
เขียนโดย folkner ที่ 2010-02-09 10:34:49 น. บทกวี,การเมือง 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ผมไม่แน่ใจว่าครั้งแรกของวันที่ผมได้ขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของครูนิพนธ์ นั้น เป็นเพราะว่าผมไปโรงเรียนสายกว่าปกติ หรือว่าครูนิพนธ์ มาโรงเรียนเช้ากว่าปกติกันแน่
จำได้ก็แต่เพียงขณะตัวเองกำลังเร่งความเร็วตีนเปล่าเปลือยไปบนถนนลูกรังอยู่นั้น มอเตอร์ไซด์คันสีส้มยี่ห้อยามาฮ่าของครูนิพนธ์ที่เหมือนจะวิ่งเลยผ่านไป ก็กลับชะลอความเร็วลงและหยุดนิ่งในที่สุด ถึงแม้จะหยุดเลยห่างออกไป แต่การเอี้ยวหันกลับมาและผงกหัวหงึก ๆ นั้นก็เป็นสัณญาณเชื้อเชิญให้เด็กบ้านไกล ที่กำลังยืนนิ่งงงหลังจากก้มค้อมหัวคำนับอยู่ที่ริมถนนให้ได้ร่วมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์มุ่งไปสู่โรงเรียนพร้อม ๆ กันกับแก
และนั่นคือวันแรกและครั้งแรกของชีวิตที่ผมได้มีโอกาสขี่มอเตอร์ไซด์
เขียนโดย folkner ที่ 2010-01-17 00:17:50 น. general,ชีวิต-สังคม 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
...ฝากดอกไม้นานาพันธุ์ ฝากความฝันอันสูงค่า ฝากรอยยิ้มและน้ำตา ที่หลั่งมาจากหัวใจ …
พ.ศ.ที่ทยอยซื้อตลับเทปเพลงเพื่อชีวิตเก่า - ใหม่ เพื่อสะสมบนชั้นวาง
ผมได้ม้วนเทป บทกวีในเสียงเพลงชุดที่ ๑ ของ วงมาชารี มาจากกล่องกีตาร์ดนตรีเปิดหมวกจากริมถนนสายหนึ่ง
และผมได้มีโอกาสฟังเพลง “ผิงดาว” เป็นครั้งแรก ในเทปม้วนนั้น
ชื่อ ชูเกียรติ ฉาไธสง ที่ผมรู้จักและผ่านตาในก่อนหน้าบ้างแล้วนั้น คือชื่อจากบทกวีชิ้นหนึ่งในหน้านิตยสารการเมืองรายสัปดาห์
และในอีกครึ่งปีถัดมา ผมได้เห็นหน้าตาของผู้ชายคนนี้ในหน้าหนังสือพิมพ์ พร้อมกับปกอัลบั้มเพลง “แด่เผ่าพันธุ์ที่หลงเหลือ”
แน่นอนผมไม่พลาดอยู่แล้วสำหรับอัลบั้มงานเพลงของคนเขียนหนังสือ บทกวี
เขียนโดย folkner ที่ 2010-01-15 13:27:05 น. general,ศิลปะ-วรรณกรรม 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ดุ่มเดินเข้าร้านก๊วยเตี๋ยว “ป้ายา” หลังเที่ยงวัน
ไม่ต้องเอ่ยสั่ง แค่หย่อนตูดนั่งลงเก้าอี้ที่โต๊ะเดิม หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน ก็พอรู้กันว่า เส้นหมี่ น้ำตก เนื้อสด เหมือนเดิม
ขณะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ แว่วได้ยินถ้อยสนทนา เข้าใจว่าเป็นเพื่อนวัยเดียวกันกับ “ป้ายา”เจ้าของร้าน
จับสังเกตเอาจากถ้อยคำที่ขึ้นด้วยกู ลงด้วยมึง ตลอดการพูดคุย
หมี่น้ำ รอนานเกินจนผิดสังเกตุ ทั้ง ๆ ที่ลูกค้าในร้านไม่มีซักกะคน
เขียนโดย folkner ที่ 2010-01-10 21:21:56 น. general,ชีวิต-สังคม 4 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“รวยแล้วเหลิง” คำนินทาลับหลัง ที่ได้ฟังอยู่บ่อย ๆ ผมมาได้ประจักษ์ชัดเจนเห็นกับตา
ก็เมื่อคืนส่งท้ายปีเก่าที่ผ่านมานี่เอง
ก่อนห้าทุ่มคืนนั้น กลุ่มคนกรูกันไปที่ ศาลาวัดฝั่งด้านใต้ เพราะมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นที่นั่น ขณะลิเกและรำวงย้อนยุคยังคงทำการแสดงอยู่ และอึงอลไปด้วยเครื่องเสียงที่ประชันลั่นวัด
“อบต.โดนตีนซะแล้ว..” ใครคนหนึ่งเดินออกมาจากเหตุการณ์พร้อมกับข่าวล่าสุด
เขียนโดย folkner ที่ 2010-01-04 19:48:07 น. general,ชีวิต-สังคม 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
>>๑.
