 

 

โดยเนื้อหา นักการเมืองก็คือ ทายาทของพระองค์ท่าน

 

จิตวิญญาณต้องเสียสละ

 

อุดมการณ์ก็ เพื่อ ประโยชน์แก่มหาชน

 

นักการเมืองจึงต้องเป็น พระโพธิสัตว์!

 

ไม่มีจิตโพธิสัตว์ ไม่สมควรเป็นนักการเมือง!

 

ทรงชี้นักการเมืองใหม่ตลอดเวลา

 

นักการเมืองกลายเป็นมนุษย์มหาภัย สายพันธุ์ใหม่ที่ร้ายกว่าโจร ๕๐๐

 

เขาสามารถปล้นประเทศโดยของธรรม!

 

สร้างกฎหมาย สร้างหลักเกณฑ์ เพื่อผลประโยชน์ให้ตัวเอง

 

ประชาชนเรียกร้อง การเมืองใหม่

 

แต่เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ พระองค์ท่านแสดง กายกรรม แห่งการเมืองใหม่เสมอมา

 

ทุกอย่างที่ทรงคิดที่ทรงทำ ล้วนเป็นไปเพื่อ

 

ประโยชน์มหาชนชาวสยามทั้งสิ้น!

 

ตำนานพระโพธิสัตว์ มีสีสันมากมาย แต่ล้วนเดินทางมาจาก ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

 

แต่วันนี้เมืองไทย เมืองพุทธนิกายแห่งเถรวาท กลับมีตำนานพระโพธิสัตว์ อันเจิดจรัส พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ของเรานั่นเองอัศจรรย์จริงหนอ!




Tag: ธรรมดาของโลกจะได้ไม่ต้องโศกสลด, โดยสมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์, เราคิดอะไร ฉบับที่ ๒๓๔ มกราคม ๒๕๕๓

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-20 10:55:12 น. "เราคิดอะไร" 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๒๓๔ใหม่ดี..ใหม่ได้

 

 

 




Tag: [นัยปก ?เราคิดอะไร? ฉบับ ๒๓๔ ประจำเดือน มกราคม ๒๕

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-18 11:02:16 น. นัยปก “เราคิดอะไร” 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

ความรู้เรื่องโพธิสัตว์สายพันธุ์ใหม่

 

 




Tag: โดยสมพงษ์ ฟังเจริญจิตต์, ธรรมดาของโลกจะได้ไม่ต้องโศกสลด เราคิดอะไร ฉบับที่

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-15 22:42:27 น. ชีวิต - สังคม 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

โทษของความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา)

 

         

 

 




Tag: โทษของความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา), หัวใจยอดนักธรรม (ทำ)

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-05 22:58:16 น. ข้อคิดฝากใจ 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

กวีอิสรา

 

 

 

คือรักและรอคอย                                     

มิท้อถอยหมดศรัทธา

ร้าวรอนอ่อนแรงล้า

จะอบอุ่นด้วยอาทร

 

ถักทอความเข้าใจ

เป็นสายใยให้ห่มนอน

เย็นย่ำตะวันรอน

พักตรงนี้ที่บ้านเรา




Tag: กวี อิสรา

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-05 21:25:09 น. ข้อคิดฝากใจ 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

ศาสนาไหนๆ ก็สอนเหมือนกัน เรื่องธรรม

 

 

      ศาสนาไหนๆ ก็สอนเหมือนกัน เรื่องธรรมที่เป็นคุณเรื่องคุณธรรม หรือกุศล ความดีงาม ธรรมะของคนดี กัลป์ยาณธรรมความเอื้อเฟือเจือจาน จิตใจเสียสละ สร้างสรรค์ เกื้อกูลกตัญญู สอนตรงกันหมด ความดีหรือกุศลกรรมเป็นทรัพย์เป็นกุศลวิบากที่เราได้อาศัย                    

 

 

   

 

อธิษฐานให้เข้าถึงโลกุตระ 

 

๒๓พฤษภาคม ๒๕๔๘

 

 




Tag: คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์, ศาสนาไหนๆ ก็สอนเหมือนกัน เรื่องธรรม

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-05 18:31:48 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

กิเลสเกิดง่าย๔

๑. หิว       

๒. เหนื่อย   

๓. ป่วย        

๔. อัตตาจัด        




Tag: จากหัวใจยอดนักธรรม (ทำ), กิเลสเกิดง่าย๔

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-05 14:05:19 น. ข้อคิดฝากใจ 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

สิ่งที่เสพไม่รู้อิ่ม๓ อย่าง

 




Tag: สิ่งที่เสพไม่รู้อิ่ม๓ อย่าง, จากหัวใจยอดนักธรรม (ทำ)

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-05 13:29:20 น. ข้อคิดฝากใจ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

