Blog folkner

เขียนกวี เล่นดนตรี ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณฯ

• ขโมย

July3

ฝนหยุดตกแล้ว ลานดินหน้าบ้านชุ่มน้ำและมีแฉะขัง นาข้าวของพี่ชายดูเขียวชอุ่มขึ้นทันตา

 

 วูบลมพัด เพรียกน้ำฝนตกค้างหล่นพรูพราวมาจากใบมะม่วงต้นข้างชายคา

 

แม่บอกกับผมว่า วันนี้ฝนน่าจะตกหนักที่สุด ในรอบเดือน

 

อาการปวดแขนของแม่ทุเลาลงบ้างแล้ว …

 

 

 

 

 พอฟ้ายามค่ำเริ่มสลัวลาง ผมสตาร์ทมอเตอร์ไซด์

.

ขับฝ่าความชื้นเย็นหลังฝน เพื่อย้อนกลับบ้านเช่าในตัวเมือง

 

 เป็นอีกวันที่ผมใช้รถมอเตอร์ไซด์แทนรถเก๋งเพื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน และดูอาการแม่ที่เจ็บป่วยจากอุบัติเหตุตกคูน้ำจนแขนข้างขวาหัก

 

 

 

 

 พอพ้นจากถนนยางมะตอยเข้าหมู่บ้าน ก็ถึงถนนสี่เลน

 

ผมเลี้ยวซ้าย ก่อนยูเทิร์นกลับเข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณฯ

 

ละอองน้ำหลังฝน ยังปลิวว่อนและปะทะจนรู้สึกเย็นชื้น ขณะแสงไฟจากเสาไฟเกาะกลางถนนก็ส่องสว่างไสวสาดลงตลอดเส้นทาง

 

 ป้ายหาเสียง ยังคงตั้งเรียงราย เป็นระยะที่ริมทาง ป้ายของบางพรรคถูกทำลายในหลายลักษณะ บางป้ายถูกกรีดด้วยของมีคมจนเป็นชิ้นส่วน บางป้ายถูกหักโค่น ขณะที่บางป้ายถูกจุดไฟเผาจนเหลือแต่เสาโด่เด่

 

 มีคนตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่เว้นแม้กระทั่งจังหวัดที่มีการผูกขาด ส.ส. และพรรคอย่างจังหวัดสุพรรณฯ

 

 ประเมินได้ด้วยสายตาว่าตลอดเส้นทาง จากตลาดหนองขามบ้านผม ถึงตัวเมืองสุพรรณฯ ป้ายหาเสียงที่ถูกทำลายมากที่สุดคือป้ายสีฟ้า รองลงมาก็ป้ายสีน้ำเงิน

 

 ส่วนป้ายสีชมพูและสีแดงยังยืนครบยกอยู่ในสภาพเกือบเต็มร้อย

 

 น่าแปลกใจนิดหน่อย ที่ป้ายของพรรคขนาดเล็กอย่างพรรคเครือข่ายชาวนาฯก็ถูกทำลายไปกับเขาด้วย จนทำให้รู้สึกดูเหมือนว่านี่คือการรังแกคนไม่ไม่ทางสู้ยังไงก็ไม่รู้…

 

 และที่น่าแปลกเข้าไปใหญ่ นั่นก็คือป้ายโฆษณาเชิญชวนร่วมฉลองวันเปิดห้างค้าปลีกขนาดใหญ่แห่งใหม่ในสุพรรณฯ ซึ่งทั้งสีและขนาดป้ายที่ปักเรียงราย จนดูกลมกลืนไปกับป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองก็ถูกทำลายลงไปด้วย โดยไม่รู้ว่าคู่ขัดแย้งของห้างนี้คือใครกันแน่

 

 ส่วนป้ายเหล็กเครื่องหมายจราจร ป้ายบอกชื่อริมทาง ทุกป้าย ทุกขนาด ที่เป็นของกรมทางหลวงนั้นถูกขโมยปลดไปขายเนิ่นนานก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว เหลือไว้ก็แต่เสาตั้งโด่เด่ให้ดูต่างหน้า

 

 ขโมยชุกชุมยิ่งกว่ายุง…

 