ขณะรื้อค้นข้าวของที่กองพะเนินในห้องเก็บของ ผมก็ได้พบกับเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทสีดำยี่ห้อ TEAC นอนสงบอยู่ใต้ก้นลังกระดาษใบใหญ่ที่คลุ้งกลิ่น และครึกครื้นไปด้วยเสียงเคลื่อนไหวของฝูงแมลงสาป
นานมากแล้วที่ผมไม่ได้ฟังเสียงเพลงจากเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท...
เมื่อสี่ปีก่อนผมย้ายข้าวของออกจากหอพักใจกลางเมืองสุพรรณฯ ออกมาเช่าอาศัยทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียวที่นอกเมืองฝั่งตะวันตก ในสนนราคาที่ไม่แพงมากนัก ข้าวของบางชิ้นที่ถูกเก็บใส่กล่องกระดาษยังกองสุมอยู่ในห้องเก็บของ ตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งวันนี้ข้าวของบางชิ้นนั้นยังไม่ได้ถูกรื้อค้นออกมาใช้งาน นั่นก็รวมไปถึงเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ทสีดำที่ผมเพิ่งค้นพบ
เหมือนเจอเพื่อนเก่าโดยบังเอิญ...
เขียนโดย folkner ที่ 2010-01-03 23:35:51 น. general,ชีวิต-สังคม,ศิลปะ-วรรณกรรม 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

เขียนโดย folkner ที่ 2009-12-26 12:11:17 น. general,สิ่งแวดล้อม 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย folkner ที่ 2009-12-23 08:29:17 น. general,การเมือง,บันเทิง 4 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
แทร็คสียงไวโอลีนในช่วงอินโทรเพลง “สายธาร ศรัทธา มัชฌิมาชน” ถูกรีเพลย์ฟังอีกครั้ง เพื่อตรวจหาจุดบกพร่อง....
จ้อนยืนนิ่งสวมหูฟังอยู่ในอีกห้องบันทึกเสียง เขากลับมาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะสีไวโอลีนอีกครั้ง เมื่ออาจารย์ไก่ ส่งสัญญาณให้เล่นซ่อมซ้ำที่ห้องเดิม....
เสียงไวโอลีนเริ่มพลิ้วไหวไต่เต้นไปพร้อมกับอีกหลาย ๆ แทร็คเครื่องดนตรี ขณะอาจารย์ไก่เงียบนิ่งฟังอย่างใช้สมาธิ
กว่าหนึ่งเดือนที่อาจารย์ไก่ มีคิวให้กับการทำงานเพลงเฉพาะกิจ 5 เพลงเพิ่มเติม ของกลุ่ม “มัชฌิมาชน”
และคิวใส่เสียงไวโอลีน ของบ่ายวันนี้ คงเป็นคิวอัดเครื่องดนตรีชิ้นสุดท้าย ก่อนเข้าสู่กระบวนการมิกซ์เสียง
เขียนโดย folkner ที่ 2009-12-21 23:04:57 น. general,บันเทิง,ชีวิต-สังคม 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
พ่อผมเป็นคนดุ
เสียงกระแอมไอของพ่อ เคยทำให้ลูก ๆ วิ่งแตกกระเจิงมาแล้ว
พ่อมีลูกหลายคน ยามเมื่อเหตุผลแห่งความผิดมีต้นตอ ที่เกิดจากลูก ๆ ทุกคนด้วยเหตุแห่งการกระทำร่วมกัน จึงไม่ต้องแปลกใจ เมื่อความผิดถูกกากบาทเป็นปูนแดงป้ายหัวทุกคน ห้วงเวลาแห่งการเฝ้ารอการกลับจากงานไร่งานนาของพ่อ จึงเป็นห้วงเวลาแห่งความทรมาณ และรอลุ้น
เขียนโดย folkner ที่ 2009-12-07 22:32:41 น. general,ครอบครัว 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้