กวีอิสรา

 

 

             เงียบเงียบและเรียบง่าย                     

 

 

ลมร้อนพัดผ่าน 

 

ดอกไม้บานสวยกลางเปลวแดดระยิบ 

 

ตะแบกสีม่วงขาวพราวไสวไปทั้งต้น 

 

ชวนเคลิบเคลิ้ม น่าหลงใหล 

 

เหมือนใครบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต 

 

แล้วพัดพาความอบอุ่น-อ่อนหวาน 

 

ผสมผสานมากับสายลมละมุน 

 

            กับภาระหน้าที่ที่ต้องกระทำให้ลุล่วง 

 

            กับขั้นตอนบางอย่างที่น่าเบื่อหน่าย 

 

            กับปัญหามากมายที่รออยู่ 

 

            เมื่อโยนความเป็นเขาเป็นเราทิ้งไป 

 

                        ตรงร่องรอยของความยุ่งยากทั้งมวล 

 

                        เราก็ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง 

 

            มิตรภาพก่อและสานตัวของมันเอง 

 

            เงียบเงียบและเรียบง่ายเป็นธรรมชาติ 

 

            เหมือนดนตรีในสายน้ำ 

 

            เหมือนลำนำในสายลม 

 

            ที่ไม่ต้องมีวิทยาการสมัยใหม่ใดใดเข้าช่วย 

 

            หากไพเราะ ลงตัว งดงามวันนี้ 

 

การงานทั้งปวงลุล่วงแล้ว 

 

แต่ไฉนใจจึงรอนรอนอ่อนล้า 

 

ดนตรีในสายน้ำชะงักงัน 

 

ลำนำในสายลมก็แสนเศร้า 

 

หรือเป็นเพราะเราไม่เชื่อ 

 

หักหลังตัวเอง หักหลังเพื่อน 

 

ทำมิตรภาพให้เศร้าหมอง 

 

ทำความรู้สึกดีดีให้ตกต่ำ 

 

ด้วยอำนาจของอิตถีภาวะ       

 

            อิตถีภาวะที่ทำลายทุกสิ่ง 

 

            ด้วยการผูกพันเกาะเกี่ยว 

 

            ดังเถาไม้เลื้อยเปะปะ 

 

            เป็นภาระรกเรื้อ 

 

            น่าอาย น่าชัง น่ารังเกียจ 

 

อย่าเลยนะ อย่าเห็นแก่ตัว 

 

อย่าทำลายจิตวิญญาณของใคร 

 

ยิ่งเขาเป็นคนดี 

 

ก็ยิ่งต้องปล่อยให้เขาเป็นคนดีของสังคม 

 

เพื่อช่วยรังสรรค์จรรโลงโลกให้น่าอยู่ 

 

อย่าลืมว่า... 

 

ดวงตะวันมิได้ส่องแสงเพื่อใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ 

 

ตะแบกบานแล้วร่วง 

 

ยินดีเมื่อดอกไม้บาน 

 

ย่อมเศร้าใจเมื่อดอกไม้โรย 

 

บัดนี้ .....ซาบซึ้ง 

 

แต่ไม่เสียใจหรอกนะ 

 

เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ 

 

หากกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะชื่นชมกับดอกไม้บานนี่สิ! น่าเจ็บปวดกว่าหลายเท่านัก 

 

วันนี้ทุกข์ (อีกแล้ว)

 

หากเป็นทุกข์เพื่อตอกย้ำตัวเอง 

 

หนึ่งตัวตน หนึ่งคน ชีวิตแสนสั้น

 

ก็แล้วเกิดมาทำไม-เกิดมาเอาอะไร 

 

สิ่งที่สำคัญมั่นหมาย-เอามาแล้วมันดีอย่างไร 

 

เราเป็นเพียงจุลชีพเล็กๆ ใต้ฟ้ากว้าง 

 

ทำไมจึงให้ความสำคัญแก่ตัวเองมากมายนัก 

 

ขอให้เป็นสุขเป็นสุขเถิด 

 

เพื่อนทุกข์ผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตายของฉัน 

 

จงเป็นสุขในมุมที่เธอยืนอยู่ 

 

ต่อแต่นี้ หากจะระลึกถึงเธอ 

 

ฉันก็จะระลึกถึงคุณงามความดีที่เธอมี 

 

เพื่อจะพยายามทำให้คุณธรรมนั้นเกิดมีในตัวฉันบ้าง 

 

และเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์งานให้ดีที่สุด 

 

            ขอบคุณที่ให้บททดสอบ 

 

            ขอบคุณที่ให้ความเป็นเพื่อน 

 

            ขอบคุณที่ทำให้มองเห็นสัจธรรมของดอกไม้ 

 

            แม้ในระยะเวลาสั้น-สั้น 

 

