fernSiam

หลีกลี้หนีมารำพึงรำพันกับตัวเอง

เพื่อนๆ เขาไม่อยากให้คุยเรื่องการเมืองในเวบของพวกเรา

May26

หลายคนให้ความเห็นว่า หากเอาเรื่องการเมืองมาคุยบนบอร์ดของพวกเราที่ fernSiam.com

อาจจะทำให้เกิดความแตกแยก เกิดการทะเลาะกัน ปะทะคารมกัน ระหว่างผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน

ผมจึงต้องแอบหนีมา รำพึงรำพันกับตัวเองที่นี่

.

หลายคนให้ความเห็นว่า หากผมเอาเรื่องการเมืองมาคุยบนบอร์ดของพวกเราที่ fernSiam.com

อาจจะทำให้เกิดความแตกแยก เกิดการทะเลาะกัน ปะทะคารมกัน ระหว่างผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน

ผมจึงแอบหนีมา รำพึงรำพันกับตัวเองที่นี่

ทั้งๆ ที่ความตั้งใจของผม ต้องการชักชวนเพื่อนที่สนใจเรื่องการเมือง หรือชักชวนให้หันมาสนใจเรื่องการเมืองกัน

พวกเราปกติ มีเรื่องคุยกันจะเป็นเรื่องเฟิน เรื่องปลูกเฟิน ปลูกต้นไม้ เรื่องถ่ายภาพ เป็นหลัก 

นอกจากเรื่องเหล่านั้นแล้ว เราจะไม่คุยอย่างอื่นอีก เป็นเช่นนั้นหรอกเหรอ?

พวกเราสามารถคุยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน คุยกันอย่างมีสติและสร้างสรรค์ได้ มิใช่หรอกเหรอ?

 

20 Comments to

“เพื่อนๆ เขาไม่อยากให้คุยเรื่องการเมืองในเวบของพวกเรา”

  1. September 10th, 2008 at 9:35 pm       garfield Says:

    :)


  2. September 10th, 2008 at 9:05 pm       ampa Says:

    เรื่องอะไรที่พูดก็มีทฤษฐีมีหลักทั้งนั้น คุณไม่เอามาใช้เองก็เลยไม่เข้าใจ เรื่องเฟิน 2 ชนิด เรายกตัวอย่างเปรียบเทียบให้ดูถ้าไม่เข้าใจก็ช่างมันเถอะ เชื่ออย่างที่คุณเชื่อต่อไปก็ดี เราไม่คิดจะเปลี่ยนทัศนคติใครอยู่แล้ว ทางใครทางมัน


  3. September 10th, 2008 at 7:04 pm       garfield Says:

    มีทฤษฎีด้วยหรือครับ ที่ว่าด้วยเรื่องเหตุและผล ผมไม่ได้เรียนมาด้านนี้เลยไม่ทราบนะครับ

    การแสดงความคิดบนที่สาธารณะ ก้เป็นสิ่งทีต้องการดูว่า มีคนเห็นด้วยกับเราหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วยเป็นเพราะอะไร อย่างที่ผมพูดเสมอว่า ผมอาจจะคิดผิดก็ได้ คนที่ไม่เห็นด้วยกับผมก็มีหน้าที่ที่จะหาเหตุผลที่จะทำให้ผมเปลี่ยนความคิดได้

    ผมขอเน้นอีกครั้งหนึ่งว่า การคุยเรื่องการเมืองไม่มีทางทำให้แตกแยกหรอกครับ คนต่างหากที่จะทำให้แตกแยก ถ้าเราคิดว่าแตกแยก มันก็แตกแยก แต่ถ้าเราคิดว่ามันไม่แตกแยก มันก็ไม่แตกแยกหรอกครับ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องบอกว่า คนที่คิดไม่ตรงกับเราแล้วจะต้องเป็นศัตรูกัยเรานี่ครับ

    แล้วผมยังงงว่ามันเกี่ยวกับ bifur กับ mada ตรงไหน ผมพูดผิดตรงไหนหรือครับ ไม่เข้าใจ รบกวนอธิบายด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง


  4. September 10th, 2008 at 6:13 pm       ampa Says:

    นี่ไงเห็นชัดๆว่าคุณไม่อยู่บนพื้นฐานของตัวบท คุณไม่มีทฤษฎีเป็นตัวแกนในความคิด เราวิเคราะห์ดูแล้วการคุยการเมืองของคุณบน fernsiam ก็แค่หาคนคิดเหมือนกันมากกว่าคิดต่าง คุณตัดสิน bifur ว่าควรเลี้ยงมากกว่า mada ได้อย่างไรถ้าคุณไม่ได้เอาทฤษฎีหรือแกนความคิดที่เป็นพื้นฐานของการเป็นชายผ้าสีดาเหมือนกันมาอ้างอิง เพราะมันมีเรื่องแตกต่างในรายละเอียดมาสนับสนุนที่เป็นเหตุเป็นผลผล นอกจากว่าต่างฝ่ายบอกว่าสวยต่างกันเพราะแต่ละคนก็เลี้ยงได้งามเหมือนกัน