 ผ่านช่วงที่เป็นทุ่งโล่ง สองข้างทางไร้บ้านเรือน ถือเป็นช่วงทางเปลี่ยว มีแสงไฟจากมอเตอร์ไซด์คนหนึ่งไล่หลังมาห่าง ๆ ผมต้องเพิ่มความเร็ว และเตรียมพร้อมอย่างหวาดระแวง

 

 เหตุการณ์ปล้นชิงช่วงนี้มีอยู่บ่อย ๆ

 

 พ้นช่วงทางเปลี่ยว มอเตอร์ไซด์ของวัยรุ่นสองคนก็แซงไป จับอาการแล้วเขาไม่ได้สนใจผม

 

 

 

 

  เข้าเขตตัวเมือง ผมข้ามฝั่งตรงหน้าศาลหลักเมือง เลาะไปตามเส้นทางเล็ก ๆ สู่หน้าวัดประตูสาร แวะซื้อก๊วยเตี๋ยว จากร้านเจ้าประจำที่หน้าวัดสองถุง ฝนเริ่มลงหนาเม็ดอีกครั้ง

 

 วางก๊วยเตี๋ยวสองถุงไว้ในตระกร้าหน้ามอเตอร์ไซด์ ตั้งใจจะบึ่งกลับบ้านเลย แต่ป้ายเซเว่นอีเลฟเว่นที่ถัดจากสี่แยกมหาเหี้ย ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่ากาแฟผงหมดขวดไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน

 

 เด็กวัยรุ่นสี่ห้าคนจอดรถหลบฝนอยู่หน้าเซเว่นฯ

 

 นอกจากกาแฟสำเร็จรูป ผมยังได้ขนมขบเคี้ยวติดมือมาด้วย

 

 พนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์ใบหน้าหยาบกร้าน ขอให้ผมช่วยซื้อขนมขบเคี้ยว เธอบอกว่าเธอถูกบังคับให้ทำยอด

 

 เพิ่งสังเกตว่าพนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ อ้วน ดำ มีสิวและไม่ค่อยสวย แอบคิดเล่น ๆ คาดว่าคงจะเอาไว้รับมือกับโจรปล้นเซเว่นยามวิกาล ที่มีเหตุอยู่บ่อย ๆ

 

 ฝนลงหนาเม็ดขึ้น กลุ่มเด็กวัยรุ่นหน้าร้านไม่อยู่แล้ว วางถุงใส่ขวดกาแฟและขนมขบเคี้ยวไว้หน้าตะกร้าแล้วรีบบึ่งมอเตอร์ไซด์ฝ่าสายฝนกลับบ้านเช่า

 

 ฝนเทกระหน่ำหนักเพิ่มลงมาอีก ขณะขับรถถึงหน้าบ้านเช่าพอดี แค่ช่วงเวลาไขกุญแจประตูเหล็กหน้าบ้านก็ดูจะช้าเกินไป เสื้อคลุมนั้นเปียกชุ่มอุ้มน้ำจนไหลซึมเข้าถึงผิวเนื้อตัวแล้ว จูงมอเตอร์ไซด์หลบเข้าจอดชายคาหน้าบ้าน ถอดหมวกกันน็อคออก ถอดเสื้อคลุมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ กางเกางรองเท้าเปียกหมด เอื้อมมือไปหยิบของที่ตะกร้าหน้ารถ ได้มาแต่ถุงยี่ห้อของห้างเซเว่นที่ใส่ขวดกาแฟสำเร็จรูปและขนมขบเคี้ยว

 

 ส่วนก๊วยเตี๋ยวสองถุงของผมไม่อยู่แล้ว

 

 ก๊วยเตี๋ยวผมโดนขโมย!! ..งามไส้เลย!!!

 

2 Comments to

“• ขโมย”

  1. July 5th, 2011 at 1:31 am       ปรางทิพย์ Says:

    ช่างสังเกตนะคะ แต่ตอนวางถุง เซเว่นกลับไม่เห็นเสียอีก ๕๕๕ ขอบคุณสำหรับเรื่องสั้นดี ๆ นะคะ บรรยายถึงบรรยากาศ ให้ความรู้สึกถึงชนบทดีจังค่ะ ชื่นชมค่ะ


  2. July 4th, 2011 at 5:12 pm       mon Says:

    เรื่องสั้นดี ๆ เรื่องหนึ่งเลยนะครับพี่โฟล์ค


You must be logged in to post a comment.