            และสักวัน-หากมีโอกาสได้พบกันบนทางผ่าน 

 

            ฉันคงสามารถชี้ชวนให้เธอดูดอกไม้แห่งมิตรภาพ 

 

            ด้วยดวงใจที่รื่นรมย์

           

 

 

 

 

 

 

 

 




Tag: กวี อิสรา

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-04 22:43:41 น. ข้อคิดฝากใจ 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

กวีอิสรา

 

 

 

เลื่อมระยับสลับลายระบายสี 

เป็นนทีเป็นขอบคูเป็นภูเขา 

เป็นพุ่มไม้สัตว์ใหญ่น้อยร้อยพันเงา 

แล้วว่างเปล่าเปลี่ยนแปลงตามแรงลม 

 

        

 

คือเมฆหมอกมายากลุ้มเร้ารุมจิต 

ด้วยแรงฤทธิ์อุปาทานผสานผสม 

ยิ่งรวนเรตามเล่ห์ลวงบ่วงอารมณ์ 

ความสุขสมสงบใจไฉนมี

 

 

 

 




Tag: กวีอิสรา

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-04 21:37:09 น. ข้อคิดฝากใจ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

โลกยกย่องสรรเสริญ

 




Tag: โลกยกย่องสรรเสริญ, ถอนจากหัวใจ โพธิรักษ์

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-03 21:58:10 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

ศาสนาเกิดขึ้นมาเพื่อให้คนเอาไปประพฤติปฏิบัติ

 

 

 

 




Tag: คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์, ศาสนาเกิดขึ้นมาเพื่อให้คนเอาไปประพฤติปฏิบัติ

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-03 17:33:48 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

กวีอิสรา

 

 

ที่ละคืบทีละศอกระลอกคลื่น 

 

ค่อยเก็บกลืนความเป็นไทยได้สนิท




Tag: อิสรา, ไมเคิล แจ็คสัน มาแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทย, สิงหาคม ๒๕๓๖

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-02 22:09:09 น. ข้อคิดฝากใจ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

วันนี้หรือวันไหนก็ใหม่อยู่

           

วันนี้หรือวันไหนก็ใหม่อยู่                                      




Tag: อิสรา, วันนี้หรือวันไหนก็ใหม่อยู่

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-02 20:59:26 น. ข้อคิดฝากใจ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

มนุษย์มิได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้

 

มนุษย์มิได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้




Tag: มนุษย์มิได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้, อิสรา

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-01 23:23:56 น. ข้อคิดฝากใจ 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

วิธีคิดของทุกๆ ระบบปกครอง เป็นวิธีคิดที่ยังมีกิเลส

 

 




Tag: คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์, วิธีคิดของทุกๆ ระบบปกครอง เป็นวิธีคิดที่ยังมีกิเลส

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-12-01 17:58:51 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

อาศิรพจน์เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

 

 

อาศิรพจน์ 

เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 

 

 

 

 

 

๕ ธันวาคม ๒๕๕๒




Tag: อาศิรพจน์, เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา, ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-30 19:09:15 น. ศิลปะ-วรรณกรรม 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

กวีอิสรา

 




Tag: งดงามในความง่าย.อิสรา

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-27 12:13:02 น. ข้อคิดฝากใจ 3 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

กวีอิสรา




Tag: งดงามในความง่าย.อิสรา

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-26 22:40:41 น. ข้อคิดฝากใจ 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

บาป-บุญ แท้ๆ นั้น คืออะไร

 

   บาป-บุญ แท้ๆ นั้น คืออะไร




Tag: คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์, บาป-บุญ แท้ๆ นั้น คืออะไร

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-25 14:48:24 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

ตัวกู-ของกู ที่แท้จริง

 

ตัวกู-ของกู ที่แท้จริง คือ

 




Tag: ตัวกู-ของกู ที่แท้จริง, จากหนังสือถอดจากหัวใจโพธิรักษ์

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-25 12:22:01 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

ระบบวิธีของทุนนิยมจะทรมานไปเรื่อย

ระบบวิธีของทุนนิยมจะทรมานไปเรื่อย

 

 

 

 




Tag: ระบบวิธีของทุนนิยมจะทรมานไปเรื่อย

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-25 10:42:46 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

คนที่หลงเป็นทาสน้ำเงิน

 

 

คนที่หลงเป็นทาสน้ำเงิน




Tag: คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์, คนที่หลงเป็นทาสน้ำเงิน

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-24 22:42:54 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

ธรรมะสมณะโพธิรักษ์

 

ปุถุชนคือสังคมสงคราม




Tag: , ธรรมะสมณะโพธิรักษ์

เขียนโดย fakunkoon ที่ 2009-11-24 22:00:47 น. คาถาธรรมโดย สมณะโพธิรักษ์ 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้