    เราไม่ได้จะมาพูดเรื่องการเมืองกับใคร เพียงแต่เห็นความเป็นไปในเวปของเราแล้วไม่เข้าใจ
    สิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่นั้น


  5. September 10th, 2008 at 4:16 pm       garfield Says:

    เหตุผลทำไมต้องมีบรรทัดฐานละครับ ตัวมันเองก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่า เหตุและผล และเพราะไม่มีใครรู้จริงนะสิครับ ถึงยิ่งต้องนำข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกัน เพราะไม่มีใครรู้จริงนะสิครับ ถึงไม่น่าจะต้องมาแตกแยกกัน และเพราะไม่มีใครู้จริงนะสิครับ ถึงต้องเคารพความคิดเห็นของทุกๆ ฝ่าย

    ที่ผมยกตัวอย่างเวปพันทิพให้ดู เพื่อเป็นตัวอย่างกรณีที่คุณ ampa บอกว่า เป้นความบกพร่องของ webmaster นะครับ

    อย่างน้อยผมก็ดีใจที่คุณ ampa เห็นด้วยเรื่องวุฒิภาวะ ผมว่า เรื่องนี้ต้องช่วยกันสร้างให้มันเกิดขึ้นในสังคมเรานะครับ ไม่ใช่ไปหลีกเลี่ยง ยิ่งขาดก็ต้องยิ่งเสริมสร้างไม่ใช่หรือครับ ผมไม่เคยเห็นกรณีที่ยิ่งขาดยิ่งหลีกเลี่ยงนะครับ


  6. September 10th, 2008 at 10:52 am       ampa Says:

    คุณตอบไม่ตรงประเด็นที่เราถาม
    เหตุผลที่คุณว่าคุณเอาอะไรเป็นบรรทัดฐาน?
    มันจะหักล้างกันได้อย่างไรในเมื่อบรรทัดฐานที่มีเกิดจากการที่ต่างคนต่างรู้ไม่จริง ฟังคนอื่นทั้วสิ้น?

    ก่อนอื่นคุณต้องมีบรรทัดฐานที่ยอมรับกันได้ก่อนที่จะมีเหตุและผล ไม่งั้นคุยกันไปก็ไม่รู้เรื่องเพราะที่ผ่านมาไม่เห็นเราเอาเรื่องระบบมาพูดเป็นแกน เห็นแต่ยกตัวบุคคลมาด่ากันเพื่อแสดงออกมากกว่า ถ้าคุณจะเอาระบบการเมืองมาพูดกันน่าจะมีเหตุผลกว่าและยอมรับได้เพราะมันคือสิ่งที่เราต้องนึกถึงกันในระยะยาวมากกว่า ส่วนที่คุณอ้างถึงเวปพันทิปนั้น คุณก็รู้ว่าเป็นเวปเกี่ยวกับอะไร เละเฟินสยามเป็นเวปอะไร โดยธรรมชาติและความสัมพันธ์ส่วนตัวมันก็ต่างกันแล้ว กรุณาวิเคราะห์ให้ตรงประเด็นด้วย สิ่งที่คุณเชื่อเรื่องวุฒิภาวะนั้นเราเห็นด้วยแต่จะมีกี่คนที่เค้าเป็นแบบคุณ จิตสำนึกเรื่องนี้มันไม่ได้เหมือนกันทุกคนนะ เอาเถอะ ถ้าคุณคิดว่าทุกอย่างเหมาะสมแล้วเราก็เคารพในสิ่งที่คุณและหลายๆคนทำอยู่ ส่วนเราก็คงรู้แล้วว่าเราจะมีวิถีทางอย่างไรในสิ่งที่เกิดขึ้น


  7. September 10th, 2008 at 9:29 am       garfield Says:

    ถ้าพูดเรื่องความจำเป็น ก็ต้องถามก่อนละครับว่าความจำเป็นหมายถึงอะไร ถ้าหมายถึงว่าขาดมันไม่ได้ ก็ต้องบอกว่า มันก็เหมือนกับการคุยเรื่องเฟินละครับ มันอยู่ที่ว่าใครชอบอะไร นี่เป้นเหตุผลที่ webboard จะมีหลายหัวข้อ ใครอยากคุยเรื่องเฟินก็เข้าไปห้องเฟิน ใครอยากคุยเรื่องการเมืองก็เข้าไปคุยห้องการเมือง ไม่น่าจะทำให้เกิดความแตกแยกแต่อย่างไรนี่ครับ เช่น ผมเองไม่ชอบคุยเรื่องกล้วยไม้ ผมก็ไม่เข้าไปห้อง orchids และก็ไม่เคยคิดเลยว่า ผมจะต้องแตกแยกกับคนที่ชอบกล้วยไม้ในห้อง orchids

    ผมยังเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า การใช้เหตุผลเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิต และผมไม่เคยคิดเลยว่า การเอาเหตุผลมาคุยกันเป็นการเอาชนะคะคาน การนำเหตุผลของหลายๆ คนนำเสนอ กลับจะเป็นการเปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้น เพราะอาจจะมีมุมมองบางจุดที่เรามองข้ามไปก็ได้ สำหรับบางคนที่มีความเชื่อและไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ผมคงไปบังคับคนอื่นไมได้หรอกครับ เพราะผมพร้อมที่เปลี่ยนความเชื่อเสมอ ถ้ามีเหตุผลที่ดีเพียงพอ ซึ่งผมเคยเปลี่ยนมาแล้ว ผมถึงกล้าพูดไงครับ

    สำหรับการปล่อยให้ที่การดูถูกและบอกว่าเป็นการละเลยและยกพร่องของ webmaster ถ้าคิดแบบนี้ คงต้องบอกว่า webmaster ของ พันทิพ น่าจะได้รับการตำหนิมากกว่านี้นะครับ เพราะปล่อยให้มีการด่าว่ากันด้วยคำรุนแรงอย่างมากเลย อย่างที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า นอกจาก webmaster ที่ดูแลแล้ว เรายังมีกลุ่มสมาชิกจำนวนหนึ่งที่มีสิทธิ์ในการลบข้อความที่ไม่เหมาะสมช่วยดูแลอีกทางหนึ่งด้วย เพราะ webmaster เองก็มีงานอื่นที่ทำอยู่ ทำให้บางขณะ ไม่สามารถดูแลได้ตลอดเวลาครับ แต่เมื่อทราบเรื่อง webmaster ก็ทำการลบเรียบร้อยโดยทันทีแล้วนี่ครับ


  8. September 10th, 2008 at 8:44 am       ampa Says:

    อยากให้คุณ garfield ตอบคำถามว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่ต้องคุยเรื่องการเมืองบน webboard มันสามารถสร้างสรรระบบการเมืองได้จริงเหรอ เราเห็นว่ามันก็เป็นเพียงการแสดงออกของกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันเท่านั้น เพราะคนกลุ่มนี้ก็ได้เชื่ออย่างนั้นไปแล้วโดยการชี้นำหรืออคติอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แล้วเราถามว่าเมื่อคุยกันกับคนที่คิดต่างมันจะจรรโลงสังคมของเราอย่างไร ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล ถ้าจะเอาเหตุผลมาหักล้างกัน อะไรคือบรรทัดฐานที่ควรยึด เพราะเราเห็นเมื่อมีคนคิดต่างก็จะมีอีกฝ่ายเข้ามาให้เหตุผลในมุมเดิมๆไม่เปลี่ยน นั่นเพราะมันเป็นความเชื่อของบุคคลนั้นแล้ว เรามองไม่เห็นประโยชน์ในการพูดบน webboard จริงๆ ถ้าคุณบอกว่าเวปไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งแต่ของเราทุกคนก็ลองทำแบบสอบถามดูไหมว่าเราควรจะพูดกันเรื่องการเมืองบน webboard ของเราหรือเปล่า จะได้ชัดกันไปเลยถ้าอยากคุยเรื่องการเมืองมากกว่าพวกที่เค้าไม่อยากคุยจะได้ตัดสินใจได้ถูกว่าจะต้องทำตัวอย่างไร ส่วนเรื่องคำว่าเพื่อนในความหมายของคุณนั้นก็ถูก แต่การอยู่ร่วมกันก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่คิดเอาชนะกันตลอดไป ยอมบ้าง ถอยบ้าง ก็สร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนได้ ส่วนคำว่าจุดชนวนของเราหมายถึงมันมีความจำเป็นยังไงที่จะต้องพูดการเมืองในเวปเฟิน ในเมื่อเวปการเมืองหรือแม้กระทั่ง blog ที่นี้ก็มีให้พูดคุยกันดาษดื่น ก็ลองโพสเรื่องเฟินในเวปการเมืองดูมั่งซิแล้วคุณจะรู้คำตอบว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน แล้วการพูดเรื่องการเมืองบนเวปเฟินมันเป็นชนวนหรือเปล่า?
    การอยู่ร่วมกันในคนหมู่มากย่อมมีการกระทบกันบ้างแต่เราไม่เห็นด้วยที่ปล่อยให้เพื่อนผู้หญิงของเราโดนดูถูก หยาบคายกับเค้า ด้วยโทสะ
    ถามว่าถ้าไม่มีชนวนเรื่องการเมืองจะเกิดเรื่องกับผู้หญิงท่านนี้หรือเปล่า? ต้องยอมรับว่าเป็นความบกพร่องที่ผู้ดูแลไม่สามารถควบคุมเรื่องนี้ได้ใช่ไหม?


  9. September 9th, 2008 at 11:04 pm       garfield Says:

    ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมั่นว่า เราสามารถคุยกันเรื่องการเมืองได้ ถ้าเราใช้เหตุผล ที่คุณ ampa เขียนมาน่ะ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยว่า ถ้ายังมีความรู้สึกรักหรือเกลียดอยู่ จะไม่สามารถคุยอย่างสร้างสรรได้ เราสามารถรักหรือเกลียดใครคนใดคนหนึ่งได้ แต่เราจะต้องใช้เหตุผลมาพูดคุยกันครับ

    สำหรับเรื่องที่ว่า มีสมาชิกบางท่านใช้คำที่ไม่เหมาะสม บังเอิญผมไมได้เห็นข้อความนั้น ซึ่งเวลาผมเห็นข้อความใดที่ไม่เหมาะสม ผมจะเตือน และถ้ารุนแรงมาก ผมจะใช้สิทธิ์ขอลบข้อความนั้นเลยครับ และเรื่องนี้ ทาง web master ได้ให้สิทธิ์กับสมาชิกกลุ่มหนึ่งในการทำหน้าที่ดูแลด้วย ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของ web master แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งผมเป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวด้วยครับ

    ผมไม่เห็นด้วยกับที่คุณ ampa ใช้คำว่า จุดชนวน เพราะถ้าเราไม่ได้ต้องการจุดชนวน เราต้องการพูดคุยกันเรื่องการเมือง เราเชื่อเสมอว่า การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะช่วยในเรื่องความเข้าใจแนวความคิดซึ่งกันและกันได้ เราอาจจะคิดผิดหรือคนอื่นอาจจะคิดผิด ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ การนำเอาเหตุผลมาพูดคุยกันจะฃ่วยเรื่องแบบนี้ได้มากครับ เพียงแต่เราต้องเปิดใจไว้หน่อย เผื่ว่าเราอาจจะผิดก็ได้ไงครับ

    สำหรับเรื่องความเป็นเพื่อน ผมย้ำอยู่เสมอว่า ผมมีความรู้สึกกับคนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากผมว่าเป็นเพื่อนผมเสมอ และผมไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมกับคนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างเหล่านั้นเลย แต่สำหรับคนอื่น จะรู้สึกกับผมแบบเดียวกันหรือไม่ ผมคงไม่สามารถไปบังคับเขาได้ครับ


  10. September 6th, 2008 at 7:17 am       ampa Says:

    เรารอความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกผู้หญิงที่โดนรังแกอยู่ว่าจะมีใครสักคนออกมาขอโทษกันบ้างไหม โดยเฉพาะคุณ fernsiam ที่เป็นผู้ตัดสินใจไม่ลบกระทู้ที่ใช้คำหยาบคายจากผู้ตั้งกระทู้ตั้งแต่ต้น มันสนุกกันมากเลยเหรอที่กระทำกับผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันแบบนี้ และขอท้วงติงเรื่องรักชาติรักสถาบันสูงสุดของชาติของคุณอีกครั้งว่า ไม่ต้องมาพูดกันมากหรอก ทุกคนมีจิตสำนึกเรื่องนี้กันทั้งนั้น ญาติของเราอยู่แนวหน้าที่สามจังหวัดชายแดนใต้มาปีกว่าแล้ว และทำงานในพท.เสี่ยงภัยทุกวัน ไม่เห็นเค้าเตยต้องมาบอกใครต่อใครหรือมานั่งโฆษณาตัวเองว่ารักชาติมหาศาลทั้งที่เค้าเอาชีวิตทั้งชีวิตเข้าแลกกับภัยอันตรายที่เกิดขึ้นได้ทุกวินาที การกระทำเท่านั้นที่เป็นตัวบ่งบอกทุกสิ่งมากกว่า เค้าเสียสละโดยที่ไม่มีเงื่อนไข เค้าควรที่จะพูดได้เต็มปากว่ารักชาติขนาดไหน ไม่ใช่ว่ามาพูดกันลอยๆโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรที่แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม ในฐานะที่คุณดูแลเวป fernsiam ตอนนี้(เพราะมีคนบอกว่าคุณไม่ใช่เจ้าของ?) คุณได้แสดงความรับผิดชอบต่อสมาชิกผู้หญิงที่โดนรังแกบนเวปบอร์ดหรือยัง เค้าเป็นเพื่อนเราที่ช่วยงานคุณเสมอเมื่อคุณร้องขอไม่ใช่เหรอ? คุณจะไม่รู้สึกว่าเพิ่อนโดนรังแกเกินไปบ้างเหรอ? นี่ไงที่เราให้คุณทบทวนบทบาทความเป็นผู้นำว่าควรจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเพิกเฉยต่อต้นตอปัญหาที่คุณได้สร้างกับปลายนิ้ว เพราะปลายนิ้วของคุณที่สัมผัสบนคีย์บอร์ดนี่แหละที่ทำให้เพื่อนสมาชิกผู้หญิงท่านนี้ต้องเสียใจ เราหวังว่ามิตรภาพที่เกิดขึ้นมายาวนานบน frensiam เวปบอร์ด จะทำให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านปัญหาต่างๆไปได้ด้วยสติของทุกคน ถึงแม้วันนี้อาจจะเรียกความรู้สึกเดิมๆกลับมาไม่ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยเราก็ยังเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ


  11. September 5th, 2008 at 6:38 pm       ampa Says:

    คุณ fernsiam คงจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วว่ามีผลอย่างไรบ้างกับ board ของเรา หลายคนคิดว่าทำไมต้องคุยเรื่องเฟินแค่อย่างเดียว ทำไมคุยเรื่องการเมืองไม่ได้ คำตอบเบื้องต้นก็คือลองมองดูเวปการเมืองซิว่าเค้าคุยกันเรื่องอื่นหรือเปล่า คือมันไม่เกี่ยวกันไง ถึงแม้จะมีวุฒิภาวะมากกันอย่างไรในที่สุดอคติก็จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของความคิดอยู่ดี เราว่าตอนแรกก็อยู่กันดีๆอยู่แล้ว มันมีความจำเป็นยังไงที่ต้องคุยเรื่องการเมืองบน web fernsiam เราไม่เข้าใจจริงๆ ถ้าจะอยากคุยจริงๆแล้วไม่ทำให้เสียบรรยากาศก็น่าจะชวนผู้สนใจมา blog นี้ตั้งนานแล้ว การที่เราเลือกที่จะโพสที่นี่แทนที่จะไปโพสในบอร์ดของพวกเราก็เพราะไม่ต้องการให้เกิดการแบ่งฝ่ายแบ่งขั้ว หลายตนมองว่าการที่ไม่คุยเรื่องการเมืองด้วยนั้นเป็นพวกทักษิณ ขอบอกว่าถ้าคุณตัดคำว่ารักหรือเกลีดทักษิณออกไป คุณจะมองเห็นถึงสิ่งที่เป็นอยู่ว่าควรจะมาคุยกันแบบสร้างสรรได้ไหม ตราบใดที่ยังมีคำว่าคำว่ารักหรือเกลีดทักษิณอยู่ เราคงไม่สามารถหาทางออกหรือคำตอบที่เป็นรูปธรรมในการเสวนากันได้ เรื่องการเมืองนั้นมีหลักการที่เป็นอยู่เพียงแต่ว่าคุณจะแปรเจตนารมณ์ของมันไปในทางเข้าข้างตัวเองหรือไม่ เราไม่สบายใจที่เห็นสมาชิกผู้หญิงโดนบรรดาสมาชิกผู้ชายใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมกับเค้า เพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับการพูดการเมืองบนบอร์ด ไหนคุญยืนยันว่าสามารถควบคุมได้ ไหนว่ามีวุฒิภาวะทางปัญญากันไง คุณควรคิดตั้งแต่แรกแล้วว่ามันจะเกิดแบบนี้ เพราะที่นี่เป็นเวปเฟินไม่ใช่การเมือง แล้วคุณปกป้องสมาชิกผู้หญิงท่านนั้นอย่างไร มีคำขอโทษที่ปกป้องเค้าไม่ได้บ้างไหมเพราะเราคือเพื่อนกันทั้งนั้น ทำไมปล่อยให้สมากชิกที่ไร้มารยาทมาใช้คำหยายคายด่ากันได้ หรือการด่าตนที่เกลียดเหมือนกันสามารทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด เราเสียใจมากจริงๆที่คุณจุดชนวนในครั้งที่สองนี้และมันก็เป็นชนวนที่ทำให้หลายคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเพื่อนรักกันจริงหรือเปล่า หรืออคติมีอำนาจเหนือคำว่าเพื่อน ขอบคุณที่คุณ fernsiam ยินดีรับฟังความคิดเห็นของเราเพราะเราไม่ได้มีอคติอะไรกับคุณ เพียงแต่ความรู้สึกดีๆตลอดเวลาที่ผ่านมาทำให้เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เราขอแนะนำให้ผู้ที่ดูถูกสมาชิกผู้หญิงท่านนั้นได้ออกมากล่าวคำขอโทษที่ทำไปด้วยโทสะและโมหะ
    เราเชื่อว่าความเป็นลูกผู้ชายจะสามารถทำให้เค้ามองเห็นถึงสิ่งที่ควรกระทำได้อย่างกระจ่าง
    และจะรักษาความเป็นเพื่อให้คงอยู่ต่อไป


  12. September 5th, 2008 at 2:14 pm       fernsiam Says:

    นานแล้วที่ไม่ได้เปิดเข้ามา
    เพราะก่อนหน้า ไม่เห็นมีใครเข้ามาแสดงความคิดเห็น
    ต้องขออภัยคุณ ampa ด้วยนะครับ ที่เพิ่งเห็นข้อความ

    และต้องขอขอบคุณในความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
    นั้น พวกเรา fSCT พร้อมเคารพและน้อมรับ ทุกเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนมากและเสียงส่วนน้อย
    เพื่อนำไปพิจารณา

    ผมขอทบทวนบทบาทของตัวเองอีกครั้ง
    เพื่อกำหนดทิศทางกันใหม่อีกทีครับ

    รักประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน


  13. July 27th, 2008 at 7:56 pm       ampa Says:

    ลืมบอกไปว่าเราเป็นคนนึงที่มีความผูกพันกับบอร์ด fernsiam มาก ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งใดๆ ลองพิจารณาดูว่าการตัดสินใจโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของสมาชิกนั้นมันมีผลกระทบในวงกว้างที่คุณไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อยากแค่ให้สิ่งที่เราเขียนเป็นสิ่งที่ทำให้คุณ fernsiam ได้กลับไปดูย้อนไปว่าจุดเริ่มต้นของปัญหามันอยู่ที่ใดและจะหาทางแก้ไขอย่างไรมากกว่าที่จะต้องมานั่งยกบทความอะไรมาอ้างอิง แค่ลบกระทู้การเมืองทิ้งแล้วบอกว่าถ้าใครอยากคุยการเมืองกับคุณมาที่ blog นี้ซะก็หมดเรื่อง เราว่ามันดีนะ เราก็รอคอยให้บอร์ดกลับมาเหมือนเดิมอีกเพราะเราผูกพันกับบ้านที่คุณสร้างมาให้พวกเราได้มาเจอกัน ลดทิษฐิลงซะเถอะคุณแทน


  14. July 27th, 2008 at 5:00 pm       ampa Says:

    ความจริงการคุยเรื่องการเมืองไม่ได้ต้องห้ามนักหรอก เผอิญคุณ fernsiam เป็น web master ที่ต้องทำตัวเป็นกลางอย่างที่สุด เพราะอย่าลืมว่า fernsiam เป็นเวปเกี่ยวข้องกับเฟิน มีความหลากหลายของสมาชิกเพราะเป็นที่สาธารณะ เหมือนเวปทั่วๆไป การเป็นเจ้าของเวปที่มีสมาชิกมากหมายความว่าคุณต้องแสดงบทบาทที่เป็นกลางเพื่อเป็นกันชนให้กับผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เห็นพอเริ่มพูดกันคุณก็ไม่กลางซะแล้ว คุณอาจสับสนในบทบาทของคุณบนเวปมากกว่าค่ะว่าคุณคือสมากชิกธรรมดาหรือเจ้าของเวปเฟิน อีกอย่างการแสดงออกที่มีแนวโน้มในการดูถูกคนในคำพูดของคุณ fernsiam ก็มีอยู่ให้เห็นนะ ดูเหมือนว่าถ้าใครไม้ได้คิดแบบคุณ fernsiam จะเป็นคนโง่หรือไม่รักชาติเท่าคุณ หรือคำว่ารักชาติมันต้องดูมาตรฐานจากคุณ fernsiam เป็นบรรทัดฐาน ที่สมาชิกหายไปจากบอร์ดก็เพราะบทบาทที่คุณเอาตัวเองเป็นที่ตั้งมากกว่าเอาสังคมโดยรวมของพวกเรา สิ่งที่คุณ fernsiam คิดว่าคุยกันได้น่ะจริง แต่ไม่ใช่บนบอร์ดของเรา ถ้ามี blog นี้ตั้งแต่แรกทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหาตามมา การบอกว่ารักเฟินเหมือนกัน ชอบแบบเดียวกัน นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะคิดแบบเดียวกันนะ ทุกอย่างในโลกมีความแตกต่างบนความเหมือนด้วยกันทั้งสิ้น ลองไปอ่านที่คุณfernsiam โพสไว้บนบอร์ดดูนะว่าเป็นแบบที่ว่าไหม อยากบอกว่าบทบาทของคุณ fernsiam ในฐานะผู้นำบนเวปคงจะได้รับความเชื่อถือน้อยลง สิ่งที่คุณคิดจะเป็น Fsct คงจะไม่ง่ายถ้าคุณไม่รู้จักบทบาทในการวางตัวให้เหมาะสม เพราะในที่สุดทุกคนก็จะรู้ว่าความคิดของคุณจะต้องมาก่อนเสมอ สิ่งที่เขียนไปทั้งหมดเป็นมุมมองที่หลายๆคนรู้สึกและไม่ต้องการให้เกิดบนบอร์ดของเราแต่ก็ไม่มีใครห้ามคุณ fernsiam ได้ ทำอะไรสักอย่างเถอะก่อนที่พวกเราจะหายกันไปจากบอร์ดทีละคนสองคน ถ้าคุณ fernsiam ไม่แคร์ก็ไม่เป็นไร เพราะในที่สุดเวป fernsiam ก็เป็นของคุณอยู่ดี


  15. May 27th, 2008 at 8:41 pm       fernsiam Says:

    นั่งอ่านอย่างตั้งใจกับความคิดเห็นและข้อคิดดีๆ ของเพื่อนๆ ที่นี่ ที่ช่วยเข้ามาแสดงความคิดเห็น ทั้งยังช่วยให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง แม้ตอนนี้จะยังหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้ไม่ดีนักก็ตาม

    ขอขอบคุณอย่างจริงใจนะครับ คุณ chaba2550, xanax71, คุณ sazzie และคุณ Camelot
    และจะไปเยี่ยมที่ mBlog ของแต่ละคนด้วยครับ

    ยังอยากฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ คนอื่นอีกนะครับ
    เผื่อได้ข้อคิดดีๆ เพิ่มเข้ามาอีก


  16. May 27th, 2008 at 9:15 am       chaba2550 Says:

    เชิญคุณfernsiam ไปสนทนาเรื่องการเมือง
    และหลากหลายเรื่องที่มีสาระได้ที่บล๊อคชบาค่ะ

    ชอบ Mbog ก็ตรงที่เราสามารถพูดคุยแสดงทัศนะคติ
    เรื่องการเมืองได้อย่างเปิดเผย องอาจกล้าหาญ
    ไม่ต้องหวั่นระแวง

    มาเถิดผู้กล้า
    อย่าปิดตา ไหวหวั่น
    สาดแสงแรงตะวัน
    ส่องโลกอันมืดมน

    ขจัดสิ้นอวิชชา
    เสริมปัญญา ก่อผล
    ชูเชิด น้ำใจคน
    บนถนน.. ของคนจริง


  17. May 27th, 2008 at 2:18 am       Camelot / ถามมาถามไป ;-) Says:

    …พวกเราสามารถคุยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน คุยกันอย่างมีสติและสร้างสรรค์ได้ มิใช่หรอกเหรอ?

    …ถูกต้องครับ…ผมหมายถึง มันจะยังคงเป็นประโยคเปิด ที่ถูกปิดท้ายด้วย ? ตลอดไป ;-P

    …เอ่อ! คุณ chaba2550 ด่วนสรุปเกินไปครับ ผมว่าเพื่อนของคุณ fernsiam คงจะมีหลายกลุ่ม หรือหลายแนวคิดเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งไม่ได้แปลว่า ผู้ที่คัดค้าน ท้วงติง จำเป็นจะต้องเป็น…เอ่อ! ที่ร่วมๆ แล้ว ..เรียกว่า … แง่ลบ อย่างนั้นเสมอไป

    …ผมมองว่านั่นเป็นความหวังดี ที่ควรรับฟังครับ ก็อย่างที่รับฟังอยู่ตอนนี้นั่นแหละ…

    …’แตกตาง แต่ไม่แตกแยก’ ดูเป็นคำพูดที่สวยงาม แต่สำหรับสังคมไทย ปฏิบัติได้ยากยิ่ง… นี่เป็นข้อเท็จจริง ที่เข้าใจได้ง่าย และควรสำเหนียก ..ดังที่คุณ xanax71 ได้แสดง จากการรับรู้ด้วยประสบการณ์ตรง…

    …แม้แต่ใน Mblog เอง บางมิตรภาพที่แสนหวาน ดูดดื่ม ก็มีข้อยกเว้น ถ้าคุณอยากให้ภาพของมันจะยังคงหวานซึ้ง สวยงาม กฏข้อหนึ่งก็คือ อย่าคุยเรื่องการเมือง (ขอโทษที่ผมเตื่อนช้าไป 😉

    …คุณ fernsiam อาจจะมองโลกในแง่ดี คือการคุยอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นมุมมองที่ดี ที่ควรรักษาไว้ เพียงแต่…เพียงแต่มีเหตุผลของคุณ xanax71 😉

    ถ้าคุณมองโลกในแง่ดีจริง คุยเลยครับ คุยเรื่องการเมืองในบอร์ดของคุณ ไม่ว่ามันจะวุ่นวายหรือไม่ ถ้าคุณมองโลกในแง่ดีจริง เหล่านี้จะไม่มีปัญหา(สำหรับคุณ) แต่ถ้าคุณ รับการคิดเห็นที่แตกต่างไม่ได้ คำพูดแรงๆ ไม่ได้ การทะเลาะทางความคิดเห็นไม่ได้ การโกรธกัน เกลียดกันไม่ได้ การแตกแยกกันของสมาชิกในเว็บบอร์ดไม่ได้ ก็อย่าพยายามคุยเรื่องการเมืองเลยครับ …อย่างที่ว่า ถ้าคุณ fernsiam มีความตั้งใจ ที่จะคุยอย่างสร้างสรรค์ และเป็นคนมองโลกในแง่ดีจริง เหล่านี้จะไม่เป็นปัญหา ..แต่นั่นมันก็อาจเป็นแค่คุณคนเดียว เพื่อนๆ ที่เขาไม่ได้คิดแบบนี้ มองโลกแง่ดีแบบนี้ แม้จะมีแนวคิดเหมือนคุณ fernsiam เขาก็อาจจะเบื่อหน่าย หลีกหนี ถ้าไม่หนีเขาก็ช่วยทะเลาะกับคนอื่น …คุณ fernsiam แน่ใจหรือเปล่าครับว่า นอกจากควบคุมความสร้างสรรค์ของตัวเองได้แล้ว ยังสามารถควบคุมความสร้างสรรค์ของคนอื่นๆ ได้ด้วย

    …ในเว็บบอร์ดก็เหมือนกับการที่เราเช่าห้อง หรือพักอยู่ในหอกับเพื่อน ถ้าเราจะเลี้ยงหมา เพราะเรามองหมาอย่างสร้างสรรค์ เอ้ย! มองหมาว่าเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก และสามารถควบคุมมันได้ ควบคุมมันอึได้ถูกที่ถูกเวลา ควบคุมการเห่าของมันได้ ความดื้อความซนของม้ันได้ ฯลฯ แต่คุณไม่ได้ถาม หรืออาจจะทราบมาบ้างก็ได้ว่า เพื่อนที่อยู่ด้วย ไม่ชอบหมาเป็นอย่างมาก หรือแพ้ขนหมาเป็นอย่างยิ่ง

    …คำถามที่ว่าคุณควรจะเลี้ยงหมาหรือไม่? จะยกเหตุผลใดมาสนับสนุน
    1. ผมสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้มีปัญหากับหมาได้ และควบคุมหมาไม่ให้มีปัญหากับผมได้ (สรุปว่า เลี้ยง)
    2. ผมก็ต้องฟังเพื่อนก่อน คิดถึงเพื่อนด้วย …เอาใจเขาใส่ใจเรานิด.. จะเลี้ยงหรือไม่เลี้ยงดีนะ 😉

    …ครับ เปรียบเทียบได้กับอีกเรื่องคือ ลูกเราดื้อซนในที่สาธารณะหรือที่ประชุมชน เรามองอย่างเข้าใจ เราไม่เดือดร้อน ไม่ได้แปลว่าเราก็จะปล่อยให้ลูกเล่นตามสบายเช่นนั้นได้ แต่ควรระลึกว่า ผู้อื่นอาจไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาอาจรำคาญ หงุดหงิด และตัวคุณกับลูกอาจถูกมองในภาพลบที่ไม่รู้จักกาละเทศะ เพราะฉะนั้นแม้เราจะไม่เดือดร้อน ก็ควรเกรงใจผู้อื่น เป็นต้น…

    ในกรณีของคุณ fernsiam ก็เช่นกัน แม้ว่าตัวคุณเอง จะไม่มีปัญหาใดๆ เลย และนำเสนออย่างสร้างสรรค์ และถึงแม้ว่าจะเกิดการทะเลาะกัน คุณ fernsiam ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน เพราะมองอย่างสร้างสรรค์ 😉 แต่… แต่ถ้ามันมีปัญหา หรือลักษณะอะไรแบบนั้น คำถามก็คือ…
    1.คุณ fernsiam คิดว่าควรจะคำนึงถึงความรู้สึกของสมาชิกอื่นๆ หรือไม่?
    2.คุณ fernsiam ยอมรับในปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เหล่านั้น ที่จะมีผลกระทบกับสังคมสมาชิกตรงนี้นหรือไม่?

    …ครับ! ผมไม่ได้ต้องการคำตอบจากคำถามนี้หรอก เพราะมันไม่ใช่ปัญหาของผม … 😉

    …และผมก็เข้าใจว่าคุณ fernsiam ก็ยังไม่ได้อะไร ยังไง อย่างใดอย่างหนึ่งลงไป ยังคงคิดอย่างสงสัย ไม่งั้นคงไม่มาบ่นให้ฟังที่นี่ 😉

    …ผมมองว่าที่ Mblog มีภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างเข้มแข็งนะครับ สำหรับเรื่องนี้ ความจริงก็อาจจะแทบทุกเรื่อง การที่จะเรียกว่าทะเลาะกันนั้นไม่ค่อยมี เกิดขึ้นได้ยาก เพราะการผสมโรงมีน้อย เนื่องด้วยความขี้เกียจ ;-P

    …แต่ก็เป็นการช่วยสนับสนุนความเห็นของคุณ sazzie ได้ครับว่า คุยได้ 😉 คนชอบทักษิณ คนเกลียดทักษิณ คุยที่นี้ได้หมด ไม่มีอะไรเลยครับ นอกจาก…นอกจากพวกที่ตั้งใจมาป่วนจริงๆ ซึ่งก็จะอยู่ได้ไม่นาน เนื่องเพราะ 1. ถูกยันกลับไปจนจุก 2. ไม่มีใครให้ความสนใจ …ที่ Mblog ก็เป็นอะไรที่ไม่ค่อยหวือหวาทางการเมืองเท่าไหร่ครับ อยู่ในระดับพอดีๆ แต่ช่วงนี้เห็นคึกคักนะ 😉


  18. May 26th, 2008 at 9:44 am       sazzie Says:

    ดูเหมือนจะเป็น Taboo เรื่องต้องห้าม

    คุยที่อื่นไม่ได้แต่คุยที่นี่ได้ค่ะ หากใครมาคุยด้วยเหตุผล
    เราก็เอาเหตุผลคุยกัน หากใครไร้ซึ่งเหตุผล ก็ชนกับมัน ..


  19. May 26th, 2008 at 6:41 am       xanax71 Says:

    MBlog เมื่อสองสามปีที่แล้ว ก็เคยมีปรากฏการณ์อย่างที่เจ้าของบล็อคว่ามาค่ะ

    เรื่องศาสนาและการเมือง เป็นเรื่องที่ง่ายต่อการสร้างความแตกแยกมาก ถึงแม้ว่าประเทศไทยบอกว่าเป็นสังคมประชาธิปไตย แต่ก็งมีคนไทยอีกหลายคนที่ยังไม่เข้าใจคำว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริง

    ‘แตกตาง แต่ไม่แตกแยก’ ดูเป็นคำพูดที่สวยงาม แต่สำหรับสังคมไทย ปฏิบัติได้ยากยิ่ง

    ดังนั้น หลีกเลี่ยงดีกว่าเพื่อความสบายใจ สังคมนี้มาจากหลายที่หลายบ้าน หลายครอบครัว ดังนั้นหากจะพูดเรื่องการเมือง แนะนำให้ไปพูดที่บ้านดีกว่า

    ดิฉันเองเคยเจอปัญหานี้มาแล้ว ใน MBlog เมื่อสองสามปีที่แล้ว ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น


  20. May 26th, 2008 at 1:04 am       chaba2550 Says:

    เพื่อนคุณโดนระบอบทักษิณ มอมเมาด้วยทุนนิยมสามานย์ และละครน้ำเน่า

    ยินดีต้อนรับค่ะ..


You must be logged in to post a comment.